บทที่ 13 กลับบ้าน (รีไรต์)
สำหรับแม่เสือนั่นคือการเดิมพันอย่างแท้จริง ถ้าชนะผลลัพธ์คือลูกของมันจะได้รับการเลี้ยงดูอย่างดี แต่ถ้าแพ้แม้ว่ามันจะฆ่าเสือตัวผู้ได้ในท้ายที่สุด สุดท้ายมันก็จะต้องตายอยู่ดี
ลั่วฉิงเทียนเปิดพื้นที่เฉพาะในมิติแล้วโยนร่างของเสือตัวผู้เข้าไป จากนั้นก็ขุดหลุมขนาดใหญ่ใกล้กับูเาและฝังแม่เสือไว้ เมื่อทำทุกอย่างเสร็จ เธอก็อุ้มลูกเสือขาวที่ยังไม่ลืมตาเดินเข้าไปในส่วนลึกของสวนสัตว์
เธอปีนข้ามกำแพงสวนสัตว์กลับไปที่ถนนอีกครั้ง อาจเป็เพราะเสือขาว จึงทำให้รอบ ๆ มีซอมบี้อยู่ไม่มาก เธอนำรถออกมาแล้วขับมุ่งหน้ากลับบ้าน
หลังจากขับรถได้หนึ่งชั่วโมงแม้ว่าจะเจออุปสรรคบ้าง แต่สุดท้ายเธอก็กลับมาถึงบ้านอย่างปลอดภัย ยามค่ำคืนเงียบสงัดราว ไม่มีบ้านไหนเปิดไฟเลยสักหลัง มีเพียงซอมบี้ไม่กี่ตัวที่เดินไปมาในชุมชนเป็ครั้งคราว
ลั่วฉิงเทียนอยากจะขับรถเข้าไปในลานจอดรถใต้ดิน แต่ทางเข้ากลับถูกกองสิ่งของกีดขวางเอาไว้ เธอไม่อาจเข้าไปได้ ลั่วฉิงเทียนจึงได้แต่ยกรถและเสือขาวตัวน้อยเข้าไปเก็บไว้ในมิติ
จากนั้นก็เดินเข้าไปในหมู่บ้าน โชคดีที่ประตูหมู่บ้านไม่ได้ปิด คงเป็เพราะตอนที่เกิดเหตุการณ์ซอมบี้ระบาดขึ้น ยามของหมู่บ้านคงไม่มีเวลามาปิดประตูก็หนีไปแล้ว ลั่วฉิงเทียนเดินเข้าไปแล้วก็ตรงไปยังตึกของตัวเองทันที
ตอนกลางคืน การเคลื่อนไหวของซอมบี้ค่อนข้างเชื่องช้า แต่ก็ยังสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวของลั่วฉิงเทียนอยู่ดี กลุ่มซอมบี้จึงพุ่งตรงเข้ามาหาลั่วฉิงเทียน หญิงสาวไม่รอช้า เมื่อเข้าไปในประตูอาคารของหมู่บ้านแล้วก็รีบปิดประตูทันที
ไฟทางเดินในอาคารเป็แบบใช้เสียงควบคุม ดังนั้นในขณะที่ลั่วฉิงเทียนเข้าประตูไป ไฟทางเดินทั้งหมดก็สว่างขึ้น ลั่วฉิงเทียนแปลกใจเล็กน้อย ไม่คิดว่าที่แห่งนี้จะยังไม่ถูกตัดไฟ
เพียงแต่… พวกซอมบี้ชอบแสงไฟ ไม่นานนัก ซอมบี้รอบ ๆ จึงพากันพุ่งตรงมายังประตูอาคารด้านนี้
ประตูอาคารถูกซอมบี้พุ่งชนอย่างไม่หยุดหย่อน ลั่วฉิงเทียนรู้ดีว่าหากเป็แบบนี้ต่อไป ประตูอาคารจะต้องพังเป็แน่ เธอจึงก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว เปิดประตูอาคารออก แล้วรีบวิ่งขึ้นไปชั้นบน
ฝูงซอมบี้ที่อยู่ด้านหลังพุ่งเข้ามาในทันทีที่ประตูถูกเปิดออก ไล่ตามหลังเธอมาติด ๆ บีบให้หญิงสาวจำต้องวิ่งอย่างรวดเร็ว ก่อนมาหยุดที่ชั้นสาม เธอกำคันธนูอยู่ในมือ เมื่อพวกมันพุ่งเข้ามา เธอก็ปล่อยลูกศรออกไปสามดอก ทำให้ซอมบี้ร่วงไปเกือบสิบตัว
เธอไม่รอช้า รีบวิ่งขึ้นไปต่อ พอถึงชั้นสี่ก็หยุดรอให้พวกมันขึ้นมา แล้วจัดการแบบเดิมซ้ำ ๆ จำนวนซอมบี้ที่ตามมาเริ่มน้อยลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งตัวสุดท้ายล้มลงด้วยลูกศรของเธอ
เธอวิ่งกลับลงไปชั้นล่าง ปิดประตูทางเข้าให้สนิท เก็บคันธนูแล้ววิ่งกลับบ้าน เมื่อกลับถึงบ้านเธอถอดเสื้อผ้าที่เปื้อนออกเผา จากนั้นก็ตรงเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำ ภารกิจวันนี้มันเหนื่อยจริง ๆ พออาบน้ำเสร็จ เธอก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ตอนนี้กลุ่มแชทของหมู่บ้านกำลังะเิเป็พลุแตก
[ยังมีคนรอดชีวิตอยู่ในหมู่บ้าน!]
[ใช่! ฉันก็เห็นเมื่อกี๊ ตอนนี้ซอมบี้ทั้งหมดกำลังไล่ตามคนคนนั้นอยู่!]
[อยู่ข้างล่างตึกฉันเลย พวกซอมบี้เหมือนจะเข้าไปในอาคารแล้ว ใครกันนะน่ารำคาญจริง ๆ ดันพาซอมบี้เข้ามา ไอ้คนแบบนี้ไม่น่ารอดกลับมาเลย!]
[พอเถอะ เลิกเถียงกันได้แล้ว ฉันก็ได้ยินแต่ว่าหลังจากที่ซอมบี้เข้าประตูไปแล้วก็เงียบไปเลย ขอแค่พวกเราเงียบ ๆ ไว้ พวกซอมบี้น่าจะหาพวกเราไม่เจอ]
[ทำไมหน่วยกู้ภัยยังไม่มาสักที ตอนนี้ในเขตที่พักอาศัยมีซอมบี้เยอะมาก บ้านฉันอาหารก็หมดแล้วด้วย!]
ในกลุ่มแชทของเขตที่พักอาศัยเต็มไปด้วยข้อความมากมาย ลั่วฉิงเทียนมองดูคร่าว ๆ แต่ไม่ได้ตอบกลับ เธอหยิบอาหารที่เตรียมไว้บางส่วนจากในพื้นที่มิติออกมาทาน จากนั้นก็เตรียมตัวเข้านอน
ก่อนนอน ลั่วฉิงเทียนก็นึกถึงลูกเสือขาวตัวน้อยที่กำลังนอนหลับปุ๋ยอยู่ในพื้นที่มิติ ลั่วฉิงเทียนจึงสวมชุดนอน เตรียมตัวเข้าไปในพื้นที่มิติเพื่อป้อนนมมัน
ลั่วฉิงเทียนจัดให้ลูกเสือขาวอยู่ในห้อง ๆ หนึ่งในบ้านหลังเล็ก เธอยังใช้ผ้าห่มนุ่มทำเป็รังเล็ก ๆ ให้ความอุ่นกับมันโดยเฉพาะ ทว่ามันกลับนอนหลับอย่างไม่ค่อยสงบในรัง บางครั้งก็ขยับตัวไปมาและส่งเสียงร้องครางเบา ๆ
ระหว่างที่ไปวอลมาร์ต เธอได้หาซื้อของใช้สำหรับเด็กอ่อนติดมาด้วย เธอหยิบจุกนมมาอันหนึ่ง กับนมผงสำหรับเด็กอีกกระป๋อง ชงนมผงแล้วลองอุณหภูมิดูพอแน่ใจว่าไม่ร้อนเกินไป ก็ป้อนจุกนมให้ลูกเสือขาวตัวน้อย
ทันทีที่จุกนมแตะริมฝีปาก เสือขาวตัวน้อยก็หยุดร้องทันที มันเริ่มดูดนมจากจุกนมอย่างเอร็ดอร่อยตามสัญชาตญาณ เธอพยายามฝืนความง่วง จนกระทั่งลูกเสือขาวกินนมไปครึ่งขวด หญิงสาวจึงหยิบขวดนมแล้วออกจากพื้นที่มิติกลับมาที่ห้องเพื่อพักผ่อน
เธอนอนหลับสบาย ตื่นขึ้นมาอีกทีก็ตอนพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว พอตื่นขึ้นมาก็รีบเข้าไปในพื้นที่มิติเพื่อไปดูลูกเสือขาวทันที ลูกเสือตื่นแล้ว มันส่งเสียงร้องอยู่ในห้อง พร้อมกับดิ้นไปมา
เธอชงนมผงขวดใหม่ให้ลูกเสือกินจนอิ่ม จากนั้นจึงกลับไปที่ห้องเพื่อล้างหน้าแปรงฟัน หลังจากทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้ว ก็หยิบซาลาเปาทอดกับน้ำเต้าหู้จากในพื้นที่มิติออกมากินอย่างสบายอารมณ์ ทันใดนั้นเองในกลุ่มแชทก็เกิดความวุ่นวายขึ้นมาอีกครั้ง
[พวกนายสังเกตเห็นมั้ย ดูเหมือนว่าจำนวนซอมบี้ในละแวกนี้จะลดลงนะ]
[ใช่! ฉันก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน ตอนเช้าที่ฉันออกไปข้างนอกก็เห็นซอมบี้แค่สองสามตัวเอง!]
[พวกมันเข้าไปในตึกสองกันหมดรึเปล่า เมื่อคืนมีคนกลับเข้ามาในหมู่บ้าน ฉันเห็นคน ๆ นั้นพาฝูงซอมบี้บุกเข้าไปในตึกสอง ไม่แน่ตอนนี้พวกซอมบี้อาจจะอยู่ในบันไดตึกสองกันหมดแล้ว]
[ฉันอยู่ตึกสองนะ เมื่อกี้ฉันลงไปดู เห็นศพซอมบี้เต็มบันไดเลย!]
พอพูดจบ ทุกคนในกลุ่มก็ตกตะลึง
[ไม่ใช่ว่าคนเมื่อวานฆ่าซอมบี้ไปหมดแล้วหรอกหรอ]
[ถ้าเป็แบบนั้นจริง ๆ หมู่บ้านเราก็ปลอดภัยมากเลยสิ จริงสิ ใครมีเสบียงเยอะบ้าง ที่บ้านฉันไม่มีข้าวแล้ว ใครมีเยอะขายฉันหน่อย ฉันให้หมื่นหนึ่งต่อข้าวหนึ่งถุง]
[้า ตอนนี้มันเวลาไหนแล้ว คิดว่าเงินยังใช้ได้อยู่เหรอ แทนที่จะมานั่งถาม สู้เอาเวลาไปหาดูเองดีกว่า]
หลังจากนั้น ทุกคนในหมู่บ้านก็เริ่มปรึกษาหารือกันว่าจะออกไปหาอาหารกันยังไง ลั่วฉิงเทียนมองดูข้อความในกลุ่มโดยไม่ได้พูดอะไร เธอปิดโทรศัพท์มือถือแล้วรีบกินซาลาเปาทอดตรงหน้าให้หมด จากนั้นก็เข้าไปออกกำลังกายในห้องฟิตเนส
ลั่วฉิงเทียนตั้งใจออกกำลังกายมาก เธอทำทุกท่า ยืดเหยียด และฝึกฝนอย่างเต็มที่ เธอปรารถนาที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเอง ปลดปล่อยศักยภาพที่มีอยู่ภายในออกมาให้ถึงที่สุด การต่อสู้กับเสือขาวครั้งนี้ทำให้ลั่วฉิงเทียนตระหนักถึงความอ่อนแอของตนเองได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น
เมื่อนึกถึงภาพเหตุการณ์ที่สิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ทั่วโลกบุกรุกมนุษย์ในอนาคตอันใกล้นี้ ลั่วฉิงเทียนก็รู้สึกถึงวิกฤตที่คืบคลานเข้ามา
ตอนนี้เป็เดือนกันยายนแล้ว แต่อุณหภูมิของอากาศก็ไม่ได้ลดลงเพราะเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ตรงกันข้าม หลังจากฝนกรดเมื่อวาน อากาศก็กลับมาร้อนขึ้นอีกครั้ง