กลิ่นกาแฟกรุ่นที่เคยให้ความอบอุ่นใจบัดนี้กลับไม่สามารถปลอบประโลมความรู้สึกอันตรายที่แผ่ซ่านไปทั่วทุกตารางนิ้วของร้าน'เงาอักษร' ได้เลยข้าวปั้นล็อกประตูร้านอย่างระมัดระวังก่อนจะหันไปโบกมือลาภูผาและมะปรางที่ยืนรออยู่หน้าร้านเพื่อที่จะแยกย้ายกันกลับบ้าน
“ระวังตัวด้วยนะแก”มะปรางกล่าวทิ้งท้ายด้วยความเป็ห่วง“แกเดินกลับคนเดียวแบบนี้ฉันไม่ค่อยสบายใจเลย”
“ไม่เป็ไรน่ามะปราง”ข้าวปั้นตอบกลับพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ “คอนโดฉันอยู่ใกล้แค่นี้เอง”
“พี่สาวครับ” ภูผาที่เงียบมานานเอ่ยขึ้น“ผมจะเดินไปเป็เพื่อนจนถึงปากซอยนะครับ”
ข้าวปั้นมองหน้าน้องชายด้วยความเข้าใจ“พี่ไม่เป็ไรหรอก...รีบกลับหอเถอะ” ข้าวปั้นพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
“ครับ” ภูผารับคำสั้นๆก่อนจะหันไปโบกแท็กซี่ที่วิ่งผ่านมาพอดี “เดินทางปลอดภัยนะครับพี่สาว”
ข้าวปั้นมองน้องชายที่ขึ้นรถแท็กซี่กลับไปก่อนจากนั้นเธอก็โบกมือลามะปรางอีกคนทิ้งให้เธอต้องเผชิญหน้ากับความมืดมิดและเงาของตัวเองเพียงลำพังข้าวปั้นก้าวเท้าให้เร็วกว่าเดิมเล็กน้อย แต่แล้วเธอก็ต้องชะงักฝีเท้า...
เสียงก้าวเท้าที่ดังขึ้นด้านหลังเธอทำให้ข้าวปั้นหยุดเดินทันทีเธอหันไปมองด้านหลังอย่างระมัดระวังแต่เธอก็ไม่พบใครเลย...นอกจากความว่างเปล่าและความมืดมิดที่กลืนกินทุกสิ่งข้าวปั้นพยายามปลอบใจตัวเองว่าคงจะคิดไปเองแต่แล้ว...ความรู้สึกเหมือนถูกจับตามองก็กลับมาอีกครั้งอย่างรุนแรงจนเธอต้องหันกลับไปมองอีกครั้ง
คราวนี้ไม่มีเสียงก้าวเท้าแต่มีอะไรบางอย่างที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วในความมืดที่อยู่ริมถนน...เธอมองไม่เห็นชัดเจนนักแต่ก็ยังคงรู้สึกได้ถึงสายตาที่จ้องมองมาที่เธออย่างไม่ลดละ
ไม่จริง...นี่ไม่ใช่เื่จริงเธอพึมพำกับตัวเองอย่างหวาดกลัวก่อนจะออกวิ่งอย่างสุดแรงเกิดเพื่อที่จะหลบหนีจากเงามืดนั้น
ขาเรียวของข้าวปั้นก้าวอย่างไม่คิดชีวิตแต่ก็รู้สึกเหมือนมีเงาหนึ่งที่กำลังไล่ตามมาติดๆเสียงก้าวเท้าที่ไล่หลังเธอมานั้นใกล้เข้ามาทุกทีจนเธอััได้ถึงลมหายใจที่รินรดอยู่ใกล้ต้นคอ
“ข้าวปั้น!” เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นทำให้เธอหันไปมองทันที ก่อนที่จะต้องเบิกตากว้างด้วยความใ เมื่อเห็น
แทนคุณวิ่งเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็วก่อนที่เขาจะพุ่งเข้ากระแทกเธอติดกับกำแพงในซอยมืด
ผลัก!
ร่างกายของข้าวปั้นกระแทกกับผนังอิฐเย็นๆอย่างแรงก่อนที่ร่างกายสูงใหญ่ของแทนคุณจะตรึงร่างเธอไว้กับกำแพงความเ็ปที่แขนและหัวเข่าของเธอทำให้ข้าวปั้นนิ่วหน้าด้วยความเ็ปแต่ก็ยังพยายามจะดิ้นรนให้หลุดพ้นจากอ้อมกอดของเขา
“คุณ! ปล่อยฉันนะ!” ข้าวปั้นพูดเสียงสั่น
“อย่าขยับ!”เสียงทุ้มต่ำของเขากระซิบอยู่ข้างหูเธอ “อย่าส่งเสียงดัง”
ข้าวปั้นเงียบไปทันทีเธอรู้สึกได้ถึงเสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นที่หน้าปากซอย ก่อนที่จะค่อยๆ เดินผ่านไปข้าวปั้นแอบมองไปที่หน้าปากซอยอย่างหวาดระแวง แต่ก็ไม่เห็นใครเลยนอกจากความมืดมิด
แทนคุณยังคงตรึงร่างของเธอไว้ดวงตาคมกริบคู่นั้นยังคงจ้องมองเธออย่างไม่ลดละมือของเขาข้างหนึ่งตรึงร่างของเธอไว้ส่วนอีกข้างหนึ่งยกขึ้นมาเชยคางของเธอให้เงยขึ้นไปมองเขา
“คุณคิดจะหนีผมไม่ได้หรอก”เสียงทุ้มต่ำของเขาดังขึ้น “ผมบอกแล้วใช่ไหม...ว่าคุณจะหนีผมไม่พ้น”
“คุณ...คุณพูดอะไร” ข้าวปั้นถามเสียงสั่น“ฉันไม่เข้าใจที่คุณพูด”
“ไม่เข้าใจก็ไม่เป็ไร” แทนคุณยิ้มเยาะที่มุมปาก“แค่จำไว้ว่าคุณจะหนีผมไม่ได้ก็พอ”
ทันใดนั้นเอง...เสียงทุ้มต่ำอีกเสียงก็ดังขึ้นจากหน้าปากซอยทำให้แทนคุณต้องผละออกจากข้าวปั้นทันที ก่อนที่จะหันไปมองที่หน้าปากซอยอีกครั้ง
ธามชายหนุ่มในชุดสูทสีดำที่ดูดีและน่าเกรงขามกำลังยืนอยู่ที่หน้าปากซอยพร้อมกับชายฉกรรจ์อีกสองคนที่ถูกจัดการอย่างรวดเร็วและไร้เสียงธามก้าวเท้าเข้ามาหาแทนคุณและข้าวปั้นอย่างรวดเร็วก่อนจะรายงานด้วยน้ำเสียงที่นิ่งเรียบ
“ผมจัดการให้เรียบร้อยแล้วครับ” ธามพูด“ทั้งสองคนนั้นเป็พวกที่ถูกจ้างมาให้มาทำร้ายคุณผู้หญิงครับ”
แทนคุณพยักหน้าให้กับธามอย่างรู้ใจเขาหันมามองข้าวปั้นอีกครั้งสีหน้าของเขาตอนนี้เปลี่ยนจากความกระหายเป็ความกังวลอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นว่าเธอได้รับาเ็
“คุณเป็อะไรหรือเปล่า”เขาถามด้วยน้ำเสียงที่เป็ห่วง
ข้าวปั้นส่ายหน้าอย่างรวดเร็วเธอลองขยับขาเพื่อจะเดิน แต่ก็ต้องทรุดลงไปทันทีเพราะข้อเท้าของเธอพลิกในตอนที่เขาพุ่งเข้ามาความเ็ปแล่นขึ้นมาจนทำให้เธอต้องนิ่วหน้าด้วยความเ็ป
แทนคุณมองเห็นความเ็ปในดวงตาของเธอเขาตัดสินใจอย่างรวดเร็ว ก่อนจะช้อนตัวเธอขึ้นในท่าเ้าสาวอย่างรวดเร็วทำให้ข้าวปั้นต้องรีบกอดคอเขาไว้แน่นด้วยความใ
“คุณ! คุณจะทำอะไร” ข้าวปั้นถามเสียงสั่น
“ก็พาคุณไปที่คอนโดน่ะสิ”แทนคุณตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ขาคุณเจ็บแบบนี้เดินกลับเองไม่ได้หรอก”
“ไม่เป็ไรค่ะ ฉันกลับเองได้”ข้าวปั้นพยายามจะดิ้นรนให้หลุดพ้นจากอ้อมกอดของเขาแต่เขากลับกอดเธอไว้แน่นกว่าเดิมจนเธอรู้สึกได้ถึงกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งของเขา
“อย่าดื้อสิข้าวปั้น”แทนคุณพูดด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน“ถ้าไม่ให้ผมไปส่ง...ผมก็จะอยู่กับคุณที่นี่จนกว่าจะเช้า”
“ไม่...ไม่เอา” ข้าวปั้นส่ายหน้าอย่างรวดเร็วเธอไม่้าอยู่กับเขาในที่มืดๆ แบบนี้อีกต่อไปแล้ว
แทนคุณยิ้มบางๆ ที่มุมปาก“งั้นก็ยอมให้ผมไปส่งแต่โดยดี”
เขาพาเธอเดินออกมาจากซอยก่อนจะตรงไปที่รถยนต์หรูคันหนึ่งที่จอดอยู่ไม่ไกลธามรีบเปิดประตูรถฝั่งเบาะหลังให้แทนคุณอย่างรู้ใจ เมื่อแทนคุณวางเธอลงบนเบาะรถเขาก็แทรกตัวเข้าไปนั่งข้างๆ ทันทีก่อนที่ธามจะเดินอ้อมไปขึ้นรถอีกฝั่งในตำแหน่งคนขับ
ภายในรถ...บรรยากาศเงียบสงัดราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอกมีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ทำงานเบาๆและเสียงลมหายใจของคนสองคนที่ดังอยู่ในความมืดสลัวแสงไฟสลัวจากถนนที่สาดส่องเข้ามาทำให้ข้าวปั้นมองเห็นใบหน้าคมคายของแทนคุณได้อย่างชัดเจนเขานั่งนิ่งอยู่ข้างๆ เธอในท่าทีที่สงบแต่แววตาคมกริบคู่นั้นกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย...มันเป็แววตาที่ทำให้เธอรู้สึกอึดอัดและหวาดกลัวอย่างประหลาด
แทนคุณเอื้อมมือมาหาเธออย่างช้าๆข้าวปั้นสะดุ้งเล็กน้อย พยายามจะขยับหนีแต่ก็ทำไม่ได้เพราะพื้นที่อันจำกัดในรถทำให้เธอจนมุม แทนคุณไม่ได้สนใจท่าทีของเธอเขายกมือขึ้นมาเชยคางของเธอให้เงยขึ้นก่อนจะใช้นิ้วโป้งลูบไล้ริมฝีปากของเธออย่างแ่เบาจนข้าวปั้นต้องเผลอกลั้นหายใจ
“คุณจะทำอะไร” ข้าวปั้นถามเสียงสั่นระรัว
“ผมแค่รู้สึกว่าอยากััคุณ”แทนคุณกระซิบเสียงแหบพร่า “ไม่ได้ทำแบบนี้มานานมากแล้ว”
ข้าวปั้นส่ายหน้าอย่างรวดเร็วเธอไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูดเลยแม้แต่น้อย
“คุณ...ฉันไม่เข้าใจ” เธอพึมพำ“เราไม่เคยรู้จักกัน...”
“เราเคยรู้จักกัน”แทนคุณพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง “เราเคยอยู่ด้วยกัน...นานมากแล้ว”
แทนคุณลดมือลงจากใบหน้าของเธอก่อนจะเลื่อนมือลงมาจับที่ข้อเท้าของเธออย่างแ่เบาข้าวปั้นสะดุ้งด้วยความเ็ปเขาลูบไล้ไปตามข้อเท้าของเธออย่างเบามือราวกับกำลังปลอบประโลมความเ็ปนั้น
“คุณเจ็บมากไหม”แทนคุณถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนจนเธอแปลกใจ “ผมขอโทษที่ทำให้คุณต้องเจ็บตัว”
ข้าวปั้นมองหน้าเขาอย่างไม่เข้าใจ“คุณ...คุณเป็ใครกันแน่”
แทนคุณยิ้มอย่างเ็ป“ผมก็คือคนที่คุณหนีมาตลอดสิบเจ็ดปีไง”
เขาเลื่อนมือขึ้นมาโอบรอบตัวเธออย่างแแ่ก้มหน้าลงมาใกล้เธอจนเธอััได้ถึงลมหายใจของเขาที่รินรดอยู่บนริมฝีปากของเธอ
“จำได้ไหม...ว่าเราเคยอยู่ด้วยกัน”แทนคุณถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ“คุณจำผู้ชายคนนั้นที่พยายามจะช่วยคุณในกองเพลิงได้ไหม”
ข้าวปั้นส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว“ฉัน...ฉันจำไม่ได้”
แทนคุณยิ้มอย่างเ็ป“ไม่เป็ไรครับ...ผมจะทำให้คุณจำได้เอง”
รถยนต์เคลื่อนตัวไปอย่างช้าๆภายในรถเต็มไปด้วยบรรยากาศที่อึดอัดและตึงเครียดข้าวปั้นมองเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างหวาดกลัว...แต่ในสายตาของเขาเธอกลับเห็นอะไรบางอย่างที่มากกว่าความ้า...มันคือความเ็ป...และความอาลัย...ความรู้สึกที่เธอคุ้นเคย...แต่เธอกลับจำไม่ได้ว่ามันคือความรู้สึกอะไร
“คุณไม่จำเป็ต้องกลัวผม” แทนคุณพูดขึ้น“ผมจะไม่ทำร้ายคุณ”
“แต่คุณก็กำลังบังคับฉัน”ข้าวปั้นพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
“ผมไม่ได้บังคับคุณ” แทนคุณยิ้ม“ผมแค่ทำในสิ่งที่ผมควรทำ...ในฐานะคนที่รักคุณ”
ข้าวปั้นเงียบไปทันทีเธอไม่รู้ว่าควรจะตอบคำถามนี้อย่างไรเธอไม่เคยมีใครที่รักเธอมากขนาดนี้...นอกจากพ่อกับแม่ของเธอ...
เมื่อรถยนต์แล่นมาจอดสนิทที่หน้าคอนโดแทนคุณก็ยังคงนั่งนิ่งอยู่ข้างๆ เธอ ข้าวปั้นไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวออกห่างเธอรู้ว่าถ้าเธอดิ้นรน...เขาจะยิ่งรุกคืบเข้ามาใกล้กว่าเดิมเธอจึงได้แต่นั่งนิ่งอยู่ในอ้อมกอดของเขาอย่างยอมจำนน
แทนคุณมองใบหน้าซีดเผือดของเธออย่างอ่อนโยนเขาลดสายตาลงมองที่ข้อเท้าที่าเ็ของเธอก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นมาสบตาเธออีกครั้งแววตาคมกริบของเขาทำให้ข้าวปั้นต้องเผลอกลั้นหายใจ
“ถึงแล้ว” เขาพูดเสียงแ่เบา“ผมอุ้มคุณเข้าไปนะครับ”
“ไม่...ไม่เป็ไร” ข้าวปั้นปฏิเสธเสียงแ่“ฉันเดินเองได้”
“อย่าดื้อสิ”แทนคุณพูดด้วยน้ำเสียงที่ดุดันเล็กน้อยก่อนจะช้อนตัวเธอขึ้นในท่าเ้าสาวอย่างรวดเร็วข้าวปั้นใจนต้องรีบกอดคอเขาไว้แน่นด้วยความใ
แทนคุณอุ้มเธอเข้าไปในคอนโดอย่างรวดเร็วโดยไม่สนใจสายตาของผู้คนที่มองมาอย่างสงสัยเขาพาเธอเข้ามาในลิฟต์และกดปุ่มไปยังชั้นที่เขาได้ให้ธามสืบมาแล้วข้าวปั้นได้แต่กอดเขาไว้แน่นอย่างหวาดระแวงและภาวนาให้เขาทำตามที่พูดว่าจะแค่พาเธอมาส่งเท่านั้น
เมื่อประตูลิฟต์เปิดออกแทนคุณก็อุ้มเธอเดินตรงไปที่หน้าห้องของเธอทันทีก่อนจะเปิดประตูและพาเธอเดินเข้ามาในห้องแล้ววางเธอลงบนโซฟานุ่มๆ อย่างแ่เบาข้าวปั้นยังคงนั่งนิ่งอยู่บนโซฟา ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเขาปล่อยให้เธอนั่งอยู่ตรงนั้น ก่อนจะเดินไปที่ประตูและล็อกกลอนจากด้านในอย่างไม่รีบร้อน
ข้าวปั้นมองเขาอย่างไม่เข้าใจ"คุณ...คุณจะทำอะไร คุณจะอยู่กับฉันหรือไง"
แทนคุณหันกลับมามองเธอด้วยสายตาที่อ่อนโยนแต่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก"ผมจะไปแล้ว"
ข้าวปั้นมองหน้าเขาอย่างไม่เข้าใจ"คุณจะไปไหน"
"ผมจะกลับไปจัดการกับพวกที่มาทำร้ายคุณ"แทนคุณตอบด้วยน้ำเสียงที่เ็า "ผมจะไม่ปล่อยให้ใครมาทำร้ายคุณได้"
เขาพูดจบก็เดินกลับมาหาเธอก่อนจะก้มหน้าลงมาใกล้ใบหน้าของเธออย่างช้าๆ...
“จำเอาไว้...นับจากนี้...ชีวิตของคุณเป็ของผม...และผมจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหน...แม้แต่ตัวคุณเอง...ทำร้ายสิ่งที่ผมรักได้อีกแล้ว!”
เขาพูดจบก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะหันหลังและเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็วทิ้งให้ข้าวปั้นนั่งนิ่งงันอยู่บนโซฟาเพียงลำพังหัวใจของเธอเต้นกระหน่ำอย่างรุนแรงจนเธอแทบจะหายใจไม่ออก
ในที่สุดเราก็ได้มาถึงบทสรุปของตอนที่ 4แล้วนะคะในตอนนี้เราได้เห็นความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างข้าวปั้นและแทนคุณที่เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆหวังว่าทุกคนจะตื่นเต้นกับปมที่เขาทิ้งท้ายไว้ให้ชวนสงสัยและอย่าลืมติดตามบทต่อไปว่าเื่ราวจะเป็อย่างไรต่อไป!