“อ้าว…คุณหนูไป่ ข้านึกว่าเ้าจะไม่มาเสียอีก”
“ข้ามาถึงนานแล้ว ตอนเ้าปักปิ่นข้านั่งอยู่ด้านหลังสุดเ้าคงมองไม่เห็น อ่ะ นี่ของขวัญจากข้า" ยื่นกล่องใบเล็กๆ มาให้
“ขอบใจเ้ามาก แล้วคุณหนูตู้ล่ะมิมาด้วยรึ???”
“นางมาแล้วนะ แต่นางหกล้มหน้าจวนเ้า ชุดเสื้อผ้าสกปรกมากจึงกลับบ้านไปแล้ว”
“เป็เช่นนั้นเอง” ในหัวกำลังครุ่นคิดเื่บางอย่างออกมา ‘ในเมื่อเหลือเพียงหนึ่ง’
“ตอนนี้เ้ารีบกลับจวนหรือไม่??? อยู่เป็เพื่อนข้าร่ำสุรากับองค์ชายทั้งสองหน่อยเป็อย่างไร”
“ได้สิได้ ข้าไม่ได้รีบกลับจวน” ตอบรับอย่างฉับไว ระหว่างเดินไปศาลาริมน้ำเหม่ยเซียนจึงเกริ่นออกมา
“เ้าพึงใจต่อองค์ชายรองใช่หรือไม่??”
“เ้ารู้ได้อย่างไร??” เอ่ยตอบหน้าแดงไปจนถึงใบหู
“แค่มองหน้าเ้าข้าก็รู้แล้ว ให้ข้าช่วยดีหรือไม่??”
ไป่เยว่ชิง ทำหน้าหวาดระแวงแล้วกล่าวว่า “เ้าน่ะหรือจะช่วยข้า จะเชื่อได้แค่ไหนกันเชียวเ้าหาทางกลั่นแกล้งข้ามาโดยตลอดตอนนี้ก็คิดที่จะทำใช่หรือไม่??” ไป่เยว่ชิงยังพูด “อย่าได้คิดว่าข้าจะหลงเชื่อ”
เหม่ยเซียนยักไหล่ไม่แคร์และตอบ "ก็ตามใจ อย่าลืมว่าตอนนี้เหลือแค่เ้าที่ตัวคนเดียวในจวนข้า ถ้าข้าจะแกล้งเ้าไม่มีใครในที่นี้จะออกหน้าช่วยเหลือเ้าหรอก..ก็แค่ลองวัดดวงจะเสียหายอะไร จริงมั้ย??"
ไป่เยว่ชิงนิ่งคิด ‘ก็เป็ดังเช่นนางว่า อยู่ในจวนของนางถ้านางจะแกล้งตนเองจะทำอันใดได้’ คงเป็ทางเดียวที่ต้องทำ อีกแค่ไม่กี่ก้าวจะถึงศาลาริมน้ำเหม่ยเซียนก็ได้ยินคำตอบจากคุณหนูไป่ “ข้าตกลงให้เ้าช่วยก็ได้”
รอยยิ้มปรากฏขึ้นเต็มใบหน้าจูเหม่ยเซียน ไม่นานก็เดินมาถึงศาลา
“ถวายพระพรองค์ชายทั้งสองพระองค์เพคะ” เป็ไป่เยว่ชิงที่ย่อกายถวายพระพรเพียงคนเดียว เหม่ยเซียนไม่ได้ทำตามเพราะนางทำไปเมื่อเช้าแล้ว
องค์ชายทั้งสองพระองค์มิได้สนใจเยว่ชิงที่ย่อกายทำความเคารพ แต่พากันมองไปยังเหม่ยเซียนที่เดินนวยนาดเข้ามาอย่างมีเสน่ห์มากกว่า
“เหม่ยเอ๋อร์ มานั่งข้างพี่หย่งเซิงนี่มาเมื่อตอนเช้าเรามิค่อยได้พูดคุยกันตอนนี้มีเวลาเสียที” เหม่ยเอ๋อร์เดินไปนั่งข้างหย่งเซิงตามคำชวนเพราะที่ว่างข้างเ้าหย่งเจี้ยนนางเล็งไว้ให้ไป่เยว่ชิงอยู่แล้ว
“เพคะ” เหม่ยเซียนรับคำ หย่งเจี้ยนได้แต่เหลือบมองไม่พูดอะไร
“คุณหนูไป่ลุกขึ้นสิมานั่งเร็วๆ เข้า” ไป่เยว่ชิงที่นั่งคำนับอยู่มีสีหน้าหนักใจเพราะผู้ที่บอกให้นางลุกขึ้นมิใช่องค์ชายจึงไม่กล้าที่จะทำตาม หย่งเจี้ยนหันมองจึงกล่าวอย่างไม่สนใจ
“ลุกขึ้นสิ!! หาที่นั่งตรงไหนก็ได้แต่อย่ามานั่งใกล้ข้า” นั่งจิบสุรามองปลาในน้ำใบหน้าเฉยเมย
“ขอบพระทัยเพคะ” นางเอ่ยอย่างหวาดๆ และเดินเข้าไปนั่งใกล้ๆ เหม่ยเซียน
“เหม่ยเอ๋อร์ พี่หย่งเซิงมิได้พบปะเ้ามานานหลายปีคิดถึงเ้ายิ่งนัก วันพรุ่งนี้พี่ต้องเดินทางกลับสำนักศึกษาเพื่อไปร่ำเรียนสิ่งที่ยังคั่งค้างให้ครบ อีกหนึ่งเดือนจึงจะกลับมาเ้าจะรอพี่ใช่หรือไม่??”
“รอทำไมเพคะ??” เ้าหย่งเจี้ยนแอบอมยิ้มกับคำตอบของนาง
หย่งเซิงทำเป็ไม่สนใจคำตอบแล้วกล่าวต่อไปว่า “เ้ามิเคยพูดเพคะกับพี่เหตุใดวันนี้ถึงเปลี่ยนล่ะ ไม่เอาๆ พูดธรรมดาสามัญเถิด” เหม่ยเซียนนิ่งคิด อืมมม ‘คล้ายๆ จะพูดว่า..'
“ก็ได้เ้าค่ะ พี่หย่งเซิง” พี่หย่งเซิงยิ้มหวานถูกใจทำเอาเหม่ยเซียนตาพร่าาา ‘ไม่ๆๆ อย่าหลงเสน่ห์พวกเค้าเด็ดขาด' หันหน้าหนีทันทีเมื่อคิดได้
“พี่หย่งเจี้ยนเ้าคะ” หันไปมองเ้าหย่งเจี้ยนเรียกชื่อเสียงเพราะจับใจ
“นี่คุณหนูไป่บุตรีท่านเสนาบดีฝ่ายซ้าย ไป่เยว่ชิงเ้าค่ะ ขากลับวันนี้เหม่ยเอ๋อร์ขอฝากนางให้พี่หย่งเจี้ยนและพี่หย่งเซิงไปส่งกลับจวนได้หรือไม่เ้าคะรถม้าของนาง นางให้คุณตู้ยืมกลับจวนไปแล้วเ้าค่ะ” อ้างได้ดีจริงๆ เหม่ยเซียน 'ใจจริงอยากจะบอกให้หย่งเจี้ยนไปส่งด้วยตนเองเพียงคนเดียวก็ดูจะเจาะจงเกินไป ต้องกล่าวเช่นนี้จึงจะดูไม่น่าเกลียด'
หย่งเจี้ยนหรี่ตามองเหม่ยเอ๋อร์อย่างจับผิด 'มิใช่ว่ากงลี่ออกไปส่งนางแล้วหรอกรึ จะใช้รถม้าของสกุลไป่ได้อย่างไร?' หันมองไป่เยว่ชิงก็เห็นนางนั่งก้มหน้าก้มตาตลอดไม่พูดไม่จาหรือนางจะบังคับให้เหม่ยเอ๋อร์ออกหน้าให้นาง ‘หึ!สตรีน่าชัง’
“ไว้พี่จะจัดการให้เ้าเอง” หย่งเจี้ยนรับคำ พลางหันไปมองฝูจินที่เร้นกายหายไปอย่างรู้ใจนายทันที
“มาเ้าค่ะเหม่ยเอ๋อร์รินสุราให้นะเ้าคะ อ้อจริงสิ! เสี่ยวถงเ้าไปหยิบสุราดอกท้อที่ข้าซื้อเมื่อวันก่อนมาสิ"
เสี่ยวถงทำหน้าลำบากใจแต่ก็ไม่ขัดคุณหนู "เ้าค่ะ"
“รสชาติหวานกลมกล่อมทานง่ายมาก เป็สุราสำหรับสตรีคุณหนูไป่อยากชิมหรือไม่??”
เห็นเหล่าองค์ชายมองอยู่ไป่เยว่ชิงจึงมิอาจปฏิเสธได้จึงจำต้องรับคำ
“อืม..ข้าจะลองชิมดู”
"เดี๋ยวนี้เ้าหัดดื่มสุราแล้วรึ" หย่งเซิงกล่าวท้วงแม้จะแปลกใจแต่เมื่อคิดได้ว่าวันนี้คือวันปักปิ่นของนางจึงมิได้ทักท้วงมากนัก
“หัดไว้ไม่เสียหายนี่เ้าคะ” ยืนยันหนักแน่น ‘หากไป่เยว่ชิงโดนยาเข้าไปพี่หย่งเจี้ยนที่อยู่ใกล้นางคงมิวายจะต้องััหรืออุ้มนางใช่หรือไม่น้าาา’ หึหึ
ระหว่างทางเดินกลับศาลาริมน้ำเสี่ยวถงยืนทำหน้ากระวนกระวาย ในมือถือไหสุราเหลียวมองซ้ายขวาไม่เห็นผู้ใดจึงเทผงสีขาวผสมลงไปในไหสุราหนึ่งห่อ จากนั้นก็เดินต่อไปอย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้น บนต้นไม้ใหญ่ กงลี่ที่ออกจากห้องขับถ่ายเห็นเสี่ยวถงทำท่าทางลับๆ ล่อๆ จึงตามมาดู จึงได้เห็นว่าเสี่ยวถงใส่บางอย่างลงในสุรา ‘ผงอะไร"
๑------------------------๑
ก่อนหน้าวันปักปิ่นหนึ่งวัน
“เสี่ยวถง….ถ้าเ้าพึงใจชายหนุ่มคนใดแล้วอยากให้เขาร่วมหอสุขสมหวังกับเ้าในเร็ววัน แต่ตอนนี้เขายังไม่สนใจใยดีเ้าเ้าจะทำเช่นใด??” เสี่ยวถงที่กำลังนั่งปักผ้าเช็ดหน้าก็ตอบออกมาแบบติดตลก โดยไม่คิดอะไรเพราะนึกว่าคุณหนูล้อเล่น
“วางยาเลยสิเ้าคะ พอตื่นมาเจอหน้ากันถึงอย่างไรเขาก็ต้องรับผิดชอบ จัดงานมงคลแน่นอนเ้าค่ะ”
“จริงสิ!!!!!” ะโเสียงดังจนเสี่ยวถงใ
“ไปเรียกอาไช่มาหาข้า เร็วๆ ด้วย” ไม่ถึงหนึ่งเค่อ เสี่ยวถงก็พาอาไช่เข้ามาเหม่ยเซียนเปิดปากถามทันที
“อาไช่ เ้าเป็ชายไปหาซื้อยาที่จะทำให้เ้ารู้สึกอยากหลับนอนกับหญิงสาวมาให้ข้าสักสองห่อสิ”
อาไช่ทำหน้างง ‘ยาที่ทำให้อยากนอนกับหญิงสาว’ 55555 อาไช่หัวเราะออกมาเสียงดัง “ยากำหนัดรึขอรับคุณหนู” 555555
5555555เหม่ยเซียนหัวเราะตาม ‘นี่ชื่อมันเรอะ’ 5555 “ใช่ๆ คงจะเป็ชื่อนั้น เอาสองห่อนะ”
อาไช่รับเงินจากคุณหนูแล้วเดินออกไป
“คุณหนูจะเอาไปให้ผู้ใดกินหรือเ้าคะ??” เสี่ยวถงถามอย่างงงงวย
“ข้าจะให้องค์ชายกินน่ะสิ เผื่อวันงานข้าจะได้ผลักดันให้ไป่เยว่ชิงและตู้ฟางซินสมหวังไงล่ะ” แอบซุบซิบบอกสาวใช้
“มิได้นะเ้าคะ!!!” เสี่ยวถงใอย่างแรง'เหตุใดคุณหนูถึงมิรู้ความเช่นนี้เนี่ย' กล่าวแล้วซุบซิบกลับ “หากถูกจับได้ขึ้นมา ข้อหาวางยาเชื้อพระวงศ์มีโทษปะาเจ็ดชั่วโคตรนะเ้าคะ ตายหมดจวนนะเ้าคะคุณหนู…” ทำสีหน้าแย่มากกลัวผู้ใดจะมาได้ยิน
“ร้ายแรงเช่นนั้นเลยรึ!! ตายแล้ววววว ไปตามอาไช่กลับมาเร้วววว” เสี่ยวถงวิ่งไปอย่างรวดเร็ว
เกือบจะทำสกุลเขาพังพินาศแล้วนะเนี่ย เช่นนั้นต้องคิดใหม่ ‘อืมมมม..ถ้าวางยาองค์ชายไม่ได้ ก็วางคุณหนูพวกนั้นคงจะเข้าท่ากว่า แต่ถ้าเป็ยาปลุกกำหนัด ผู้หญิงมันจะมีท่าทางยังไงนะ เอ..รึว่าจะเอาอย่างอื่นดี แค่พยายามให้องค์ชายแตะต้องเนื้อตัวพวกนางก็คงได้แล้วมั้งเนอะ อย่างน้อยฝ่ายสตรีก็เสียหายแล้วนิหน่า อืมมมม..น่าจะดีกว่า’
“ตามอาไช่ไม่ทันเ้าค่ะ” เสี่ยวถงตอบด้วยเสียงเหนื่อยหอบ
“ไม่เป็ไรแค่เปลี่ยนคนกินแล้วก็ไม่ต้องใส่เยอะ เข้าใจมั้ยเสี่ยวถง”
เสี่ยวถงโอดครวญ ‘ทำไมต้องเป็บ่าวด้วยเ้าคะ’
๑-----------------------๑
ก่อนเสี่ยวถงจะมาถึงศาลา กงลี่ที่ะโมาจากมุมใดไม่ทราบได้รีบเดินเข้ามากระซิบองค์ชายทั้งสองพระองค์เบาๆ ใบหน้าทั้งสองขมวดลงในทันทีแต่เพียงแวบเดียวก็ปรับสีหน้าให้เป็ปรกติ
“สุราดอกท้อมาแล้วเ้าค่ะ” เสี่ยวถงพูดเสียงดัง
“อ่ะ..ข้ารินให้เ้าคุณหนูไป่” ยกถ้วยชามารินจนเต็มแล้วยื่นให้ไป่เยว่ชิง