หลี่อวี้ฝูเดินเข้ามาในเหวยฝูขณะนี้นางกำนัลทั้งหลายต่างชุลมุนวุ่นวายอยู่กับการเตรียมงานแต่งกะทันหันที่ได้ฤกษ์มาแบบจัดตามใจผู้แต่งแต่งตามใจผู้จัด ดังนั้นจึงต้องเร่งมือกันมือแทบพันกัน
ในขณะที่นางกำลัง้าเรียกใครสักคนมาใช้งานบังเอิญอี้เสาเย่เดินผ่านมาพอดี
องค์หญิงผิงอันยกมือขึ้นเชิงมือเื่สั่งอี้เสาเย่รีบหยุดเท้า ก้มหน้ารอรับคำสั่งทันที "หากเถ้าเเก่ซุนมาเเล้ว พาเขาไปพบข้าที่เรือนหลานฮวา"
สาวใช้ตัวน้อยรับคำเเต่ก่อนองค์หญิงจะเดินไป นางเพิ่งนึกเื่สำคัญออก รีบเดินเข้าไปเรียนว่าตอนนี้องค์ชายหกมารออยู่ที่เรือนฉุ่ยเซียนก่อนเเล้ว
สีหน้าของผู้เป็นายเต็มไปด้วยความรำคาญทันทีที่ได้ยินว่าแขกเป็องค์ชายหก"เขามาตั้งเเต่เมื่อไรกัน?"
"ประมาณครึ่งชั่วยามแล้วเพคะ"
หลี่อวี้ฝูพยักหน้าพลางโบกมือให้สาวใช้ไปทำงานของตัวเองได้แล้วหลังจากอี้เสาเย่เดินลับไป นางยืนหยุดนิ่งพยายามปั้นหน้ายิ้มองค์ชายหกน่ารำคาญแต่ถือเป็องค์ชายที่พอมีอำนาจคนหนึ่งไม่อาจขีดเส้นแบ่งไม่รับไมตรีได้อย่างเต็มปากอย่างน้อยมีเขาไว้ก็คงได้ใช้ประโยชน์อำนาจในอนาคต
หญิงสาวเดินไปยังเรือนฉุ่ยเซียนมือขาวเลื่อนบานประตูออก เผยให้เห็นชายรูปงามกำลังยกถ้วยชาขึ้นดื่ม เมื่อเขาเห็นว่านางมาแล้วเขารีบวางถ้วยชาพร้อมยืนขึ้นต้อนรับ
องค์หญิงผิงอันย่อกายทำความเคารพก่อนเดินเข้าไปนั่ง "เหวยฝูค่อนข้างไกลจากวังหยก องค์ชายมีธุระเร่งด่วนหรือเพคะ?"
สวี่เหวินเฉิงยกยิ้มพลางส่ายหน้าเขาว่าไม่ใช่ธุระเร่งด่วนแต่เพียงร้อนใจนั่นยิ่งทำให้เ้าบ้านเริ่มกังขาการมาเยือน
"ข้าได้ยินมาว่าเ้าเชิญเเม่สื่อมาทำพิธีหมั้นกับบัณฑิตเฉิงเเล้ว"เขากล่าวเข้าประเด็นอย่างไม่อ้อมค้อม
"เป็เช่นนั้นเพคะ"เสียงตอบรับที่แน่วแน่แต่เย็นเฉียบทำผู้ถามเริ่มรู้สึกประหม่าเองสายของหลี่อวี้ฝูแสดงอย่างชัดเจนว่านี่เป็เื่ส่วนตัวของนางแท้จริงแล้วที่ว่าร้อนใจ เขาเพียงร้อนใจมายุ่มย่ามกับเื่ส่วนตัวของนางหรอกหรือ
"เสด็จพ่อทราบหรือไม่ว่าครอบครัวของบัณฑิตเฉิงต่างเสียไปหมดเเล้ว"
"หม่อมฉันทูลฝ่าาเเล้วเพคะองค์ชายอย่าได้กังวลไป"
โชคดีที่เมื่อวานหลังจากเถ้าแก่ซุนกลับไปนางตัดสินใจเข้าวังไปพบฮ่องเต้เพื่อจัดการแก้ตัวและอธิบายเื่ราวที่เกิดขึ้นด้วยตัวเองแต่น่าแปลกที่ฝ่าาไม่ติดใจเื่ที่เฮยอู๋ฉางพยามเลี่ยงตอบเื่ครอบครัวอาจคงเพราะเข้าใจว่าการสูญเสียครอบครัวเป็เื่ที่ไม่อยากพูดถึง
"งานเเต่งที่ไม่มีครอบครัวฝ่ายชายจะเป็งานมงคลสมรสได้อย่างไรบัณฑิตเฉิงที่มีเเต่ตัว เขามีสิ่งใดหรือจะเป็ของกำนัลหมั้นมาสู่ขอ"
แต่สิ่งที่น่าแปลกใจกว่านั้นคือสวี่เหวินเฉิงแอบส่งคนตามสืบเื่เฉิงฮ่าวลับหลังนางเขารู้แม้กระทั่งว่าเฉิงฮ่าวเป็บัณฑิตผู้ดีตกอับหากปล่อยไว้ต้องเกิดสืบจนทราบเื่ที่ลึกไปมากกว่านั้น
แต่สวี่เหวินเฉิงจะไม่มีวันทราบว่าเฉิงฮ่าวคู่หมั้นของนางอยู่ที่นี่เป็เพียงผู้สวมรอยอย่างแน่นอน
"หม่อมฉันเองก็ไม่มีพ่อเเม่เพคะ"หลี่อวี้ฝูตอบเสียงเรียบเพียงเื่มีหรือไม่มีบิดามารดาแล้วจะมาล้มงานแต่งของนางหรือขนาดยมทูตนางยังต่อรองมาเป็เ้าบ่าวให้ตัวเองได้เลย
ไม่อย่างนั้นก็นับเป็งานแต่งของเด็กกำพร้าไปเลยก็ไม่เสียหายคงไม่มีกฎหมายใดห้ามงานแต่งที่ไร้ญาติมิตรมารับน้ำชา
"เเต่ข้าได้ยินว่ามีอุบัติเหตุการหมั้นหมายจึงล้มเลิกไป"องค์ชายหกไม่ยอมแพ้เขาเฝ้ามองหลี่อวี้ฝูมาั้แ่ที่นางยังเป็เพียงเด็กหญิงบุตรีแม่ทัพจนตอนนี้นางเป็องค์หญิงผู้สูงส่งก็ยังคงเป็เหมือนเดิม สาเหตุที่อายุใกล้ยี่สิบห้าแต่ยังไม่ยอมสมรสกับหญิงใดนั่นเป็เพราะสายตาของสวี่เหวินเฉิงมีไว้มองเพียงหลี่อวี้ฝูเท่านั้น
แล้วเหตุใดเล่าบัณฑิตตกอับนั่นโผล่มาจากไหน หลี่อวี้ฝูถึงมอบใจยอมแต่งงานในเวลาสั้น ๆเช่นนี้ไม่ยุติธรรมกับเขาที่เฝ้ารักนางมานานเลยแม้แต่น้อย
"เเม้จะสลับขั้นตอนไปบ้างเพราะมีอุบัติเหตุเเต่หม่อมฉันจัดการทุกขั้นตอนเรียบร้อยหมดตามพิธีการเเล้วเพคะ คาดว่านกส่งสานส์ของพระองค์คงยังไม่ทราบ"
เช้าวันนี้ก่อนเฮยอู๋ฉางตื่นนางเชิญซินเเซหลิวมาทำพิธีตรวจดวงชะตาที่เหวยฝูอีกครั้ง ทั้งยังขอให้ซินเเซนำของหมั้นในนามคุณชายเฉิงฮ่าวไปส่งที่พระราชวังเเล้วนางถือว่าเสร็จเรียบร้อยตามประเพณี
"ลองตรองอีกสักคราไม่ดีกว่าหรืออวี้ฝู"องค์ชายหกพยามหว่านล้อม แต่ดูจะไม่เป็ผลเลยแม้เพียงนิดเปรียบดั่งวิ่งไล่ตามผีเสื้อสุดตัว แต่ผีเสื้อกลับบินไปจนลับสายตา
"หม่อมฉันปีนี้อายุยี่สิบเเล้วเพคะหาใช่เด็กน้อยไร้วิจารณญาณไม่"องค์หญิงผิงอันกล่าวด้วยสายตาที่ไม่พอใจแต่สีหน้าเรียบนิ่งสวี่เหวินเฉิงเป็ชายที่มีพร้อมทุกอย่างแต่น่าเสียดายที่เขาใช้ทุกอย่างกับคนที่ไม่้าของของเขา "หวังว่าคำพูดของหม่อมฉันพระองค์จะเข้าใจ"
"ข้ารู้ว่าอวี้ฝูโตพอจะมีชีวิตคู่เเล้วเเต่เขาไม่เหมาะสมกับเ้า"
"เเบบไหนเรียกเหมาะสมเเบบไหนเรียกไม่เหมาะสมหรือเพคะ?"
"หม่อมฉันรักคุณชายเฉิงเพคะ"หญิงสาวผู้อยู่ในสถานะผู้สูงศักดิ์กล่าวอย่างชัดถ้อยชัดคำความรู้สึกของนางถูกสอนให้เก็บไว้อย่างมิดชิด อย่าเผลอแสดงให้ใครรู้ว่ากำลังคิดสิ่งใดอยู่แต่เฮยอู๋ฉาง บุรุษที่ไม่ใช่คนนางกลับกล้าที่จะแสดงความรู้สึกของตัวเองออกมาอย่างซื่อสัตย์ "รักมากเสียจนไม่อาจปิดบังความรู้สึกได้"
"ข้าเองก็ชอบเ้ามาก"คราวนี้เป็องค์ชายหกที่เริ่มกล่าวอย่างตรงไปตรงมาที่ผ่านมาเขาต้องเก็บซ่อนไว้เพราะกลัวเสียหญิงอันเป็ที่รักไปแต่ยามนี้หากไม่กล่าวออกไปอย่างชัดเจน เขาอาจจะต้องเสียนางไปตลอดกาล "เป็ข้าไม่ได้หรือ...ที่จะเป็สามีของเ้า"
แต่แท้จริงแล้วสวี่เหวินเฉิงไม่อาจเสียหลี่อวี้ฝูไปได้เพราะนางไม่เคยเป็ของเขาแม้แต่เสี้ยววินาที
"หม่อมฉันไม่เคยคิดกับองค์ชายเเบบนั้นเพคะ"ในเมื่ออีกฝ่ายกล่าวอย่างตรงไปตรงมานางเองก็ตอบไปตามตรงเช่นกัน "เพียงสักครั้งก็ไม่เคย"
"หากพระองค์กล่าวว่าหม่อมฉันไม่เหมาะสมกับคุณชายเฉิงพูดตามตรง...เราทั้งสองก็ไม่คู่ควรเช่นกัน"
คำพูดของหลี่อวี้ฝูเสียดแทงสวี่เหวินเฉิงจนแทบเป็บ้าเขาคือองค์ชายที่เกิดจากพระสนมจางเสียนเฟย หนึ่งในสี่มเหสีที่มีอำนาจแห่งวังหลังใครทั้งหลายต่างทำทุกอย่างเพื่อให้เขาพอใจ ไม่มีใครแม้แต่จะคิดขัดใจหรือปฏิเสธแต่เหตุใดต้องเป็สตรีนางนี้ที่เ็ากับเขามาตลอด ทั้งที่ความรู้สึกพิเศษของเขามีให้นางเท่านั้น
"เเต่เวลานี้เ้าเป็องค์หญิงเเต่งออกไปกับบัณฑิตผู้ดีเก่าที่มีเเต่ตัว เ้าคิดว่าเขาจะเลี้ยงดูเ้าได้อย่างดีหรือ?"ชายหนุ่มเริ่มยกเหตุผลร้อยอย่างที่นอกเหนือจุดประสงค์แรกเข้าสู้หลี่อวี้ฝูอยู่สบายมาทั้งชีวิต นางไม่สามารถทนตกระกำลำบากกับเฉิงฮ่าวได้อย่างแน่นอน
แต่องค์ชายลืมไปว่านี่คือองค์หญิงผิงอัน
"หม่อมฉันสามารถดูเเลคุณชายเฉิงให้มีกินมีใช้อย่างสุขสบายไปได้ตลอดชีวิต"องค์หญิงผิงอันตอบอย่างไม่หยี่ระซ้ำยังยิ้มออกมาอย่างมีความสุขที่จะได้ชุบเลี้ยงคนรักให้อิ่มหนำด้วยตัวเอง "หากองค์ชายอยากห่วงใยใครสักคนหม่อมฉันว่าพระองค์ห่วงว่านหลินเถอะเพคะ"
"นางยังเด็กนักอาจหุนหันไปบ้าง อยากให้เห็นแก่ว่านางเป็น้องสาวคนหนึ่งของเ้า"สวี่เหวินเฉิงเข้าใจว่านางหมายถึงเื่ที่เกิดขึ้นที่ตำหนักเจ๋ย์กงก่อนหน้านี้
"หม่อมฉันเป็ลูกคนเดียวเพคะ"
หลี่อวี้ฝูเอื้อมมือไปหยิบถ้วยชาที่คว่ำอยู่บนถาดมาเทชาใส่ก่อนยกดื่มด้วยท่าทีสบายใจ "หม่อมฉันว่าสิ่งที่องค์ชายควรทำคือการบอกให้นางยอมรับผลที่ตามมาเพคะ"
แม้องค์ชายหกจะเข้าใจกลอำนาจวังหลังแต่เขาไม่เข้าใจสิ่งที่หลี่อวี้ฝูกำลังสื่อความหมายแท้จริงแล้วสวี่ว่านหลินทำสิ่งใดที่ร้ายแรงกว่านั้น "หมายความอย่างไรกันแน่?"
"วาจาของหม่อมฉันไม่ซับซ้อนไม่นานนักองค์ชายจะเข้าใจเพคะ"หลี่อวี้ฝูกล่าวปัดไม่ใส่ใจ นางวางถ้วยชาลงพร้อมลุกขึ้นยืนย่อกายส่งลา
"หากไม่มีธุระแล้วหม่อมฉันขอส่งองค์ชายเพคะ วันมะรืนก็งานแต่งแล้ว หม่อมฉันมีเวลาไม่มาก"
หลังจากหลี่อวี้ฝูออกมาจากเรือนฉุ่ยเซียนนางก็อยู่อ่านตำราที่เรือนหลานฮวาคนเดียวทั้งยังสั่งห้ามคนอื่นนอกจากอี้เสาเย่เข้าพบ แม้แต่เสี่ยวเหวยหรือเฮยอู๋ฉางเองก็ไม่สามารถเข้าไปข้างในได้จนกระทั่งตะวันตกดิน เถ้าแก่ซุนเดินทางมาถึงเหวยฝูแล้วนางกำนัลที่ได้รับคำสั่งจึงรีบพาเขาไปยังเรือนหลานฮวาทันที
เรือนหลานฮวาจุดเพียงตะเกียงดวงเดียวจากทั้งเรือนภายในจึงค่อนข้างมืดมาก แต่ซุนอู๋ก็ชินกับการที่เ้าของเรือนทำตัวเช่นนี้แล้ว
ซุนอู๋นั่งลงรับน้ำชาสักพักองค์หญิงผิงอันก็เข้าเื่ธุระที่เชิญเขามาถึงที่เรือน
"โฉนดเรือนที่หงเป่ยของข้าบอกไป๋หู่ว่าเป็เรือนของท่าน ค่าใช้จ่ายหนึ่งพันตำลึงหักจากค่าจวนของเขาแล้ว"นางเน้นย้ำพลางดันแผ่นโฉนดสีน้ำตาลกระดาษให้อีกฝ่าย
"ข้าจำได้ว่าเมื่อกลางวันท่านบอกให้ข้าเป็นายหน้าทำสัญญา ส่วนเงินและโฉนด คนของท่านจะนำไปมอบให้ไป๋หู่เอง"
"ข้าเปลี่ยนใจแล้วข้าฝากท่านย่อมจะสะดวกกว่า"
"เรือนหงเป่ยของท่าน"เถ้าแก่ซุนหยินโฉนดที่ดินขึ้นมาอ่านคิ้วของเขาขมวดกันเป็ปม "องค์หญิงหมายถึงเรือนเก่าของท่านแม่ทัพหลี่รึ?"
"เถ้าแก่เข้าใจถูกแล้ว"องค์หญิงพยักหน้าท่าทางของนางสงบจนทำเถ้าแก่หนุ่มเริ่มปั่นป่วนสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่มีสิ่งใดสอดคล้องกันเลย
"ท่านโก่งราคาเรือนเส็งเคร็งนั่นสูงเกินไปหน่อยนะองค์หญิง"เขากอดอกแน่น หกปีก่อนที่เขาตัดสินใจรับใช้องค์หญิงน้อยต่อจากเ้านายเก่าที่เป็บิดาของนางเขาเคยไปที่นั่นหนึ่งครั้ง เรือนหงเป่ยที่หญิงสาวว่าก็เป็เรือนแค่ชื่อแท้จริงดูเหมือนโกดังเก็บอาวุธเก่าเสียมากกว่า หากจะอาศัยก็อยู่ได้แต่สภาพนั้นผู้ใดจะกล้าอาศัยได้ พูดตามตรงคือที่นั่นคือจุดบอดทัศนียภาพอันงดงามของหงเป่ย
เื่นี้เื่ใหญ่ถือว่ากำลังหลอกขายเรือนเก่าราคาแพงลิบกับขุนนางชั้นสูงเก่าแต่หลี่อวี้ฝูกลับไม่แสดงอาการใดเลย ซ้ำยังถามคำถามหน้าตายอีกต่างหาก "แล้วอย่างไรท่านคิดว่าจะมีปัญหาตามมาหรือไม่"
"องค์หญิงถามประหลาดนัก"เถ้าแก่ส่ายศีรษะแม้จะทำงานด้วยกันมานาน แต่เขาก็ไม่อาจชินกับสีหน้าไร้อารมณ์ในการทำเื่ต่างๆของนาง "เรือนนั่นพื้นที่เท่าเรือนฉุ่ยเซียนราคาหนึ่งพันตำลึงปลูกเรือนขนาดใหญ่กว่าได้เกือบทั่วหงเป่ย"
"ถึงจะบอกว่าเป็ราคามิตรภาพคนกันเองแต่หนึ่งพันตำลึงซื้อคฤหาสน์ใหญ่ที่หงเป่ยจริง ๆได้"
"หากไป๋หู่ไปถึงหงเป่ยพบว่าเรือนไม่สมราคาคุยเขาไม่อยู่เฉยแน่"
ซุนอู๋ส่ายหน้าเขาไม่เชื่อเลยว่าเรือนเก่าจะหลอกขายถึงหนึ่งพันตำลึง แต่หากพูดตามความจริงนี่ไม่ใช่การขาย แต่เป็การยัดเยียดหลอกให้คิดว่าอีกฝ่ายได้เสียไปหนึ่งพันตำลึงเพื่อซื้อเรือนที่หงเป่ยแล้วแต่ความจริงคือไม่มีใครได้ประโยชน์ใดเลยนอกจากหลี่อวี้ฝูที่กำจัดโฉนดเก่าที่ตนไม่้าแล้ว
นางพยักหน้ารับด้วยสีหน้ามั่นใจหญิงสาวดูเข้าใจดีกับสิ่งที่เถ้าแก่ซุนกล่าวออกมา "ถ้าข้าบอกว่าไป๋หู่จะมีความสุขจนล้นอก…เถ้าแก่จะเชื่อข้าหรือไม่"
ในเมื่อองค์หญิงผิงอันพูดอย่างมั่นใจหากนางรับรองในฐานะที่นางคือองค์หญิงผิงอันเขาก็พร้อมจะเชื่อใจนางและพร้อมเชื่อว่าสิ่งที่นางทำจะนำมาซึ่งผลประโยชน์มหาศาล
"ไม่เคยมีครั้งไหนที่ข้าไม่เชื่อใจท่านองค์หญิงผิงอัน"
แต่หากนางพูดในฐานะที่นางคือหลี่อวี้ฝูบอกตามตรงว่าเขาไม่สามารถมั่นใจได้เลย เพราะหลี่อวี้ฝูใช้ใจกับทุกอย่างมากเกินไปดูจากการที่ทุ่มเททำเพื่อคู่หมั้นไร้ที่มานั่นก็ได้
"นี่คือค่าจวนของไป๋หู่ตั๋วเงินสี่พันตำลึงทอง"นางหยิบตั๋วเงินออกมาจากกล่องไม้ขึ้นมาบนโต๊ะก่อนยื่นส่งให้นายหน้าคนสำคัญ
"หากมีใครอื่นได้ยินเข้าเขาคงคิดว่าท่านกำลังซื้อเหมืองทอง"
"เช่นนั้นเขาคงรู้สึกเหมือนได้ครองโลกสินะ"หลี่อวี้ฝูยิ้มพลางหัวเราะเบาๆ"นั่นยิ่งดี"
"ว่าแต่เหตุใดท่านถึงจ่ายเขาเป็ตั๋วเงินกันข้าคิดว่าตาเฒ่านั่นคงอยากได้กองตำลึงมาเป็หลักประกันเลยมากกว่า"
"หากไป๋หู่เป็สุนัขเฒ่าทั่วไปครั้งหนึ่งคงไม่อาจมีวาสนาได้เป็อัครมหาเสนาบดีของอดีตฮ่องเต้"
องค์หญิงผิงอันทราบดีว่าคนอย่างไป๋หู่เองก็้าให้นางจ่ายเป็ตั๋วเงินเพื่อที่จะได้สะดวกต่อการเดินทางไปยังหงเป่ยเสือแก่ขี้ระแวงไม่มีทางขนตำลึงทองเดินทางไกลเป็แน่
"ก็จริงของท่าน…"ซุนอู๋พยักหน้าพลางคิดหาเหตุผลที่อยู่ในใจของอีกฝ่าย "ของของท่านเตรียมไว้ที่โรงสุราหงอวี้หมี่ในคืนนี้"
"ข้ารบกวนเถ้าแก่ส่งสุราหงอวี้หมี่ให้ใต้เท้าข่งฟู่ที"องค์หญิงผิงอันยื่นกระดาษพับแผ่นหนึ่งให้ข่งฟู่ที่ว่าคืออัครมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายที่นางผูกไมตรีด้วยนับเป็ตัวละครสำคัญในคืนนี้เลยทีเดียว
ซุนอู๋รับกระดาษมาเก็บในสาบเสื้อของตัวเองอย่างว่าง่าย"ถึงข้าจะไม่ทราบว่าเป็เื่ใด แต่หวังว่าองค์หญิงจะได้รับข่าวดี"
"เถ้าแก่ซุนมันต้องเป็เช่นนั้นอยู่แล้ว"นางเรียกชื่อคู่ทำธุรกิจเสียงต่ำก่อนเปลี่ยนโทนเสียงเป็มั่นใจเมื่อพูดถึงความว่าต้องได้รับข่าวดีอย่างแน่นอน
เถ้าแก่ซุนเตรียมลากลับออกไปทำธุระให้แต่ก่อนที่เขาจะออกไป เขานึกสงสัยที่นางให้ราคาจวนหลวงที่ไม่ใช่แม้แต่ชื่อของไป๋หู่สูงถึงเพียงนี้แม้ว่าเดิมนางก็ติดนิสัยมือเติบอยู่แล้ว "ข้าถามได้หรือไม่ว่าเหตุใดท่านถึงจ่ายให้ไป๋หู่สูงนัก"
องค์หญิงผิงอันยกถ้วยชาขึ้นดื่มนางเอียงหน้าพลางยิ้ม "เพราะเลขสี่เป็เลขของคนตาย"