“ท่านพี่ พี่สี่ พวกท่านมาได้เวลาพอดีเลยเจ้าค่ะ” หลิวจางหมิ่นพูดอย่างยินดี
“มีอะไรอย่างนั้นหรือ ท่าทางเจ้าดูตื่นเต้นเป็นพิเศษ” หลินอ๋องฉู่อันถามชายา
“วันนี้ข้าจะให้พวกท่านลองดื่มชากับขนมที่ข้าทำขึ้นมาน่ะเจ้าค่ะ”
“ชาอะไรหรือน้องสะใภ้” ตงอ๋องฉู่ฉือถามขึ้น
หลิวจางหมิ่นให้ชิงเหยียนและชิงฮุ่ยไปยกชาดอกไม้ที่ตนเองทำเข้ามาในห้อง
“เป็นชาที่ข้าทำมาจากดอกไม้เจ้าค่ะ ดอกไม้พวกนี้มีสรรพคุณในการบำรุงร่างกาย นอกจากการทำไร่ทำนาแล้ว ข้ายังอยากสนับสนุนให้ชาวบ้านปลูกดอกไม้เมื่อทำชาออกขายเจ้าค่ะ พวกท่านลองจิบชาดูสิเจ้าคะว่ารสชาติและกลิ่นเป็นอย่างไร”
“รสชาติไม่ฝาดเข้มเหมือนใบชาปกติ และยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆ” หลินอ๋องบอกกับชายาหลังจากจิบชาเข้าไปแล้ว
“ดอกไม้แต่ละชนิดมีสรรพคุณแตกต่างกัน เจ้ามีความรู้ด้านนี้อยู่แล้ว เจ้าคิดว่าเจ้าจะทำขายอย่างไร” ตงอ๋องถามต่อ
“ข้าจะเปิดร้านขายใบชาเจ้าค่ะ เป็นชาที่ทำจากดอกไม้ ผู้คนสามารถซื้อหากลับไปชงดื่มที่บ้านเองได้ โดยชาแต่ละชนิดจะมีเขียนสรรพคุณบอกเอาไว้ และหากปริมาณใบชามีมากเรายังส่งออกไปขายตามเมืองต่างๆ ได้อีกด้วยเจ้าค่ะ”
“เจ้าจะสอนชาวบ้านทำชาอย่างนั้นหรือ” หลินอ๋องถามอย่างสนใจ
“ไม่ได้สอนให้ทำชาหรอกเจ้าค่ะ เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพทำไร่ทำนา พวกเขาจึงมีความชำนาญในด้านเพาะปลูก ดังนั้นมันจะยากเกินไปหากเราจะสอนให้พวกเขาผลิตชาและยากที่จะควบคุมคุณภาพด้วย ข้าก็เลยจะให้พวกเขาปลูกดอกไม้แล้วส่งมาให้เราทำชาต่อเจ้าค่ะ”
“ที่น้องสะใภ้พูดมาก็มีเหตุผล เพราะการผลิตชาต้องมีความพิถีพิถันและควบคุมการผลิตเป็นอย่างดี อีกทั้งการจัดเก็บก็ต้องมีความระมัดระวัง ชาวบ้านส่วนใหญ่ยากจน หากจะต้องมาผลิตชาและมีโรงจัดเก็บด้วยแล้ว มันจะยากเกินไปสำหรับพวกเขา” ตงอ๋องกล่าวเสริม
“นอกจากร้านขายชาแล้ว ข้ายังจะเปิดโรงน้ำชาด้วยเจ้าค่ะ ความพิเศษของโรงน้ำชาก็คือชาดอกไม้ของเรา และจะมีขนมที่ข้าจะทำออกมาเป็นพิเศษด้วยเจ้าค่ะ” หลิวจางหมิ่นเล่าแผนการอย่างดีใจ
“ขนมจากบ้านเดิมของเจ้าหรือ ข้าเคยกินมาก่อน ขนมพวกนั้นนอกจากรสชาติจะอร่อยแล้ว ยังมีความประณีตและสวยงามมากด้วย” ตงอ๋องหลุดปากถาม ก่อนที่จะหันไปมองหน้าน้องชายตนเอง
“พี่สี่เจ้าคะ ท่านไม่ต้องตกใจไปหรอกเจ้าค่ะ เรื่องที่ข้าไม่ใช่คนที่นี่ สามีข้าก็รู้เรื่องมานานแล้ว เพียงแต่เขายังไม่รู้ว่าท่านก็มาจากที่อื่นเหมือนกันกับข้า” หลิวจางหมิ่นพูดยิ้มๆ
“น้องห้า เจ้าคิดว่าอย่างไร หากคนในร่างนี้ไม่ใช่พี่ชายที่แท้จริงของเจ้า” ตงอ๋องถามน้องชายอย่างคาดหวัง
“พี่สี่ขอรับ ตลอดเวลาท่านคือพี่สี่ของข้า ท่านไม่ใช่คนอื่นขอรับ” หลินอ๋องบอกกับพี่ชายอย่างจริงใจ
“ข้าขอบใจเจ้ามาก ต่อไปหากข้าจะทำอะไรก็ไม่ต้องคอยระวังเจ้าแล้ว” ตงอ๋องบอกกับน้องชายอย่างโล่งใจ
“ท่านพี่ พี่สี่ พวกท่านลองกินขนมนี่ร่วมกับชาดอกไม้ดูเจ้าค่ะ” หลิวจางหมิ่นบอกอย่างกระตือรือร้น
“ขนมนี่คืออะไรหรือจางหมิ่น” หลินอ๋องถามเมื่อมองดูขนมหน้าตาแปลกที่เขาไม่เคยเห็น
“นี่คือขนมเทียนเจ้าค่ะ สีม่วงจากแป้งนี้ได้มาจากสีของดอกเตี๋ยโต้ว[1] และขนมสีเหลืองทองนี้คือทองหยอด ทำมาจากไข่เป็ดเจ้าค่ะ”
“ข้ารู้มาว่าที่บ้านเดิมของเจ้าขนมส่วนใหญ่ทำมาจากมะพร้าวไม่ใช่หรือ” ตงอ๋องถามน้องสะใภ้
“ใช่เจ้าค่ะ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ข้าให้น้องหกส่งต้นกล้ามะพร้าวมาให้ ข้าจะให้พวกเขาปลูกต้นมะพร้าวไว้ ถึงแม้อากาศทางตอนเหนือจะเย็นแต่ก็สามารถปลูกมะพร้าวได้ แม้มันจะให้ผลผลิตน้อยไปสักหน่อย” หลิวจางหมิ่นพูดอย่างเสียดาย
“เจ้าจะปลูกมะพร้าวไว้ทำขนมอย่างนั้นหรือ” หลินอ๋องยังถามต่ออย่างสงสัย
“มะพร้าวสามารถเอามาทำขนมและอาหารได้หลายอย่างเจ้าค่ะ ทั้งยังเอามาทำน้ำตาลและน้ำมันจากมะพร้าวได้ด้วย”
“บ้านเดิมของเจ้าคงมีคนมีความรู้อยู่มากมายเป็นแน่ ดูอย่างเจ้ากับพี่สี่ ความรู้และความคิดช่างแปลกใหม่จริงๆ” หลินอ๋องพูดพลางมองหน้าชายาและพี่ชายสลับกันไปมา
หลิวจางหมิ่นและตงอ๋องยิ้มให้กับท่าทางของเขาก่อนที่จะอธิบายให้เขาฟังต่อ
“ในยุคของพวกเราการศึกษามีให้เลือกหลากหลายสาขามากเจ้าค่ะ นอกจากนั้นข้อมูลข่าวสารต่างๆ ยังสืบค้นได้ง่ายมาก เรียกว่ายุคนั้นมีความเจริญก้าวหน้ามากทีเดียว”
“แล้วเจ้าศึกษาทางด้านใดมาหรือจางหมิ่น” หลินอ๋องอยากรู้เรื่องชายาของเขามาก
“เรียนด้านการบริหารเจ้าค่ะ ส่วนเรื่องสมุนไพรเป็นเพราะมีโอกาสทำงานที่ร้านขายยาสมุนไพรมาก่อนจึงได้รับความรู้จากเถ้าแก่เจ้าของร้านมาบ้างเจ้าค่ะ”
“แล้วพี่สี่ล่ะขอรับ” หลินอ๋องหันไปถามพี่ชาย
“ข้าก็เรียนด้านการแพทย์มาโดยตรง ที่เจ้าเคยเห็นข้ารักษาด้วยวิธีการผ่าตัด เรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดามากในยุคของข้า” ตงอ๋องตอบอย่างไม่ปิดบัง “น้องห้า ในเมื่อน้องสะใภ้จะทำการค้าตามความรู้ความสามารถที่นางมี ถ้าเช่นนั้น เจ้าจะคิดอย่างไร หากข้าต้องการเปิดโรงหมอที่นี่บ้าง”
“ข้าจะต้องคิดสิ่งใดอีกขอรับ หากมีโรงหมอ ชาวเมืองก็จะได้รับประโยชน์มากขึ้น ข้าต้องสนับสนุนท่านอยู่แล้วขอรับ” หลินอ๋องสนับสนุนพี่ชายอย่างจริงใจ
“พูดถึงเรื่องนี้ ข้าได้สอนสตรีบางกลุ่มเกี่ยวกับสมุนไพรแล้วนะเจ้าคะ ข้าเห็นว่าสถานการณ์ที่ชายแดนยังไม่มั่นคง พวกนางเข้าไปเก็บของป่าเป็นประจำอยู่แล้ว ข้าจึงอยากให้พวกนางเก็บสมุนไพรออกมาขายให้เราด้วยเจ้าค่ะ เป็นสมุนไพรที่จะเอามาใช้ในการรักษาบาดแผล” หลิวจางหมิ่นพูดถึงสิ่งที่ตัวเองได้ทำ
“น้องสะใภ้ เจ้านำหน้าข้าไปก้าวหนึ่งเสมอ” ตงอ๋องกล่าวชมน้องสะใภ้ตัวเอง ก่อนจะหันไปหาน้องชาย” น้องห้า เจ้าสองคนช่างเป็นคู่ที่เหมาะสมกันจริงๆ”
“ถือเป็นความโชคดีของข้าขอรับพี่สี่” หลินอ๋องตอบพี่ชาย และส่งยิ้มไปให้ภรรยาอย่างภูมิใจ
__________________________________________________
[1] ดอกเตี๋ยโต้ว คือ ดอกอัญชัน