มหาศึกห้าแผ่นดิน

    ตอนที่ 83 โรงเตี๊ยมเลือด

    อี้หลินถึงกับเพ่งมองที่ดวงตาของราเชนเขม็ง แต่สตรีที่เป็นศิษย์พี่ใหญ่ของนางกลับเอ่ยขึ้นมาว่า

    “ เขาไม่ใช่คนๆ นั้นหรอก รูปร่างหน้าตา ไม่เห็นจะเหมือนกันเลย ป่านนี้เขากลายเป็นคนพิการไปแล้ว จะเดินเพ่นพ่านแบบนี้ได้ยังไง”

    อี้หลินเม้มปากแน่น ดวงตาคล้ายกับจะมีน้ำตาเอ่อล้นออกมา

    “ ขออภัย ข้าจำคนผิด ขอตัวก่อน”

    อี้หลินกับศิษย์พี่ของนางถึงกับเดินกลับไปที่โต๊ะ ราเชนถึงกับโล่งอก นึกว่านางจะดูออกเสียอีก แต่ดูจากแววตาของอี้หลิน ดูเหมือนจะคิดถึงหยางเฟยหลงเอามาก

    ราเชนได้แต่ส่ายหัว ไม่อาจพูดอะไรออกมาได้

    ระหว่างนั้นเอง ก็มีทหารประมาณ 30 คน พานักโทษ 10 คน ใส่โซ่ตรวนมือและคอ เดินเข้ามาในโรงเตี้ยม   หัวหน้ามือปราบแต่งกายด้วยชุดมือปราบจากศาลเล่ออัน ถือดาบใหญ่ ใบหน้าเต็มไปด้วยหนวดเคราหนาครึ้ม ตบโต๊ะเถ้าแก่ร้าน   แล้วก็เอ่ยด้วยเสียงอันดังว่า

    “ เถ้าแก่ ข้าคือมือปราบราชสีห์คำรามแห่งเมืองเล่ออัน จัดห้องพิเศษให้ข้า 1 ห้อง ขอห้องขนาดใหญ่ และไล่คนพวกนี้ออกไปให้หมด ข้าจะให้คนของข้าและนักโทษพักข้างล่างนี้”

    เถ้าแก่โรงเตี๊ยม ถึงกับหน้าซีด เพราะไม่มีห้องให้คนของทางการแม้แต่ห้องเดียว

    แล้วจะไล่ลูกค้าที่อยู่ในร้านออกไปได้อย่างไร

    “ คือว่า ท่านมือปราบ พอดีห้องของเราตอนนี้เต็มหมดแล้ว”

    “ อะไรนะ นี่เจ้าไม่รู้หรือว่า ข้าเป็นใคร กล้าขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่อย่างนั้นเร๊อะ”

    อาจารย์หมิงเยว่ ที่นั่งฟังอยู่ ก็รีบเอ่ยออกมาว่า

    “ เถ้าแก่ เอาห้องของข้าให้กับท่านมือปราบไปก็ได้ ข้ากับศิษย์จะพักห้องเดียวกัน”

    เถ้าแก่โรงเตี๊ยม ถึงกับโล่งใจออกมา

    มือปราบราชสีห์คำราม หันมามองหน้าของอาจารย์หมิงเยว่  พอเห็นศิษย์ของสำนักฟ้าพิสุทธิ์ล้วนสวยงามแจ่มๆ ขนาดใช้ผ้าบางๆ ปิดบังใบหน้า ยังคงไม่อาจปิดบังความสวยงามของพวกนางได้เลย

    “ ข้อคือซื่อจื่อฮ้าว เป็นมือปราบแห่งเมืองเล่ออัน ไม่ทราบว่าพวกท่านเป็นใคร”

    มือปราบราชสีห์คำรามแสดงออกด้วยใบหน้าหื่นกระหายเต็มที่

    “ ข้าหมิงเยว่ เจ้าสำนักฟ้าพิสุทธิ์ และศิษย์ทั้งห้าของข้า และนี่คือ อาจารย์ชิงอี้แห่งสำนักเมฆาม่วง และศิษย์ พวกเรากำลังจะไปที่วังน้ำทิพย์”

    “ อ้อ..ที่แท้กำลังไปวังน้ำทิพย์ ดีเลย ข้ากำลังจะกลับเมืองเล่ออัน ข้าในฐานะงูเจ้าถิ่น ขออาสาคุ้มครองพวกท่าน เดินทางไปวังน้ำทิพย์เอง”

    อาจารย์หมิงเยว่ กำลังจะเอ่ยปากปฏิเสธ เพราะสีหน้าท่าทางของ ซื่อจื่อห้าว นั้นไม่น่าไว้ใจเลยแม้แต่น้อย แต่ทันใดนั้นเอง ก็มีเด็กรับใช้สตรีคนหนึ่ง วิ่งหน้าตาตื่นออกมาจากชั้นบน ด้วยเสื้อผ้าหลุดรุ่ย มีชายอีกสี่คนกำลังวิ่งไล่ตาม ดึงเสื้อผ้าของนางจนขาดเหลือแต่ชั้นใน

    “ เถ้าแก่ช่วยข้าด้วย”

    เด็กสาวร้องออกมา แต่ไม่อาจหนีรอดจากเงื้อมมือชายหนุ่มอีกสี่คน ที่จับแขนของนางเอาไว้

    “ นายท่าน ได้โปรดปล่อย ซันเอ๋อด้วยเถิด”  เถ้าแก่รีบเอ่ยกับชายหนุ่มทั้งสี่

    “ คุณชายของเราต้องการ นางอยู่รับใช้ในคืนนี้ พวกเจ้ากล้าขัดขวางรึ?” ชายสี่คนนั้นทำหน้าแสยะยิ้ม แล้วเอ่ยอย่างไม่สนใจใคร

    เถ้าแก่ถึงกับหน้าถอดสี หันไปมองหัวหน้ามือปราบซื่อจื่อห้าว ขอความช่วยเหลือ

    “บังอาจ ข้าคือมือปราบราชสีห์คำราม ต่อหน้าข้า ยังกล้าคิดทำร้ายสตรีอีกเร๊อะ”

    มือปราบซื่อจื่อห้าว ชักดาบใหญ่ออกมาชี้หน้าชายทั้งสี่

    ชายทั้งสี่เห็นดังนั้น ก็รีบคารวะมือปราบราชสีห์คำราม แล้วเอ่ยว่า

    “ เรียนท่านมือปราบ ที่อยู่ในห้องคือ คุณชายว่านโถว บุตรชายคนเล็กของเจ้าเมืองเล่ออัน หวังว่าท่านมือปราบคงจะไม่เข้ามายุ่งเรื่องนี้ ไม่เช่นนั้น หากคุณชายว่านโถวโกรธ ท่านก็น่าจะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

    “ คุณชายว่านโถว?”

    มือปราบถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น เขารู้วีรกรรมของคุณชายว่านโถวดี เวลาโมโหนั้นโหดเหี้ยมเพียงใด เคยมีข่าวว่า มือปราบคนหนึ่งเคยคิดจับตัวคุณชายว่านโถวข้อหา ข่มขืนหญิงสาว แต่ทว่า สุดท้าย มือปราบคนนั้น กลับถูกฆ่าทั้งครอบครัว โดยไม่สามารถจับตัวคนบงการได้แม้แต่น้อย 

    คนในโรงเตี๊ยม พอรู้ว่า เป็นบุตรชายของเจ้าเมืองเล่ออัน ที่โหดเหี้ยมเอาแต่ใจ ก็ได้แต่ส่ายหัว เพราะรู้ว่า มือปราบราชสีห์คำราม ไม่กล้าแตะต้องบุตรชายเจ้าเมืองอย่างแน่นอน และก็เป็นจริงดังคาดมือปราบซื่อจื่อฮ้าวรีบเก็บดาบ แล้วประสานมือพูดออกไปอย่างนอบน้อมว่า

    “ เจ้ากลับไปเรียนคุณชาย ขอเชิญตามสบาย ข้าจะถือว่าไม่เคยมาที่นี่มาก่อน”

    “ นี่ท่านเป็นคนของทางการนะ ท่านมือปราบ” อาจารย์หมิงเยว่ รีบเอ่ยขึ้นมา

    “  นั่นคือ บุตรชายคนเล็กของท่านเจ้าเมืองเล่ออันนะ ข้าขอแนะนำให้พวกท่านรีบกลับห้องห้องพักกันดีกว่า”

    เหล่าศิษย์ จับกระบี่ออกมาเตรียมพร้อมเพื่อรอรับคำสั่งของอาจารย์เพื่อช่วยเด็กรับใช้สตรี

    แต่ไม่ทันได้ทำสิ่งใด ก็ได้ยินเสียงหญิงสาว ร้องออกมาอย่างโหยหวน จากชั้นสอง

    “ นั่นเสียงของซูเอ๋อนี่” เถ้าแก่รีบเอ่ยออกมาอย่างแปลกใจ

    “ พี่ซูเอ๋อ ถูกคุณชายจับเอาไว้ได้ เถ้าแก่ รีบไปช่วยพี่ซูเอ๋อด้วย”

    ชายทั้งสี่นั้นยิ้มให้กันคล้ายกับว่า นี่เป็นเรื่องธรรมดา แล้วหิ้วตัวซันเอ๋อกลับไป โดยที่ไม่มีใครกล้าทำอะไรแม้แต่น้อย

    เถ้าแก่ถึงกับคุกเข่าต่อหน้ามือปราบราชสีห์คำราม ที่ส่ายหัว แล้วกลับไปนั่งที่โต๊ะของตนเอง แล้วดื่มเหล้า อย่างไม่สนใจในเรื่องนี้

    ราเชนเองก็ไม่อยากสนใจเรื่องนี้ เพราะไม่เกี่ยวกับเขา แต่ทว่า เชียนเชียน นั้นทนไม่ไหว

    นำพิณของตนออกมา แล้วดีดพลังปราณพุ่งออกไป ทำให้ลูกน้องของคุณชายว่านโถว ถึงกับกระเด็นออกไป ซันเอ๋อ รีบวิ่งออกมาคุกเข่าต่อหน้า เชียนเชียน กับอาจารย์ชิงอี้

    “ ได้โปรด ช่วยพี่สาวของข้าด้วย”

    อาจารย์ชิงอี้หันไปมองหน้าของ อาจารย์หมิงเยว่ ที่พยักหน้าเหมือนกัน

    “ ทำเกินไปแล้ว”

    อาจารย์ชิงอี้ กับ เจ้าสำนักหมิงเยว่ พาศิษย์ทั้งสิบเดินขึ้นไปบนชั้นสองทันที

    ทุกๆ คนต่างก็วิ่งกรูขึ้นไป 

    ลูกน้องของคุณชายว่านโถว ลุกขึ้นได้ชี้หน้าของสาวๆ ที่โจมตีเขา แล้วตวาดออกมาว่า

    “ พวกเจ้ากล้า?”

    เจ้าสำนักหมิงเยว่ ยกมือขึ้นวาดออกไปทีเดียว ร่างของทั้งสี่ ถูกฟาดจนกระเด็นตกจากชั้นสอง ประตูห้องของคุณชายว่านโถวถูกเชียนเชียน กับ เสี่ยวฉี ฟาดฝ่ามือจนประตูพัง ภายในห้อง พบร่างของคุณชายว่านโถวในสภาพเปลือยเปล่า กำลังใช้ผ้าคาดเอวของตน รัดคอของซูเอ๋อ ที่ร่างเปลือยเปล่า ลิ้นจุกปาก ตาถลน สิ้นใจตาย แต่เจ้าคุณชายว่านโถวมันยังไม่หยุดย่ำยี่ร่างไร้วิญญาณของนาง

    “ ชาติชั่ว”

    อาจารย์หมิงเยว่ กับ อาจารย์ชิงอี้ พร้อมใจกับซัดฝ่ามือเข้ากลางหน้าผาก และลำตัวของ คุณชายว่านโถว แต่ทันใดนั้นเอง ก็มีชายชุดดำกับชุดขาว โผล่ขึ้นมา รับฝ่ามือของ เจ้าสำนักหมิงเยว่และ อาจารย์ชิงอี้เอาไว้พร้อมๆ กัน

    โครม !!

    ร่างของเจ้าสำนักหมิงเยว่ กับอาจารย์ชิงอี้ ถึงกับกระเด็นปลิวออกจากห้องไป

    “ แย่แล้ว ฝ่ามือมีพิษ” อาจารย์ชิงอี้เอ่ยขึ้นมาอย่างตกใจ อาจารย์หมิงเยว่ก็มองมือของตนที่มีสีดำคล้ำขึ้นมาเช่นกัน จึงรีบสะกัดพิษไปที่ต้นแขน แล้วพยายามนั่งสมาธิเพื่อรีดพิษออกมา

    ชายหนุ่มสองคน สวมถุงมือสีดำและสีขาว เดินออกมาด้วยสีหน้าเมินเฉย พลังปราณยุทธ์ของพวกมันแม้นจะอ่อนด้อยกว่า อาจารย์ทั้งสอง แต่ใช้ฝ่ามือพิษเช่นนี้ ทำให้ทั้งสองไม่อาจทำอะไรพวกมันได้

    เหล่าศิษย์ของทั้งสองรีบออกไปดูอาการของพวกนางทันที

    คุณชายว่านโถว เดืนเปลือยกายโทงๆ จิกหัวศพของซูเอ๋อ ออกมายืนหน้าระเบียง พอเห็นหน้าเชียนเชียน และสาวๆ ก็เหวี่ยงซากศพของซูเอ๋อทิ้งไป แล้วหันมาสนใจหญิงงามที่อยู่ตรงหน้าแทน

    “ โอ้ คืนนี้ข้าช่างโชคดีแท้ พบสาวงามมากมาย ข้าอดใจไม่ไหวแล้ว จงอางดำ จงอางขาว ไปจับนางทั้งหมดมาให้ข้า อย่าให้พวกนางมีรอยขีดข่วนแม้แต่น้อย

    ชายหนุ่มทั้งสอง รับคำสั่ง และลอยตัวลงมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย

    “ พวกเจ้ารีบหนีไป พวกมันมีฝีมือขั้นปราณราชันแล้ว พวกเจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมัน  ข้าจะต้านพวกมันเอง” อาจารย์ชิงอี้ เอ่ยจบก็นำพิณเก้าสายออกมา แล้วบรรเลงเพลงพิฆาตใจออกไป ด้วยมือซ้ายข้างเดียว

    ส่วนเจ้าสำนักฟ้าพิสุทธิ์ ก็ทำได้เพียงถ่ายพลังปราณไปที่ด้านหลังของ อาจารย์ชิงอี้ แล้วไล่ศิษย์ของตนให้หนีไปเช่นกัน

    แต่ไม่ทันแล้ว มือปราบราชสีห์คำราม ได้ล้อมทุกคนเอาไว้ ห้ามออกไปจากโรงเตี้ยมแห่งนี้

    “ ทุกคนจะไปไหนไม่ได้” มือปราบซื่อจื่อฮ้าว สั่งลูกน้องขวางทุกๆ คนเอาไว้

    เจ้าจงอางดำ กับ เจ้าจงอางขาว สองคนก็รวมพลังกัน ปล่อยพลังปราณที่กลายเป็นงูจงอางสีขาวดำสองตัว กระโจนเข้าใส่ ปราณพิณที่เป็นรูปคมมีด ลอยออกไปนับไม่ถ้วน

    ตูม ๆ ๆ ๆ !!!

    เงาปราณพิณถูกทำลาย ร่างของอาจารย์ชิงอี้ กับ เจ้าสำนักฟ้าพิสุทธิ์ ถึงกับกระอักเลือดออกมา

    “ ฝีมือแค่นี้ คิดยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของคุณชาย ตายเสียเถอะ นังเฒ่า” เจ้าอางดำกำลังจะฟาดฝ่ามือพิษเข้าใส่ ร่างของอาจารย์ชิงอี้ แต่ทันใดนั้นเอง

    ก็มีเสียงของราเชนพูดออกมาว่า

    “ หยุดเดี๋ยวนี้”

    ทุกๆ คนต่างหันไปมองบนชั้นสอง พบว่า คุณชายว่านโถว ถูกราเชนใช้เข็มปักเข้าไปที่ลำคอ มีเลือดไหลซึมออกมา เขาวาร์ปขึ้นไปจับตัวคุณชายว่านโถวเป็นตัวประกันเอาไว้

    “ ปล่อยคุณชายเดี๋ยวนี้นะ” จงอางขาว มองราเชนด้วยสายตากราดเกรี้ยว

    แต่ราเชนกับไม่สนใจ แล้วเอ่ยออกมาว่า

    “ ใช่เวลาที่เจ้าจะมาต่อรองกับข้ารึ? คุกเข่าลงเดี๋ยวนี้”

    จงอางดำและจงอางขาวกัดฟันกรอดไม่ยอมคุกเข่า ราเชนปักเข็มสำหรับใช้ฝังเข็มรักษา เข้าไปที่ไหล่ของ คุณชายว่านโถวจนมิด

    อ๊ากกกกกกก !!!!

    เสียงคุณชายว่านโถวร้องออกมาเหมือนแมวถูกเชือด แขนซ้ายห้อยต่องแต่ง ราวกับคนพิการไม่อาจใช้งานได้

    ราเชนยังนำเข็มยาวออกมาอีกสองเข็ม

    “ คุกเข่าสิเว้ย อยากให้ข้าตายหรือไงวะ”

    จงอางดำ และ จงอางขาว ถึงกับคุกเข่าไปพร้อมๆ กัน

    “ เจ้าด้วย มือปราบราชสีห์คำราม” ราเชนหันไปสั่งเจ้ามือปราบนั่นอีกคน

    แต่มือปราบกลับนิ่งเฉย ไม่ยอมทำตาม ราเชนเลยปักเข็มเข้าที่ไหล่อีกข้างของคุณชายว่านโถว

    อ๊ากกกกก !!!

    “ ไอ้บ้าเอ้ย เจ้าอยากให้ข้าตายหรือไง ซื่อจื่อห้าว”

    มือปราบราชสีห์คำราม จึงรีบคุกเข่าตามไปอีกคน ส่วนลูกน้องที่เหลือต่างก็ถูกสั่งให้วางอาวุธทั้งหมด แล้ว ศิษย์ของสำนักทั้งสอง ก็ช่วยกับมัดพวกมันเอาไว้ทั้งหมด ราเชนโยนร่างของคุณชายว่านโถวลงมาจากชั้นสอง เสียงดังตุ๊บ มันถึงกับเงียบเสียงไป ส่วนเจ้าจงอางดำ และ จงอางขาว ถูกเจ้าสำนักหมิงเยว่จี้สะกัดจุดเอาไว้ ไม่อาจขยับตัวได้ 

    “ ขอบคุณ คุณชาย ที่ได้ช่วยขีวิตพวกเราเอาไว้”

    อาจารย์ชิงอี้ กับ เจ้าสำนักหมิงเยว์ และศิษย์ทั้งหมดคุกเข่าเอ่ยออกมาพร้อมๆ กัน ราเชนได้แต่ยกมือห้ามเอาไว้

    แล้วเข้าไปดูอาการของ ซูเอ๋อ ที่ถูกหามลงมา เขาจับชีพจรของนางก็พบว่า ขาดอากาศหายใจตายไปนานแล้ว ไม่อาจช่วยเหลือได้ ซันเอ๋อที่เป็นฝาแฝดกัน ร้องไห้แทบจะขาดใจ

    ราเชนมองด้วยความเศร้าใจ ปล่อยให้เถ้าแก่ ช่วยปลอบใจนาง ส่วนราเชนเข้ามาดูอาการของ อาจารย์ทั้งสอง ราเชนมอบยาถอนพิษงู ที่เขานำมาจากเลือดเจ้างูสองหัว ผสมผสานกับ ตัวยาสมุนของเทพโอสถ ทำให้สามารถแก้พิษได้เกือบทุกชนิด แล้วมอบให้ทั้งสองกิน

    แล้วใช้วิธีฝังเข็มกรุยชีพจรให้ตัวยาไหลเวียน เข้าสู่กระแสเลือดได้เร็วขึ้น 

    “ คุณชายท่าน ท่านเป็นหมอด้วยรึ?” อาจารย์หมิงเยว์เอ่ยอย่างสงสัย

    “ ข้าถูเฟย เป็นศิษย์คนที่เจ็ด ของเทพโอสถเทียนซาน”

    ราเชนเอ่ยออกไป เพราะไม่คิดจะปกปิดพวกนาง 

    “ ที่แท้ ท่านก็เป็นลูกศิษย์ท่านเทพโอสถเทียนซานนี่เอง” อาจารย์ชิงอี้เอ่ยชื่นชม

    ราเชนได้แต่ยิ้มให้ แต่รู้สึกว่า เชียนเชียน จะมองเขาอย่างผิดปกติ

    “ ข้าขอถาม ท่านเป็นคนของอาณาจักรใด” เชียนเชียนเอ่ยถามแต่มองสายตาของราเชนไม่กระพริบ

    “ ข้าอยู่อาณาจักรมัจฉิมากับท่านอาจารย์มาตลอด เหตุใดแม่นางถึงได้ถามเรื่องนี้”

    “ ไม่มีอะไร เพียงแต่แววตาของท่าน ช่างเหมือนกับคนที่ข้ารู้จักมาก่อน”

    แย่แล้ว นอกจากใบหน้า กลิ่นกาย และรูปร่างของเราจะเปลี่ยนไป แต่แววตาของเราไม่อาจเปลี่ยนได้ หวังว่า นางจะไม่คิดว่าเราเป็นหยางเฟยหลงนะ

    แต่แล้ว ก็มีเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้น มีเสียงดัง ตุ๊บ !  อยู่ทางด้านหน้าโรงเตี๊ยม..