ภัทรจัดการธุระส่วนตัวเสร็จก็กลับมาที่ห้องทำงาน เขาเห็นกล่องใส่นอตขนาดใหญ่กล่องหนึ่งวางอยู่ ด้านในมีนอตหลายแบบหลายขนาดคละกันมั่วไปหมด เขามองชายชราที่นั่งอยู่ด้านข้าง
“ก่อนเอ็งจะประกอบพลั่วยุทธวิธี เอ็งต้องจำให้ได้ว่านอตในพลั่วมีกี่แบบ นอตพวกนี้คือชนิดของนอตทั้งหมดที่มีในพลั่ว ข้าจะให้เอ็งฝึกโดยการแยกน็อตพวกนี้”
“ได้ครับ” แม้ว่าภัทรจะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ว่าจะฝึกไปทำมันแต่เขาก็ตอบรับอย่างว่าง่าย เขาเดินไปข้างลังแล้วจะหยิบนอตนั้นขึ้นมาดู ก็ถูกชายชราตีเพียเข้าที่มือ
“ผมทำอะไรผิดเหรอครับ” ภัทรทำหน้าเหลอหลา
“เอ็งต้องปิดตาด้วย” ชายชราหยิบผ้าเก่าๆขึ้นมา
"มันจำเป็ด้วยหรอครับ ผมแค่..."ภัทรคัดค้าน
"จะทำหรือไม่ทำ ไม่ทำข้าก็ไม่สอน"ชายชราทำท่าโมโห
"ทำครับ ทำๆ" ภัมรนั่งลงเตรียมพร้อม
ชายชราก็เอาผ้าผืนนั้นมาปิดตาเขาไว้จนแน่น ผ้าผืนนั้นมันทั้งเหม็นอับ แถมฝุ่นจากผ้าก็ร่วงลงมาเข้าจมูกจนเขาต้องทำจมูกฟุดฟิด
แล้วผมต้องทำยังไงต่อครับ ชายชราเอาถาดอะไรสักอย่างวางบนตักเขาแล้วเริ่มอธิบาย
"ถาดบนตักเอง คือถาดสำหรับวางน๊อตและสกรู เมื่อเองหยิบแล้วแยกชนิดได้ก็ให้เอามาวางบนถาดนี้ เมื่อครบแล้วจึงจะเลิกฝึกได้ เอาละเริ่มการฝึกได้”
ภัทรเริ่มคลำหาเหมือนคนตาบอดควานหากล่อง เมื่อหยิบชิ้นส่วนขึ้นมาได้ก็คลำดูรูปทรง จากนั้นจึงเริ่มวางแยกกอง ใน่แรกเขาสับสนตำแหน่งมาก ทุกครั้งที่วางผิด ชายชราจะเอาอะไรสักอย่างมาตีที่หลังเขา แม้มันจะไม่เจ็บมากแต่ก็ทำให้เขาต้องระวังมากขึ้น
เขาเริ่มจำรูปทรงได้แล้ว นอตมีทั้งหมดแปดแบบ มีขนาดต่างกันสามขนาด รูปร่างหัวนอตต่างกันสามแบบ และมีอีกสองแบบที่รูปลักษณ์และขนาดคล้ายกันมากจนแทบแยกไม่ออก เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าพร้อมกับเสียงที่ภัทรโดนตีเป็ระยะๆ จนกระทั่งนอตตัวสุดท้ายถูกวางลง
“เปิดตาได้” ชายชราบอก
ภัทรแกะที่ปิดตาออก พบว่าทั้งแปดกองมีการคัดแยกค่อนข้างดี แต่ก็ยังเห็นจุดผิดพลาดปะปนอยู่พอสมควร
“ผิดพลาดเจ็ดสิบสี่ชิ้นจากห้าร้อยชิ้น... ผิดพลาดเยอะไปหน่อยแต่ก็ไม่เลวสำหรับครั้งแรก ให้พักห้านาที แล้วจะทำการฝึกแยกสกรูต่อ”
“ผมยังต้องทำอีกเหรอครับ”
“หึ นอต สกรู เป็เพียงน้ำจิ้มเท่านั้น เอ็งจะต้องฝึกแยก เฟือง สปริง และตลับลูกปืนในด่านต่อไป และด่านสุดท้ายคือการแยกขนาดและชิ้นส่วนของหินิญญาที่เหมาะสม”
“โห... ทำไมต้องฝึกขนาดนั้น ผมแค่อยากประกอบพลั่ว...”
เพียะ!!!
“นี่มันพื้นฐานทั้งนั้น! ถ้าเอ็งไม่ฝึกข้าก็ไม่สอน!” ชายชราทำเสียงหายใจฟึดฟัดอย่างขัดใจ
“โอเคครับๆ แล้วผมต้องทำจนถึงเมื่อไหร่ครับ”
“จนกว่าจะไม่ผิดเลยแม้แต่สกรูเดียว!”
“โห... โหดจัง” ภัทรทำหน้าเหยเก
“เอ็งลองคิดดูสิว่า ถ้าเกิดสกรูในพลั่วที่เอ็งทำหายไปสักชิ้นหนึ่ง แล้วมีเ้าหน้าที่สักคนใช้มันไปสู้กับไอ้พวกระย... พวกนิสัยเสียนั่น เอ็งคิดว่าความผิดพลาดนั้นจะไม่ถึงแก่ชีวิตของเ้าหน้าที่คนนั้นหรือไง ถ้าเขาตายก็เป็ความผิดเอ็ง และถ้าเอ็งเอาไปใช้เองจนตาย มันก็คือความผิดข้า... เอ็งเข้าใจความสำคัญของมันรึยัง”
ภัทรนิ่งไปครู่หนึ่ง คิดทบทวนคำสอนนั้นแล้วตอบชายชราด้วยความมุ่งมั่น “ผมจะต้องทำให้ได้ครับ มาเลยผมพร้อมแล้ว”
“ดี... งั้นเอาไปเลยสกรูห้าสิบแบบ จำนวนหนึ่งพันชิ้น!” ชายชราหยิบกล่องสกรูใบั์มาจากที่ไหนก็ไม่รู้ ภัทรเห็นก็เหงื่อตกกลืนน้ำลายเอือก
“ฮ่าๆๆๆๆ”
ชายชราหัวเราะร่า “ไหนบอกว่าพร้อมแล้วไง เอาล่ะ มาเริ่มกันต่อเถอะ”
ภัทรทำการฝึกโดยไล่ระดับความยากมาเรื่อยๆ เริ่มจากสกรู ต่อมาก็เป็เฟือง สปริง และตลับลูกปืน เขาถูกชายชราทุบตีอย่างหนักในวันที่สาม เนื่องจากเขาจะต้องแยกชิ้นส่วนทั้งหมดนั้นพร้อมๆ กันในคราวเดียวเขาต้องใช้เวลาไปหนึ่งวันเต็มๆกว่าจะสามารถแยกพวกมันออกจากกันได้ด้วยการัั
่บ่ายวันถัดมา เขาต้องเจอกับโจทย์หิน คือการฝึกแยก “หินเวทมนตร์” ต่างขนาดและต่างชนิด แถมยังต้องแยกให้ออกด้วยว่าก้อนไหนผ่านการเจียระไนมาแล้วหรือยัง
แม้ว่าเขาจะถูกปิดตาอยู่ และผิวััภายนอกของหินิญญาแต่ละอันจะคล้ายกันก็จริง แต่เมื่อใช้สมาธิัั เขาเริ่มรับรู้ถึงความแตกต่าง...
•หินเวทมนตร์ดิน: จะให้ความรู้สึกอุ่นวาบและหนักแน่น
•หินเวทมนตร์น้ำ: จะรู้สึกเย็นเฉียบและเบาหวิวเหมือนฟองอากาศ
•หินเวทมนตร์ไม้: จะรู้สึกชื้นที่ปลายนิ้วราวกับจับดินเปียก แม้ว่าตัวหินจะแห้งสนิทก็ตาม
•หินเวทมนตร์ไฟ: จะแผ่ความร้อนจางๆ ออกมาจนมือเขารู้สึกวูบวาบ
•หินเวมนตร์โลหะ: จะรู้สึกแข็งแกร่งและเย็นเยียบกว่าหินชนิดอื่นๆ
ชายชราสอนแทรกเข้ามาระหว่างฝึกว่า “ปกติจะใช้หินเวทมนตร์โลหะเป็แกนพลังงานของพลั่ว เพราะเสียพลังงานน้อยมาก มีอายุการใช้งานนานกว่า และซ่อมแซมส่วนโลหะที่เสียหายได้ดี จึงเปลี่ยนน้อยครั้ง ดีไม่ดีพลั่วอาจจะพังไปก่อนหินเสียอีก ส่วนหินธาตุอื่นๆ จะใช้กับพลั่วระดับสูงที่มีการดัดแปลงใส่ธาตุเข้าไป”
จนค่ำวันนั้น ในที่สุดภัทรก็ทำสำเร็จในการคัดแยกส่วนประกอบกองูเาออกจากกันได้ทั้งหมด
“เอ็งก็เก่งนี่หว่า ใช่ว่าทุกคนจะทำได้” ชายชราพยักหน้าพอใจ “มา... เราไปฉลองกันดีกว่า ข้าจะเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวเนื้อเ้าประจำ”
“ขอบคุณครับ!”ภัทรไม่เคยรู้สึกเหมือน์มาโปรดแบบนี้มาก่อนในชีวิต
พวกเขาเดินออกจากสำนักงานไปยังตลาดเล็กๆ ใกล้เคียง ภัทรสังเกตเห็นว่าผู้คนหรือเ้าหน้าที่ที่เดินสวนมา ต่างมองชายชราด้วยสายตารังเกียจระคนเคารพยำเกรง ซึ่งเป็ปฏิกิริยาที่ขัดแย้งกันจนเขาแปลกใจ
จนมาถึงร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อเก่าๆ ข้างทางร้านหนึ่ง เมื่อชายชราก้าวเข้ามา ลูกค้าหลายคนในร้านก็รีบลุกเดินหนีออกไปทันที
เ้าของร้านเป็ชายร่างท้วมที่ตาตีบจนแทบปิดเห็นเข้าก็ส่ายหน้า ก่อนจะเอ่ยทักทาย
“เอ้า! ผู้เฒ่าเฟือง... เหมือนเดิมใช่มั้ย?”
“ไม่ล่ะ เอาก๋วยเตี๋ยวเนื้อพิเศษสองชาม วันนี้งดเครื่องดื่ม... เพราะพาเด็กมาด้วย”
คำตอบนั้นทำเอาเ้าของร้านแปลกใจจนต้องชะโงกหน้าออกมาจากหม้อก๋วยเตี๋ยว พบว่าเป็เด็กหนุ่มหน้าตาซื่อๆ คนหนึ่งยืนอยู่ข้างหลังแก
“ได้สิๆ เอาไปเสิร์ฟเดี๋ยวนี้ล่ะ”
ภัทร และตาเฟืองนั่งกินก๋วยเตี๋ยวเนื้อกันอย่างเรียบง่าย ตาเฟืองกินเสร็จเร็วกว่า เขาจึงลุกขึ้นไปบอกเถ้าแก่
“นี่ตังค์... จ่ายให้ไอ้เด็กนี่แล้วนะ” แกหันมาบอกภัทร “ไอ้หนู ข้าไปหาอะไร ‘ก๊ง’ (ดื่ม) แก้กระษัยหน่อยนะ เจอกันพรุ่งนี้เช้า”
“ครับ กลับดีๆ นะครับ”
ชายชราชะงักเท้าไปนิดหนึ่งเมื่อได้ยินคำลา ก่อนจะเดินดุ่มๆ ออกไปจากร้านโดยไม่หันกลับมามอง
เ้าของร้านรีบเดินมาเก็บชามที่โต๊ะภัทร แล้วถามอย่างตื่นเต้น
“เกิดอะไรขึ้นกับผู้เฒ่าเฟืองสิติเพื่องเหรอ? ทำไมวันนี้แกอารมณ์ดีจัง”
“นี่อารมณ์ดีแล้วเหรอครับ? เขาตีผมตอนฝึกไปตั้งหลายที” ภัทรลูบแขนป้อยๆ
“อารมณ์ดีสิ! ปกติแกจะขี้โวยวาย สั่งเหล้ากินไม่ยอมหยุด จนคนเขาเอือมระอากันจะตาย”
“จริงเหรอครับ...”
“จริงสิ... ไอ้หนูไม่เห็นรึว่าเมื่อกี้มือแกสั่นๆ” เ้าของร้านทำท่ามือสั่นประกอบ “นั่นแปลว่าแกไม่ได้กินเหล้ามาทั้งวัน... ครั้งสุดท้ายที่แกยอมอดเหล้า คือตอนที่ลูกสาวแกแต่งงานกับไอ้หนุ่มบ้านไกลนู่นเลยนะ ไม่รู้ป่านนี้ไปอยู่ไหนแล้ว”
เ้าของร้านส่ายหน้าด้วยความเวทนา ก่อนจะกลับไปรับลูกค้าที่มาใหม่
ส่วนภัทร... ได้แต่นั่งมองประตูร้านที่ตาเฟืองเพิ่งเดินออกไป ด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปจากเดิม
เขาก้มลงมองชามก๋วยเตี๋ยวของตาเฟืองที่เหลือ “ลูกชิ้นเนื้อลูกโต” อยู่อีกหนึ่งลูก
ภัทรนึกถึงเ้าหนูตัวเล็กที่วิ่งวุ่นช่วยเขาคาบนอต มาทั้งวัน แม้ว่าเขาจะปิดตาอยู่แต่มือก็ััได้ว่ามีหนูตัวเล็กๆ แอบมาช่วยส่งของให้เขาอยู่ ป่านนี้มันคงนอนแทะเศษเหล็กเล่นอยู่ในโกดังมืดๆ ตัวเดียว
“พี่ครับ...” ภัทรเรียกเ้าของร้านเบาๆ “ขอยืมถุงพลาสติกใบเล็กๆ สักใบได้มั้ยครับ”
เ้าของร้านยื่นถุงน้ำจิ้มเปล่าๆ ให้ด้วยความงุนงง ภัทรคีบลูกชิ้นลูกนั้นใส่ถุงอย่างระมัดระวัง แล้วมัดหนังยางเก็บใส่กระเป๋าเสื้อ
“พรุ่งนี้เช้าฉันจะเอาไปให้แกนะ เ้าตัวจิ๋ว”
ภัทรยิ้มกับตัวเองพลางตบกระเป๋าเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นเดินออกจากร้านไป พร้อมกับความมุ่งมั่นที่จะกลับไปฝึกต่อในวันพรุ่งนี้