สิ่งที่เกิดขึ้นสร้างความตื่นตระหนกให้กับตงชิงและพวกหัวหน้าโจรที่เหลือเป็อย่างมาก
เพราะพวกเขารู้ดี ผู้ฝึกตนในระดับหลอมกายาไม่สามารถปลดปล่อยปราณเซียนที่โคจรอยู่ภายในร่างกายออกมาได้
การจะทำเช่นนั้นได้ จำเป็ต้องมีระดับพลังั้แ่ขั้นทะเลิญญาขึ้นไป
ในระดับนี้ ผู้บำเพ็ญเพียรจะสามารถดึงปราณเซียนจากภายในร่างกาย ปลดปล่อยอานุภาพของทักษะวิชาออกมาได้อย่างสมบูรณ์ พวกเขาจะสามารถสรรสร้างพลังและควบแน่นมันจนสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
นี่คือเส้นทางแห่งจุดเริ่มต้นของความแข็งแกร่งที่แท้จริง
ที่สำคัญ อานุภาพของวิชาที่ปลดปล่อยออกไปนั้น จะแตกต่างจากระดับหลอมกายาไปหลายสิบเท่า
มันคือพลังวิเศษที่สามารถพลิกหลักของความเป็จริง เปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ของการต่อสู้ให้แตกต่างออกไปได้โดยสิ้นเชิง
และยิ่งผู้บำเพ็ญเพียรมีระดับสูงมากขึ้นเท่าไร ปราณเซียนที่ถูกควบแน่นออกมาก็จะยิ่งร้ายกาจและทรงอานุภาพมากขึ้นตามไปด้วย
ทว่าสิ่งที่ทำให้ตงชิงและเหล่าหัวหน้าหวาดหวั่นมิใช่แค่เื่นี้
ในกรณีของเทียนจุน ชายหนุ่มที่ปรากฏตัวออกมาพร้อมกับพลังอันมหาศาลนั้นแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
แม้ว่าระดับพลังของเขาจะอยู่เพียงแค่หลอมกายาขั้นสี่เท่านั้น
แต่ด้วยคัมภีร์อรหันต์ อันเป็วิชาบ่มเพาะสายพุทธะที่แข็งแกร่งที่สุด มันได้แปรเปลี่ยนปราณเซียนในร่างกาย ให้กลายเป็ปราณเซียนพุทธะที่หนักแน่นและบริสุทธิ์
ด้วยพลังของคัมภีร์อรหันต์ เทียนจุนจึงสามารถปลดปล่อยปราณเซียนออกจากร่างกาย สำแดงทักษะวิชาต่างๆได้อย่างอิสระ
แตกต่างไปจากผู้บำเพ็ญเพียรทั่วไปโดยสิ้นเชิง
เพราะปราณเซียนพุทธะนั้น เปรียบได้เป็พลังที่ได้รับการขัดเกลาโดยสมบูรณ์ มันมั่นคง หนักแน่น และเปี่ยมไปด้วยพลังอันลึกล้ำ
สิ่งนี้คือเหตุผลที่แม้ว่าชายหนุ่มจะยังอยู่ในระดับหลอมกายา แต่กลับสามารถใช้พลังได้ทัดเทียมกับผู้บำเพ็ญเพียรในระดับที่สูงกว่า
“นี่มันเป็ไปไม่ได้!”
ตงชิงกัดฟันแน่น ดวงตาของเขาฉายแววตกตะลึงปะปนไปกับความหวาดกลัว
ชายหนุ่มตรงหน้ามิใช่คนธรรมดา ไม่ใช่ผู้ฝึกตนทั่วไป แต่เป็ปีศาจในร่างของผู้บำเพ็ญเพียรโดยแท้
“เ้าเป็ใครกันแน่!?”
ตงชิงคำรามเสียงดัง ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อเย็นเยียบที่ไหลซึมออกมาจากแผ่นหลังโดยไม่รู้ตัว
เทียนจุนเพียงยิ้มบางๆ ก่อนจะพนมมือขึ้นตรงหน้า ดวงตาของเขาสงบนิ่ง ราวกับสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวมิใช่เื่ใหญ่โตอันใด
“ข้าคือผู้ที่เดินบนเส้นทางแห่งพุทธะ ผู้ที่ขจัดความชั่วร้ายให้หมดสิ้นไปจากโลกนี้”
น้ำเสียงของเขาราบเรียบ ทว่ากลับแฝงไปด้วยพลังอันน่าเกรงขาม
“และวันนี้ถึงเวลาแล้วที่พวกเ้าจะต้องชดใช้กรรมที่ก่อไว้!”
คำพูดของเขาเป็ดั่งเสียงปะาที่ดังขึ้นกลางสนามรบ ใบหน้าของตงชิงบิดเบี้ยวไปด้วยความโกรธแค้น
จากนั้นตงชิงและอาหนาน รวมกับพวกโจรที่เหลือก็ได้วิ่งถาโถมเข้าใส่เทียนจุนด้วยความเดือดดาล
ตงชิงเป็คนแรกที่พุ่งออกไป เขาง้างดาบใหญ่ในมือขึ้นสุดแขน แววตาแดงก่ำราวกับสัตว์ป่าที่ถูกต้อนจนมุม เสียงะโของเขาดังก้อง
“เพลงดาบเหล็กวิโรจน์!”
ทันทีที่ะโจบ ปราณเซียนทั่วร่างของเขาก็ปะทุขึ้น ร่างกายที่เต็มไปด้วยาแยังคงแผ่กลิ่นอายสังหารอันเข้มข้น
พลังที่อัดแน่นลงไปในดาบใหญ่ ทำให้คมดาบแผ่รัศมีสีดำกดดันทุกสิ่งโดยรอบ
เปลวเพลิงที่ยังหลงเหลือจากการต่อสู้พลันมอดดับลงในทันที
ตงชิงหมายมั่นที่จะใช้หนึ่งดาบนี้ตัดผ่านร่างของศัตรูที่ทำให้พวกเขาสูญเสียทุกสิ่ง
“ตายซะ!”
ดาบใหญ่ฟาดลงมาอย่างรวดเร็วราวสายฟ้าฟาด เสียงอากาศฉีกกระจายดังสนั่น
แต่ก่อนที่มันจะฟันถูกเป้าหมาย เทียนจุนกลับเบิกตากว้าง ฝ่ามือของเขาขยับแ่เบา แต่มันกลับเปี่ยมล้นไปด้วยพลังอันน่าสะพรึง
“ฝ่ามือพุทธะสยบมาร”
เพียงตบฝ่ามือออกไป ปราณเซียนแห่งพุทธะก็ไหลหลั่งออกมาราวกับสายน้ำ มันควบแน่นเป็ฝ่ามือสีทองขนาดใหญ่ในพริบตา
ก่อนจะปะทะเข้ากับคมดาบที่ตกลงมา
เสียงดังสนั่น รัศมีพลังสั่นะเืไปทั่วทุกทิศ คลื่นกระแทกที่เกิดจากการปะทะแผ่กระจายออกเป็วงกว้าง จนพื้นดินแตกร้าวและร่างของโจรที่อยู่ใกล้เคียงปลิวกระเด็นไปคนละทิศละทาง
ตงชิงที่อยู่ในศูนย์กลางของแรงกระแทกถูกซัดกระเด็นออกไป พ่นโลหิตออกมาคำใหญ่
ก่อนที่ร่างของเขาจะกระแทกเข้ากับซากไม้ที่ถูกเผาจนหักโค่น มันแตกกระจายเป็เสี่ยงๆ
ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเ็ปและความตื่นตระหนก
【ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับความหวาดกลัวจากพวกชั่ว ได้รับ 1 แต้มอรหันต์】
【ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับความหวาดกลัวจากพวกชั่ว ได้รับ 1 แต้มอรหันต์】
“อึก.. ปราณเซียนของจริง!”
ขณะเดียวกัน ชายในชุดคลุมดำที่เป็อาหนาน เห็นโอกาสที่ตงชิงเปิดทางให้ก็รีบพุ่งเข้าใส่เทียนจุนโดยไม่รีรอ
มือทั้งสองข้างของเขากำมีดสั้นแน่น ดวงตาทอประกายแห่งความมุ่งมั่น
“ตายซะไอ้บ้า!”
เสียงของเขาดังขึ้นขณะวาดมีดสั้นในมือเป็แนวโค้ง หมายจะเฉือนลำคอของเทียนจุนให้ขาดสะบั้นในดาบเดียว
ทว่าเทียนจุนเองก็รู้ทัน เขารีบเบี่ยงตัวหลบได้อย่างง่ายดายราวกับสายลม
ในชั่วพริบตา เขาหลบคมมีดนับสิบครั้ง ร่างกายและฝ่าเท้าเริ่มหมุนวนอยู่รอบๆศัตรู คล้ายกับกำลังเต้นรำไปกับสายลม แต่ทุกจังหวะของการเคลื่อนไหวล้วนแฝงไว้ด้วยความมั่นคงและสง่างาม
อาหนานกัดฟันแน่น และเร่งความเร็วของตนเองขึ้นไปอีกขั้น หวังจะฉีกกระชากร่างของศัตรูให้ได้
แต่ก่อนที่เขาจะได้ทำเช่นนั้น เทียนจุนก็พบช่องโหว่ เขายกหมัดขึ้นก่อนจะเหวี่ยงออกไปด้วยพลังที่อัดแน่นอย่างมหาศาล
“เปรี๊ยง!”
หมัดนั้นกระแทกเข้าไปยังลำตัวด้านข้างของอาหนานอย่างจัง
แรงกระแทกที่ส่งผ่านเข้าไปไม่เพียงแต่ทำให้กระดูกของเขาแตกหัก แต่ยังทิ้งรอยหลุมลึกอันน่าสะพรึงกลัวไว้บนร่างกาย
อาหนานเบิกตากว้าง ร่างของเขาถูกซัดปลิวไปกลางอากาศก่อนจะกระแทกลงกับพื้นด้วยเสียงดังสนั่น เืไหลทะลักออกจากปาก ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึงและความหวาดกลัว
“อึก! เป็ไปไม่ได้!”
ร่างของเขานอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น ไม่อาจขยับได้อีกต่อไป
【ยินดีด้วย โฮสต์ได้ส่งผู้ฝึกตนชั่วไปหาพระพุทธองค์ ได้รับ 50 แต้มอรหันต์】
เทียนจุนยืนนิ่ง ท่ามกลางศพของเหล่าโจรที่ล้มตายรอบตัว
บรรยากาศเงียบสงัดราวกับหลุดออกจากกาลเวลา ดวงตาของเขาสงบนิ่ง คล้ายกับพระพุทธรูปที่มองโลกด้วยความเมตตา
ทว่าความเมตตานี้เอง กลับเป็สิ่งที่สร้างความหวาดกลัวให้กับผู้ที่ยังมีชีวิตรอดอยู่มากที่สุด