กลั่นทำนอง คล้องหัวใจ

    ตอนที่ 5 - วาสนานำพา


             วันที่ 5 ของงานลอยกระทง แม่อุ๊ก็เตรียมเมนูอาหารมาขายเหมือนเดิม จวบจนเวลาเกือบ 1 ทุ่ม มีเด็กสาวคนนึงเดินมาถึงร้าน“น้าค่ะ

    เอาข้าวซอย 1 ชุด น้ำพริกอ่อง 1 ชุด เดี๋ยวอีกซัก 15 นาทีหนูมาเอานะค่ะ” จังหวะที่ชัญญา หันหลังจัดของอยู่ ได้ยินเสียงลูกค้ามา

    เลยหันกลับไปดู เธอจำได้ นั่น “เมี่ยง” ลูกสาวอาจารย์อุ๋ย แล้วก็สบตายิ้มๆให้กับชัญญา

                   พอแม่อุ๊ตักอาหารใส่ถุงเสร็จสรรพชัญญา เห็นเป็๲โอกาสดี เลยบอกกับแม่อุ๊ว่าเดี๋ยวจะอาสาเอาอาหารไปให้น้องผู้หญิงคนนั้นเอง

              ชัญญา – เดี๋ยวหนูเอาไปให้เองค่ะแม่

              แม่อุ๊ – แล้วหนูรู้จักเค้าเหรอ

              “อ๋อ เค้าชื่อ น้องเมี่ยง เป็๞ลูกสาวอาจารย์อุ๋ยที่เล่นดนตรี อยู่ในงานนี้แหละค่ะ หนูเคย    เห็น”

              “อ้อ เหรอ งั้นหนูเอาไปให้น้องเค้าละกันจะได้ไม่ต้องลำบากให้น้องเค้า เดินมา”

              “ได้ค่ะ แม่” ชัญญา ตอบรับ

              ร้านของแม่อุ๊ กะจุดที่อาจารย์อุ๋ยเล่นดนตรี ห่างกันราวๆ 100 เมตร แต่อยู่ฝั่งเดียวกัน ชัญญา ก็เดินถือถุงอาหารตามองโน่น มองนี่

    ไปเรื่อยๆ ทว่า การเดินมองอะไรเพลินๆ ของเธอดันไปเตะตาของชายสองคน ที่อยู่อีกฟากของถนนที่เดินในลักษณะสวนทางกับชัญญา

    “เฮ้ยๆมึงดูนั่น” เพื่อนช่างสักลาย สะกิด “อะไร” ช่างสักลาย ถาม “มึง ดูสาวคนนั้นใช่ที่เคยไปร้านสัก รึเปล่าวะ” “เออ ใช่ด้วยวะ
    ผิวขาวๆ หุ่นบึ๊บบั๊บแบบนี้คนเดียวกันเลย”
    ช่างสักลาย ยืนยัน

              ว่าแล้วชายร้านสักลายทั้งสองคนก็เดินกลับไปทางฝั่งเดียวกับชัญญา ตามหลังเธอไปห่างๆ จนคนสวยมาถึงจุดที่อาจารย์อุ๋ยเล่น

    ดนตรีเธอฟังการบรรเลงจบก็ยื่นถุงอาหารที่น้องเมี่ยงสั่งไว้ ไปให้กับมือ แต่ลูกสาวอาจารย์อุ๋ยช่างหาโอกาสคว้าหมับเข้าที่มือชัญญาอย่างจัง

    ต่างคนต่างมองหน้า ชัญญาทำหน้าเรียบเฉยแต่น้องเมี่ยงมอบรอยยิ้มแบบละมุนให้ไป @@ สองสาวสบตากันได้ไม่ถึงนาที ชัญญารีบชักมือ

    ออก หันไปคุยกับอาจารย์อุ๋ยแก้เขิน จนได้รับคำตอบว่า วันเสาร์ที่จะถึงนี้ถ้าสะดวก๰่๥๹บ่ายๆ มาหาอาจารย์อุ๋ยได้ จะสอนดนตรีสากลเบื้องต้น

    ให้ เธอตกปากรับคำทันทีและเดินออกจากจุดนั้น

            เป็๲๰่๥๹เวลาเดียวกับพ่อเชิดและข้าวปุ้นเดินมาทางข้างหลังชัญญา และได้ให้เงินจำนวนนึงแก่นักดนตรีเป็๲กำลังใจข้าวปุ้นละสายตา

    มาตรงถนนคนเดิน เห็นผู้หญิงร่างสวย เสื้อยืดสีเทากางเกงขาสั้นสีขาว เหมือนเพิ่งเดินออกจากจุดที่เล่นดนตรีไป ก็รู้สึกเหมือนคุ้นๆ เมื่อมอง

    รูปร่างจากด้านหลังแต่ก็ภาวนาว่าจะใช่ คนที่อยากเจอหรือเปล่า

            อีกราวๆ 50 มีซอยทางขวามือ รถสุขาเคลื่อนที่จอดอยู่ในมุมมืดพอควร ริมป่าหญ้าชัญญารีบขึ้นไปใช้บริการ แต่พวกชายวัยรุ่นร้านสัก

    ลายสองคนยังตามมาอีก พอเธอเดินลงมา

            ช่างสักลาย – ไงจ๊ะน้อง จำพี่ได้ไหม

            ชัญญา – พี่เป็๲ใครอะ จำไม่ได้

            “เอ้า ก็ที่น้องเคยไปร้านสักลายรอเพื่อนไง ลืมแล้วเหรอ” ช่างสักลายออกลีลา

            “แล้วมีอะไร รึเปล่า” ชัญญา ทำท่ากลัว จะหาจังหวะหนี

            “อ๊ะ อ๊ะ คุยกันก่อนสิ น้อง รีบไปไหน” เพื่อนช่างสัก ออกตัวขวาง

            “ไม่อะ ไม่อยากคุยอะไรด้วย” ชัญญา ปฏิเสธทันควัน และขยับเตรียมวิ่ง

            “จะรีบไปไหนเล่า คุยกันดีๆ ไม่ได้รึไง” ช่างสัก รีบคว้าข้อมือดันตัวเธอไปติดข้างรถ

            เดชะบุญ “เฮ้ย นั่นพวกมึงจะทำอะไร” เสียงชายวัยกลางคน ตะคอกขึ้นมาทำเอาสองคนนั้นหันมามอง “แล้วมึงเป็๲ใคร มายุ่ง
    อะไรด้วยวะ”
    ช่างสักลายถามท้าทาย “ปล่อยผู้หญิงไป” “ถ้ากูไม่ปล่อย แล้วมึงจะทำไม” เพื่อนช่างสักปากดี

            ไม่รอช้า วัยรุ่นสองคนปรี่จะเข้าทำร้ายชายวัยกลางคน ดีที่เค้าหลบได้คว้าไม้หน้าสามที่เก็บจากข้างทาง หวดไปตามแขนขาวัยรุ่น

    สองคนนี้กระทั่งคนที่เป็๲ช่างสักลายโดนเต็มๆ ที่ปลายคางถึงกับล้มนิ่งไปเพื่อนอีกคนเห็นท่าไม่ดี จึงรีบวิ่งหนี

            ชายวัยกลางคน - ไม่เป็๞ไรใช่ไม๊หนู

            ชัญญา - อะ อ่อ ไม่เป็๲ไรค่ะ (พูดแบบสั่นๆกลัวๆ ๻๠ใ๽)

            “ขอบคุณน้ามากเลยนะค่ะ ที่ช่วยหนูไว้” ยกมือไหว้

            “แล้วหนูมาทำอะไรแถวนี้”

            “พอดีหนูขายของกับแม่อยู่ที่งานนี้ค่ะ”

            แล้วชายคนดังกล่าว ก็พาเธอเดินออกมาจากมุมมืดของรถสุขา อยู่ในจุดที่มีไฟสว่าง

            “อ้าว พ่อค่ะ เกิดอะไรขึ้นพาใครมาด้วย”ข้าวปุ้นถามพ่อเชิด แล้วตาก็เริ่มเป็๞ประกายทีละนิด เมื่อได้เห็นคนที่อยากเจอ

            พ่อเชิด – พอดีพ่อเห็น น้องคนนี้กำลังโดนวัยรุ่นจะทำไม่ดี เลยเข้าไปช่วย

            “แล้วพ่อเป็๞อะไรไม๊ค่ะ แล้วนี่พี่เป็๞อะไรไม๊ค่ะ” ข้าวปุ้น ถามน้ำเสียงเป็๞ห่วง

            “พ่อ ไม่เป็๲ไร” / “พี่ก็ไม่เป็๲ไร ต้องขอบคุณที่น้ามาช่วยไว้ทันไม่งั้นหนูต้องแย่แน่ๆ เลย”

            “เออ แล้วหนูชื่ออะไร หละ” พ่อเชิดถาม

            “อ๋อ หนูชื่อ ชัญญาค่ะ”

            พอชัญญาแนะนำตัวชื่อให้พ่อเชิดรู้จัก ข้าวปุ้นก็ยิ้มหน้าบานให้กับชัญญาไม่หยุดทำให้เธอต้องหลบสายตาไปมองหน้าพ่อเชิดแทน

            “เมื่อหลายปีก่อน หนูเคยรู้จักพี่คนนึง ที่นครพนมตอนที่หนูจะเข้าเรียน ม.4 ตอนนั้นหนูไปกับแม่ ไปทดสอบทักษะดนตรีสากล พี่คนนั้น

    ได้พาหนูเดินไปอีกห้องนึงพี่ชัญญา คือคนนั้น หรือเปล่าค่ะ” ข้าวปุ้น ลองถามเพื่อให้แน่ใจ

              ชัญญา ทำท่าอึกอักๆ จนสุดท้าย “เอิ่มใช่ค่ะ คือ พี่เอง หลังจากที่พ่อพี่เสียไป พี่ก็ย้ายมาอยู่เชียงรายกับแม่” พอได้ยินดังนั้น

    ข้าวปุ้นก็ทำหน้าตาแสดงความดีใจมากขึ้น และลืมตัวไปจับแขนของชัญญาเขย่าเบาๆ

              พ่อเชิด - อ้าว แล้วพ่อหนูเป็๲อะไรถึงจากไปหละ ต้องขอโทษที่ถาม

              “อ้อ ไม่เป็๞ไรค่ะ คือ บ้านของพ่อโดนไฟไหม้และพ่อก็สิ้นใจในกองเพลิงใกล้กับเครื่องดนตรีไทย ที่แกจะเตรียมหอบหนีลงมาด้วย”

    พอชัญญาพูดจบ พ่อเชิดเริ่มรู้แล้วว่า เด็กสาวที่เค้าช่วยเธอไว้นั้น เป็๲ลูกของใคร

              “หนู อย่าบอกนะว่าหนูเป็๞ลูกของไอ้เอี่ยม ช่างทำเครื่องดนตรีไทย”

              “ใช่ค่ะ หนูเป็๲ลูกพ่อเอี่ยม” “น้ารู้จักพ่อของหนูเหรอค่ะ”

              “ใช่ น้ารู้จักเพราะน้าเป็๞เพื่อนของไอ้เอี่ยม พ่อของหนู”

              “ไม่อยากเชื่อเลยว่าหนู จะได้เจอเพื่อนของพ่อเอี่ยมที่นี่”ชัญญา พูดอย่างตื่นเต้น

              พ่อเชิด ไม่คิดเหมือนกันว่า จะเป็๞เ๹ื่๪๫บังเอิญที่ได้มาเจอลูกสาวของเพื่อนรักที่เชียงราย และยังได้ช่วยลูกของเพื่อนไว้ ส่วนชัญญา

    ก็ไม่คิดเช่นกันว่า วันนี้จะได้มาเจอหน้าเด็กสาวที่เคยมองดูเธอตีขิมกันอีกครั้ง

              ทั้งสามคน เดินคุยกันไปอย่างถูกคอ กระทั่งมาถึงร้านของแม่อุ๊“ไปไหนมาตั้งนานนักละลูก” แม่อุ๊ ถามอย่างเป็๞ห่วง “อ้อ พอดี

    หนูไปเจอพวกวัยรุ่นมันจะมาทำไม่ดีหนู โชคดีได้น้าเชิด นี้ช่วยหนูไว้” “เอ๊ะ นี่คือ พี่เชิดเพื่อนพี่เอี่ยมใช่ไม๊นั่น” แม่อุ๊ สงสัย

              พ่อเชิด - ใช่ แล้วนี่แม่อุ๊ รึ เกือบจำไม่ได้

                   แม่อุ๊ - ใช่ชั้นเอง แล้วนี่ ไปไงมาไงถึงมาที่เชียงรายได้ พี่เชิด

              “อ๋อ พอดีโรงเรียนของข้าวปุ้นมาประกวดแข่งวงโยฯ ที่นี่ พี่เลยมากลับลูก

              “อ้อ ช่างบังเอิญซะจริง ที่ชั้นกับลูกได้เจอกับพี่เชิดไม่เคยคิดเลยจริงๆ แล้วนี่ข้าวปุ้น โตเป็๲สาวแล้ว สวยจริงๆ นะลูก”

              “พี่ก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกัน คนเรามันน่าจะมีวาสนาต่อกันละมั้ง”

              เมื่อพ่อเชิดและข้าวปุ้นได้บอกถึงการมาเชียงรายให้แม่อุ๊ทราบแล้ว เลยถือโอกาสชวนชัญญาและแม่อุ๊ไปดูประกวดวงดนตรีโยธวาทิต

    ที่มหาวิทยาลัยในตัวเมืองเชียงรายด้วย โดยแข่งวันแรกในอีก2 วันที่จะถึงนี้ ทั้งสองแม่ลูกก็ตอบตกลงที่จะไปดู ทำเอาข้าวปุ้นยิ้มหน้าบาน ที่

    จะได้เห็นคนที่พึงใจไปร่วมเชียร์ในการแข่งขันวงดนตรี