ดวงตะวันกำลังลับขอบฟ้า เหล่าทหารจากกองบิน 1 ดอนเมือง ฐานบินอุบลราชธานี ฐานบินอุดรธานี และฐานบินเชียงใหม่ ต่างเหนื่อยล้าหลังเสร็จภารกิจร่วมฝึกบินรบของวันศุกร์ การฝึกยุทธวิธีทางอากาศ ณ กองบิน 2 จังหวัดลพบุรี มีกำหนดสองสัปดาห์ ยังเหลือการฝึกสัปดาห์หน้า นายทหารส่วนน้อยเดินทางกลับบ้านวันหยุด และในส่วนน้อยนั้นส่วนใหญ่เป็เพราะหัวใจชายหนุ่มสั่งให้ดั้นด้นไปหาคนรัก
เช้าวันเสาร์ เรืออากาศโท ธเจตอักขระกานต์บิดพวงมาลัยพาแอสตัน มาร์ตินออกจากกองบิน 2 แล่นไปสบาย ๆ นึกภาพตัวเองจิบเบียร์เย็น ๆฟังหนึ่งนาฏร้องเพลงค่ำนี้เป็แรงส่งให้ระยะขับรถราวสามชั่วโมงเป็แค่เดินเล่นในสวนหลังบ้าน ไม่ถึงบ่ายดีเข้าเขตพระนคร บ้านของนักร้องสาวจะว่าเป็ทางผ่านไปวังก็ไม่เชิงนักแต่ขับอ้อมนิดเดียวก็กลายเป็ทางผ่านได้ ขณะนี้สปอร์ตสีมะกอกแล่นช้าลงบนถนนซึ่งแยกหน้าคือซอยบ้านนักร้องสาว แวะผ่านเสียหน่อยเห็นบ้านก่อนเห็นเ้าตัวเอาฤกษ์เอาชัย
อะฮ่า...ดูเหมือนจะฤกษ์ดีมีดวงกว่านั้น หมุนล้อเลี้ยวเข้าซอยเขาเห็นม้าสดาคูเป้จอดตายอยู่ข้างทาง หญิงเ้าของรถกำลังวนรอบละล้าละลังว่าจะทำอย่างไรดี เมื่อชะลอรถจอดลดกระจกหน้าต่างทักทาย สีหน้าเธอแปลกใจแล้วกลับสู่ปกติรวดเร็วโดยไม่ทักถามอะไร เขาลงจากรถไปสอบถามอาการเ้าคูเป้
“สั่นกระตุกก่อนดับค่ะ แล้วสตาร์ทไม่ติด” เ้าของตอบ
ธเจตเปิดกระโปรงหน้ารถ ตรวจสอบเครื่องยนต์พวกหม้อน้ำ สายพาน จานจ่าย หัวเทียน วาล์ว ทั้งหมดปกติ จากนั้นไล่ถามอายุแบตเตอรี่ ไดชาร์จ ปั๊มกับกรองน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งอาจเป็สาเหตุของเครื่องดับ หญิงสาวรู้จักส่วนประกอบเ่าั้ จดจำได้หมดว่าเปลี่ยนล่าสุดเมื่อไหร่และทุกส่วนยังอยู่ในอายุใช้งาน แสดงว่าดูแลรถคันเล็กสองประตูนี้เป็อย่างดี ภายในไม่มีข้าวของรกเลอะเทอะ เขาประทับใจและเปรยกึ่งชม
“ผมไม่ค่อยเคยเห็นผู้หญิงรู้จักบำรุงรักษารถยนต์แบบนี้”
“จำเป็น่ะค่ะ”
นักร้องสาวเจ็บยอกแปลบๆ กับคำชมนั้น เธอก็แบบผู้หญิงทั่วไปขอเย็บม่านปักหมอนดีกว่า ไม่เคยสนใจเครื่องยนต์กลไกแม้แต่น้อย ทำยังไงได้ ทำงานกลางคืนส่วนใหญ่ขับเวลามืดไม่ดูแลรถเสี่ยงอุบัติเหตุ หรือรถตายกลางทางยามวิกาลผู้หญิงคนเดียวเภทภัยรอบตัว ท่านเป้เป็อัศวินพาเดินทาง เธอต้องกลับบ้านให้ได้ แม่มีเพียงลูกสาวให้รอกลับบ้าน
จะไม่ยอมให้สภาพรอคนที่รักแล้วไม่กลับมา...เกิดกับแม่อีก
“น่าจะเป็ที่คอยล์จุดะเิ ต้องลองถอดมาดู” เสียงดังจากชายผู้ก้มตัวง่วนเช็กเครื่องยนต์
“ไม่ทันแน่ค่ะดิฉันมีนัด คงต้องทิ้งไว้ที่นี่ก่อนค่อยมาจัดการ”
“ผมมีอู่รถที่ไว้ใจได้ คุณหนึ่งนาฏไม่รังเกียจ จะเรียกให้มาลากเข้าอู่ไล่เช็กทีละอย่าง”
นักร้องสาวชำเลืองรถสปอร์ตยุโรป อู่ที่เขาใช้บริการราคาไม่จุ๋มจิ๋มแน่ แต่ให้เขาช่วยเป็ธุระประหยัดเวลาตัดปัญหาจุกจิกถ้าเจอช่างกระป๋องกระแป๋ง ตอนนี้ต้องไปแล้วด้วยไม่เช่นนั้นได้ผิดเวลานัด ชั่งแล้วว่าคุ้มต้องยอมจ่าย
“ต้องขอรบกวนคุณธเจตแล้วค่ะ”
ได้ยินชื่อตัวเองเรียกจากปากเธอครั้งแรกชายหนุ่มใจพองโตหน้าบานปิดกระโปรงหน้า เธอปิดกระจกล็อกประตูแล้วส่งกุญแจกับนามบัตรให้
“คุณหนึ่งนาฏจะไปไหนครับ ผมไปส่ง”
“ขอบคุณที่กรุณาเอื้อเฟื้อ ดิฉันไปแท็กซี่ได้ไม่ลำบากเลย”
หนึ่งนาฏตอบตามที่เตรียมในใจแล้ว ชายผู้อาสาผิดหวังวูบ ได้พบหญิงที่เฝ้าคะนึงถึงโดยไม่คาดฝันดั่งลมหนุนส่งลอยบนปุยเมฆ แต่แล้วคำปฏิเสธเบา ๆ เป็ลมกระโชกเหวี่ยงตกดิน ร่างงามสมส่วนเดินห่างไปเรียกแท็กซี่ จริงสิ...นอกจากเคยถามชื่อตามมารยาทแล้วเธอไม่เคยแสดงว่าอยากรู้จักเขา คืนที่ขับรถตามไปส่ง ภายในบ้านไม้สองชั้นมีอาณาบริเวณรั้วรอบขอบชิดเขาเห็นแสงไฟเปิดอยู่ มีผู้หญิง...คงเป็แม่ของเธอ ความรู้สึกบอกว่าหนึ่งนาฏอยู่กับแม่แค่สองคน ไมตรีที่ยื่นให้นักร้องสาวใช้กิริยาสุภาพเหินห่างเป็ที่กำบัง หรือเธอมีคนรักแล้ว...
ความสัมพันธ์ไม่คืบหน้าดังคาดหวัง ร.ท. ธเจตรู้สึกห่อเหี่ยวแห้งแล้ง ยกฝ่ามือลูบผมสั้นเกรียนบนศีรษะทุยได้รูป สงสัยสภาพตัวเอง...เราดูไม่น่าไว้ใจไม่น่าคบหาขนาดนั้นเชียวหรือ
ใกล้เวลาไนต์คลับเปิดนักร้องสาวผุดลุกผุดนั่งจับจ้องประตูทางเข้า เธอมาคลับแต่วันเพราะมีนัดคุยกับบริษัทเพลง ในบรรดาผู้จัดการเธอคุ้นเคยกับพี่สมิตของคลับนี้ที่สุด เขามีเพื่อนพ้องในวงการมาก ตัวแทนจากค่ายเพลงติดต่อผ่านทางพี่สมิต สถานที่นัดหมายจึงสะดวกที่นี่ จะได้มีคนช่วยดูข้อตกลงด้วย อีกอย่างผู้จัดการต้องมาตรวจความเรียบร้อยก่อนคลับเปิดอยู่แล้วและเธออยู่ซ้อมเพลงกับวงดนตรีต่อได้เลย
จากเด็กนักเรียนขึ้นประกวดเวทีเล็กใหญ่ ฝึกฝนร้องเพลงด้วยตัวเอง วันนี้โอกาสจะได้อัดแผ่นเสียงเป็นักร้องมีเพลงของตัวเองมาถึง เริ่มแรกบริษัทจะให้นักร้องชายชื่อดังกับเธอร้องเพลงเดียวกันเป็เพลงแต่งขึ้นใหม่ บันทึกเสียงนักร้องชายลงแผ่นหน้า A ส่วนหน้า Bเป็เสียงเธอร้อง ค่ายเพลงขายแผ่นเสียงด้วยนักร้องดังติดตลาดพร้อมปั้นนักร้องหน้าใหม่โดยไม่เสี่ยงขาดทุน
เธอถอนสายตาจากประตูนึกอยากหยิกตัวเอง ไนต์คลับยังไม่เปิดจะจ้องคอยอะไร ดีแค่ไหนรถเกเรยังมาตรงเวลา ไม่เสียชื่อว่าเหลาะแหละสายแต่นัดแรก ได้คุณธเจตช่วยตามอู่ทั้งยังอุตส่าห์จะมาส่งเรากลับตัดรอนน้ำใจ ใช่ว่าไม่สะทกสะท้านกับสีหน้าเขาเมื่อถูกปฏิเสธแต่เธอเข็ดแล้ว
หลังจบม.ศ.ห้าเธอเรียนต่อวิชาชีพด้านตัดเย็บเสื้อผ้า ผู้ชายคนนั้นเป็น้องชายเ้าของโรงเรียนสอนตัดเสื้อ พบกันที่โรงเรียนของพี่สาวเขา สุภาพอ่อนโยน นักเรียนนอกหน้าที่การงานดี ค่อย ๆ สนิทกันจนเขาแสดงออกว่ามีใจและขอคบหา ไปทำความรู้จักกับแม่ที่บ้าน เข้าตามตรอกออกตามประตูอย่างเปิดเผย ความใหม่ต่อโลกคิดว่าผู้อื่นมีใจจริงเช่นที่เธอจริงใจ พี่สาวเขากับคนสนิทไม่มีใครปริปากบอกเธอเลย ไม่มีวี่แววใด ๆกระทั่งวันที่ภรรยาเขาจูงลูกคนโตกระเตงคนเล็กมาด่าประจานเธอที่โรงเรียน ถึงใครไม่รู้แต่เธอขอบคุณตัวเองที่ยังไม่มีอะไรลึกซึ้งกับชายคนนั้น เธอจบความสัมพันธ์เด็ดขาด เมื่อแม่ถามถึงเขาความจริงเื่เดียวที่เธอบอกคือเลิกกันแล้ว เสียงซุบซิบว่าเธอเป็เมียน้อยจางตามเวลาแต่ไม่เคยหาย เธอเรียนรู้ว่ามันกระพือหวนมาให้ร้ายทุกครั้งที่ชีวิตกำลังก้าวหน้าไปได้ดี
นักร้องสาวลุกไปแต่งตัว ครั้งเดียวพอซื่อโง่ปล่อยใครเข้ามาในชีวิต ลวงเล่นแล้วจากอย่างเธอคนเดียวเ็ปพังทลาย จากนั้นมาเธอไม่สนใจใครจะว่าหยิ่งยโสหรือเล่นตัว คุณคนนั้นจะมองเธอยังไงก็สุดแล้วแต่เถอะ
หากขณะนี้เป็เธอเองไม่อาจหยุดเฝ้าพะวง
เขาจะมาไหม...