อี้หลินถึงกับเพ่งมองที่ดวงตาของราเชนเขม็ง แต่สตรีที่เป็นศิษย์พี่ใหญ่ของนางกลับเอ่ยขึ้นมาว่า
“ เขาไม่ใช่คนๆ นั้นหรอก รูปร่างหน้าตา ไม่เห็นจะเหมือนกันเลย ป่านนี้เขากลายเป็นคนพิการไปแล้ว จะเดินเพ่นพ่านแบบนี้ได้ยังไง”
อี้หลินเม้มปากแน่น ดวงตาคล้ายกับจะมีน้ำตาเอ่อล้นออกมา
“ ขออภัย ข้าจำคนผิด ขอตัวก่อน”
อี้หลินกับศิษย์พี่ของนางถึงกับเดินกลับไปที่โต๊ะ ราเชนถึงกับโล่งอก นึกว่านางจะดูออกเสียอีก แต่ดูจากแววตาของอี้หลิน ดูเหมือนจะคิดถึงหยางเฟยหลงเอามาก
ราเชนได้แต่ส่ายหัว ไม่อาจพูดอะไรออกมาได้
ระหว่างนั้นเอง ก็มีทหารประมาณ 30 คน พานักโทษ 10 คน ใส่โซ่ตรวนมือและคอ เดินเข้ามาในโรงเตี้ยม หัวหน้ามือปราบแต่งกายด้วยชุดมือปราบจากศาลเล่ออัน ถือดาบใหญ่ ใบหน้าเต็มไปด้วยหนวดเคราหนาครึ้ม ตบโต๊ะเถ้าแก่ร้าน แล้วก็เอ่ยด้วยเสียงอันดังว่า
“ เถ้าแก่ ข้าคือมือปราบราชสีห์คำรามแห่งเมืองเล่ออัน จัดห้องพิเศษให้ข้า 1 ห้อง ขอห้องขนาดใหญ่ และไล่คนพวกนี้ออกไปให้หมด ข้าจะให้คนของข้าและนักโทษพักข้างล่างนี้”
เถ้าแก่โรงเตี๊ยม ถึงกับหน้าซีด เพราะไม่มีห้องให้คนของทางการแม้แต่ห้องเดียว
แล้วจะไล่ลูกค้าที่อยู่ในร้านออกไปได้อย่างไร
“ คือว่า ท่านมือปราบ พอดีห้องของเราตอนนี้เต็มหมดแล้ว”
“ อะไรนะ นี่เจ้าไม่รู้หรือว่า ข้าเป็นใคร กล้าขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่อย่างนั้นเร๊อะ”
อาจารย์หมิงเยว่ ที่นั่งฟังอยู่ ก็รีบเอ่ยออกมาว่า
“ เถ้าแก่ เอาห้องของข้าให้กับท่านมือปราบไปก็ได้ ข้ากับศิษย์จะพักห้องเดียวกัน”
เถ้าแก่โรงเตี๊ยม ถึงกับโล่งใจออกมา
มือปราบราชสีห์คำราม หันมามองหน้าของอาจารย์หมิงเยว่ พอเห็นศิษย์ของสำนักฟ้าพิสุทธิ์ล้วนสวยงามแจ่มๆ ขนาดใช้ผ้าบางๆ ปิดบังใบหน้า ยังคงไม่อาจปิดบังความสวยงามของพวกนางได้เลย
“ ข้อคือซื่อจื่อฮ้าว เป็นมือปราบแห่งเมืองเล่ออัน ไม่ทราบว่าพวกท่านเป็นใคร”
มือปราบราชสีห์คำรามแสดงออกด้วยใบหน้าหื่นกระหายเต็มที่
“ ข้าหมิงเยว่ เจ้าสำนักฟ้าพิสุทธิ์ และศิษย์ทั้งห้าของข้า และนี่คือ อาจารย์ชิงอี้แห่งสำนักเมฆาม่วง และศิษย์ พวกเรากำลังจะไปที่วังน้ำทิพย์”
“ อ้อ..ที่แท้กำลังไปวังน้ำทิพย์ ดีเลย ข้ากำลังจะกลับเมืองเล่ออัน ข้าในฐานะงูเจ้าถิ่น ขออาสาคุ้มครองพวกท่าน เดินทางไปวังน้ำทิพย์เอง”
อาจารย์หมิงเยว่ กำลังจะเอ่ยปากปฏิเสธ เพราะสีหน้าท่าทางของ ซื่อจื่อห้าว นั้นไม่น่าไว้ใจเลยแม้แต่น้อย แต่ทันใดนั้นเอง ก็มีเด็กรับใช้สตรีคนหนึ่ง วิ่งหน้าตาตื่นออกมาจากชั้นบน ด้วยเสื้อผ้าหลุดรุ่ย มีชายอีกสี่คนกำลังวิ่งไล่ตาม ดึงเสื้อผ้าของนางจนขาดเหลือแต่ชั้นใน
“ เถ้าแก่ช่วยข้าด้วย”
เด็กสาวร้องออกมา แต่ไม่อาจหนีรอดจากเงื้อมมือชายหนุ่มอีกสี่คน ที่จับแขนของนางเอาไว้
“ นายท่าน ได้โปรดปล่อย ซันเอ๋อด้วยเถิด” เถ้าแก่รีบเอ่ยกับชายหนุ่มทั้งสี่
“ คุณชายของเราต้องการ นางอยู่รับใช้ในคืนนี้ พวกเจ้ากล้าขัดขวางรึ?” ชายสี่คนนั้นทำหน้าแสยะยิ้ม แล้วเอ่ยอย่างไม่สนใจใคร
เถ้าแก่ถึงกับหน้าถอดสี หันไปมองหัวหน้ามือปราบซื่อจื่อห้าว ขอความช่วยเหลือ
“บังอาจ ข้าคือมือปราบราชสีห์คำราม ต่อหน้าข้า ยังกล้าคิดทำร้ายสตรีอีกเร๊อะ”
มือปราบซื่อจื่อห้าว ชักดาบใหญ่ออกมาชี้หน้าชายทั้งสี่
ชายทั้งสี่เห็นดังนั้น ก็รีบคารวะมือปราบราชสีห์คำราม แล้วเอ่ยว่า
“ เรียนท่านมือปราบ ที่อยู่ในห้องคือ คุณชายว่านโถว บุตรชายคนเล็กของเจ้าเมืองเล่ออัน หวังว่าท่านมือปราบคงจะไม่เข้ามายุ่งเรื่องนี้ ไม่เช่นนั้น หากคุณชายว่านโถวโกรธ ท่านก็น่าจะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”
“ คุณชายว่านโถว?”
มือปราบถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น เขารู้วีรกรรมของคุณชายว่านโถวดี เวลาโมโหนั้นโหดเหี้ยมเพียงใด เคยมีข่าวว่า มือปราบคนหนึ่งเคยคิดจับตัวคุณชายว่านโถวข้อหา ข่มขืนหญิงสาว แต่ทว่า สุดท้าย มือปราบคนนั้น กลับถูกฆ่าทั้งครอบครัว โดยไม่สามารถจับตัวคนบงการได้แม้แต่น้อย
คนในโรงเตี๊ยม พอรู้ว่า เป็นบุตรชายของเจ้าเมืองเล่ออัน ที่โหดเหี้ยมเอาแต่ใจ ก็ได้แต่ส่ายหัว เพราะรู้ว่า มือปราบราชสีห์คำราม ไม่กล้าแตะต้องบุตรชายเจ้าเมืองอย่างแน่นอน และก็เป็นจริงดังคาดมือปราบซื่อจื่อฮ้าวรีบเก็บดาบ แล้วประสานมือพูดออกไปอย่างนอบน้อมว่า
“ เจ้ากลับไปเรียนคุณชาย ขอเชิญตามสบาย ข้าจะถือว่าไม่เคยมาที่นี่มาก่อน”
“ นี่ท่านเป็นคนของทางการนะ ท่านมือปราบ” อาจารย์หมิงเยว่ รีบเอ่ยขึ้นมา
“ นั่นคือ บุตรชายคนเล็กของท่านเจ้าเมืองเล่ออันนะ ข้าขอแนะนำให้พวกท่านรีบกลับห้องห้องพักกันดีกว่า”
เหล่าศิษย์ จับกระบี่ออกมาเตรียมพร้อมเพื่อรอรับคำสั่งของอาจารย์เพื่อช่วยเด็กรับใช้สตรี
แต่ไม่ทันได้ทำสิ่งใด ก็ได้ยินเสียงหญิงสาว ร้องออกมาอย่างโหยหวน จากชั้นสอง
“ นั่นเสียงของซูเอ๋อนี่” เถ้าแก่รีบเอ่ยออกมาอย่างแปลกใจ
“ พี่ซูเอ๋อ ถูกคุณชายจับเอาไว้ได้ เถ้าแก่ รีบไปช่วยพี่ซูเอ๋อด้วย”
ชายทั้งสี่นั้นยิ้มให้กันคล้ายกับว่า นี่เป็นเรื่องธรรมดา แล้วหิ้วตัวซันเอ๋อกลับไป โดยที่ไม่มีใครกล้าทำอะไรแม้แต่น้อย
เถ้าแก่ถึงกับคุกเข่าต่อหน้ามือปราบราชสีห์คำราม ที่ส่ายหัว แล้วกลับไปนั่งที่โต๊ะของตนเอง แล้วดื่มเหล้า อย่างไม่สนใจในเรื่องนี้
ราเชนเองก็ไม่อยากสนใจเรื่องนี้ เพราะไม่เกี่ยวกับเขา แต่ทว่า เชียนเชียน นั้นทนไม่ไหว
นำพิณของตนออกมา แล้วดีดพลังปราณพุ่งออกไป ทำให้ลูกน้องของคุณชายว่านโถว ถึงกับกระเด็นออกไป ซันเอ๋อ รีบวิ่งออกมาคุกเข่าต่อหน้า เชียนเชียน กับอาจารย์ชิงอี้
“ ได้โปรด ช่วยพี่สาวของข้าด้วย”
อาจารย์ชิงอี้หันไปมองหน้าของ อาจารย์หมิงเยว่ ที่พยักหน้าเหมือนกัน
“ ทำเกินไปแล้ว”
อาจารย์ชิงอี้ กับ เจ้าสำนักหมิงเยว่ พาศิษย์ทั้งสิบเดินขึ้นไปบนชั้นสองทันที
ทุกๆ คนต่างก็วิ่งกรูขึ้นไป
ลูกน้องของคุณชายว่านโถว ลุกขึ้นได้ชี้หน้าของสาวๆ ที่โจมตีเขา แล้วตวาดออกมาว่า
“ พวกเจ้ากล้า?”
เจ้าสำนักหมิงเยว่ ยกมือขึ้นวาดออกไปทีเดียว ร่างของทั้งสี่ ถูกฟาดจนกระเด็นตกจากชั้นสอง ประตูห้องของคุณชายว่านโถวถูกเชียนเชียน กับ เสี่ยวฉี ฟาดฝ่ามือจนประตูพัง ภายในห้อง พบร่างของคุณชายว่านโถวในสภาพเปลือยเปล่า กำลังใช้ผ้าคาดเอวของตน รัดคอของซูเอ๋อ ที่ร่างเปลือยเปล่า ลิ้นจุกปาก ตาถลน สิ้นใจตาย แต่เจ้าคุณชายว่านโถวมันยังไม่หยุดย่ำยี่ร่างไร้วิญญาณของนาง
“ ชาติชั่ว”
อาจารย์หมิงเยว่ กับ อาจารย์ชิงอี้ พร้อมใจกับซัดฝ่ามือเข้ากลางหน้าผาก และลำตัวของ คุณชายว่านโถว แต่ทันใดนั้นเอง ก็มีชายชุดดำกับชุดขาว โผล่ขึ้นมา รับฝ่ามือของ เจ้าสำนักหมิงเยว่และ อาจารย์ชิงอี้เอาไว้พร้อมๆ กัน
โครม !!
ร่างของเจ้าสำนักหมิงเยว่ กับอาจารย์ชิงอี้ ถึงกับกระเด็นปลิวออกจากห้องไป
“ แย่แล้ว ฝ่ามือมีพิษ” อาจารย์ชิงอี้เอ่ยขึ้นมาอย่างตกใจ อาจารย์หมิงเยว่ก็มองมือของตนที่มีสีดำคล้ำขึ้นมาเช่นกัน จึงรีบสะกัดพิษไปที่ต้นแขน แล้วพยายามนั่งสมาธิเพื่อรีดพิษออกมา
ชายหนุ่มสองคน สวมถุงมือสีดำและสีขาว เดินออกมาด้วยสีหน้าเมินเฉย พลังปราณยุทธ์ของพวกมันแม้นจะอ่อนด้อยกว่า อาจารย์ทั้งสอง แต่ใช้ฝ่ามือพิษเช่นนี้ ทำให้ทั้งสองไม่อาจทำอะไรพวกมันได้
เหล่าศิษย์ของทั้งสองรีบออกไปดูอาการของพวกนางทันที
คุณชายว่านโถว เดืนเปลือยกายโทงๆ จิกหัวศพของซูเอ๋อ ออกมายืนหน้าระเบียง พอเห็นหน้าเชียนเชียน และสาวๆ ก็เหวี่ยงซากศพของซูเอ๋อทิ้งไป แล้วหันมาสนใจหญิงงามที่อยู่ตรงหน้าแทน
“ โอ้ คืนนี้ข้าช่างโชคดีแท้ พบสาวงามมากมาย ข้าอดใจไม่ไหวแล้ว จงอางดำ จงอางขาว ไปจับนางทั้งหมดมาให้ข้า อย่าให้พวกนางมีรอยขีดข่วนแม้แต่น้อย
ชายหนุ่มทั้งสอง รับคำสั่ง และลอยตัวลงมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ พวกเจ้ารีบหนีไป พวกมันมีฝีมือขั้นปราณราชันแล้ว พวกเจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมัน ข้าจะต้านพวกมันเอง” อาจารย์ชิงอี้ เอ่ยจบก็นำพิณเก้าสายออกมา แล้วบรรเลงเพลงพิฆาตใจออกไป ด้วยมือซ้ายข้างเดียว
ส่วนเจ้าสำนักฟ้าพิสุทธิ์ ก็ทำได้เพียงถ่ายพลังปราณไปที่ด้านหลังของ อาจารย์ชิงอี้ แล้วไล่ศิษย์ของตนให้หนีไปเช่นกัน
แต่ไม่ทันแล้ว มือปราบราชสีห์คำราม ได้ล้อมทุกคนเอาไว้ ห้ามออกไปจากโรงเตี้ยมแห่งนี้
“ ทุกคนจะไปไหนไม่ได้” มือปราบซื่อจื่อฮ้าว สั่งลูกน้องขวางทุกๆ คนเอาไว้
เจ้าจงอางดำ กับ เจ้าจงอางขาว สองคนก็รวมพลังกัน ปล่อยพลังปราณที่กลายเป็นงูจงอางสีขาวดำสองตัว กระโจนเข้าใส่ ปราณพิณที่เป็นรูปคมมีด ลอยออกไปนับไม่ถ้วน
ตูม ๆ ๆ ๆ !!!
เงาปราณพิณถูกทำลาย ร่างของอาจารย์ชิงอี้ กับ เจ้าสำนักฟ้าพิสุทธิ์ ถึงกับกระอักเลือดออกมา
“ ฝีมือแค่นี้ คิดยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของคุณชาย ตายเสียเถอะ นังเฒ่า” เจ้าอางดำกำลังจะฟาดฝ่ามือพิษเข้าใส่ ร่างของอาจารย์ชิงอี้ แต่ทันใดนั้นเอง
ก็มีเสียงของราเชนพูดออกมาว่า
“ หยุดเดี๋ยวนี้”
ทุกๆ คนต่างหันไปมองบนชั้นสอง พบว่า คุณชายว่านโถว ถูกราเชนใช้เข็มปักเข้าไปที่ลำคอ มีเลือดไหลซึมออกมา เขาวาร์ปขึ้นไปจับตัวคุณชายว่านโถวเป็นตัวประกันเอาไว้
“ ปล่อยคุณชายเดี๋ยวนี้นะ” จงอางขาว มองราเชนด้วยสายตากราดเกรี้ยว
แต่ราเชนกับไม่สนใจ แล้วเอ่ยออกมาว่า
“ ใช่เวลาที่เจ้าจะมาต่อรองกับข้ารึ? คุกเข่าลงเดี๋ยวนี้”
จงอางดำและจงอางขาวกัดฟันกรอดไม่ยอมคุกเข่า ราเชนปักเข็มสำหรับใช้ฝังเข็มรักษา เข้าไปที่ไหล่ของ คุณชายว่านโถวจนมิด
อ๊ากกกกกกก !!!!
เสียงคุณชายว่านโถวร้องออกมาเหมือนแมวถูกเชือด แขนซ้ายห้อยต่องแต่ง ราวกับคนพิการไม่อาจใช้งานได้
ราเชนยังนำเข็มยาวออกมาอีกสองเข็ม
“ คุกเข่าสิเว้ย อยากให้ข้าตายหรือไงวะ”
จงอางดำ และ จงอางขาว ถึงกับคุกเข่าไปพร้อมๆ กัน
“ เจ้าด้วย มือปราบราชสีห์คำราม” ราเชนหันไปสั่งเจ้ามือปราบนั่นอีกคน
แต่มือปราบกลับนิ่งเฉย ไม่ยอมทำตาม ราเชนเลยปักเข็มเข้าที่ไหล่อีกข้างของคุณชายว่านโถว
อ๊ากกกกก !!!
“ ไอ้บ้าเอ้ย เจ้าอยากให้ข้าตายหรือไง ซื่อจื่อห้าว”
มือปราบราชสีห์คำราม จึงรีบคุกเข่าตามไปอีกคน ส่วนลูกน้องที่เหลือต่างก็ถูกสั่งให้วางอาวุธทั้งหมด แล้ว ศิษย์ของสำนักทั้งสอง ก็ช่วยกับมัดพวกมันเอาไว้ทั้งหมด ราเชนโยนร่างของคุณชายว่านโถวลงมาจากชั้นสอง เสียงดังตุ๊บ มันถึงกับเงียบเสียงไป ส่วนเจ้าจงอางดำ และ จงอางขาว ถูกเจ้าสำนักหมิงเยว่จี้สะกัดจุดเอาไว้ ไม่อาจขยับตัวได้
“ ขอบคุณ คุณชาย ที่ได้ช่วยขีวิตพวกเราเอาไว้”
อาจารย์ชิงอี้ กับ เจ้าสำนักหมิงเยว์ และศิษย์ทั้งหมดคุกเข่าเอ่ยออกมาพร้อมๆ กัน ราเชนได้แต่ยกมือห้ามเอาไว้
แล้วเข้าไปดูอาการของ ซูเอ๋อ ที่ถูกหามลงมา เขาจับชีพจรของนางก็พบว่า ขาดอากาศหายใจตายไปนานแล้ว ไม่อาจช่วยเหลือได้ ซันเอ๋อที่เป็นฝาแฝดกัน ร้องไห้แทบจะขาดใจ
ราเชนมองด้วยความเศร้าใจ ปล่อยให้เถ้าแก่ ช่วยปลอบใจนาง ส่วนราเชนเข้ามาดูอาการของ อาจารย์ทั้งสอง ราเชนมอบยาถอนพิษงู ที่เขานำมาจากเลือดเจ้างูสองหัว ผสมผสานกับ ตัวยาสมุนของเทพโอสถ ทำให้สามารถแก้พิษได้เกือบทุกชนิด แล้วมอบให้ทั้งสองกิน
แล้วใช้วิธีฝังเข็มกรุยชีพจรให้ตัวยาไหลเวียน เข้าสู่กระแสเลือดได้เร็วขึ้น
“ คุณชายท่าน ท่านเป็นหมอด้วยรึ?” อาจารย์หมิงเยว์เอ่ยอย่างสงสัย
“ ข้าถูเฟย เป็นศิษย์คนที่เจ็ด ของเทพโอสถเทียนซาน”
ราเชนเอ่ยออกไป เพราะไม่คิดจะปกปิดพวกนาง
“ ที่แท้ ท่านก็เป็นลูกศิษย์ท่านเทพโอสถเทียนซานนี่เอง” อาจารย์ชิงอี้เอ่ยชื่นชม
ราเชนได้แต่ยิ้มให้ แต่รู้สึกว่า เชียนเชียน จะมองเขาอย่างผิดปกติ
“ ข้าขอถาม ท่านเป็นคนของอาณาจักรใด” เชียนเชียนเอ่ยถามแต่มองสายตาของราเชนไม่กระพริบ
“ ข้าอยู่อาณาจักรมัจฉิมากับท่านอาจารย์มาตลอด เหตุใดแม่นางถึงได้ถามเรื่องนี้”
“ ไม่มีอะไร เพียงแต่แววตาของท่าน ช่างเหมือนกับคนที่ข้ารู้จักมาก่อน”
แย่แล้ว นอกจากใบหน้า กลิ่นกาย และรูปร่างของเราจะเปลี่ยนไป แต่แววตาของเราไม่อาจเปลี่ยนได้ หวังว่า นางจะไม่คิดว่าเราเป็นหยางเฟยหลงนะ
แต่แล้ว ก็มีเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้น มีเสียงดัง ตุ๊บ ! อยู่ทางด้านหน้าโรงเตี๊ยม..