เช้าตรู่ ณ ร้านหนังสือ OPEN THE EYES ใจกลางเมืองกรุงประเทศไทย เปี่ยมรัก กำลังยืนหน้าเครียด เมื่อรู้ว่าเมื่อวานนี้มีเงินหายจากร้านหนังสือไปเป็ล้าน และท่านประธานใหญ่จากอิตาลี ก็กำลังเดินทางมาจัดการปัญหานี้ซึ่งเธอจะไม่เครียดขนาดนี้เลย ถ้าไม่ใช่เวรเธอที่เป็คนดูแลร้าน “พระเ้า ช่วยหนูด้วย” เปี่ยมรักได้แต่ภาวนาและเหงื่อก็ซึมออกตามมือตามหน้าผาก จนหมอนอิงเพื่อนสนิทในร้านได้แต่จับมือเธอและปลอบโยนให้เธอหายเครียด
“เอาน่าแก คงไม่มีอะไรมากหรอก เค้าคงหาตัวคนขโมยได้แหละน่าแต่ถ้าหาไม่ได้จริงๆ อย่างมากก็คงแค่เป็ขี้ข้าร้านนี้ไปตลอดชีวิตแหละ”เปี่ยมรักจึงตีมือเพื่อน และตอกกลับ “นี่แนะคนยิ่งเครียดๆอยู่ แกก็มาทำให้ฉันเครียดกว่าเดิมอีก”
“โอ๋ๆ ขอโทษ ก็ฉันเห็นแกเครียดไง เลยอยากให้หายเครียด” เมื่อเห็นเพื่อนเครียดยิ่งกว่าเก่า หมอนอิงจึงบอกเพื่อนไปอีกครั้งว่า“ใจเย็นแก ไม่ว่าท่านประธานจะลงโทษยังไง ฉันก็จะไม่ทิ้งแกนะ”
“ขอบใจแกนะเพื่อนรัก” เปี่ยมรักเริ่มอุ่นใจขึ้นเมื่อมีเพื่อนร่วมทุกข์อย่างหมอนอิง
ในขณะที่ทั้งคู่เพิ่งจะเงียบลง ก็ได้ยินเสียงผู้จัดการร้านะโขึ้นมา “ท่านประธานมาแล้ว”
เมื่อหันไปทางประตูเท่านั้น เปี่ยมรักก็ตัวชาเมื่อได้เห็นหน้าท่านประธาน ทั้งกลัว ทั้งใใครจะคิดว่าท่านประธานของเธอจะยังหนุ่มและหล่อลากขนาดนี้
อัคราฟเดินผ่านพนักงานมาจนถึงตัวของเปี่ยมรัก และก็พูดขึ้น“คุณใช่มั้ย เปี่ยมรัก”
“ใช่ค่ะ ฉันเองค่ะ”
“คุณรู้ใช่มั้ย ว่าทำไม ฉันถึงต้องหอบร่างกายมาจนถึงเมืองไทย”
“เอ่อ.....เอ่อ คิดว่ารู้ค่ะ”
“รู้ว่าอะไร”
“ที่คุณมาถึงที่นี่ เพราะว่าเมื่อวาน มีเงินในร้านหายไปค่ะ”
“อืม ก็รู้นี่... ว่าแต่ คุณจะชดใช้เงินที่หายไปอย่างไร”
“ฉันไม่ได้เอาเงินไปนะคะ”
อัคราฟหันไปทางบอดี้การ์ดคู่ใจ เป็สัญญานว่าให้เคลียร์ทางด้วยเออโต้ที่ทำงานด้วยกันมานาน และรู้ใจกันเป็อย่างดีจึงได้จัดการตามที่เ้านาย้า
“ทุกคนครับ เชิญไปทำงานได้แล้วครับ”
“ครับ / ค่ะ”
หลังจากที่ทุกคนกำลังแยกย้ายกัน อัคราฟก็หันไปเรียกเปี่ยมรัก
“เดี๋ยวก่อนครับคุณเปี่ยมรัก คุณอยู่ก่อน”
เปี่ยมรักที่ได้ยินชื่อตัวเอง ถึงกับสะดุ้ง รีบหันมา
“ค่ะ ท่านประธาน”
“ตามผมมาคุยในห้อง”
“ค่ะ” เปี่ยมรักได้แต่ตอบเสียงอ่อยและก็เดินตามอัคราฟไปที่ห้องทำงาน
เมื่อมาถึงห้องทำงาน อัคราฟก็ถามเปี่ยมรักทันที
“ผมยังถามคำถามเดิมนะ คุณจะชดใช้ค่าเสียหายยังไง”
“แต่ฉันไม่ได้เป็คนเอาเงินไปนะคะ”
“แต่เงินมันหายในวันที่คุณดูแล ในเมื่อหาคนรับผิดชอบไม่ได้ก็ต้องเป็คุณสิ ใช่มั้ย”
“คุณรวยขนาดนี้ แถมยังมีอำนาจแค่จะหาคนขโมยเงินภายในร้านของตัวเอง มันไม่ยากไม่ใช่หรอ”
“ใครบอกคุณว่าผมไม่ได้หา ผมจัดการทุกวิถีทางแล้ว แต่มันหาไม่เจอเลยต้องให้คุณ ซึ่งเป็คนดูแลวันที่เงินหายรับผิดชอบไง คุณคิดว่าไม่ยุติธรรมหรอ”
“ก็...ใช่น่ะสิ”
“แต่ว่าผมมี 2 ทางเลือกให้คุณอยู่นะ”
“จริงหรอคะ อะไรคะ”
“ไปที่อิตาลีกับผม ไปเป็เลขาของผมที่โน่นผมจะไม่เอาเื่คุณที่เงินหาย ผมเห็นประวัติการศึกษาของคุณบอกว่าจริงๆแล้วคุณจบเลขามานี่” เปี่ยมรักพยักหน้า แล้วถามต่อ
“แล้วทางเลือกที่สองล่ะคะ”
“ถ้าคุณไม่ยอมไปกับผม คุณก็ต้องไปคุยกับตำรวจเอง ลองคิดดูดีๆนะไปกับผม คุณมีแต่ได้กับได้”
เปี่ยมรักถึงกับเหงื่อแตกเมื่อได้ยินว่า ต้องไปคุยกับตำรวจเธอรู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมเลย เธอแค่ดูแลร้านในวันนั้น แต่ทำไมพอเงินหายเธอต้องรับผิดชอบด้วย ฮื่อออออออ เปี่ยมรักหนอเปี่ยมรักชีวิตเธอไม่เห็นเปี่ยมรักเหมือนชื่อเลย มีแต่เื่ แล้วเธอจะทำยังไงดีเงินชดใช้ก็ไม่มี จะไปคุยกับตำรวจก็ไม่มีพยานเลยว่าเธอไม่ได้เอาเงินไปมีแต่เสี่ยงกับเสี่ยง
เอาวะ! ยังไงซะก็ไม่ได้มีทางเลือกมากมายให้เธอเลือกสักหน่อย ถือว่าไปทำงานต่างประเทศละกันเธอจะถือโอกาสนี้แหละทำตามฝัน วันที่ไม่ได้ทำงานเธอจะไปเที่ยวให้ทั่วเลยแถมเงินก็ยังได้อีก มีแต่ได้กับได้อย่างที่เขาบอกจริงๆนั่นแหละ เธอจึงตอบอัคราฟไป
“โอคค่ะท่านประธาน ฉันตกลงไปทำงานที่อิตาลีกับคุณค่ะ”
อัคราฟกระตุกยิ้มที่มุมปาก ที่ทุกอย่างเป็ไปอย่างราบรื่นแต่เปี่ยมรักไม่ทันสังเกตเห็น
“โอเค งั้นคุณเก็บกระเป๋าไว้เลยนะ อีก 2 วันเราจะเดินทางไปอิตาลี”
“ห๊าาา"
"ทำไม มีปัญหาหรอ"
"ไม่ค่ะ รับทราบค่ะ”
“โอเค งั้นคุณออกไปร่ำลาเพื่อนร่วมงานของคุณได้แล้วแล้วนี่ก็ไม่ต้องทำงานแล้ว เพราะนับั้แ่วินาทีนี้คุณไม่ใช่พนักงานที่นี่แล้ว”
“เข้าใจแล้วค่ะ งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ”
“เชิญ”
เมื่อเปี่ยมรักออกไปแล้ว อัคราฟได้แต่ยิ้มด้วยความดีใจ