บทที่ 198
ช่างแกะสลัก
“ แล้วต่อจากนี้พวกเราจะทำอย่างไรกันเจ้าคะคุณหนู ”
“ พวกเราต้องหาช่างแกะสลักสักหน่อยถ้าเกิดว่ามีคนที่พอที่จะแกะสลักเครื่องประดับเป็น ”
“ พวกเราเองก็จะทาบถามเขามาทำงานให้กับพวกเราแกะสลักของเหล่านี้แล้วก็นำเอาไปขายอย่างหลายรอบ ”
“ ถึงแม้ว่าข้าจะทำพวกหินพวกนี้ให้กลายเป็นหินล้ำค่าได้ แต่ว่าตัวของข้าเองก็ไม่มีความสามารถในการทำเครื่องประดับหรอกนะ ” ซูฉียกไหล่ทั้งสองข้างของตนเอง
เครื่องประดับเป็นงานฝีมือชั้นสูงที่ไม่ใช่ว่าใครก็สามารถทำได้ ตัวของนางรู้ดีแม้ว่านางจะเก่งด้านการบริหารจัดการ
แต่ว่านางไม่ได้มีความสามารถในด้านการทำเครื่องประดับเลยแม้แต่น้อย นางไม่ใช่คนที่เก่งไปในทุกๆด้านสักหน่อย
เครื่องประดับพวกนี้มันเกินแรงของนางจริงๆ ถ้าเกิดว่านางสามารถทำได้นางเองก็จะทำอยู่ แต่ในตอนนี้ตัวของนางไม่สามารถทำได้ก็ต้องหาช่างทำเครื่องประดับ
“ แล้วพวกเราจะหาจากที่ใดเจ้าคะคุณหนู ”
“ ช่างหาเครื่องประดับไม่ใช่ว่าสามารถหาได้ง่ายดายซะที่ไหน ”
“ คนที่ทำเครื่องประดับมันจำเป็นจะต้องมีทั้งฝีมือและก็ทั้งมีความคิดและความสามารถ ถ้าเกิดว่าคนที่ออกแบบเครื่องประดับออกมาออกแบบมาไม่ดีพอ เครื่องประดับเรานั้นก็คงจะไม่สามารถขายได้ ” ลี่ถังเองก็คิดหนัก
พวกนางในตอนนี้มีวัตถุดิบอยู่ภายในมือแล้วขาดเพียงแต่ว่าคนที่จะสามารถรังสรรค์พวกวัตถุดิบเหล่านี้ให้กลายเป็นของดีได้
ไม่คิดดูแล้วมันเองก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยกับการหาช่างทำเครื่องประดับภายในเมืองที่ห่างไกลเช่นนี้
ถ้าเกิดว่าเป็นภายในเมืองหลวงแล้วก็คงสามารถหาช่างทำเครื่องประดับที่มีฝีมือได้ แต่ว่าภายในเมืองตะวันออกที่ห่างไกลแบบนี้มันต่างกันออกไป
ถึงแม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาจะมีผู้คนมากมายพากันเดินทางมาที่ดินแดนตะวันออกแห่งนี้ แต่ว่าช่างที่ทำเครื่องประดับเองก็ไม่ใช่ว่าจะหาได้ในประชากรที่เพิ่มขึ้น
“ ถ้าเกิดว่าพวกเราไม่สามารถหาช่างทำเครื่องประดับได้ ”
“ ของพวกนี้เองก็คงจะเป็นเหมือนกับของไร้ค่าที่ไม่สามารถทำอะไรได้ ” ซูฉีกล่าวบุญธรรมออกมา
“ ถ้าเช่นนั้นก็แย่แล้วน่ะสิเจ้าคะ แล้วคุณหนูจะทำอย่างไรล่ะเจ้าคะ ”
“ ข้าคิดว่าเกี่ยวกับเรื่องนี้พวกเราควรจะไปขอคำปรึกษาจากนายหญิงดีหรือไม่ ”
“ นายหญิงอย่างนั้นหรือเจ้าคะ? จริงสินายหญิงมีเส้นสายในการค้าขายอยู่มากมายท่านคงจะช่วยพวกเราได้อย่างแน่นอน”
“ งั้นก็ไปหาแม่หญิงกันเพราะว่าในช่วงหลังๆตัวของข้าเองก็ไม่ได้ค่อยไปพบเจอท่านสักเท่าไหร่ ”
“ เพราะว่ามีกิจการเป็นของตนเองและก็กำลังจะขยายและเติบโต เลยทำให้ไม่ค่อยได้เดินทางไปหานายหญิง ”
ในช่วงที่ผ่านมาน่าจะ ซูฉี่ไม่ได้มีโอกาสเดินทางไปที่ลงสุราเลย เพราะว่านางกำลังขยับขยายกิจการ
นางเลยไม่ได้ไปช่วยงานที่โรงสุรา จนตอนนี้ก็ไม่ได้พบหน้านายหญิงจื่อมาสักพักใหญ่ๆแล้ว ถือโอกาสในครั้งนี้ไปเยี่ยมเยียนพร้อมกับขอความช่วยเหลือจากนางเลยทีเดียว
“ งั้นก็ไปกันเจ้าค่ะพวกเราจะได้ไปพบนายหญิง… ”
…
หลังจากนั้นไม่นานโอกาสในการเดินทางไปเยี่ยมนายหญิงจื่อ
ณ โรงสุรา
แม้ว่าเมืองแห่งนี้จะขยายตัวอย่างรวดเร็ว มีโรงสุราใหม่หลายโรงสุราเข้ามาเปิดภายในเมืองแห่งนี้ แต่ว่าก็ไม่ได้มีลงสุราใดที่เข้ามาเป็นคู่แข่ง
เพราะว่าผู้คนมากมายภายในเมืองก็ยังเลือกอุดหนุนลงสุราของนายหญิงจื่อ เป็นเพราะว่าเป็นโรงสุราที่เก่าแก่ที่สุดแถมยังมีสินค้าเลื่องชื่ออย่างสุราที่ซูฉีหมักขึ้นมาเอง
เลยกลายเป็นที่นิยมของผู้คนภายในเมือง ในตอนนี้โรงสุราแห่งนี้ก็ขยายตัวด้วยเช่นเดียวกันไม่ได้มีเพียงแค่กิจการของซูฉีเท่านั้นที่ขยายตัว
ลูกค้าที่เข้ามามีมากขึ้นคนงานที่ถูกจ้างวานมาเองก็มีมากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน ในช่วงที่ผ่านมากิจการขยายตัวอย่างรวดเร็ว
แม้ว่าซูฉีจะไม่ได้เป็นคนที่เข้ามาช่วยดูแลจัดการภายในโรงสุราแห่งนี้แล้ว แต่ว่าตัวของนายหญิงจื่อก็สามารถจัดการเกี่ยวกับเรื่องราวภายในโรงสุราได้อย่างดีเยี่ยม
“ คารวะนายหญิงจื่อเจ้าค่ะ ” ซูฉีทักทายนายหญิงที่ตนเองเคารพด้านหน้า
แม้ว่านางจะไม่ได้ทำงานที่โรงสุราแห่งนี้แล้ว แต่ว่าตัวของนางเองก็ยังมีความเคารพให้กับนายหญิงจื่อย่างเปี่ยมล้น
เพราะว่าก่อนหน้านี้ถ้าเกิดว่านางไม่ได้ในหญิงช่วยเอาไว้ นางเองก็คงจะไม่สามารถเอาตัวรอดภายในเมืองแห่งนี้ได้เช่นเดียวกัน
ไม่ได้พบกันนานนับเดือนนายหญิงจื่อยังคงแสดงใบหน้าที่เรียบเฉยเช่นเดิม
“ ไม่ได้พบการตั้งนาน ”
“ ในตอนนี้เจ้าคงจะเป็นเถ้าแก่ใหญ่โตแล้วสินะ คงจะมีงานมากมายล้นมือเลยสิท่า ”
“ ไม่ขนาดนั้นหรอกเจ้าค่ะนายหญิง ในตอนนี้ภายในโรงสุราแห่งนี้เปลี่ยนไปมากเลยนะเจ้าคะผู้คนภายในโรงสุราเองก็ดูเหมือนว่าจะมากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน ”
“ นั่นสินะก็คงจะต้องขอบคุณเจ้านั่นแหละ ”
“ ขอบคุณข้าอย่างนั้นหรือเจ้าคะ? ”
“ นายหญิงพูดเรื่องอันใดกันเจ้าคะเหตุใดจึงขอบคุณข้า ”
“ เจ้าเองก็อาจจะไม่รู้สินะการที่ผู้คนที่เข้าโรงสุรามากขึ้นเช่นนี้ มันเองก็เป็นเพราะว่าตัวของเจ้าร่วมมือกับกองทัพเพื่อพัฒนาเมืองแห่งนี้อย่างไรเล่า ”
“ กิจการหลายกิจการภายในเมืองที่ขยายตัวในช่วงที่ผ่านมา ล้วนแล้วต้องขอบคุณเจ้าทั้งนั้นสิ่งที่เจ้าทำขึ้นมาทำให้ภายในมือแห่งนี้เปลี่ยนไปจากหน้าเมืองกลายเป็นหลังมือ ”
“ นี่ท่านรู้ด้วยอย่างนั้นหรือเจ้าคะว่าข้าเป็นคนสร้างของพวกนั้นขึ้นมา ” ซูฉีแสดงใบหน้ากังวล
นางไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะรู้ว่านางเป็นคนสร้างของวิเศษพวกนั้นขึ้นมา ของวิเศษพวกนั้นถูกสร้างขึ้นมาแต่สำหรับผู้คนภายในเมืองก็คิดว่ากองทัพเป็นคนสร้าง
ไม่มีผู้ใดรู้เลยว่าซูฉีเป็นคนสร้างของวิเศษพวกนี้ขึ้นมาด้วยตัวของนางเอง นางจึงประหลาดใจที่นายหญิงทำการกล่าวออกมา ดูเหมือนว่าจะรู้เกี่ยวกับเรื่องราวทั้งหมด
“ นั่นสินะคนที่สามารถทำเช่นนั้นได้มันเองก็คงจะมีเพียงแค่เจ้าคนเดียวนั่นแหละ ”
“ ก่อนหน้านี้หลายๆอย่างมันเริ่มเปลี่ยนแปลงไปตั้งแต่ก่อนกองทัพเกราะดำเข้ามา ”
“ เพราะแบบนั้นคนที่เป็นตัวแปรในการเปลี่ยนแปลงของเมืองแห่งนี้ก็คงจะเป็นเจ้านั่นแหละ เจ้าเป็นตัวแปรของการเปลี่ยนแปลงภายในเมืองโดยที่มีกองทัพเข้ามาช่วยเหลือเกี่ยวกับงานนี้ ”
“ มันเลยทำให้เมืองแห่งนี้พัฒนาก้าวหน้าไปได้อย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา ”
“ เรียกได้ว่าสิ่งที่ทำให้กิจการภายในเมืองแห่งนี้เปลี่ยนแปลงเป็นขนาดนี้ ก็คงจะต้องบอกว่ามันเป็นเพราะว่าตัวของเจ้านั่นแหละ”
“ แล้วถ้าแบบนั้นจะไม่ให้ข้ายกความดีความชอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ทั้งหมดให้เจ้าแล้วจะให้ข้าไปยกความดีความชอบนี้ให้ผู้ใดกัน ” นายหญิงชื่อกล่าวด้วยใบหน้าเรียบเฉย นางกล่าวพร้อมกับยกน้ำชาขึ้นมาจิบไปพลางๆ
“ ไม่คิดเลยว่านายหญิงจะรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย ฮ่าๆ ”
“ แล้วเถ้าแก่ใหญ่ของเมืองแห่งนี้เมื่อพบข้ามีเรื่องอันใดอย่างนั้นหรือ ไม่ใช่ว่าเจ้ากำลังยุ่งกับกิจการของตนเองอยู่หรือ? ” นายหญิงนำพาเข้าเรื่องอย่างตรงๆ
“ คือว่าในตอนนี้ข้าคิดจะเปิดกิจการใหม่เจ้าค่ะ ”
“ แล้วข้าเองก็อยากจะมาขอคำแนะนำจากท่านสักหน่อย ”
“ คำแนะนำจากข้า… ”
ซูฉีพยักหน้าตอบรับอย่างรวดเร็ว ก่อนที่นางจะเริ่มเล่าเรื่องทั้งหมดให้กับนายหญิงจื่อได้ฟัง
หลังจากที่เล่าเรื่องทั้งหมดให้นายหญิงจื่อฟังเรียบร้อยแล้ว นายหญิงจื่อพยักหน้าขึ้นลงพร้อมกับทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องทั้งหมดนี้
“ เข้าใจแล้ว… ”
“ เพราะแบบนั้นเจ้าจึงเดินทางมาพบข้าเพราะว่าอยากจะให้ตัวของข้าแนะนำช่างทำเครื่องประดับให้อย่างนั้นหรือ ”
“ ใช่แล้วเจ้าค่ะท่านพอจะมีผู้ใดที่สามารถแนะนำข้าได้หรือไม่เจ้าคะ ”
“ ถ้าจะให้พูดก็มีอยู่ ”
จบบท