ยามเฝ้าประตูระดับพระเจ้า

    ความลับในเงามืด

    ชิงเสวี่ย ทิ้งตัวลงยืนบนพื้นหินนอกเขตเวทีอย่างมั่นคง ชายเสื้อคลุมสีฟ้าอ่อนพลิ้วไหวตามแรงลม นางเงยหน้ามองขึ้นไปบนเวที มองแผ่นหลังของชายชุดดำที่กำลังเดินหันหลังกลับ นางไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดจากการพ่ายแพ้... ตรงกันข้าม หัวใจของนางกลับพองโตและเต้นระรัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

    "ศิษย์พี่หญิง! ท่านเป็นอย่างไรบ้าง!" "ศิษย์พี่! บาดเจ็บตรงไหนหรือไม่ เจ้าคนป่าเถื่อนนั่นทำร้ายท่านหรือเปล่า!"

    เหล่าศิษย์น้องจากสำนักหอคอยวารีเร้นลับรีบวิ่งกรูเข้ามาหานางด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าของพวกนางเต็มไปด้วยความเป็นห่วงและความขุ่นเคืองต่อนิรนาม

    "ข้าไม่เป็นไร..." ชิงเสวี่ยตอบกลับเสียงเบา รอยยิ้มบางๆ ที่หาได้ยากยิ่งปรากฏขึ้นบนใบหน้า "ข้าไม่ได้บาดเจ็บแม้แต่น้อย"

    "ศิษย์พี่ท่านออมมือให้มันใช่ไหมเจ้าคะ?" ศิษย์น้องคนหนึ่งถามอย่างไม่เชื่อสายตา "วิชากระบี่วารีเหมันต์ของท่านไร้เทียมทาน จะแพ้ให้กับคนไร้ปราณแบบนั้นได้อย่างไร ต้องเป็นเพราะท่านเมตตามันแน่ๆ!"

    ชิงเสวี่ยส่ายหน้าช้าๆ สายตายังคงจับจ้องไปที่ทางเดินที่เย่ฟานเพิ่งเดินหายลับไป "ไม่ใช่หรอก... ข้าสู้เต็มที่แล้ว แต่เขาแข็งแกร่งกว่าข้ามาก... แข็งแกร่งกว่าที่ใครจะคาดคิด"

    นางยกมือขึ้นแตะที่ใบหู ตรงจุดที่ลมหายใจอุ่นๆ และคำสัญญานั้นยังคงวนเวียนอยู่ ...รอข้าอีกหน่อยนะ เสวี่ยเอ๋อ... ...ข้าจะนำสัญญาหมั้นหมายฉบับนั้น กลับไปสู่ขอเจ้า...

    น้ำตาเม็ดใสเอ่อคลอขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้มันคือน้ำตาแห่งความปิติ นางรู้แล้ว... นางรู้ความจริงทั้งหมดแล้ว นิรนาม คือ เย่ฟาน

    ความเชื่อมั่นที่นางมีมาตลอดหลายปี ไม่เคยสูญเปล่า ข่าวลือที่ว่าเขาคบคิดกับสำนักมาร ทำลายพวกพ้อง หรือค้าอาวุธเถื่อน นางไม่เคยเชื่อมันเลยสักนิด เย่ฟานที่นางรู้จักในวัยเด็ก เด็กชายผู้มุ่งมั่นและจิตใจดีคนนั้น ไม่มีทางทำเรื่องชั่วช้าเช่นนั้นได้

    'ข้าเชื่อใจท่านเสมอ พี่เย่...' ชิงเสวี่ยคิดในใจ 'แต่สิ่งที่ข้าสงสัยคือ... ในเมื่อท่านสูญเสียตันเถียนไปแล้ว ท่านไปเอาพละกำลังมหาศาลนี้มาจากที่ใด? ร่างกายสีดำทมิฬนั่น... มันคือวิชาอะไรกันแน่?'

    แม้จะมีคำถามมากมาย แต่ความโล่งใจก็มีมากกว่า นางรู้ว่าเขากลับมาแล้ว และเขากำลังต่อสู้เพื่อทวงคืนความยุติธรรม นางทำได้เพียงเฝ้ารอและเป็นกำลังใจให้เขาเงียบๆ โดยไม่แพร่งพรายความลับนี้ให้ผู้ใดล่วงรู้

     

    ตัดภาพไปที่อัฒจันทร์ฝั่งสำนักกระบี่เมฆาคราม

    เพล้ง!

    ถ้วยชาลายครามราคาแพงถูกบีบจนแตกคามือ เศษกระเบื้องบาดฝ่ามือจนเลือดไหลซึม แต่เจ้าของมือกลับไม่รู้สึกเจ็บปวด เพราะความเจ็บใจในอกมันรุนแรงกว่าหลายเท่านัก

    ซ่งฉือ นั่งตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธจัด ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาบิดเบี้ยวจนน่าเกลียด เส้นเลือดปูดโปนขึ้นที่ขมับ ดวงตาแดงก่ำจ้องมองไปยังจุดที่ชิงเสวี่ยยืนอยู่

    "บัดซบ! บัดซบที่สุด!" ซ่งฉือคำรามลอดไรฟัน "แผนการของข้า... ภาพฝันของข้า พังทลายไปหมดแล้ว!"

    ในจินตนาการของเขา รอบชิงชนะเลิศควรจะเป็นเวทีอันศักดิ์สิทธิ์ที่เขาจะได้ประดาบกับชิงเสวี่ย เขาจะเอาชนะนางด้วยท่วงท่าที่สง่างาม แสดงความเป็นผู้นำ และขอนางเป็นคู่เต๋า (คู่บำเพ็ญเพียร) ท่ามกลางเสียงเชียร์ของคนทั้งแคว้น มันจะเป็นการรวมอำนาจของสองสำนักใหญ่และปูทางสู่ความยิ่งใหญ่ของเขา

    แต่ไอ้สวะนิรนามนั่น... มันทำลายทุกอย่าง!

    "มันกล้าดียังไง... มันกล้าดียังไงมาแตะต้องว่าที่ผู้หญิงของข้า! แถมยังกระซิบกระซาบอะไรกัน!" ซ่งฉือทุบพนักเก้าอี้จนร้าว "ข้าจะฆ่ามัน! ข้าจะฉีกหน้ากากมันออกมา แล้วสับร่างมันเป็นหมื่นชิ้น!"

    ลูกศิษย์คนสนิทที่ยืนอยู่ข้างๆ รีบกระซิบเตือน "นะ... นายน้อย ใจเย็นก่อนขอรับ ท่านยังมีโอกาสแก้แค้นในรอบชิงชนะเลิศ หากท่านชนะในรอบต่อไป ท่านก็จะได้เจอกับนิรนามแน่นอน ถึงตอนนั้นท่านค่อยจัดการมันต่อหน้าทุกคนให้สาสม!"

    ซ่งฉือสูดหายใจลึก พยายามระงับอารมณ์ "ใช่... เจ้าพูดถูก ข้าต้องใจเย็นไว้ เป้าหมายคือรอบชิง... ข้าจะทรมานมันให้ชิงเสวี่ยเห็นว่า ผู้ชายที่คู่ควรกับนางมีแค่ข้าคนเดียว!"

    เขาหันไปมองป้ายรายชื่อการแข่งขันรอบรองชนะเลิศคู่ที่สอง เพื่อดูว่าใครคือ "บันได" ขั้นต่อไปที่เขาต้องเหยียบข้ามไป

    "ไหนดูซิ... คู่ต่อสู้ของข้าคือใคร?"

    แต่ทันทีที่สายตาของเขาโฟกัสไปที่ชื่อนั้น ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ก็มลายหายไป แทนที่ด้วยความเย็นยะเยือกที่แล่นผ่านไขสันหลัง

    [คู่ที่ 2: ซ่งฉือ (สำนักกระบี่เมฆาคราม) VS องค์รัชทายาท จ้าวอู๋ (ราชวงศ์จ้าว)]

    "อะ... องค์รัชทายาท..." ซ่งฉือหน้าซีดเผือด เหงื่อเม็ดโป้งผุดขึ้นเต็มหน้าผาก

    เขาหลงลืมไปสนิทเพราะมัวแต่จดจ่อกับชิงเสวี่ยและนิรนาม คู่ต่อสู้ในรอบ 4 คนสุดท้ายของเขาคือปีศาจแห่งราชวงศ์จ้าว... จ้าวอู๋

    องค์รัชทายาทผู้นี้ไม่เหมือนองค์ชายห้าหรือองค์หญิงจ้าวเยว่ จ้าวอู๋คืออัจฉริยะที่แท้จริงของราชวงศ์ ผู้ได้รับทรัพยากรการบ่มเพาะที่ดีที่สุดตั้งแต่เกิด ฝึกฝนวิชาลับของบรรพชน และที่น่ากลัวที่สุดคือ...

    "ขั้นที่ 5 (ขั้นนภา) ระดับปลาย..." ซ่งฉือพึมพำเสียงสั่น "แถมยังมีข่าวลือว่าพระองค์สัมผัสขอบเขตของขั้นที่ 6 ได้แล้วด้วย..."

    ซ่งฉือรู้ตัวดี ตัวเขาเองอยู่แค่ ขั้นที่ 5 ระดับกลาง แม้จะมีวิชากระบี่เมฆาคลั่งที่ร้ายกาจ แต่ถ้าเทียบกับองค์รัชทายาทที่มีทั้งพลังปราณที่หนาแน่นกว่าและศาสตราชั้นสูง เขาแทบไม่มีโอกาสชนะเลย

    "ถ้าข้าแพ้ตรงนี้... ข้าก็จะไม่ได้เจอนิรนาม... ข้าจะไม่ได้จัดการมัน... และแผนการขอแต่งงานก็จะล้มเหลวโดยสมบูรณ์!"

    ความหวาดกลัวและความทะเยอทะยานตีกันในหัว ซ่งฉือลุกพรวดขึ้น "ข้าต้องไปหาท่านพ่อ... เดี๋ยวนี้!"

     

     

    ณ กระโจมที่พักส่วนตัวของเจ้าสำนักกระบี่เมฆาคราม

    บรรยากาศภายในกระโจมมืดสลัวและเย็นยะเยือกผิดปกติ แตกต่างจากความร้อนระอุภายนอก ซ่งเทียนหาว เจ้าสำนักกระบี่เมฆาคราม ชายวัยกลางคนที่มีใบหน้าเคร่งขรึมและแววตาดุจเหยี่ยว นั่งหลับตาเดินลมปราณอยู่บนตั่ง

    ซ่งฉือรีบเดินเข้ามา คุกเข่าลงเบื้องหน้าบิดาด้วยความร้อนรน "ท่านพ่อ! ท่านต้องช่วยข้านะขอรับ!"

    ซ่งเทียนหาวลืมตาขึ้นช้าๆ แววตาของเขาคมกริบจนซ่งฉือต้องก้มหน้าหลบ "เรื่องอะไร? เจ้าตื่นตระหนกราวกับสุนัขจนตรอก เสียกิริยาของนายน้อยสำนักกระบี่หมด"

    "คู่ต่อสู้รอบต่อไปของข้าคือองค์รัชทายาทจ้าวอู๋..." ซ่งฉือเสียงสั่น "ท่านพ่อก็รู้ว่าฝีมือของข้าในตอนนี้... ยากที่จะเอาชนะเขาได้ หากข้าแพ้... แผนการของพวกเราจะพังทลาย"

    "เจ้ากลัวแพ้?" ซ่งเทียนหาวสวนกลับเสียงเรียบ ก่อนจะลุกขึ้นเดินมายืนตรงหน้าลูกชายและถอนหายใจยาว

    "แต่ก็สมควรอยู่... ราชวงศ์จ้าวแข็งแกร่งขึ้นทุกวัน" ซ่งเทียนหาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด "จ้าวอู๋คืออัจฉริยะที่หาตัวจับยาก และองค์จักรพรรดิก็เริ่มสะสมกำลังพลมากขึ้นเรื่อยๆ หากปล่อยไว้นานกว่านี้ พวกมันจะเป็นภัยคุกคามที่ไม่อาจกำจัดได้ เราจึงต้องลงมือในการประลองครั้งนี้"

    ซ่งเทียนหาวล้วงมือเข้าไปในสาบเสื้อ หยิบกล่องไม้สีดำสนิทออกมา ภายในบรรจุ เม็ดยาสีแดงฉาน ราวกับเลือดสดๆ "รับไป... นี่คือ โอสถโลหิตมาร มันจะช่วยระเบิดพลังปราณของเจ้าให้พุ่งทะลุขีดจำกัดชั่วคราว เพียงพอที่จะบดขยี้จ้าวอู๋ให้แหลกคามือ"

    ซ่งฉือรับยามาด้วยมือที่สั่นเทา "ท่านพ่อ... ท่านทุ่มเทขนาดนี้ เพียงเพื่อชัยชนะและชื่อเสียงงั้นรึขอรับ?"

    "ชื่อเสียงเป็นเรื่องรอง..." ซ่งเทียนหาวโน้มตัวลงมากระซิบ แววตาเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมและอำมหิต "เป้าหมายที่แท้จริงคือ 'ของรางวัล' สำหรับผู้ชนะเลิศในปีนี้ต่างหาก"

    "ท่านหมายถึง... ผลึกโลหิตมังกรบรรพกาล?"

    "ถูกต้อง" ซ่งเทียนหาวแสยะยิ้มเย็น "ในสายตาของราชวงศ์จ้าวและคนโง่เขลาพวกนั้น... มันเป็นเพียงสมบัติวิเศษที่จะช่วยกลั่นกรองลมปราณและเพิ่มระดับการบ่มเพาะได้อย่างมหาศาล พวกมันถึงได้ยอมนำออกมาเป็นรางวัล เพื่อหวังจะให้องค์รัชทายาทชนะและนำกลับไปใช้เสริมแกร่งให้ตัวเอง"

    ซ่งเทียนหาวเว้นจังหวะ ก่อนจะเอ่ยความจริงที่น่าสะพรึงกลัวออกมา "แต่พวกมันหารู้ไม่ว่า... แท้จริงแล้วนั่นคือ กุญแจต้องสาป ที่สำนักมารของเราตามหามานับพันปี!"

    "กุญแจ?" ซ่งฉือทวนคำ

    "ใช่... หาก 'กุญแจศิลาบรรพกาล' คือสิ่งที่ใช้ปลดปล่อย 'เทพสงคราม' ออกจากคุกใต้ดิน... 'ผลึกโลหิตมังกร' ชิ้นนี้ ก็คือกุญแจเพียงหนึ่งเดียวที่จะปลดปล่อย 'เทพมาร' ผู้ยิ่งใหญ่ที่ถูกผนึกไว้อีกฟากหนึ่งของมิติ!"

    ซ่งฉือเบิกตากว้าง ขนลุกซู่ไปทั้งตัว "ทะ... เทพมาร... ตัวตนระดับตำนานที่มีพลังทัดเทียมกับเทพสงครามงั้นรึ!"

    "ถูกต้อง!" ซ่งเทียนหาวกำหมัดแน่น ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความทะเยอทะยาน "หากเราได้มันมาและปลดปล่อยเทพมารได้สำเร็จ ไม่ใช่แค่แคว้นจ้าว... แต่ทั่วทั้งทวีปนี้จะต้องสยบแทบเท้าสำนักมารของเรา! ดังนั้น ศึกครั้งนี้เจ้าแพ้ไม่ได้เด็ดขาด ซ่งฉือ!"

    ซ่งเทียนหาวเดินเข้ามาจับไหล่ลูกชาย บีบแน่นเพื่อเตือนสติ "อย่าลืมรากเหง้าของเจ้า ซ่งฉือ... ตระกูลซ่งของเราไม่ใช่ฝ่ายธรรมะที่หลงผิด แต่เราคือ 'สายเลือดบริสุทธิ์แห่งสำนักมาร' ที่ถูกส่งมาแทรกซึมในสำนักกระบี่เมฆาครามตั้งแต่รุ่นปู่ของเจ้า เราสวมหน้ากากจอมปลอมนี้มาสามชั่วคน ก็เพื่อรอวันนี้... วันที่จะทำลายพวกมันจากภายใน!"

    ซ่งฉือฟังแล้วเลือดในกายสูบฉีดอย่างบ้าคลั่ง ความลังเลใจมลายหายไปจนสิ้น เขาตระหนักได้ถึงภารกิจที่แท้จริงที่ไหลเวียนอยู่ในสายเลือดมารของตน

    "ข้าเข้าใจแล้วขอรับท่านพ่อ..." ซ่งฉือเงยหน้าขึ้น แววตาเปลี่ยนไปเป็นอำมหิตเหมือนปีศาจร้าย เขากำเม็ดยาโลหิตมารในมือแน่น

    "ข้าจะบดขยี้จ้าวอู๋ และนำกุญแจแห่งหายนะนั่นมามอบให้ท่านจอมมารให้ได้! เพื่อความยิ่งใหญ่ของสำนักมารเรา!"

    คล้ายกับเรื่องยามเฝ้าประตูระดับพระเจ้า ที่คุณอ่าน

    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    449K 1017
    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    9.93M 1273
    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    864K 380
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    481K 312
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34