ในรัชสมัยปีที่สิบสองแห่งการครองราชษ์ของจักรพรรดิฟู่หลิงรั่วฝ่าาได้ทรงประกาศให้มีการกำเนิดใหม่ของขุมอำนาจ จากเดิมที่มีเพียงแปดพรรคกลายเป็สิบพรรค พรรคที่กำเนิดขึ้นใหม่มีนามว่าป้าเตาและฉางเก๋อหนึ่งคือพรรคองครักษ์ที่ทำหน้าที่อารักขาเชื้อพระวงศ์ทุกพระองค์อีกหนึ่งคือพรรคราชครูที่ทำหน้าที่สั่งสอนให้ความรู้กับเหล่าผู้ที่้ามาแสวงหาความรู้และความก้าวหน้าในอนาคตบทบาทของพวกเขาในฐานะขุมอำนาจแห่งใหม่ยังไม่เป็ที่แน่ชัดสำหรับสาธารณะชน มีเพียงเหล่าประมุขที่รู้ว่าพวกเขามีบทบาทอย่างไรในสิบพรรค
นอกจากจะมีการประกาศถึงสองขุมอำนาจใหม่ที่จะเข้ามาดูแลชิงหลงร่วมกับอีกแปดพรรคที่เหลือแล้วฝ่าายังทรงประกาศเื่ที่ทำให้คนทั้งแคว้นต้องตกตะลึงอีกด้วย
“ประมุขแห่งป้าเตาเซียวเฟิงเหยียนและประมุขแห่งเผิงหลาย เซี่ยหนิงเฉิง ประมุขแห่งฉางเก๋อไป๋เฮ่อและรองประมุขแห่งเผิงหลาย เซียวซูเจี้ยนอีกเจ็ดวันจัดพิธีมงคลสมรสที่ลานหลวง!ป้าเตาและฉางเก๋อเตรียมส่งสินสอดหมั้นหมายไปที่เผิงหลาย ณ บัดนี้!”
หลังจากที่มีการประกาศสมรสพระราชทานอย่างสายฟ้าแลบในวันนั้นท่านเทพทั้งสองที่ต้องออกเรือนแต่งงานก็กลับมาที่เผิงหลายเพื่อรอรับสินสอดทองหมั้นจากว่าที่สามีทั้งสองรองประมุขมองหีบมากมายที่ถูกส่งมาจากฉางเก๋อพร้อมทั้งก้มลงอ่านม้วนสารที่อยู่ในมือ
ฝ่าาถึงขนาดให้คนเขียนประวัติของว่าที่สามีมาให้เซียวซูเจี้ยนอ่านเลยอย่างนั้นรึ
แต่ในเมื่อเขียนมาให้แล้วท่านเทพก็จะอ่านเล่นเพื่อรอให้เวลาผ่านไปจนถึงมืดค่ำก็แล้วกัน
ระหว่างที่นั่งอ่านประวัติของสามีไปพลางท่านเทพก็หยิบๆจับๆของที่ถูกส่งมาส่วนใหญ่ก็เป็ของที่เซียวซูเจี้ยนนั้นมีอยู่แล้ว แต่ของบางอย่างก็น่าประทับใจ ร่มคันสวยเสื้อผ้าที่สั่งตัดเป็อย่างดี ปิ่นปักผมกับอัญมณีน้ำงาม ตั้งใจเลือกมาดีเหมือนกันนี่
เซี่ยหนิงเฉิงบอกว่าราชครูไป๋ผู้นี้เป็แบบที่เซียวซูเจี้ยนชื่นชอบหน้าตาไม่เลว ดูมีสง่าราศี ที่พูดมานั้นก็ไม่ผิดแต่เซียวซูเจี้ยนรู้สึกว่าว่าที่สามีคนนี้ออกจะน่าเบื่อไปสักนิดด้วยความที่เป็ราชครูด้วยแล้วเซียวซูเจี้ยนคิดไม่ออกจริงๆว่าเขาจะต้องเป็คนที่น่าเบื่อแค่ไหน
ถึงบางอย่างจะถูกใจท่าน แต่ก็มีบางอย่างที่ไม่ถูกใจเช่นเดียวกัน
ในขณะที่ว่าที่ภรรยากำลังนั่งอ่านประวัติของว่าที่สามีอยู่นั้น ผู้ที่เป็สามีมองของที่กำลังจะถูกจัดเตรียมเพื่อส่งไปที่เผิงหลายด้วยสายตาที่ไม่แสดงความรู้สึกใดๆมือหนาหยิบจับของที่คิดว่าดีแล้ววางลงในหีบเมื่อคิดว่าพอแล้วก็กลับมานั่งเขียนตำราดังเดิม
แต่งงานอย่างนั้นรึ
ร่างสูงถอนหายใจ นั่งเขียนตำราต่อไปด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งเล็กน้อยอีกไม่นานจะถึงวันแต่งงานของเขากับคนที่เขาไม่ได้รู้จักเป็การส่วนตัว แล้วยังเป็การแต่งงานที่ปฏิเสธไม่ได้ได้แต่น้อมรับราชโองการแต่งงานด้วยความรู้สึกที่กังวลอยู่ภายในจิตใจ
จำเป็ต้องทำถึงเพียงนี้ด้วยหรือ
เมื่อวันแต่งงานมาถึง ตามธรรมเนียมที่มีมานานของชิงหลง เ้าบ่าวจะต้องชิงตัวเ้าสาวออกมาจากเรือนให้ได้ระหว่างที่กำลังเตรียมตัวเพื่อชิงตัวเ้าสาวกันอยู่นั้นเ้าบ่าวอีกคนก็เอ่ยขึ้น
“เ้าทำหน้าเหมือนไม่อยากจะแต่งงาน” นายเหนือกำลังเตรียมกระบี่สายฟ้าเพื่อบุกไปชิงตัวเ้าสาวของตัวเองส่วนไป๋เฮ่อกำลังเตรียมกู่ฉินเจ็ดสายของตัวเองเพื่อไปชิงตัวเ้าสาวในครั้งนี้
“ส่วนเ้าทำเหมือนกลัวว่าจะไม่ได้แต่งงาน”
“ได้แต่งงานกับคนที่ใฝ่ฝันไยจะไม่อยากแต่ง”
“พอดีเขาไม่ใช่คนที่ข้าใฝ่ฝัน”
“ท่านปู่เทพเป็หนุ่มงามรูปร่างหน้าตาก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร วรยุทธ์เป็เลิศ ความสามารถก็เป็ที่หนึ่งมีอะไรที่เ้าไม่ชอบด้วยรึ” นายเหนือเอ่ยถามสหายท่านเทพทั้งสองนับว่าเป็ผู้ที่เก่งกาจที่สุดในบรรดาประมุข ทั้งวิชาที่ร่ำเรียนมาวรยุทธ์ที่ไม่ว่าใครก็ไม่อาจเทียบชั้นได้ ที่สำคัญท่านเทพนั้นยังฉลาดพูดคุยเื่ปรัชญาก็ได้ น่าจะเป็ที่ชื่นชอบของราชครูอย่างไป๋เฮ่อมิใช่หรอกรึ
“ใช่ เขาไร้ที่ติทีเดียว”
“แล้วทำไม...”
“เ้าก็รู้ว่าทำไมข้าถึงไม่อยากแต่งงาน ยังจะต้องถามให้มากความอีกรึ”
“ไม่แน่ว่ามันอาจจะไม่เป็อย่างที่เ้ากังวลก็ได้”
“ข้ารู้ว่าเพราะอะไรฝ่าาถึงพระราชทานสมรสให้ข้ากับเขาและข้าก็ไม่เชื่อว่าเขาจะไม่รู้เื่”
“ไป๋เฮ่อ....”
“แต่เ้าก็รู้ว่าพวกเราขัดราชโองการของฝ่าาไม่ได้ในเมื่อฝ่าา้าให้ข้าแต่งงาน ข้าก็จะแต่งให้ตามพระประสงค์” หลังจากที่เตรียมตัวกันเรียบร้อยเ้าบ่าวทั้งสองก็เตรียมที่จะบุกเรือนหลักของเผิงหลายเพื่อชิงตัวเ้าสาวของพวกเขานายเหนือนั้นได้แต่ถอนหายใจกับนิสัยดื้อรั้นของสหายหวังว่าท่านปู่เทพคงจะทำอะไรสักอย่างกับสหายคนนี้ของเขาได้
เพื่อไม่ให้เป็การเสียหน้าต่อภรรยา ไป๋เฮ่อดีดกู่ฉินเพื่อสร้างพายุให้โหมกระหน่ำเปิดทางให้แก่สหายที่จะใช้สายฟ้าฟาดผ่าลงมาพวกเขาใช้เวลาไม่นานในการฝ่าอุปสรรคมายังเรือนหลักที่เ้าสาวของพวกเขานั้นรออยู่ภายในเรือนนั้นมีเ้าสาวสองคนที่สวมด้วยชุดสีแดงของวันแต่งงานไป๋เฮ่อชะงักไปเล็กน้อย เรือนผมสีขาวบริสุทธิ์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าคลุมสีแดงบางๆใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยสีชาดเล็กน้อยทำให้ท่านเทพดูไม่เหมือนคนที่อายุเกินหนึ่งร้อยไปแล้วยังดูเยาว์วัยราวกับเพิ่งจะอายุสิบแปดหรือสิบเก้าเท่านั้น
ยังมีผู้ที่งดงามราวกับเทพเซียนอยู่บนแดนมนุษย์นี้ด้วยอย่างนั้นหรือ
คนสนิทนำผ้าแดงมาผูกข้อมือให้คู่บ่าวสาว ไปยังเรือที่เตรียมเอาไว้เพราะเผิงหลายนั้นมีพิธีส่งตัวเ้าสาวโดยการล่องเรือผ่านเส้นทางสายน้ำแห่งท้องนภาเป็การล่องเรือผ่านแม่น้ำที่สร้างขึ้นบนท้องฟ้าด้วยพลังของท่านเทพ ยามที่ยืนอยู่บนเรือที่กำลังแล่นอยู่บนสายน้ำนั้นทำให้ไป๋เฮ่อได้มองเห็นทัศนียภาพที่เปลี่ยนไปจากเดิมไม่คิดเลยว่าชิงหลงที่เขาอยู่มาั้แ่เกิดจะงดงามถึงเพียงนี้
เซียวซูเจี้ยนไม่ได้เอ่ยอะไรระหว่างที่กำลังล่องเรือไปที่เมืองหลวง ดวงตาสีฟ้ามองไปยังเมืองที่อยู่เบื้องล่างหากไม่มีอะไรที่ผิดพลาด เมืองที่น่าอยู่เหล่านี้ก็จะยังคงน่าอยู่เช่นนี้ต่อไป เหล่าเด็กน้อยจะได้เติบใหญ่ได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข คนแก่ที่อยู่มานานนับร้อยปีอย่างเขาก็จะได้ตายตาหลับ
แม้คู่บ่าวสาวจะยืนอยู่ข้างกันทว่ากลับไม่มีใครพูดคุยอะไรกันเลย เมื่อยามที่มาถึงลานหลวงพิธีก็ดำเนินไปตามแบบแผนที่จัดเตรียมเอาไว้ กราบไหว้ฟ้าดิน กล่าวคำสาบานรักต่อกันดื่มสุรามงคลที่ฝ่าาพระราชทานให้ก่อนจะมานั่งล้อมวงกับเหล่าประมุขเพื่อร่วมดื่มฉลองด้วยกันแม้กระทั่งฝ่าายังปลอมตัวเป็องครักษ์เพื่อมาร่วมดื่มสุรากับพวกเขา
ราชครูไป๋ถอนหายใจเมื่อเห็นว่าฝ่าาทรงปลอมพระองค์มาเป็องครักษ์เช่นนี้พวกเขาดื่มสังสรรค์เพื่อแสดงความยินดีกันอีกเล็กน้อยก่อนที่คู่บ่าวสาวจะถึงเวลาต้องแยกย้ายกันกลับเรือนหอของตนเรือลำหนึ่งมุ่งหน้าสู่ป้าเตา อีกลำหนึ่งมุ่งหน้าสู่ฉางเก๋ออีกสามวันนับจากนี้จะเป็เวลาของคู่แต่งงานที่จะใช้เวลาอยู่ด้วยกัน
เว้นแต่จะผ่านคืนเข้าหอวันนี้ไปได้เสียก่อน
คู่แต่งงานที่ป้าเตาจะเป็อย่างไร เซียวซูเจี้ยน ไม่สิไป๋ซูเจี้ยนไม่รู้ แต่ที่ฉางเก๋อนั้นคืนเข้าหอไม่ได้ราบรื่นเสียเท่าไหร่
เพราะสามีของเขาไม่ยอมดื่มสุรามงคลระหว่างคู่บ่าวสาวแล้วยังยืนห่างออกไปเกือบสิบก้าวเสียด้วย
“ข้ารู้ว่าท่านแต่งงานกับข้าทำไม” ผู้ที่ยืนอยู่เอ่ยขึ้น แม้แต่ผ้าคลุมหน้าเ้าสาวยังไม่ยอมที่จะเปิด
“เื่นั้นพวกเราสองคนย่อมรู้ดี มิใช่ว่าเราแต่งงานกันเพราะราชโองการของฝ่าาหรอกรึ”
“ข้าเชื่อว่าท่านรู้ว่าข้าหมายความว่าอย่างไร ข้าจะเตือนท่านเอาไว้ว่าอย่าได้มาก้าวก่ายเื่ของข้าอย่างเด็ดขาด”ไป๋เฮ่อเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็เชิงเตือน มองคนที่นั่งอยู่บนเตียงที่กำลังรินสุรามงคลให้ตัวเอง
“ข้าไม่รู้ว่าเ้ากำลังพูดเื่อะไรจะไม่ถอดผ้าคลุมหน้าก็ช่างเถอะ จะไม่ดื่มสุรามงคลก็ช่างเถอะ หรือว่าเรือนข้างๆเรือนหอนั่นก็สร้างเอาไว้เพื่อที่เราจะได้แยกกันอยู่?”ท่านเทพเอ่ยถาม ดูจากปฏิกิริยานั่นแล้วสิ่งที่เขาพูดคงจะไม่ผิด
“ท่านพูดถูกแม้เราจะแต่งงานกันแล้วแต่ข้าก็ไม่คิดที่จะอยู่ร่วมเรือนเดียวกับท่านเรือนนี้เป็ของท่าน ส่วนเรือนนั้นเป็ของข้าหวังว่าท่านจะไม่เข้ามาก้าวก่ายเื่ของข้า”
“จะเอาแบบนั้นก็ได้แต่หากมีเื่อะไรถูกแพร่อออกไปก็มาดูกันว่าเ้าหรือข้าที่จะต้องเป็ฝ่ายต้องรับผิดชอบ”ร่างสูงไม่ได้รั้งอยู่ต่อ เดินออกไปจากเรือนอย่างไม่สนใจไยดีเ้าสาวของตัวเองเลยแม้แต่น้อยคนที่นั่งอยู่ถอนหายใจ ปลดผ้าคลุมหน้าเ้าสาวของตัวเองออกแล้วยกสุราขึ้นจิบ
ใครบอกว่าสุรามงคลหวานกัน นี่มันจืดชืดมากมิใช่หรอกรึ
มือเรียววางจอกสุราลง เอนกายมองผ้าสีแดงที่ถูกตกแต่งให้สมกับที่เป็วันมงคลในใจก็คิดถึงสิ่งที่ต้องทำหลังจากนี้
การแต่งงานระหว่างประมุขนั้นไม่มีอะไรที่เป็เื่ง่ายไม่มีอะไรที่ไม่มีเื้ั และการแต่งงานระหว่างไป๋เฮ่อและไป๋ซูเจี้ยนก็มีเป้าหมายแอบแฝงอยู่
ดูเหมือนไป๋ซูเจี้ยนจะต้องเปลี่ยนสถานะจากผู้ดูแลท่านเทพ เป็ผู้ดูแลประมุขของฉางเก๋อเสียแล้ว