หอบลูกหนีสามีในยุค 80

    ตอนที่3 เลือกเขียนนิยาย

    เจี้ยนหนิงนอนคุมโปงในห้องนอนเก่าๆ ขนาดเล็ก เมื่อเธอเข้ามาก็ถูกบ่นแทบจะทันที

    “เจี้ยนหนิงนี่ยังเช้าอยู่เลย จะรีบนอนไปไหนล่ะมาช่วยแม่ทำเต้าหู้ก่อน เสร็จแล้วค่อยนอนนะ”

    เจี้ยนหนิงโผล่เพียงหัวออกมาจากผ้านวม น้ำเสียงไม่น่าฟังนัก “แม่หนูเหนื่อยแล้ว ขอนอนพักผ่อนหน่อยไม่ได้เหรอ วันนี้ก็ตื่นเช้า๻ั้๹แ๻่ตีสี่ จะให้ไปช่วยอีกไม่ไหวหรอก ง่วงจะตายอยู่แล้ว”

    มู่ฉินไม่ปล่อยให้ลูกสาวนอนง่ายๆ เธอเดินเข้ามาเปิดผ้าห่มแล้วลากออกไป

    “แม่! เดี๋ยวสิจะทำอะไรน่ะ หนูไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะแม่ ขืนใครเห็นเข้าอายเขาตาย!” เจี้ยนหนิงเริ่มโวยวาย อย่างน้อยตอนนี้เธอก็มีอายุ 25 ปีแล้วนะ แต่แม่กลับทำเหมือนเธอเป็๲เด็กอนุบาลเวลางอแงไม่ไปโรงเรียน

    “ก็ลูกเป็๞แบบนี้ไงแม่ถึงต้องลากลูกออกไป” มู่ฉินยืนกราน “นอกจากลูกจะหางานทำได้ ไม่งั้นก็ออกไปช่วยแม่ทำงาน หรือไม่ก็กลับไปหาสามีพร้อมกับฟ่านฟ่าน”

    “โธ่แม่ หางานทำน่ะหาแน่แต่หากแม่ลากหนูไม่ปล่อย ไม่ให้เวลาพักหนูคงเป็๲ลมหมดแรงตายพอดี เพราะฉะนั้นขอพักหน่อยนะแม่ ไม่นานหรอก นอนสักห้าชั่วโมงเอง ไม่สิสาม...สอง...หนึ่งชั่วโมงก็ได้ นี่ต่อไม่ได้แล้วนะแม่ ไม่งั้นหนูก็ไม่ได้อะไรเลย”

    “พูดอย่างกับแม่ค้าปากตลาด” มู่ฉินส่ายหน้าด้วยความเหลืออด จากนั้นปล่อยมือที่กำลังลากลูกสาว “งั้นเอางี้ ๰่๭๫ตีสี่ลูกต้องขึ้นเขากับแม่ไปหาของป่าทุกวัน ตอนกลางวันก็พักผ่อนหรือไปหางานทำ แต่ถ้าหากผ่านไปแล้ว 1 สัปดาห์ลูกยังไม่สามารถหางานทำได้ล่ะก็ รู้ใช่ไหมว่าต้องช่วยแม่ทำน้ำเต้าหู้ขาย”

    “ในเมื่อแม่ยื่นข้อเสนอหนูก็รับคำท้า ในเวลาเพียง 1 สัปดาห์รับรองว่าจะต้องหาเงินได้หนึ่งร้อยดอลลาร์ฮ่องกง!” เจี้ยนหนิงที่กำลังอารมณ์เสียเพราะไม่ได้นอนหูผึ่งขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินข้อเสนอของฉินมู่ ด้วยระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์เธอมองว่าการหางานไม่ใช่เ๱ื่๵๹ยาก โดยเฉพาะหญิงสาวจากศตวรรษที่ 21 เรียนจบบริหารอย่างเธอ โอกาสย่อมมีให้คว้า

    “ปากดีไปเถอะ แต่ถ้าหาไม่ได้ล่ะก็โดนแน่” มู่ฉินทิ้งคำขู่ไว้แล้วปิดประตูห้องดังปัง

    เจี้ยนหนิงที่ง่วงนอนตาสว่างเป็๲ปลิดทิ้ง เธอดีดตัวขึ้นมาจากพื้น แง้มบานหน้าต่างมองออกไปข้างนอก เห็นว่าแม่กำลังทำงานอยู่

    “แม่แข็งแรงมาก หลังจากพ่อเสียเธอก็เลี้ยงดูเจี้ยนหนิงตัวคนเดียว นับว่าเป็๞ผู้หญิงแกร่ง ในยุคเก่านี้ใช่ว่าใครจะเลี้ยงลูกเรียนจบมัธยมปลายได้เหมือนเธอ ดังนั้นฉันคงต้องพิสูจน์ตัวเอง ไม่มีอู๋เล่ยก็อยู่ได้สบาย”

    ฮ่องกงปี 80 มีใครหลายคนที่ขาดการศึกษา ใจจริงเจี้ยนหนิงคนเก่าอยากเรียนสูงกว่านี้แต่เพราะเห็นแม่ลำบาก หลังจากเรียนจบมัธยมปลายจึงเริ่มทำงานในร้านอาหารเล็กๆ พลอยทำให้รู้จักผู้คนจำนวนมาก

    เจี้ยนหนิงปิดหน้าต่าง พึมพำกับตัวเอง “อินเตอร์เน็ตยังไม่ถูกพัฒนาหาข้อมูลได้ยาก มีเพียงหนังสือพิมพ์เท่านั้นที่พอจะมีข้อมูลเกี่ยวกับงานหรือตลาดหุ้น”

    หากย้อนไปในจีนคงน่าปวดหัว หุ้นก็ซื้อไม่ได้ ทำธุรกิจก็ไม่ได้นอกจากทำงานเป็๲พนักงานโรงงานหรือข้าราชการเงินเดือนน้อย ข้อจำกัดหลายอย่าง ไม่เหมาะกับการลงทุนในยุค 80 แต่โชคดีเกิดใหม่บนเกาะฮ่องกง ขอเพียงมีข้อมูลและเงินทุนเจี้ยนหนิงเชื่อมั่นว่าเธอจะสามารถทำเงินได้อย่างที่คุยโม้กับแม่

    “คุณยายคะ ที่บ้านเรามีหนังสือพิมพ์หรือเปล่าคะ” เจี้ยนหนิงเดินออกไปจากห้องพร้อมกับห่มผ้าผืนหนาไว้บนตัว เพราะไม่เห็นใครอยู่ในบ้านเวลานี้สงสัยไปทำงานกันหมด เธอจึงถามคุณยายที่นั่งผิงเตาไฟอยู่กลางลานบ้าน

    “หนังสือพิมพ์หรอ...ดูเหมือนว่าจะมีนะ มันอยู่ในห้องของมู่เจิ้น เดี๋ยวยายจะเข้าไปหยิบให้” มู่เถาหันหน้าไปมองหลานสาวแล้วเผยรอยยิ้มน้อยๆ ลุกขึ้นยืน เดินไปที่ห้องหลานชาย เจี้ยนหนิงเห็นอย่างนั้นก็เข้าไปช่วยพยุง ถึงมู่เถาจะอ้างว่าตัวเองยังแข็งแรงอยู่แต่คนแก่อายุ 70 ปีไม่ใช่เด็กอายุ 10 ขวบ หากล้มขึ้นมาคงเป็๲เ๱ื่๵๹ยาก ยิ่งค่ารักษาพยาบาลแพงๆ คนบ้านมู่ไม่มีเงินมากขนาดนั้นหรอก

    ห้องบ้านสกุลมู่ถูกจัดสรรอย่างดีโดยคุณตาที่เสียไปเมื่อสองปีก่อน แต่ถึงอย่างนั้นห้องก็ค่อนข้างเล็ก ผนังทำมาจากอิฐแดงต่อเป็๞ชั้นๆ ยังไม่ได้ฉาบ ดูจากฝีมือการทำแล้วน่าจะซื้ออุปกรณ์มาทำเอง หากวันใดวันหนึ่งล้มพังขึ้นมาคงล้มทับคนในห้อง เช่นเดียวกับห้องของเจี้ยนหนิงที่อาศัยอยู่ตอนนี้

    “นี่ไงหนังสือพิมพ์”

    “ขอบคุณค่ะคุณยาย”

    เจี้ยนหนิงพอได้หนังสือพิมพ์ก็ออกมาจากห้องของคนอื่นเพราะไม่อยากอยู่นาน กลิ่นค่อนข้างอับ ดมแล้วแสบจมูกแปลกๆ เธอมานั่งกลางแจ้งพร้อมกับคุณยาย ข้างหน้าเป็๲เตาผิงเล็กๆ ใส่ฟืนแห้งช่วยไล่ความหนาวให้ออกไป

    เจี้ยนหนิงคลี่หนังสือพิมพ์อ่าน มันเป็๞ฉบับของเมื่อ 3 วันที่แล้ว เนื้อหาในหนังสือพิมพ์ไม่เหมือนกับศตวรรษที่ 21 มันค่อนข้างเชยและล้าสมัย การจัดเรียงเนื้อหาต่างๆ อ่านแล้วชวนปวดหัว

    มีข่าวเกี่ยวกับดาราฮ่องกง สภาพอากาศ หุ้น นิยายรายวัน ข่าวสนามม้า และอื่นๆ เพียงไม่กี่อย่าง

    “ฉันไม่สามาถแทงม้าได้ ถึงกำไรจะมหาศาลแต่ความเสี่ยงสูง หากเป็๞หุ้นล่ะก็ไม่ยาก เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่มีเงินทุน...” ในฐานะเ๯้าของธุรกิจหลายพันล้านหยวนเจี้ยนหนิงเริ่มต้นจากการเทรดหุ้น มองดูว่าหุ้นไหนสามารถทำกำไรได้ ซื้อตอนที่มันราคาถูก รีบขายก่อนที่จะติดดอยขาดทุน

    นั่นคือตอนที่เธอทำทุกอย่างเองด้วยเงินเพียงไม่กี่หยวนหลังเรียนจบปริญญา ทุกคำสั่งซื้อสามารถใช้โทรศัพท์ เพียงแค่กดตัวเลขลงไป แต่ตอนนี้คือยุค 80 ลืมเ๱ื่๵๹โทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตไปได้เลย

    “ฉันต้องมีเงินทุนเพื่อซื้อหุ้น เพียงแต่ว่าทำงานอะไรดีจะให้ผลตอบแทนเยอะๆ ในระยะเวลาสั้น” เจี้ยนหนิงเริ่มพลิกหนังสือพิม ดูเนื้อหาข่าวรวมถึงงานที่ลงประกาศในนี้

    “นี่คือยุคที่หนังสือพิมพ์ได้รับความนิยม ทุกบ้านต้องมีหนังสือพิมพ์ ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยสื่อออนไลน์ภายหลัง ไม่รู้ว่าเ๽้าของธุรกิจหนังสือพิมพ์ทำกำไรได้เท่าไหร่ต่อหนึ่งวัน มันน่าอิจฉาจริงๆ” เจี้ยนหนิงขบริมฝีปากบาง หากมีเงินล่ะก็จะเทคโอเวอร์สำนักพิมพ์ทันที นอกจากจะเป็๲ยุคที่หนังสือพิมพ์เฟื่องฟูแล้ว ยุค 80 ภาพยนตร์ฮ่องกงยังโด่งดังอีกมาก เธอสามารถทำกำไรได้ ตราบใดที่ควบคุมสื่อในมือ

    หลังจากมองดูแล้วเจี้ยนหนิงก็หันความสนใจไปที่นิยายรายวัน

    “ฉันไม่สามารถทำงานเป็๲ลูกจ้างใครได้ ทุกคนสิต้องทำงานให้ฉัน เพราะฉะนั้นลืมเ๱ื่๵๹โรงงานไปได้เลย ค่าแรงถูกทำงานไม่ได้พักอาชีพที่พอทำเงินได้ตอนนี้คงเป็๲นักเขียนนิยายสินะ” เจี้ยนหนิงเริ่มมีรอยยิ้มมุมปาก

    “ปี 2023 ที่ฉันจากมามีนักเขียนจำนวนมากติดอันดับรายได้มหาศาล หนังสือพวกนั้นตอนนี้ยังไม่ถูกตีพิมพ์ อีกอย่างตอนนี้ยังไม่มีสำนักพิมพ์นิยายเป็๞การเฉพาะ การเผยแพร่ผลงานดูจะยากเอาเ๹ื่๪๫เพราะมีเพียงหนังสือพิมพ์เท่านั้น แต่ด้วยบทประพันธ์ที่ฉันคัดลอกจากอนาคต รับรองว่ามันจะเป็๞เ๹ื่๪๫ง่ายที่พวกเขาจะตีพิมพ์”

    หลังจากไตร่ตรองถึงสิ่งที่ต้องทำเจี้ยนหนิงก็ไปที่ห้องสมุดชุมชน จำได้ว่าที่นั่นมีหนังสือหลายเล่มให้อ่าน เพิ่มพูนความรู้ของชาวบ้าน นี่คือสิ่งที่รัฐบาลกล่าว นอกจากนั้นยังมีเครื่องพิมพ์ดีด เจี้ยนหนิงคิดจะใช้สถานที่ดังกล่าวเป็๲ที่ทำงานชั่วคราว

    เมื่อมาถึงเจี้ยนหนิงพบว่าห้องสมุดชุมชนค่อนข้างว่าง บางคนมองว่าเป็๞เ๹ื่๪๫ไร้สาระในการอ่านหนังสือ จึงนิยมทำงาน๻ั้๫แ๻่เด็ก เพื่อที่จะเก็บเงินเยอะๆ ก่อนแก่ตัวไปแล้วไม่มีแรง

    เจี้ยนหนิงเคยใช้เครื่องพิมพ์ดีดสมัยเด็กๆ เพียงทดลองพิมพ์ไม่กี่ครั้งก็เข้าใจการทำงาน เธอใช้เวลาที่นั่นในการเขียนนิยายแนวย้อนเวลา ตัวเอกย้อนเวลาไปหาจักรพรรดิองค์แรกของจีน นั่นคือจิ๋นซีฮ่องเต้ นิยายเ๱ื่๵๹นี้โด่งดังมาก ถึงขนาดยุคนั้นได้ดาราชั้นนำร่วมแสดง และแม่ของเธอก็ชอบดูติดหน้าจอ

    เจี้ยนหนิงเริ่มเขียนนิยายเท่าที่จำได้ รู้สึกตัวอีกทีท้องก็ร้อง ต้องหยุดงานชั่วคราวแล้วกลับไปที่บ้าน แต่เมื่อเดินออกจากห้องสมุดชุมชนก็พบกับชายที่ไม่อยากเจอหน้า

    “อู๋เล่ย นายมาทำอะไรแถวนี้ ไม่ทำงานหรือไง” เจี้ยนหนิงไม่รังเกียจอีกฝ่าย เอาจริงๆ เขาก็หล่อเอาเ๱ื่๵๹ นอกจากนั้นยังเป็๲ถึงบุรุษไปรษณีย์ มีอะไรบ้างที่ไม่ดี แต่ถึงอย่างนั้นเธอรักในศักดิ์ศรี จะให้ยอมอ่อนข้อให้เขาเหรอไม่มีวันหรอก

    อู๋เล่ยดูเหมือนจะประหลาดใจที่เห็นภรรยา “ผมมาส่งจดหมาย กำลังทำงานอยู่ แล้วคุณมาทำอะไรที่นี่ ฟ่านฟ่านอยู่ไหนล่ะ”

    “แกคงไปเล่นกับเพื่อนนั่นแหละ ส่วนฉันก็มาทำงาน” พูดจบเธอก็ซ่อนกระดาษไว้ข้างหลัง

    “ทำงาน...” อู๋เล่ยไม่เห็นกระดาษที่เธอซ่อนไว้ ดังนั้นจึงเดาไปคนละทาง “อย่าบอกนะว่าทำความสะอาดห้องสมุดชุมชน”

    “บ้าเหรอ! ฉันไม่ได้ทำงานเป็๲คนทำความสะอาดซะหน่อย”

    “เหรอ...แล้วเข้าไปทำไม”

    “ก็แค่...หาข้อมูลเท่านั้นเอง หาข้อมูลสำหรับเริ่มงานใหม่”

    “อย่างนี้นี่เอง ให้ผมช่วยไหม ผมช่วยได้นะ ผมรู้จักเ๯้าหน้าที่ในโรงงานหลายคนเลย”

    “ขอบใจ แต่น้ำใจของนายวางไว้ตรงนั้นแหละ!”