EP : 49 ฝัน
“กรี้ด!”
ตู้ม!!
ซีเหลียนฮวาหันไปมองก็เห็นว่าลูฟานนั้นเองที่ผลักตกจากเรือโดยที่เป่าเปยเป็นคนใช้ธาตุลมของตัวพัดให้ลูฟานตกเรือ นักท่องเที่ยวบางคนก็ยืนดูบางก็กระโดดลงไปช่วยแต่ก็ช่วยไม่ได้เพราะถูกกระแสน้ำพัดไปไกลจากจุดที่ล่องเรืออยู่
“เกิดอะไรขึ้นกันทั้งที่ก่อนหน้านี้สายน้ำยังนิ่งอยู่เลยแต่พอหญิงสาวคนนั้นตกลงไปกระแสน้ำถึงได้เกรี้ยวกราดแบบนี้” ชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้นและทุกคนก็เห็นตัวขอ'เจ้าของเรือออกมาดูพร้อมกับให้ลูกน้องของตัวเองไปตามหาหญิงสาวที่ตกน้ำ เพราะไม่อยากเสียชื่อในการให้บริการลูกค้า
“กลับกันเถอะเจ้าค่ะ” ซีเหลียนฮวาเอ่ยบอกจากนั้นทั้งหมดก็พากันลงจากเรือแล้วตรงกลับไปที่พักทันที
“เจ้าอยากไปเที่ยวที่ไหนอีกหรือไม่” ซิวเหวยหลงถามเมื่อตอนนี้เขากับซีเหลียนฮวาจนจะรอบเมืองอยู่แล้ว
“ไม่แล้วเจ้าค่ะ” ซีเหลียนฮวาร้องบอกเสียงแผ่วเพราะเธอเที่ยวตั้งแต่เช้าตรู่จนตอนนี้เย็นแล้วข้าวของต่างๆ เธอก็ได้สมใจอยากแล้ว อีกทั้งพรุ่งนี้ต้องเดินทางแต่เช้าด้วยเลยอยากไปนอนพักเร็วๆ
“อืม” ซิวเหวยหลงครางพลางมองซีเหลียนฮวาวูบหนึ่งก่อนจะแอบยิ้มในใจจากนั้นทั้งหมดก็พาเดินกลับที่พัก
“อื้อ ซิวเหวยหลงข้าขออาบน้ำก่อน” ทันทีที่เดินเข้าห้องมาเธอก็ถูกซิวเหวยหลงจู่โจมทันที จนต้องร้องบอกอีกคนที่จู่โจมเธอไม่เลิก เพราะตอนนี้ชุดของเธอมันหลุดออกไปหมดแล้ว มือเร็วชะมัด
“งั้นไปอาบน้ำด้วยกัน” ซิวเหวยหลงบอกพลางอุ้มซีเหลียนฮวาเข้าไปในห้องน้ำทันทีกว่าจะออกจากห้องน้ำมาได้ก็ใช้เวลานาน ตอนนี้ซีเหลียนฮวาถูกซิวเหวยหลงอุ้มออกจากห้องน้ำด้วยสีหน้าอ่อนเพลีย
“ข้าขออีกนิด” ซิวเหวยหลงกระซิบบอกคนตัวเล็กที่นอนหมดแรงอยู่ในอ้อมกอดของเขา
“ขอพักก่อน” ซีเหลียนฮวาพยายามเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแหบแห่งเนื่องจากใช้เสียงเยอะไปหน่อยในตอนอาบน้ำ
“ไม่” ซิวเหวยหลงตอบพลางวางร่างบางลงกับเตียงจากนั้นฝากฝังตัวเขาเข้าไปในตัวของซีเหลียนฮวาทันที
“อื้อ” ซีเหลียนฮวาไม่มีแรงแม้จะทักท้วงซิวเหวยหลงแม้แต่น้อยได้แต่ส่งเสียงเบาๆ กับสัมผัสวูบวาบที่เกิดจากซิวเหวยหลงเป็นผู้กระทำ
“ลั่วเฟย ตื่นเถิด”
ร่างบางที่นอนหลับอยู่ก็สะดุ้งตัวทันทีเมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่อเก่าของตัว เป็นไปไม่ได้ที่จะมีคนรู้จักชื่อนี้ของเธอ เพราะเธอไม่เคยบอกใครมาก่อน
“รู้สิเพราะข้าเป็นคนทำให้เจ้ามาอยู่ในร่างของข้า”
ทันทีที่ได้ยินแบบนั้นเธอก็ลืมตาขึ้นมาทันที ก่อนจะเปิดตากว้างเมื่อเห็นหญิงสาวคนหนึ่งที่ตอนนี้เธอกำลังอาศัยอยู่ในร่างของหญิงสาวคนนั้นอยู่
“ซีเหลยนฮวา เจ้าจะมาท้วงร่างคืนหรือ” เธอร้องถามเพราะมีความเป็นไปได้ที่อีกฝ่ายจะมาท้วงร่างคืนจากเธอ นั้นเป็นเพราะอีกฝ่ายมาหาเธอยังไงละ
“เปล่า ข้าไม่ได้จะมาท้วงร่างคืน อีกอย่างข้าไม่คิดจะกลับไปหรอกอยู่กับสามีของข้าก็ดีอยู่แล้ว อีกอย่างฝากดูแลเหวยหลงด้วย” หญิงสาวคนนั้นเอ่ยบอกช้าๆ พร้อมกับยิ้มนิดๆ ก่อนจะมีร่างคนอีกคนที่ปรากฏตัวอยู่ข้างกายของหญิงสาว และใบหน้าของชายคนนั้นมันช่างดูคุ้นๆ ยังไงไม่รู้
“ไม่แปลกที่เจ้าจะคิดเช่นนั้นเพราะนี้คือพ่อของเหวยหลง ส่วนข้าคือแม่ของเขา”
เดี๋ยวนะๆ ยิ่งหญิงสาวตรงหน้าพูดมากเท่าไรเธอก็ยิ่งงง เพราะเธอนั้นจำได้ว่าฮ่องเต้องค์ก่อนไม่ได้มีหน้าตาแบบนี้และอีกอย่างแม่ของซิวเหวยหลงไม่ได้หน้าตาแบบนี้เสียหน่อย ที่มันหน้าของซีเหลียนฮวาชัดๆ จะไปเป็นแม่ของซิวเหวยหลงได้ยังไง
“อ่า ข้าลืมต้องขอโทษเจ้าด้วย” หญิงสาวร้องขึ้นเมื่อรับรู้ความคิดของอีกฝ่าย ก่อนจะเอ่ยขึ้นจากนั้นก็เปลี่ยนรูปร่างใหม่
“เจ้าคงสงสัยสินะ อันที่จริงแล้วข้าหนีสามีข้าลงไปเกิดเป็นเพื่อนลูกชายของข้าซึ่งก็คือซิวเหวยหลงนั่นแหละ แต่พอข้ากับลูกชายแต่งงานกันสามีจอมขี้หวงของฉันก็เลยดึงวิญญาณของข้ากลับมา พอข้าตายแล้วก็เลยนึกสงสารลูกชายตัวเองก็เลยต้องหาดวงวิญญาณมาแทนข้าซึ่งก็คือเจ้าที่ผ่านกฎทุกข้อของข้า” หญิงสาวเอ่ยบอกอย่างภาคภูมิใจที่ได้เล่าเรื่องราวพวกนี้ให้อีกคนฟัง
ลั่วเฟยที่ได้ยินแบบนั้นก็พยายามเรียบเรียงทุกคำพูดของอีกฝ่ายถึงแม้จะมีบางอย่างที่สงสัยอยู่บ้างว่าสองคนนี้เป็นใครกันแน่เป็นเทพก็ไม่น่าจะเป็นไม่ได้เพราะมันเป็นอะไรที่เชื่อได้ยาก
“นั่นแหละคือพวกเรา” หญิงสาวเอ่ยบอกยิ้มๆ เมื่อรับรู้ความคิดของอีกฝ่าย
“เอ่อ แหะๆ” ลั่วเฟยได้แต่หัวเราะแห้งๆ ลืมไปเลยหญิงสาวคนนี้อ่านความคิดของเธอได้
“แล้ว…” เธอไม่รู้ว่าควรจะถามคนตรงหน้าดีหรือเปล่า
“เจ้ากำลังกังวลว่าถ้าหากเหวยหลงรู้ความจริงแล้วจะรับเจ้าไม่ได้ใช่หรือไม่” หญิงสาวเอ่ยถามพลางยิ้มอ่อนโยนเมื่อมองหญิงสาวตรงหน้าของนาง
“เจ้าค่ะ” เธอยอมรับตรงๆ เรื่องนี้ทำให้เธอคิดมากจริงๆ ยิ่งถ้าหากว่าเธอเกิดมีลูกกับซิวเหวยหลงแล้วเขามารู้เรื่องทีหลังอาจจะยอมรับไม่ได้ก็ได้
“ทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี คิดถึงตอนที่อยู่ด้วยกันมากๆ สิ” หญิงสาวเอ่ยบอกอย่างอ่อนโยนระคนเอ็นดูคนตรงหน้า
“ขอบคุณเจ้าค่ะ” เธอกล่าวเบาๆ แม้จะทำหน้าคิดหนักอยู่ก็ตาม
“เอาล่ะ ถึงเวลาที่เจ้าต้องไปแล้ว”
พรึบ!
หญิงสาวเอ่ยบอกและนั้นเป็นเสียงสุดท้ายที่ลั่วเฟยได้ยิน และเธอลืมถามชื่อทั้งสองไปเลย