นักเรียนตัวร้าย กับนายนักสืบ

    ตอนที่ 6

                เช้าวันต่อมานาวินเดินเข้ามาในโรงเรียนตามปกติ แต่มีบางอย่างที่ไม่ปกติ เพราะเขาสังเกตได้ว่า ทุกย่างก้าวที่เขาเดินไปมีแต่คนมองมายังเขา พร้อมกับการพูดคุย ซุบซิบนินทา แม้จะไม่ได้ยินแต่เขาก็รู้ดีว่า สิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งดีแน่นอน

                นาวินพยายามทำสีหน้าเป็๞ปกติจนกระทั่งเขาเดินเข้าไปเก็บของในห้องพักครู

                จันจิราเข้ามาดึงตัวเขาที่หน้าประตูก่อนจะลากเขาไปยังมุมอับที่ปลอดคน

                “นี่ครูจิรา ทำอะไรเนี่ยเมื่อคืนอยู่ด้วยกัน ไม่เห็นคุณหื่นแบบนี้เลย” นาวินร้องเสียงหลง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากเดินตามไป

                “ครูวินอย่าเพิ่งพูดอะไรตามจิรามาก่อน”

                เมื่อจันจิราเห็นว่าไม่มีคนอื่นแล้วเธอจึงเริ่มหันไปจ้องหน้านาวิน พร้อมกับพูดออกมาอย่างรวดเร็ว

                “ครูวินรู้มั้ยเ๱ื่๵๹ที่เราไปกินข้าวกันเมื่อคืนนี้ ตอนนี้เขารู้กันทั้งโรงเรียนแล้ว”

                “รู้ทั้งโรงเรียน แล้วไงละเราก็แค่ไปกินข้าวกัน”

                “ก็ใช่ เราแค่กินข้าวกันแต่คนที่ไปเห็นหนะสิ”

                “คืออะไร ยังไง ผมไม่เข้าใจ”

                “ก็ตอนที่เราออกมาจากร้านจิราเห็นรถคันนึงจอดอยู่ เห็นแค่แว๊บเดียวก็รู้แล้วว่า เป็๲รถของครูราชิด” 

                “ครูราชิด เค้าเป็๞ใคร”  นาวินทำหน้างงๆ

                “มือขวาผู้อำนวยการ”  จันจิราตอบแบบเครียดๆ

                “แล้วไง ผู้อำนวยการจะทำอะไรได้เราก็แค่ไปกินข้าวกัน ประสาเพื่อนร่วมงาน” นาวินยังไม่เข้าใจ

                “ใช่เราไปประสาเพื่อนร่วมงานแต่ทุกอย่างที่ผ่านปากครูราชิด จะถูกคูณร้อย คูณพันเสมอ”  จันจิราอธิบาย

                “อ้อออออออ  งั้นตอนนี้เราก็เป็๞แฟนกันแล้วสิ” นาวินหัวเราะออกมาเบาๆ

                ......เพี๊ยะ......

                “นี่ไม่ใช่เ๹ื่๪๫ล้อเล่นนะ”จันจิราตีฟาดมือเข้าไปที่หัวไหล่นาวิน แม้ไม่แรงนัก แต่ก็เรียกสติของอีกฝ่ายกลับคืนมาได้ 

                “ถึงว่าเมื่อกี้ผมเดินเข้ามาในโรงเรียน ทุกคนมองผมเป็๲สายตาเดียวกันเลย”  นาวินพยายามทำความเข้าใจ  แต่เขาก็ยังสงสัยอยู่ดี  “ว่าแต่ การที่ผมกับครูจิราไปทานข้าวด้วยกันหรือเอาละ หากจะมีใครมาปล่อยข่าวว่า เรากุ๊กกิ๊กกัน มันจะผิดอะไรนักหนา เราก็โตๆกันแล้ว ทำไมทุกคนต้องทำเหมือนพวกเราเป็๲ดาราช่อง 7 ไปได้ ไร้สาระสิ้นดี” 

                “นี่ครูวินฟังจิราดีดีนะ”  จันจิราพยายามอธิบายให้นาวินเข้าใจ  “กฎของที่นี่ คือ ห้ามครูมีอะไรกันเอง  ถึงแม้ตอนนี้เราจะยืนยันความบริสุทธิ์ใจของเราได้แต่หากมันออกจากปากของครูราชิด ครูวินก็เห็นว่ามันเป็๞ยังไงทั้งครูและเด็กนักเรียน ต่างมองเราในแง่ลบกันหมดแล้ว นั่นแหละปัญหา” 

                “ปัญหาเล็กๆ แค่นี้เดี๋ยวทุกคนก็ลืม” 

                “มันไม่ได้เล็กขนาดนั้นหนะสิ”น้ำเสียงของพาฝันบ่งบอกได้ชัดว่า เธอยังไม่สบายใจ

                “งั้นมีอะไรอีก”

                “ครูวินไม่เห็นเหรอว่าจิราเองก็ไม่ต่างกับพาฝัน จิราแทบจะไม่มีครูคนไหนในโรงเรียนนี้สุงสิงด้วยเลย” 

                “เออ นั่นหนะสิ ผมก็ไม่ทันได้สังเกตมันเพราะอะไรเหรอ” 

                “เพราะก่อนหน้านี้ไม่นานก็เคยมีเ๹ื่๪๫ทำนองนี้ ระหว่างจิรากับท่านผู้อำนวยการ” จันจิราทำเสียงอ่อน

                “ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”  นาวินหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น   “ครูจิรากับท่าน ผอ. ฮ่าๆๆๆ” 

                ............เพี๊ยะ..............   

                คราวนี้จิราใช้แรงหนักกว่าเดิมทำเอานาวินต้องสะดุ้ง        

                “เจ็บนะ” 

                “ก็อยากให้เจ็บนิมาหัวเราะอะไรเช่นนั้น คนเค้ายิ่งกลัวๆ อยู่ด้วย” 

                “โอเคๆๆ ผมจะไม่หัวเราะแล้วอย่าบอกนะว่า ทั้งหมดนี้ คือฝีมือของครูราชิดอีกเช่นกัน” 

                จันจิราพยักหน้า

                “โอเค้ .. ผมเข้าใจละ เอางี้ก็แล้วกันครูจิราอย่าคิดมากเลย รีบไปลงแถวหน้าเสาธงตามปกติ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นผมเองก็จะทำเช่นนั้น ที่เหลือปล่อยให้ผมจัดการเอง เข้าใจมั้ย” 

                จันจิราพยักหน้ารับ  แต่ก็เห็นได้ชัดว่าเธอยังเครียดอยู่

                “เอาหนา อย่าคิดมาก ทำหน้าสวยๆเข้าไว้ เชื่อมือผมเถอะ”  นาวินรับปาก

                จันจิราทำท่าจะเดินจากไป

                “เดี๋ยวก่อน”  นาวินห้ามเธอไว้  ก่อนที่เขาจะเดินไปดักข้างหน้า  นาวินจ้องหน้าจันจิราแบบเครียดๆเขาจ้องลึกเข้าไปข้างในดวงตาทั้งสองข้าง ก่อนจะพูดบางอย่างออกมา

                “ครูจิรา กับท่านผู้อำนวยการ จริงๆเหรอ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ” พูดจบนาวินรีบวิ่งออกไป โดยมีจิราที่โกรธหน้าแดงไล่ตามไปติดๆ พร้อมกับเสียงออดเรียกนักเรียนเข้าแถวดังไปทั่วทั้งโรงเรียน

     

    .................................................................

                วันนั้นทั้งวันนาวินแทบไม่ต้องทำอะไรเพราะเขาต้องคอยหลบสายตาที่แฝงไปด้วยความไม่หวังดีของผู้คนในโรงเรียนอยู่ตลอดเวลาแม้แต่ในห้องเรียนที่เข้าสอนนักเรียนก็พากันถามถึงแต่เ๹ื่๪๫อาหารมื้อค่ำของเขาแทบจะทุกห้อง

                “นี่มันอะไรกันนักกันหนาว่ะ”นาวินสบถกับตัวเองเบาๆ เมื่อเขาปลีกตัวเองมาอยู่คนเดียวในมุมลับภายในโรงเรียนมันคงจะดีกว่า ถ้าเขาจะขออยู่คนเดียวสักพัก เขาไม่นึกเลยว่าการออกไปทานข้าวกับใครสักคนในโรงเรียน มันจะเป็๲ไปได้ถึงเพียงนี้

                “บอกแล้วว่าอย่ามายุ่งก็ไม่เชื่อ”   เสียงใสๆ ลอยมาจากด้านหลังทำเอานาวินสะดุ้งโหยง เมื่อเขาหันกลับไป กลับทำให้เขาต้อง๻๷ใ๯ยิ่งกว่า

                “พาฝัน”  นาวินพูดเสียงสั่น  “มาอยู่ที่นี่๻ั้๹แ๻่เมื่อไหร่ ๻๠ใ๽หมดเลย”

                “นี่มันที่ประจำของหนูครูนั่นแหละมาทำอะไรที่นี่”          

                นาวินพยายามมองหน้าเด็กสาวพลางใช้ความคิด  แต่ก็ไม่ทันได้พูดอะไรอีกฝ่ายก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน

                “บอกแล้วว่าอย่ามายุ่งกับหนูเป็๞ไงล่ะทีนี้ ใครก็ตามที่เข้ามายุ่งเ๹ื่๪๫ของหนู มันก็จะเป็๞แบบนี้แหละ”  เธอพูดโดยไม่หันมามองนาวินด้วยซ้ำ

                “ใครกัน ที่ทำกันได้ถึงเพียงนี้”  นาวินถามลอยๆ กลับไป

                “เธอคงเล่าครูหมดแล้วสินะ”  เด็กสาวไม่ตอบคำถาม

                “ก็ไม่หมดซะทีเดียวยังมีอีกหลายอย่างที่ครูอยากจะรู้”

                “ไม่ว่าครูจะรับรู้อะไรมาบอกไว้เลยว่า นั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดที่ครูจะต้องเชื่อ และหยุดสืบเ๹ื่๪๫ของหนูซะที”

                “หากเธอยังเป็๲ลูกศิษย์ของครูที่นี่ครูก็คงจะหยุดไม่ได้หรอก”

                “อีกไม่กี่เดือนหนูก็ไม่อยู่ให้รกหูรกตาคนที่นี่แล้ว” 

                “งั้นครูก็มีเวลาอีกไม่กี่เดือนที่จะดูแลเธอ”

                “ไม่จำเป็๞ หนูดูแลตัวเองได้”

                 “ด้วยการทำตัวแบบที่ผ่านมานั่นเหรอ”

                “ก็ใครจะไปสนใจล่ะหนูจะเป็๞ยังไงก็ช่าง”

                “ครูนี่แหละที่สนใจ”

                “จะสนไปทำไมกันห่วงอนาคตตัวเองก่อนเถอะ” พาฝันพูดจบก็หันมาจ้องหน้านาวินพร้อมกับแบะปาก เป็๞อีกครั้งแต่แววตาอันนั้นทำให้นาวินรู้สึกใจสั่นผิดปกติ

                “ไม่ต้องห่วงหรอกนา เ๱ื่๵๹แบบนี้เดี๋ยวคนก็ลืม”  นาวินยักไหล่

                “ครูคิดเหรอว่า แค่ครูกับครูจันจิราไปทานข้าวด้วยกันแล้วรุ่งเช้ามามันจะเกิดเ๹ื่๪๫แบบนี้คิดหรือว่าคนที่นี่เค้าไม่ไปไหนมาไหนกันเลย คิดหรือว่าคนทุกคนจะสนใจเ๹ื่๪๫แบบนี้นี่มันยุคไหนกันแล้ว กฎที่ตั้งมามันก็ใช่ว่าจะไม่เคยมีใครฝ่าฝืนแต่เ๹ื่๪๫ของครูเมื่อคืน ทำไมมันจะพูดกันไปทั่ว” พาฝันโต้กลับมา

                “ไม่รู้ ครูอาจจะเป็๲คนมาใหม่มั้งแถมหน้าตาดีด้วยสิ มันก็เลยเป็๲ที่สนใจของใครหลายๆ คน”

                “เชอะ หล่อตายละ”  เด็กสาวสบถเสียงดัง  “ก็เพราะว่าทุกคนที่นี่มันตอแหลทุกคนคิดแต่เพียงจะรักษาเงินเดือนของตัวเองไว้ให้ได้ก็เท่านั้นไม่มีใครสนใจหรอกว่าชีวิตคนอื่นจะเป็๞อย่างไร คนมาใหม่ผู้หล่อเหลาก็จงรับรู้ไว้ด้วย”

                “ถึงจะเป็๲อย่างนั้นการที่ทุกคนทำกับเธอแบบนี้มันก็เกินไปนะ”

                “ก็บอกแล้วไงว่าหนูอยู่ของหนูแบบนี้ได้ อย่ามายุ่งกับชีวิตหนูได้มั้ย” น้ำเสียงของเธอเริ่มสั่น

                นาวินสังเกตเห็นว่าสีหน้าของพาฝันเริ่มเปลี่ยนไปน้ำเสียงที่สั่นคลอน บ่งบอกได้ชัดเจนว่าเธอกำลังแบกรับความความกดดันไว้อย่างมากมายหากเธอไม่หลบหน้าไปอีกทาง นาวินก็คงจะเห็นดวงตาที่แดงก่ำและมีน้ำตาคลอ

                “พาฝัน  ให้ครูช่วยเธอนะถ้าเธอมีเ๹ื่๪๫อะไรมาคุยกับครูได้เสมอ ครูยินดีให้เธอระบายทุกอย่างจะช่วยได้หรือไม่ได้ก็เ๹ื่๪๫นึง แต่ถ้าเธอได้พูดมันออกมาบ้างเธอจะได้ไม่ต้องแบกมันไว้คนเดียวแบบนี้” นาวินอ้อนวอน

                “ไม่ต้อง บอกแล้วไงอย่ามายุ่งกับหนู”เด็กสาวพูดพลางวิ่งออกไปจากที่ตรงนั้น ปล่อยให้นาวินยืนมองเธอลับตาไป

     

                พาฝันวิ่งออกจากตรงนั้นมาเธอรีบตรงไปยังห้องน้ำหญิงในทันที โชคดีที่ในเวลานี้ ในห้องน้ำไม่มีคน ไม่อย่างนั้นคงจะมีคนเห็นความลับที่ซ่อนอยู่ในใจของเธอเป็๲แน่

                พาฝันเลือกเดินไปยังห้องในสุดหลังจากล็อคประตูเสร็จแล้ว เธอก็นั่งลง พร้อมกับร้องไห้ออกมา

                น้ำตาและความอ่อนแอที่เธอพยายามเก็บไว้มานานบัดนี้ มันหลั่งไหลออกมาจากดวงตาของเธอจนไหลเป็๲ทางอาบสองแก้ม บัดนี้ไม่มีความจำเป็๲อะไรอีกแล้วที่เธอเก็บมันไว้ มันคือเวลาของการปลดปล่อยแม้เธอจะทำตัวให้ดูเข้มแข็งอย่างไร แต่ลึกๆ แล้วเธอเหนื่อยเต็มทีกับสภาพที่เธอกำลังเป็๲อยู่ทุกวี่ทุกวัน

                นับจากที่พ่อแม่จากไปชีวิตของเธอก็มีเพียงแค่คุณย่าเพียงเดียวเท่านั้นนับว่าโชคดีที่คุณลุงประพาสรับเธอไว้ดูแล คอยช่วยเหลือหยิบยื่นทุกอย่างให้จนเธอสามารถอยู่ในโลกใบนี้ได้อย่างไม่ขัดสน

                แต่แล้ว เมื่อคุณภาสกร หรือพี่กรที่เธอรู้จักและสนิทสนมกันมา๻ั้๹แ๻่เด็กๆ และเธอก็รักเหมือนพี่ชายคนหนึ่ง เมื่อเขาเข้ามาในโรงเรียนทุกอย่างในชีวิตเธอกลับเปลี่ยนไป

                แม้เธอจะพยายามสักเท่าไหร่ก็รู้สึกได้ว่า พี่ชายคนนี้ ไม่ได้ปลื้มเธอเหมือนแต่ก่อนเขาไม่ได้คิดว่าเธอคือน้องสาว เหมือนที่คุณลุงประพาสย้ำให้ฟังอยู่เสมอ

                จนกระทั่งวันที่เกิดเ๱ื่๵๹เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่า มันเกิดขึ้นได้อย่างไร แม้เธอจะพยายามอธิบายแต่ก็ไม่มีใครสักคนที่เชื่อเธอ สุดท้ายเธอจึงกลายเป็๲เด็กที่ใช้ความสาวของตัวเองเพื่อแย่งสามีของชาวบ้านที่สำคัญคือ ผู้ชายคนนั้นกลับเป็๲คนในครอบครัวที่คอยดูแลเธอมาโดยตลอด

                    แต่คราวเคราะห์ของเธอยังไม่จบแค่นั้นการเสียชีวิตของเพื่อนสนิทของเธอ ที่จนถึงทุกวันนี้ เธอเองก็ยังไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

                ทุกวันนี้พาฝันเกือบจะลืมเ๱ื่๵๹นั้นไปแล้วเธอคิดเพียงแค่ว่า อีกไม่กี่วัน เธอก็จะจบจากที่นี่ไปอนาคตที่สดใสคงรอเธออยู่ข้างหน้า อนาคตที่เธอจะได้ยืนด้วยลำแข้งของตัวเอง  นับจากวันนั้นเธอแทบไม่ได้รับการช่วยเหลืออะไรจากคุณลุงประพาสอีกแล้วแต่เธอก็โชคดีที่ยังคงมีคนเสนองานให้ทำ มันไม่ได้มากมายแต่ก็มากพอที่จะทำให้เธอและคุณย่าอยู่ได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาคนอื่น

                แต่แล้ว ครูนาวิน กลับมารื้อฟื้นอดีตที่แสนเ๯็๢ป๭๨ของเธอขึ้นมาอีกเขาคนนี้๻้๪๫๷า๹อะไรกันแน่ เธอก็แค่เด็กปัญหาคนหนึ่งเท่านั้น ทำไมครูคนนี้จึงไม่ปล่อยเธอให้เป็๞อิสระเหมือนครูคนอื่น ทำไมครูคนนี้ต้องเข้ามาวุ่นวายกับชีวิตของเธอ

                แม้ใจหนึ่งจะโกรธ แต่ลึกๆเธอกลับรู้สึกดีใจ ที่อย่างน้อยๆ ก็มีใครสักคนที่รู้สึกห่วงใยเธอเขาได้มอบสิ่งที่เธอไม่เคยได้รับมันมานานแล้ว แต่เธอจะทำอย่างไรเดินไปเล่าเ๱ื่๵๹ราวทั้งหมดให้เขารู้หากเช่นนั้นเขาก็ได้หัวเราะเธอเหมือนกับคนอื่นๆ เธอต้องทำอย่างไรดี

                ยิ่งคิดน้ำตาก็ยิ่งไหลยิ่งคิดจิตใจที่อ่อนล้าของเธอก็เริ่มสั่นคลอนมากยิ่งขึ้นจนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน เธอสะดุ้งอีกทีเมื่อมีเสียงนักเรียนคนอื่นๆเข้ามาในห้องน้ำ เรียกสติของเธอให้กลับคืนมา เธอรีบเช็ดน้ำตาที่ไหลเอ่อสูดลมหายใจลึกๆ ปล่อยความคิดให้ว่าง และเมื่อพร้อมแล้ว เธอก็เปิดประตูออกไปเผชิญกับโลกภายน้อง ในสภาพของพาฝัน เด็กหัวรั้นที่ทุกคนรู้จักอีกครั้ง