“เฮ้ย! ข้าไม่อยู่แล้ว ผีดุไม่ว่า แต่…นี่มาเป็ท่อนไม้เลย เจ็บเหมือนกันนะโว้ย!” ต่างวิ่งหนีไม้ ไปคนละทิศละทาง
แอ๊ดด! เอี๊ยด ปัง!
เซียวเหยาใช้แรงเปิดประตู เด็กในห้องทั้งใและกลัว ถึงพวกเขาจะเตรียมตัวไว้แล้ว เพราะเหมยลี่บอกว่า จะมีคนมาช่วย แต่พวกเขามองไม่เห็นอะไร นอกจากประตูที่เปิดออก
“เร็วเข้า! พวกเขาไปหมดแล้ว รีบพากันออกมา!”
“พวกเ้าตามข้ามา คนร้ายหนีไปหมดแล้ว น้องชายมากับข้า!” เหมยลี่จูงแขนเด็กชายออกวิ่ง นำไปก่อน เด็กที่เหลือเลยวิ่งตาม
‘ทำยังไงถึงจะเผาบ้านหลังนี้ เพื่อที่พวกเขาจะได้ ไม่ต้องตามเด็กออกไป ไฟไม่มี ลมก็ไม่มี แล้วห้องครัวพวกเขาอยู่ตรงไหน อาจจะมีไฟเหลือ ทำไมพลังสร้างเป็ไฟกับลมไม่ได้นะ กลับไปต้องถามท่านปู่ดูแล้ว’
ดวงจิตเด็กของน้อย เร่งหาห้องที่คิดว่าเป็ห้องครัว
'ไม่มีเวลาแล้ว ต้องตามไปคุ้มครองเด็กที่วิ่งออกไป ใครขวางหน้าก็ฟาดมันด้วยไม้ นี่แหละ!'
เซียวเหยาวิ่งไปดูทางออก จากบ้านออกไปด้านนอก แล้วกลับมาเรียกกลุ่มของเหมยลี่ ที่วิ่งตามออกไป “ทางนี้มีที่ไป เป็ทางออกด้านข้าง พวกเขาจะได้ตามหาไม่เจอ”
“ทางเริ่มมืดแล้ว พวกเ้าระวัง พากันหลบอยู่ตรงนี้ก่อน ต้องดูว่ามีใครที่อยู่แถวนี้พอจะช่วยได้” เซียวเหยาวิ่งหาบ้าน ที่มีแสงสว่างลอดออกมา
ดวงจิตลอยไปถึงกองปราบ ไปปรากฏตัวแต่ไม่มีใครเห็น
‘จะให้ไปช่วยเด็กได้ยังไงกัน ทำยังไงถึงจะมีพลังเพิ่มขึ้นกันนะ’
โครมมม!
โต๊ะนั่งล้มลงกลางห้อง และหลายอย่าง ล้มกลิ้งเป็ทาง
“พวกเราเราดูนั่น! ไม่ใช่ว่ามีผู้ร้าย บุกเข้ามาในกองปราบเราหรือ วิ่งตามไป!” กองปราบห้าคน วิ่งตามกิ่งไม้ที่ล้มเป็ทางเข้าไปในป่า
“เร็วเข้ากองปราบกำลังมาทางนี้ ส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ บอกทุกคนด้วย ให้ส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือเดี๋ยวนี้”
“ให้ทุกคนช่วยกันร้อง ให้เสียงดังที่สุด เร็ว!”
“พวกเ้า! ช่วยกันส่งเสียงร้อง เ้าหน้าที่กองปราบกำลังมาทางนี้”
“ช่วยด้วย! ช่วยพวกเราด้วย!” เหมยลี่ร้องขึ้นก่อน เด็กที่เหลือก็ส่งเสียง ร้องตาม
เซียวเหยายืนเกาคาง ‘เสียงยังดังไม่พอ’ หันไปเจอเด็กชายตัวใหญ่กว่าเพื่อน ร้องไห้จนขี้มูกโป่ง แต่เพียงสะอึกสะอื้นเท่านั้น
“โอ๊ย! ช่วยข้าด้วย ข้าเจ็บ ช่วยข้าด้วย!” เสียงที่ดังก้องไปทั้งป่า จากเด็กชายตัวใหญ่ เพราะโดนเซียวเหยา จับบิดเนื้อตรงหน้าท้องอย่างแรง ทำให้กองปราบตามเสียงมา
“ทางนี้พวกเรา มีเด็กอยู่เต็มเลย ไม่ใช่ว่านี่คือเด็กที่พ่อแม่มาแจ้งว่าหายหรือ รีบพาออกจากป่าไปก่อน ส่วนคนร้ายที่บุกกองปราบ น่าจะเป็คนที่จับเด็กพวกนี้มา”
“ข้าต้องไปแล้ว ถึงมือกองปราบก็ปลอดภัยแล้ว ส่วนเ้า ถ้าพวกเขาถามก็เล่าไป ว่ามองไม่เห็นใคร เลยพากันหนีออกมา ถ้าเขาถามถึงบ้านคนร้าย ถ้าจำได้ก็พา ถ้าจำไม่ได้ก็บอกคร่าวๆ ก็พอ”
เซียวเหยา ยังไม่กลับศาลเ้า แต่ไปบ้านที่จับเด็กขังไว้แทน เดินตรงไปยังห้องครัวที่มีควันขึ้นมา มองหาเตา ในบ้านมีคนถูกซ้อมหลายคน เพราะปล่อยให้หนีไปได้ เด็กน้อยหาสนใจไม่
นางหยิบท่อนฟืนติดไฟได้ จับโยนขึ้นหลังคา ตอนพ่อครัวหันไปทำกับข้าวอยู่เตาอื่น ในห้องมีสามเตาด้วยกัน ไม้ถูกถอดออกไป ทีละเตาโยนไปตามมุมห้อง
“อ้าว! นี่มันเกิดคืออะไรกัน ทำไมไม้ฟืนในเตาหายไปไหน” ระหว่างที่พ่อครัวกำลัง สงสัยอยู่นั้น ด้านนอกไฟเริ่มลุกไหม้แล้ว
“ไฟไหม้ เร็วเข้าช่วยดับไฟ!”
“เื่ทำโทษเอาไว้ก่อน มาช่วยกันดับไฟ”
“เกิดไฟไหม้พร้อมกันหลายจุด ได้อย่างไร?” ไฟลุกไหม้ั้แ่หลังคายันห้องเก็บเสบียง
เซียวเหยายืนกอดอก มองคนทั้งหลายวิ่งหาน้ำที่ดับไฟ ที่ลุกไหม้สว่างไสวท่ามกลางความมืด
‘ถ้ากองปราบมาแถวนี้น่าจะมองเห็น วันนี้เห็นไฟไหม้พรุ่งนี้เห็นเถ้าถ่าน กลับศาลเ้าดีกว่า’
“เด็กน้อยเ้าไปช่วยเหลือเด็ก สำเร็จหรือไม่ไปเสียนานเลย”
“สำเร็จท่านปู่ แต่ยุ่งยากเป็เพราะข้าไม่มีพลัง ทำยังไงข้าถึงจะมีพลัง สามารถใช้ไฟหรือลมได้ เหมือนกับส่งพลังไปช่วยให้พวกเขาหายป่วย”
“เ้าต้องสะสมพลังไปอีกสักพักหนึ่งก่อน ถึงจะสามารถใช้ลมได้ แต่ไฟน่าจะอีกนานอยู่ เ้าก็อย่ารีบร้อนไป เพิ่งมาอยู่ที่นี่วันแรก เ้าก็ทำหลายเื่แล้ว”
“ไม่มีที่ไวกว่านี้หรือท่านปู่ พอข้าช่วยคนได้เยอะ ิญญาเร่ร่อนก็จะมีเครื่องเซ่นไหว้กินได้เต็มที่ ตัวข้าเองก็กินอิ่มด้วยน่ะเ้าค่ะ”
“จะว่ามีก็มี ที่นั่นคือศาลเ้าแห่งไฟ สอนการใช้ไฟ แต่ไกลจากที่นี่ ไปทางใต้เ้าต้องเดินทางไปที่เมืองฉางไห่”
“เดินทางไปทิศใต้เมืองฉางไห่ อย่างนั้นหรือ พรุ่งนี้ข้าจะไป แต่…ว่าข้าไม่ต้องนอน เดินทางกลางคืนก็ไม่เห็นเป็ไร ไม่ได้เดินไปเสียหน่อย งั้นข้าจะไปคืนนี้เลยเ้าค่ะ จะได้รีบไปรีบกลับ”
เด็กดวงจิตเด็ก น้อยล่องลอยไปตามสายลมยามค่ำคืน มีแสงจันทร์เดือนแรมครึ่งดวง ส่องทางมุ่งหน้าไปทางทิศใต้ เมืองฉางไห่
จนถึงรุ่งสางดวงจิตของเซียวเหยา ก็มาถึงศาลเ้าแห่งไฟ ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากน้ำทะเลมากนัก “มีน้ำทะเลด้วย น่าจะไปวิ่งบนผิวน้ำ จับปลาเล่น จะเหมือนสัตว์อสูรในป่าไหมนะ”
“ท่านปู่ไฟอยู่ไหม ข้ามาขอศึกษาการใช้ไฟจากท่าน ปู่จากศาลเ้าพ่อเสือขาว เป็คนแนะนำข้ามาที่นี่”
“เสียงเด็กที่ไหนมาดังอยู่ตรงนี้ โอ๊ะ! เป็ดวงจิตเด็กน้อยหรือ เหมือนจะมีพลังด้วย ตาเฒ่าเสือขาวแนะนำมาอย่างนั้นรึ!”
“เ้ายังเด็กจะเรียนรู้การใช้ไฟไปเพื่ออะไร แค่สะสมพลังไปอีกสักปีสองปี เ้าก็สามารถใช้ไฟได้แล้ว”
“คืออย่างนี้เ้าค่ะ ที่ศาลเ้ามีิญญาเร่ร่อนเยอะ และมีผู้คนมาบนบานศาลกล่าวเป็จำนวนมาก ข้าเลยออกไปช่วย แต่ไม่มีพลังในการช่วยเหลือ มนุษย์ที่เดือดร้อนตกทุกข์ได้ยาก เ่าั้”
“ถ้าเ้ามีความคิดอ่าน รู้จักรับผิดชอบแบบนี้ ข้าก็จะสอนวิธีใช้ไฟ เพื่อช่วยมนุษย์ แต่เ้าต้องรับปากว่า ใช้ช่วยเหลือนะไม่ใช่ทำลายล้างมนุษย์ ไม่อย่างนั้นเ้าจะต้องได้รับโทษ”
“โทษแบบไหนหรือเ้าคะท่านปู่ไฟ ถ้าเกิดข้าเผลอใช้ไฟทำลายล้างไป ต้องได้รับโทษแบบไหนหรือ”
“มันจะทำให้ดวงจิตของเ้าาเ็ จนไม่อาจอยู่ในร่างของดวงจิตได้ จะต้องระวังอย่างมาก ในการใช้ไฟแต่ละครั้งเข้าใจหรือไม่ มันมีคุณและโทษ”
“เข้าใจเ้าค่ะ ข้าจะระวังตัวให้มาก”
“ตามปู่ไปข้างใน จะสอนการใช้พลังให้กลายเป็ไฟ” เซียวเหยาวิ่งตามเข้าไปในศาลเ้าแห่งไฟ
ชายชราชุดขาว ใช้นิ้วชี้ที่มาตรงหน้าผากของเด็กน้อย ส่งแสงประกายสีแดงเข้าไป จุดกึ่งกลางระหว่างคิ้ว “เ้าจะรู้สึกร้อนสักหน่อยแต่ไม่เป็ไร นั่นคือพลังธาตุไฟ ที่เข้าไปอยู่ในร่างของเ้า”
“เ้านั่งรวบรวมพลังอยู่ตรงนี้ก่อน เพื่อให้พลังธาตุไฟ ผสานเข้าไปกับดวงจิตของเ้า” เซียวเหยาทำตามชายชราสั่งสอน นั่งตั้งจิตอยู่ราวหนึ่งชั่วยาม
“ทีนี้เ้าก็สามารถใช้ไฟได้แล้ว โดยกำหนดจิตว่า จะให้ไปเป็รูปแบบไหนที่เ้า้า ถ้าเป็ไฟที่แสงสว่างเล็ก น้อยเ้าก็แค่ดีดนิ้วมือ ไฟก็จะส่องสว่างขึ้นบนปลายนิ้ว ถ้า้าใช้ทำลายศัตรู กำหนดไฟอยู่ในฝ่ามือของเ้าและส่งออกไป”
“เ้าไปทดลองดูตรงทะเลโน่น ไม่ต้องกลัวใครเห็น แถวนี้เป็พื้นที่ลับตา มนุษย์ธรรมดามองไม่เห็น”
“ข้าขอบคุณท่านปู่มากเ้าค่ะ ที่ให้พลังธาตุไฟ ไม่พอยังสอนวิธีการใช้อีก” เด็กน้อยก้มคารวะ และออกไปลองใช้ไฟข้างทะเล
‘มันดีเสียจริง ถ้าอยู่ในที่มืด้าให้สว่าง จุดไฟเล็กน้อยให้ดีดนิ้วก็ใช้ได้แล้ว ถึงแม้เราจะมองผ่านความมืดเห็นก็เถอะ’
“โอ้! ไฟสามารถเผาบนผิวทะเลได้ อย่างนี้ไม่ต้องห่วงแล้ว” เด็กน้อยร้องขึ้นด้วยความดีใจ
“เด็กน้อยเ้าหยุดก่อน! ทำแบบนั้นสัตว์น้ำที่อยู่ตรงนั้น ก็ตายหมดพอได้แล้ว”
“ท่านปู่ไฟ ต้องทำยังไงให้ไฟมันดับล่ะ ข้าดับไม่เป็”
“เ้ารวบรวมสมาธิและสั่งการให้ไฟดับ เร็วเข้า!”
กว่าเซียวเหยา จะดับไฟได้ ปลาที่อยู่แถวนั้น ทนความร้อนไม่ไหว พากันว่ายน้ำหนี เอาชีวิตรอด
“พวกเราดูนั่นฝูงปลา เหมือนกำลังว่ายน้ำ หนีอะไรบางอย่าง มันมาทางนี้แล้ว ช่วยกันจับเร็วเข้า วันนี้มีอาหารกินแล้ว” บอกชาวบ้านหลายสิบคน ที่ยากจนหาปูปลาอยู่ชายทะเล พวกเขาไม่มีอุปกรณ์ในการจับ เหมือนกับคนที่มีอาชีพจับสัตว์ทะเลขาย
“เร็วเข้าช่วยกันจับ พวกมันกำลังมึนงง!” พวกเขาต่างช่วยกันจับปลามือเปล่า ที่จับได้อย่างง่ายดาย พวกมันไม่มีแรงจะหนี
“ขอบคุณ์! วันนี้พวกเรามีอาหารกินแล้ว ถ้าจับได้เยอะยังจะทำเป็ปลาแห้ง กินได้อีกหลายวัน”
เซียวเหยาที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับปลา และชาวบ้านละแวกนั้น นางกล่าวลาชายชรา เดินทางกลับเมืองเหลียงซาน ที่อยู่แดนเหนือ
ระหว่างล่องลอยไปตามสายลม มาถึงเมืองทางผ่าน สายตาเห็นผู้คนอพยพหนี จำนวนมาก
‘พวกเขากำลังหนีอะไรกัน หอบลูกจูงหลานจะไปที่ไหน จะถามใครก็ไม่ได้ หรือว่าจะลองย้อนไปดู ต้นทางที่พวกเขาหนีมา’
เซียวเหยาลอยไปพื้นที่ฝั่งตะวันออก ตามเส้นทางมีแต่ผู้อพยพ ยาวเหยียด เด็กน้อยเพิ่มความเร็วขึ้น
จนมาถึงเมืองลี่เจียง ‘พวกเขาหนีจากความแห้งแล้งอย่างนั้นหรือ จะเป็ไปได้ยังไง ตลอดเส้นทางไปเหนือกับใต้ อุดมสมบูรณ์ มีทั้งป่าเขาทุ่งนาสายน้ำ’
“ท่านพ่อเราต้องหนีแล้ว ชาวบ้านกำลังจะอพยพไปหมด คำสาปแช่งเป็จริงแล้ว ที่นี่จะต้องแห้งแล้ง ใครไม่อพยพไปภายในเดือนนี้ จะต้องพากันเสียชีวิต เพราะความอดอยาก”
“อยู่กันมาหลายชั่วอายุคน ทำไมถึงมาเป็เอาตอนนี้ แล้วใครเป็คนสาปแช่ง ให้ชาวบ้านทั้งเมืองได้รับความลำบากกันแบบนี้ ข้าแก่แล้วเดินทางไม่ไหว ถ้าจะตายก็ขอให้อยู่ที่นี่!”
“ท่านพ่ออย่าพูดนั่น ถ้าท่านอยู่พวกเราก็จะอยู่ทั้งหมด อาหารก็ไปหาเอาตามบ้าน ที่พวกเขาย้ายออกไม่มีเ้าของไป เผื่อจะมีบ้าง”
“ท่านพี่มันเป็ไปไม่ได้หรอก พวกเขาขนไปจนเกลี้ยง อาหารก่อนหน้านั้นก็พากันกินจนหมดแล้ว ที่ยังเหลือก็คือเปลือกไม้เท่านั้น”
เซียวเหยายืนฟัง ครอบครัวหนึ่งกำลังปรึกษากันอยู่ในบ้าน สิ่งของบางอย่างถูกเตรียม ไว้เพื่อเดินทางแล้ว ติดอยู่กับชายชราที่ไม่ยอม ทิ้งบ้านของตนไปได้
‘คงจะมีอีกหลายบ้าน ที่ผู้สูงอายุไม่อยากจากบ้านไปไหน!’
'เพิ่งจะไปขอวิชา การใช้ไฟมา เจอชาวบ้านเดือดร้อน เื่ความแห้งแล้ง ท่านปู่เสือขาวบอกว่า สามารถใช้ลมได้ ถ้าลมพัดความร้อนและแห้งแล้ง ให้หายไปละ ต้องลอง!'
เซียวเหยา ลอยไปยอดเขา ที่มีแต่ต้นไม้แห้งอยู่เต็มไปหมด ตั้งจิตแล้วยกมือขึ้น โบกไปมา เกิดเป็ลมหมุนรุนแรง พัดต้นไม้ใหญ่โอนเอนไปมา เสียงดังเอี๊ยดอ๊าด!
“โอ้! ลมแรงขนาดนี้เลยหรือ พลังของเราก็เยอะเหมือนกันน่ะนี่!” เซียวเหยายังไม่ทันหายใ กับพลังตัวเอง ก้อนเมฆใหญ่สีดำทะมึน ปรากฏขึ้นเหนือเมืองลี่เจียง
กลุ่มคนคิดอพยพ ต่างใกับท้องฟ้าที่แปรปรวน ถ้ามีเมฆก็แสดงว่าฝนจะตก ผู้คนต่างแตกตื่นหาที่หลบฝน แต่พวกเขาก็ดีใจ! ถ้าฝนตกพวกเขาก็ไม่ต้อง ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ต่างเมืองกัน คนที่อยู่ใกล้จะเห็นก่อน
มีบางกลุ่มที่เดินทางออกมาไกลแล้ว “พวกเราดูท้องฟ้า ฝนกำลังจะตก! หาที่หลบกันก่อน ไม่ต้องเดินทางต่อแล้ว ถ้าฝนตกเราก็มีน้ำ” ฝูงชนแตกจ้าละหวั่น หาที่หลบฝน บางคนอยู่ใกล้หมู่บ้าน ยังมีบ้านร้างให้พอ เข้าไปหลบอาศัยได้