
บทที่ 26 — เด็กหญิงตากลม
ตลาดเมืองเว่ยหลังศึกสงบเริ่มคึกคักขึ้นบ้าง แผงผักเหี่ยว ๆ วางข้างกองอิฐพัง ๆ กลิ่นควันไฟยังติดอากาศ
หลิวหานหิ้วตะกร้าสบู่ก้อน ๆ กับโอ่งกรองน้ำต้นแบบ เดินงง ๆ อยู่กลางทาง
กูตกลงจะเป็แม่ทัพเสนาธิการ…หรือพ่อค้าเร่กันแน่วะเนี่ย เขาบ่นในใจ
คนในตลาดชำเลืองมองชายแปลกหน้าสวมเสื้อเชิ้ตขาวกับกางเกงยีนส์ราวกับเห็นสัตว์หายาก บางคนกระซิบ “ผู้วิเศษจากเขาใดกัน?”
หลิวหานสูดลม ตั้งสเต็ปขายของแบบงง ๆ
“เอ่อ… สบู่ ล้างแล้วสะอาดนะครับ—เอ๊ย ขอรับ!”
เรียกอยู่นาน ไม่มีใครสนใจ จนกระทั่งเสียงใส ๆ ดังขึ้นข้าง ๆ
“ท่านขายแบบนั้น ต่อให้วางแถมสองก็ไม่ออกหรอกเ้าค่ะ”
เขาหันไป—เด็กหญิงตัวเล็ก ผิวขาว ตากลมโต แก้มชมพูๆ แม้ชุดจะขาดแต่สะอาดสะอ้าน แววตาซน ๆ เหมือนมีประกายดาว
หลิวหานเลิกคิ้ว “แล้วต้องทำยังไงล่ะ?”
เด็กหญิงยิ้มตาหยี ยกมือทำท่าก๊อกแก๊ก “ข้าขายให้เอง เ้าค่ะ ขอเพียง…ถ้าขายหมด ท่านเลี้ยงข้าวข้าหนึ่งมื้อกับที่นอนอุ่น ๆ คืนหนึ่ง”
ฟังดูเป็ดีลสตาร์ทอัพมาก… ซีอีโอกับซีเอ็มโอเวอร์ชั่นฉิน
หลิวหานยักไหล่ “ลองดู!”
เด็กหญิงยืนหน้าร้านชั่วคราว สูดลมหายใจแล้วเปล่งเสียงใสกิ๊ง
“สบู่ล้างมือจ้า—! ล้างแล้วหอม สะอาดจนแม่ผัวชม! ถูเบา ๆ คราบเื คราบโคลน หลุดปรื๊ด มือจะนุ่มราวคุณหนูในจวน!”
ชาวบ้านหัวเราะพรืด—แต่มุงเข้ามาจริง ๆ เด็กหญิงจับมือสาธิต “นี่เ้าคะ ถูแบบนี้… เอ้า ลองดม—ไม่เหม็น!”
คนทดลองใช้พยักหน้าหงึก ๆ
“โห สะอาดจริง!”
“เอามาสองก้อน!”
“ของวิเศษ!”
ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม สบู่ในตะกร้าหมดเกลี้ยง เด็กหญิงหันมายักคิ้วให้หลิวหาน
“เอ้า— ข้าวหนึ่งมื้อกับที่นอนอุ่น ๆ อย่าลืมนะเ้าคะ”
หลิวหานหัวเราะ กูเรียนวิศวกรรม วางระบบยิงหิน แต่แพ้เด็กนักขายอายุสิบห้า… ชีวิตมันตลกดีแท้
ตอนบ่าย เขายกโอ่งกรองน้ำตั้งโชว์ เด็กหญิงก็กวาดลูกค้าอีก
“ดูนี่เ้าค่ะ— น้ำขุ่นเทให้เห็น ๆ ไหลผ่านกรวด ทราย ถ่านไม้… ติ๊ง! กลายเป็น้ำใส ดื่มแล้วคอไม่ขูดโคลน!”
เด็ก ๆ ตาโต ชายแก่ลองดื่ม—ยิ้มทั้งปากที่เหลือฟันไม่กี่ซี่ “ไม่ฝาด! ไม่คาว!”
เสียงชมดังรอบตลาด
ไป๋หลงเดินผ่านพอดี เห็นคนรุมแผงของหลิวหานก็ขมวดคิ้ว “นี่กองทัพฉินกลายเป็ตลาดเร่แล้วหรือไร? ชายผู้นี้ควรถือดาบ มิใช่โอ่ง!”
เด็กหญิงหันมายิ้มหวานให้ไป๋หลง “ท่านแม่ทัพรูปงาม หากท่านมือสะอาด เวลากุมดาบจะไม่ลื่นนะเ้าคะ— ก้อนนี้ลดให้ครึ่งเดียว ถือว่า ‘ส่วนลดนักรบ’”
ทหารรอบข้างหัวเราะครืน ไป๋หลงชะงักไปชั่ววินาที ก่อนสะบัดหน้า ฮึดฮัดจากไป
เด็กนี่…พูดเก่งกว่าข้าตอนพรีเซนต์งานหน้าห้องอีก หลิวหานยิ้มมุมปาก
ยามเย็น ขายของเสร็จ ทั้งคู่ไปนั่งริมกำแพงที่แดดสุดท้ายกำลังทาบเงา
หลิวหานยื่นก้อนขนมปังกับน้ำสะอาดให้ “กินเสีย— วันนี้เ้าทำดีมาก”
เด็กหญิงก้มศีรษะ “ขอบคุณเ้าค่ะ”
“เ้าชื่ออะไร?”
“อาเหมยเ้าค่ะ”
“บ้านอยู่ไหน?”
อาเหมยนิ่งไปครู่หนึ่ง รอยขี้เล่นบนหน้าค่อย ๆ จาง “ไม่มีแล้วเ้าค่ะ… ตอนเมืองแตก ไฟไหม้ทั้งซอย พ่อแม่…ไม่ทันออกมา”
เธอยกหลังมือเช็ดตา แต่ยังฝืนยิ้ม “ไม่เป็ไรหรอกเ้าค่ะ ข้ายังมีลิ้นไว้พูด มีขาไว้เดิน ขายได้ก็อยู่ได้”
ความเงียบวูบหนึ่งพาดผ่าน หลิวหานมองก้อนขนมปังในมือเธอ—ก้อนเล็ก ๆ แต่สำหรับบางคนคือชีวิต
เด็กแค่นี้ต้องแบกโลกไว้บนไหล่… ส่วนกูนั่งบ่นไม่มีไวไฟมาทั้งปี เฮ้อ
เขาสูดลม “อาเหมย ั้แ่วันนี้… มาทำกับข้าเถิด ช่วยข้าขาย คิดราคา จัดทางเดินสินค้า—เอ่อ หมายถึง จัดแผงให้คนเข้าถึงง่าย ๆ น่ะ”
ดวงตากลมโตของอาเหมยสว่างวาบ “จริงหรือเ้าคะ!? ข้าจะตั้งชื่อเรียกลูกค้าให้สนุกขึ้น— ‘สบู่นางฟ้า’ ‘น้ำทิพย์โอ่งไผ่’ ดีไหมเ้าคะ!”
“ดี—” หลิวหานหัวเราะ “และเ้าจะมีข้าวกิน มีที่นอนอุ่น ๆ ไม่ใช่แค่คืนเดียว”
อาเหมยยิ้มกว้าง ทะเล้นนิด ๆ “งั้นข้าขอเพิ่มเงื่อนไข— ถ้าวันไหนขายหมดก่อนบ่าย ข้าขอ… อีกก้อน”
เธอชูนิ้วชี้ “ขนมหวาน!”
หลิวหานทำหน้าใ “โอ้โห ต่อรองเก่ง— ซีเอ็มโอของข้า!”
“ซี…อะไรหรือเ้าคะ?”
“ช่างมันเถอะ— ชื่อยาว เรียกว่ามือขวาการค้าก็แล้วกัน”
เสียงหัวเราะเบา ๆ ของทั้งสองคนลอยไปกับลมเย็นยามโพล้เพล้
คืนนั้น หลิวหานกลับถึงค่าย หยิบผืนผ้าแผนงานขึ้นมาขีดเขียน
ทีมสตาร์ทอัพยุคฉินเวอร์ชันดิบ— ซีอีโอ = กู, การตลาด = อาเหมย, บอดี้การ์ด = อวี้หาน
เขายิ้มบาง ๆ
นอกเต็นท์มีเสียงฝีเท้าหนัก ๆ เดินผ่าน ไป๋หลงหยุดชะงักหน้าปากเต็นท์เพียงเสี้ยวอึดใจ ก่อนก้าวต่อไป
ให้หัวเราะไปก่อน… อีกไม่นาน พวกเ้าจะรู้ว่าสบู่กับโอ่งนี่แหละ เปลี่ยนทั้งเมือง—และทั้งาได้
หลิวหานดับตะเกียง วางตัวลงนอน—หัวใจเบาลงอย่างประหลาด เพราะรู้ว่าจากนี้ เขาไม่ได้สู้ลำพังอีกแล้ว