บทที่ 33 ผลมรกติญญาอัคคี
“หึ่งหึ่ง”
ความเร็วของผึ้งร้อยบุปผานั้นไม่มากเท่าไรแต่การเคลื่อนไหวโดยรวมของพวกมันนั้นค่อนข้างยืดหยุ่นและเต็มไปด้วยระเบียบแบบแผนแม้จะเป็การเคลื่อนที่ในป่าโบราณ แต่ความเร็วของพวกมันก็ไม่ลดลงเลย
ทั้งสามติดตามผึ้งร้อยบุปผาอย่างใกล้ชิดเส้นทางที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าของพวกเขาขรุขระและเคลื่อนไหวได้ยากลำบาก เย่อู๋เชวียจำเป็ต้องเพิ่มพลังจิติญญาจนถึงขีดสุดทั้งยังคอยระมัดระวังว่ามีสัตว์อสูรเคลื่อนไหวอยู่ใกล้ๆหรือไม่
พลังจิติญญาคือพลังที่ผู้บ่มเพาะจะมีหลังจากควบแน่นิญญาจันทราและก้าวเข้าสู่อาณาจักรชำระิญญาได้สำเร็จแท้จริงแล้วมันคือพลังิญญาซึ่งจะถูกปลดปล่อยออกมาในรูปแบบวงกลมโดยมีตัวผู้บ่มเพาะเป็จุดศูนย์กลางและพลังชนิดนี้จะแข็งแกร่งมากขึ้นตามระดับการฝึกฝน
“แม้ว่าผึ้งร้อยบุปผาจะถือว่าเป็สัตว์อสูรในระดับต่ำชั้นหนึ่งแต่จริงๆ แล้วพวกมันมีความอ่อนโยนโดยธรรมชาติและอาศัยอยู่รวมกันเป็กลุ่มพวกมันดำรงชีวิตด้วยการรวบรวมปราณ์พิภพจากวัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่ปรากฏขึ้นในโลกโดยเฉพาะสมุนไพริญญาหรือไม่ก็ขุมทรัพย์ใต้ดิน
ดังนั้นในที่ที่มีผึ้งร้อยบุปผาปรากฏตัวจึงมีแนวโน้มว่าจะมีสมบัติ์ซุกซ่อนอยู่ในบริเวณใกล้เคียงเช่นกันแต่โดยทั่วไปแล้วต่อให้ผึ้งร้อยบุปผาอาศัยอยู่ในโลกแต่การจะค้นพบพวกมันนับร้อยตัวในครั้งเดียวก็ถือเป็เื่ที่หายากมาก”
หลินอิงหลัวบอกสิ่งที่นางรู้เกี่ยวกับผึ้งร้อยบุปผาให้กับเย่อู๋เชวียและซือหม่าอ๋าวฟัง
เมื่อได้ยินคำพูดของหลินอิงหลัวดวงตาของเย่อู๋เชวียและซือหม่าอ๋าวก็สดใสขึ้นเรื่อยๆบางทีการเดินทางครั้งนี้อาจมีผลลัพธ์อันยิ่งใหญ่ก็ได้
ต้นไม้ที่ปกคลุมท้องฟ้าดอกไม้ป่าและต้นหญ้าที่ไม่รู้จักกระจายอยู่ทุกหนทุกแห่งเย่อู๋เชวียประเมินว่าเวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยามแล้วแต่กลุ่มผึ้งร้อยบุปผายังคงบินไปข้างหน้าโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดพักแม้แต่น้อย
พื้นที่ในระยะห้าวารอบตัวของพวกเขาค่อนข้างมืดมิดและทั้งสามคนเพียงสำรวจเส้นทางอย่างคร่าวๆ ด้วยพลังจิติญญาเท่านั้นแต่เย่อู๋เชวียก็รู้ดีว่าพวกเขาได้เดินทางเข้ามาถึงส่วนลึกของป่าแล้วดังนั้นทั้งสามคนจึงเพิ่มความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น
“ระวังนี่เป็ส่วนที่ลึกที่สุดของป่าโบราณ”
คำพูดที่เคร่งขรึมของเย่อู๋เชวียดังขึ้นในหูของซือหม่าอ๋าวกับหลินอิงหลัวทั้งสองคนก็พยักหน้าเล็กน้อย
“หึ่งหึ่ง”
ในขณะนี้ผึ้งร้อยบุปผารวบรวมิญญาซึ่งบินอยู่กลางอากาศ จู่ๆก็เปลี่ยนทิศทางและบินโฉบลงพื้นด้วยความเร็วสูงก่อนจะหายไปจากััิญญาของทั้งสามคนทันทีเห็นได้ชัดว่าพวกมันบินลงไปในบริเวณที่มีลักษณะคล้ายกับถ้ำแห่งหนึ่ง
หลินอิงหลัวและซือหม่าอ๋าวมองไปยังเย่อู๋เชวียด้วยความสับสน
“เราไล่ตามมานานแล้วหากกลับไปโดยไม่ได้รับอะไรข้าก็รู้สึกไม่เต็มใจอยู่บ้างผึ้งร้อยบุปผามีนิสัยอ่อนโยนตามธรรมชาติและไม่ชอบโจมตีสิ่งมีชีวิตอื่นก่อนดังนั้นสถานที่ที่พวกมันอาศัยอยู่จะต้องมีความปลอดภัยอย่างแน่นอน”เย่อู๋เชวียกล่าว
“ตามข้อมูลที่ข้ารู้มามันเป็อย่างที่เ้าพูดแต่สถานการณ์จริงอาจไม่เป็ไปตามสิ่งที่ตำราบอก” หลินอิงหลัวกล่าว
“น้ำมากั้นทำนบทหารมาตั้งทัพสู้ ไปกันเถอะ หากเราไม่กล้าเสี่ยงจะไม่ได้รับอะไรเลย”
ในคืนที่มืดมิดนี้แม้ว่าใบหน้าของเย่อู๋เชวียจะพร่ามัวเล็กน้อย แต่หลินอิงหลัวและซือหม่าอ๋าวยังคงรู้สึกว่าความเคร่งขรึมของเขาเป็ผู้ใหญ่มากกว่ารูปลักษณ์ที่แสดงออกมาภายนอก
“ไปกันเถอะบางทีเราอาจจะได้รับบางอย่างจริงๆ” ซือหม่าอ๋าวเห็นด้วยกับความคิดของเย่อู๋เชวียและหลินอิงหลัวพยักหน้าเช่นกัน
“ซัว”
จิติญญาการต่อสู้แห่งกฎศักดิ์สิทธิ์ของเย่อู๋เชวียเริ่มหมุนวนอย่างรวดเร็วความระมัดระวังของเขาเพิ่มขึ้นเป็ระดับสูงสุดเขามองลงไปด้านล่างด้วยดวงตาที่ลุกโชนจากความตื่นเต้นลมหายใจต่อมาเย่อู๋เชวียก็ะโลงไปในหลุมโดยปราศจากความลังเลซือหม่าอ๋าวและหลินอิงหลัวก็ะโตามลงไปเช่นกัน
“ปัง!”
ก้นถ้ำตื้นกว่าที่คาดไว้มันมีความลึกประมาณห้าถึงหกวาเท่านั้นเย่อู๋เชวียปลดปล่อยปราณสีทองออกมาปกป้องร่างกายโดยใช้พลังจิติญญาตรวจสอบสภาพแวดล้อมเพื่อค้นหาอันตรายที่ซ่อนรอบๆ
“ปังปัง!”
หลังจากนั้นหลินอิงหลัวและซือหม่าอ๋าวก็ตามลงมาอย่างรวดเร็ว
ถ้ำไม่มืดสนิทและมีแสงสว่างเล็ดลอดเข้ามาเล็กน้อยใต้ฝ่าเท้าของพวกเขามีหินสีขาวที่ค่อนข้างขรุขระเย่อู๋เชวียสำรวจสภาพแวดล้อมและกระซิบเบาๆ
“ไปทางนี้”
ตรงหน้าเย่อู๋เชวียห่างออกไปสามสิบวามีทางคดเคี้ยวยื่นเข้าไปในส่วนลึกของถ้ำ
เย่อู๋เชวียเป็ผู้นำและเดินเข้าไปในเส้นทางก่อนทันทีที่เดินไปได้ไม่กี่ก้าว เขาก็ได้กลิ่นหอมของบุปผาอย่างรวดเร็วนี่คือกลิ่นหอมที่มาจากร่างกายของผึ้งร้อยบุปผารวบรวมิญญาอย่างไรก็ตามเย่อู๋เชวียััได้ถึงคลื่นความร้อนที่อยู่ในส่วนลึกของถ้ำ
ทั้งสามคนเดินไปข้างหน้าและมองเห็นว่าพื้นที่โดยรอบเริ่มสว่างมากขึ้นเรื่อยๆและอุณหภูมิของสถานที่แห่งนี้ก็เพิ่มมากขึ้นเช่นกันเมื่อเดินไปได้หลายสิบวาตามเส้นทางของพวกเขาก็เริ่มมีหินหนืดสีแดงที่ไหลไปตามร่องหิน เห็นได้ชัดว่าสถานที่แห่งนี้คือปากปล่องูเาไฟแห่งหนึ่ง
เมื่อก้าวออกจากเส้นทางที่คดเคี้ยวดวงตาของเย่อู๋เชวียก็เป็ประกายเล็กน้อยจากนั้นคลื่นความร้อนก็แทบจะเผาใบหน้าของเขาให้ไหม้เกรียมในทันที
สิ่งที่ปรากฏต่อหน้าพวกเขาทั้งสามคือถ้ำขนาดใหญ่มีความกว้างประมาณเจ็ดถึงแปดสิบวาและสี่ในห้าของถ้ำก็เต็มไปด้วยทะเลสาบหินหนืดที่เดือดปุดๆส่งผลให้อุณหภูมิของที่นี่ร้อนแรงจนแทบไม่สามารถยืนอยู่ได้!