“เช่นนั้น..อยากไปหาบิดาหรือไม่?”
คำถามนั้นทำให้เจียวหนิงอันตื่นเต้นมาก ‘นางอยากไป’ แต่ติดที่ว่ามิมีผู้นำทางและมิมีผู้ที่จะพานางไป หากจะให้รบกวนท่านยายที่เดินทางช่วยผู้คนต่างแคว้นบ่อยๆ นางก็รู้สึกว่ามันไม่ถูกต้องเพราะท่านพ่อเคยกล่าวไว้แล้วว่าจะลาสิขาออกมาเมื่อส่งบุญได้เท่ากับอายุของท่านแม่นั่นก็คือยี่สิบเจ็ดปีในวันเกิดของนาง ที่ผ่านมานางจึงทำได้แค่รอและตั้งใจอยู่ทำสมาธิอยู่ที่นี่ ต่างจากครั้งนี้ที่มีองค์ชายมาเสนอตัว..ไปส่ง
“ถ้าอยากไปข้าจะพาไป” แกร่ก!! วางถาดลงและเริ่มล้างมันด้วยตนเองราวกับมันคือสิ่งที่องค์ชายเช่นเขากระทำมันจนชิน
“_”
เ้าหยางหลงหันหน้ากลับมา “คิดดูเถอะ..อย่างไรข้าก็ว่างอยู่แล้วจะช่วยไปส่งหนิงอันทดแทนกับอาหารทุกมื้อจะเป็อะไรไป” ยามนี้บุรุษเช่นเขาเริ่มสงสารนางที่พลัดพรากจากบิดาอีกทั้งมารดาก็สิ้นชีพ ชีวิตของนางช่างแตกต่างจากเขาที่มีทุกสิ่งทุกอย่างยิ่งนัก ‘นางทนมันมาได้อย่างไร' ทั้งๆที่ตาบอด
ใบหน้างงเล็กน้อย “ทุกมื้อรึ” แล้วเขาจะอยู่นานเท่าใดกันเล่า
“ทุกมื้อที่อยู่ด้วยกันที่นี่และตอนนี้ข้าชอบข้าวผัดหมู” แก้มบุรุษแดงเล็กน้อยและเ้าหยางหลงมั่นใจว่าหนิงอันไม่เห็นแน่ๆ “ยามอิ่วก็ยังอยากกินอีก..ได้หรือไม่?”
“ก็ได้”
ไร้คำพูดจาจากคนสองคนและต่างคนต่างหันหน้าหนีไปคนละทางราวกับเขินอาย ความเงียบปกคลุมราวหนึ่งจิบชา
“คุณชายขอรับ” ฟงอีเดินเข้ามาใกล้หน้าต่างขับบรรยากาศแปลกๆออกไป “กระท่อมเสร็จแล้วขอรับ”
“อะ..อืม” ขาแกร่งเดินผ่านสตรีตาบอดออกไป
“โอ๊ะ!” ตุ่บ! เสียงสตรีตาบอดดังขึ้นด้านหลังพร้อมกับเสียงล้มลงกับพื้น
เ้าหยางหลงรีบหันไปมองทันทีพร้อมกับรีบเดินไปพยุงนางขึ้นมา “เหตุใดไม่ระวังเล่า” จับแขนเล็กบอบบางแน่น
“ระวังอย่างไรก็ข้าตาบอด” จริงๆแล้วนางก้าวพลาดเพราะเผลอมองตามเขาต่างหากเล่า
“มานี่มา” พากันมานั่งตรงโต๊ะน้ำชา “เจ็บที่ใดหรือไม่?” จับมือเล็กบางพลิกซ้ายขวาหารอยแผลและพบเข้ากับรอยถลอกตรงฝ่ามือด้านขวา “นี่ไงล่ะ”
“มิได้เจ็บมากมาย” นางชักมือกลับ “เ้าจะไปดูกระท่อมมิใช่เหรอ ไปเถิดเดี๋ยวข้าจะกลับเข้าห้องไปพักผ่อนแล้วขอบคุณที่ช่วยเหลือ”
เ้าหยางหลงรู้ว่านางพยายามเว้นระยะห่างออกไปแต่คนเช่นเขากลับอยากจะไล่ตามนาง มือแกร่งล้วงเข้าไปในอกเสื้อหยิบตลับยามาวางไว้บนโต๊ะ “ล้างมือแล้วทายาเสียข้าไปก่อนล่ะ”
“ขอบคุณ” ผงกหัวหนึ่งครั้งรอจนบุรุษตรงหน้าลุกออกไปนางจึงเก็บตลับยาและค่อยๆเดินเข้าไปในกระท่อม
กระจกเงาสะท้อนภาพเด็กสาวดวงตาสีเขียวมรกตสวยสดงดงาม แม้เจียวหนิงอันจะอายุย่างเข้ายี่สิบเจ็ดปีแต่สภาพร่างกายกลับกระชับราวกับเด็กสาวอายุเพียงสิบสี่ปีเท่านั้น ผลพลอยได้จากการทำสมาธิและทำโยคะบริหารร่างกายทุกวันจึงทำให้รูปร่างนางงดงามเช่นนี้
ใบหน้าโดดเด่นที่ผ่านพ้นวัยปักปิ่นมานานลอบถอนหายใจ นางมิรู้จะรับมือกับบุรุษอ่อนวัยสูงศักดิ์ผู้นี้อย่างไรดี แทนที่เมื่อกี้หากนางไม่คิดฟุ้งซ่าน นางน่าจะสอบถามเขาเื่การสร้างกระท่อมให้มันจบๆไปแท้ๆ แต่นางก็ลืม มองกระจกไปใจก็หวนคิดไปถึงชาติเดิมที่เป็ดาราสาวลูกครึ่งสุดสวยก็มัวแต่ทำงานเพราะต้องเลี้ยงตัวเอง นางไม่เคยมีคนรัก แม้จะมีบ้างที่มีคนเข้ามาจีบ ‘แต่ช่างเถอะ’ จะคิดเื่คนรักในชาติที่แล้วให้มันได้อะไรขึ้นมาในเมื่อชาตินี้มันก็ไม่มีทางเป็ไปได้ องค์ชายผู้นี้้าเพียงตรวจดูดวงชะตาและจับผิดนาง หาได้มีสิ่งใดมากไปกว่านั้น ขาเรียวเดินขึ้นไปนั่งสมาธิบนเตียงนอนพยายามข่มใจให้นิ่งเหมือนที่เคยกระทำมานานนับสิบปีทั้งๆที่ยังมีภาพใบหน้า ‘เ้าหยางหลง’ วนอยู่ในสำนึก แค่วนแต่กลับมองไม่เห็นภาพทุก่เวลาของเขาเลย..แปลกจริง
๑------------------------๑
ยามอิ่ว(18.00)
ตรงหน้าของเ้าหยางหลงคือข้าวผัดหมูหอมกรุ่นหนึ่งโถใหญ่มีเสี่ยวหวงกวา(แตงกวา)ปอกเปลือกหั่นเป็ชิ้นวางอยู่ข้างๆ เขาไม่รู้ว่านางตาบอดแล้วทำทุกอย่างออกมาได้อย่างไร...นั่นคือเื่ที่น่าสนใจและสงสัยจริงๆ นั่นล่ะ
“วันหน้าข้าต้องเข้าไปดูหนิงอันทำอาหารบ้างแล้ว”
“_” เงียบ
“เงียบเช่นนี้แสดงว่ามิขัดข้อง”
“ตามแต่ใจองค์ชายเถิดเพคะ” เริ่มโมโหกับการชอบจับผิดของอีกฝ่ายหากอยากรู้นักว่านางตาบอดจริงหรือหลอกลวงก็เป็เื่ของเขาเถิด ความจริงนางมิได้อยากจะโกหกผู้ใดแต่เพราะดวงตาของนางมีสีเขียวมรกตแปลกตา บางคนก็หาว่านางเป็ปีศาจอีกทั้งเมื่อสมัยก่อนนางยามนางยังเยาว์นางมิสามารถมองหน้าผู้ใดได้เพราะเคราะห์กรรมของคนผู้นั้นต่างถาโถมเข้ามาหานางจนปวดศรีษะและเกือบสิ้นชีพมาแล้วหลายครั้ง แม้วันนี้กับอดีตนั้นต่างกันแต่นางยังคงไม่ถอดผ้าขาวออกเพราะรำคาญกับคำถาม
“_” เ้าหยางหลงรู้ว่านางเริ่มจะโกรธแล้วจึงเงียบลง
ทั้งคู่ต่างรับสำรับกันโดยไร้คำพูดจาแม้หยางหลงจะใช้ตะเกียบคีบอาหารเข้าปากแต่ดวงตากลับมองสตรีตรงหน้าตลอด ผ่านไปร่วมสองเค่อการรับสำรับร่วมกันก็จบลงและเป็หยางหลงที่อาสายกถาดอาหารไปล้างเช่นเคย
เจียวหนิงอันยืนก่อไฟตรงเตาถ่านโดยมีเ้าหยางหลงยืนมองอยู่พร้อมกับทำตาโตกับความสามารถของนาง ถ้านางตาบอดจริงแล้วทำได้เช่นนี้แสดงว่านางเป็สตรีตาบอดที่เก่งที่สุดในยุทธภพแน่ๆ
“ข้าจะลองใช้ผ้าปิดตาแล้วทำอย่างหนิงอันบ้างจะได้หรือไม่นะ” ผู้ที่จะกระทำเช่นนี้ได้ต้องใช้สัญชาตญาณ เปิดประสาทรับฟังทางหู จดจำสิ่งของภายในห้องนี้ให้ได้ว่าสิ่งใดอยู่ตรงไหน “ที่หนิงอันจดจำทุกสิ่งได้คงเป็เพราะหนิงอันอยู่กระท่อมนี้มาั้แ่เยาว์วัยใช่หรือไม่?”