บทที่8 คนที่ไม่อยากเจอ
มู่หลงซีที่เดินทางเส้นทางเรื่อยๆจนกระทั่งได้ยินเสียงของกู่ฉินลอยมาตามลม เสียงของกู่ฉินไพเราะราวได้ร่องลอยอยู่ในทุ่งพฤกษาเบาสบายเสมือนได้อยู่บนก้อนเมฆที่ไหลไปตามสายลมพัดผ่าน
มู่หลงซีได้หยุดฟังเสียงกู่ฉินครู่หนึ่งและเดินไปตามเสียงที่ตนได้ยิน เขาเดินอยู่หนึ่งก้านธูปก็พบกับสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งเป็ป่าท้อ พอเดินไปเรื่อยๆมู่หลงซีก็ได้พบที่มาของเสียงกู่เฉินที่ตนได้ยิน มีสตรีสวนอาภรณ์สีขาวราวกับหิมะในฤดูหนาวนั่งหันหลังบรรเลงกู่เฉินอยู่
จวินซีได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจากทางด้านหลังของตนได้สักพักแล้วคาดว่าน่าจะเป็ต้าจงที่นำสุรากลับมาแล้วนางจึงเอ่ยขึ้น " ต้าจง เ้ารีบเอาสุรามาเร็วเข้า " เอ่ยจบจวินซีก็ลุกขึ้นจากตั่งเตี้ยและหันกลับไป ทว่าคนผู้นั้นกลับไม่ใช่ต้าจงอย่างเช่นคนที่นางคิดแต่เป็คนที่นางไม่อยากพบเจอที่สุด
เมื่อทั้งสองได้สบตากันเหมือนทุกอย่างหยุดนิ่งไปชั่วขณะหนึ่ง สายลมพัดผ่านทำให้กลีบดอกท้อล่วงล้น ทั้งสองต่างก็ตกอยู่ในภวังค์ของตนและไม่มีผู้ใดเอ่ยสิ่งใดออกมาเป็เวลาเนิ่นนาน จนกระทั่งจวินซีได้เอ่ยขึ้นมา " ท่าน....มาอยู่ที่เขตหวงห้ามได้เช่นไร "
มู่หลงซีได้ยินเสียงของจวินซีก็ได้สติขึ้นมาจึงเอ่ยตอบ " เปิ่นหวางเดินทางเสียงกู่ฉินที่ธิดาเทพบรรเลง "
จวินซีก็ส่งเสียงในลำคอย่างไม่พอใจ นางอุสาไล่คนผู้นั้นออกไปแล้วเหตุใดคนผู้นี้ถึงได้มาอยู่ที่นี่กันเล่า ร่องรอยแห่งความไม่พอใจปรากฏบนใบหน้างดงามของจวินซีอย่างชัดเจน
ซึ่งมู่หลงซีเองก็ไม่เขาใจว่าเหตุใดธิดาเทพผู้นี้ถึงเเสดงออกว่าไม่ชอบใจที่ได้เห็นเขานักหรือว่าตัวเขาไปล่วงเกินนางเอาโดยที่เขาไม่ได้ตั้งใจ
" ซีอ๋อง ข้าว่าท่านรีบออกไปจากที่นี่เถอะ ปกติแล้วเผ่าจอมเวทย์มีกฎว่าห้ามให้นอกเข้ามาอย่างชัดเจน " จวินซีเอ่ยขึ้นอย่างเฉยชาและห่างเหินอย่างเห็นได้ชัด
" เ้าคิดว่าเปิ่นหวางกลัวอย่างงั้นหรือ อย่าลืมว่าเปิ่นหวางเป็แม่ทัพใหญ่แค่จัดการกับเ้าคนเดียวถือว่าไม่ลำบาก " มู่หลงซีเอ่ยขึ้นมาด้วยท่าทีสบายๆแล้วก้าวเดินเข้าใกล้นางขึ้นเรื่อยๆที่เขากล่าวเช่นนี้เพราะ้าหยั่งเชิงนางว่าความมาสารถของนางมีแค่ใหน
จวินซีเห็นท่าทีว่ามู่หลงซีกำลังคลุกคล้ามก็หยิบปิ่นเถาวัลย์ออกมาจากมวยผมแล้ว จากไม้ปิ่นเถาวัลย์ก็กลายเป็คฑาไม้เถาวัลย์เฉกเช่นที่มู่หลงซีเคยเห็นตอนอยู่ในอารามร้าง จวินซีนางตั้งท่าเตรียมพร้อมต่อสู้
มู่หลงซีชักกระบี่คู่กายของตนออกมาแล้วพุ่งตัวเข้าไปทันที จวินซียกคฑาไม้ขึ้นมาปัดป้องกระบี่พุ่งเข้าใส่คนเองจากนั้นก็หมุ่นตัวหลบมาทางด้านหลังของมู่หลงซีแล้วฟาดเข้าไปที่หลังของมู่หลงซี ทว่ามู่หลงซีก็เบี่ยงตัวแล้วก็ยกกระบี่สกัดกั้นคฑาไม้ของจวินซีเอาไว้ได้ทัน
เสียงการปะทะระหว่างกระบี่กับคฑาของทั้งสองดังสะนั่น พลันเคลื่อนพลังของการปะทะกันเมื่อครู่แผ่นกระจายไปทั่วบริเวณรอบตัวทั้งสองคน จวินซีส่งเสียงไม่พอใจออกมาจากลำคอ ฝีมือของนางยังอ่อนด่อยกว่ามู่หลงซีอย่างเห็นได้ชัดนางจึงก้าวถอยหลังไปเพื่อตั้งหลัก
ส่วนมือของมู่หลงซีที่จับกระบี่ก็รู้สึกชาเล็กน้อย เขาไม่คิดเลยว่าคฑาไม้เถาวัลย์ของธิดาเทพผู้นี้จะมีเเรงปะทะรุนแรงเช่นนี้ ถึงนางยังอ่อนประสบการณ์ไปบ้างแต่ถ้าได้รออีกสักปีหรือสองปีไม่แน่ว่านางอาจเป็ยอดฝีมือเลยก็ได้
ทางฝั่งของจวินซีเองก็มองไปยังมู่หลงซีอย่างระเเวดระวัง สมแล้วที่ได้ฉายาว่าแม่ทัพปีศาจ ถ้าคนทั่วไปที่เข้ามารับคฑาไม้เถาวัลย์ของนางโดยตรงกระบี่คงหลุดมือไปนานเเล้ว ด้านประสบการณ์การต่อสู้ของจวินซียังด้อยกว่ามู่หลงซีก็จริงทว่าพลังเวทย์ของนางก็ไม่เป็รองผู้ใดเหมือนกัน
จวินซีนางวาดมืออีกข้างหนึ่งขึ้นมาไอเวทย์สีทองก็ปรากฏขึ้นเป็กลุ่มเล็กๆแล้วพุ่งเข้าใส่มู่หลงซีทันที มู่หลงซีที่ได้เห็นเช่นนั้นก็เบี่ยงตัวหลบแล้วพุ่งเข้าใส่จวินซีอย่างไม่ทันตั้งตัวคมกระบี่พุ่งตัดปอยผมของนางขาดไปเล็กน้อย
เมื่อผลต่อสู้ระหว่างสองคนออกมาเเล้วมู่หลงซีก็ยกยิ้มขึ้นอย่างผู้ชนะ ซึ่งเป็รอยยิ้มที่ในอดีตจวินซีไม่มีโอกาสได้เห็นเลยสักครั้งจึงทำให้นางเอ่ยขึ้นถามด้วยน้ำเสียงติดขัด " ท่าน...ท่าน้าสิ่งใดกันแน่ "
มู่หลงซีจึงเก็บกระบี่เข้าฝักแล้วตระตุกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย เขาไม่คิดเลยว่ารอยยิ้มของตนจะทำให้ธิดาเทพผู้สูงศักดิ์เสียอาการได้ ไม่รู้ว่าเหตุใดเขาถึงนึกอย่างจะกลั่นแกล้งนางขึ้นมาถึงก้มลงกระซิบข้างหูของนาง " เปิ่นหวาง อยากจะขอความช่วยจากธิดาเทพสักเล็กน้อย "
ลมหายใจอุ่นๆของมู่หลงซีลดลงที่ต้นคอของจวินซีอย่างแ่เบา มันทำให้จวินซีชะงักอยู่ครู่หนึ่งนางจึงก้าวถอยไปหลายก้าวกว่าจะตั้งหลักได้ดีที่นางไม่สะดุดล้มไปเสียก่อน ใบหน้าหวานของนางหลังขึ้นสีแดงระเรื่อจางๆแต่แล้วจวินซีนางก็ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆดังมาจากมู่หลงซี มันก็ทำให้นางตวัดสายตาของนางมองไปยังมู่หลงซีอย่างขุ่นเคือง จวินซีก็พอจะทราบอยู่หรอกว่ามู่หลงซี้ากลั่นแกล้งนางแต่นางยังไม่วายคลึงตาในเขา " ซีอ๋อง ้าให้ช่วยสิ่งใด "
มู่หลงซีที่ได้เห็นจวินซีเสียอาการก็ยิ้มออกมาอย่างพึงใจแล้วเอ่ยตอบ " เปิ่นหวาง้าดอกว่านเซียน ไม่ทราบว่าธิดาเทพรู้จักหรือไม่ "
จวินซีได้ยินก็พยักหน้าเชิงบอกว่ารู้จัก ดอกว่านเซียนขึ้นอยู่ที่หน้าถ้ำมรกตเต็มไปหมด
ในระหว่างที่นางกำลังคุยกับมู่หลงซีนั้นต้าจงก็นำสุรากลับมาพอดี " จวินซี ข้านำสุรามาให้แล้ว "
มู่หลงซีที่ได้ยินนามของธิดาเทพก็พลันรู้สึกคุ้นเคยกับชื่อนี้อย่างแปลกประหลาด ชื่อนี้เหมือนกับสตรีที่ตัวเขาฝันถึงตลอดสองสามปีมานี้ ทว่าเขากลับมองเห็นหน้าของสตรีในฝันผู้นั้นไม่ชัดเจนนักแต่เขาก็ยังจำชื่อของนางเป็อย่างดี
" ต้าจงข้าจับตัวผู้บุกรุกได้ เ้าพาคนผู้นี้ไปให้ผู้าุโทั้งห้าที " เสียงของจวินซีดังขึ้นทำให้มู่หลงซีได้สติขึ้นมาแล้วมองไปยังจวินซี 'เปิ่นหวางดูเหมือนว่าถูกเ้าจับตัวไว้งั้นหรือ สตรีผู้นี้ช่างโกหกได้หน้าตายนัก' มู่หลงซีได้เเต่คิดอยู่ในใจไม่ได้เอ่ยออกมา
ส่วนต้าจงมองไปยังทั้งสองสลับกันไปมาแล้วยกมือเกาหัวตัวเองอย่างงุดงง มันเหมือนจับกุมตัวผู้บุกรุกเสียที่ไหนกันก็เห็นอยู่ชัดๆว่าจวินซีเสียท่าให้กับคนผู้นี้ จากนั้นต้าจงก็วางสุราห้าไหไว้บนโต๊ะเตี้ยแล้วพาตัวมู่หลงซีเดินออกไปจากเขตหวงห้าม