บทที่ 6 สุนัขเลีย สุนัขเลีย เลียไปจนสุดท้ายก็ไม่ได้อะไรเลย!
แม้ว่ายันต์นั้นจะไม่มีสิ่งใดที่ดูผิดปกติ แต่น้ำหนักแห่งวาสนากลับหายไปในชั่วพริบตา มันต้องเกี่ยวข้องกับยันต์นั่นอย่างแน่นอน!
หากเป็เวลาปกติที่พบเจอเหตุการณ์เช่นนี้ จีอู๋ซวงคงไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย เพราะโดยทั่วไปแล้ว แต่ละคนล้วนมีเคราะห์กรรมและโอกาสเป็ของตนเอง
แต่นี่กลับเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตานางแถมยังเป็การขโมยวาสนาจากรุ่นหลานของอาจารย์รองของนาง อีกฝ่ายช่างอุกอาจเกินไปแล้ว!
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จีอู๋ซวงก็ร่ายขึ้นมา ทันใดนั้น บนสรวง์ก็มีเสียงฟ้าร้องดังกึกก้อง
“โครม!!!”
สายฟ้าฟาดครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ทำให้ทั้งูเาสั่นะเืเท่านั้น แต่ยังมีกลิ่นอายของสายฟ้าที่หนาแน่นแผ่ซ่านออกมาอีกด้วย
“จีอู๋ซวง ?”
์ชั่วช้าหน้าไม่อาย เหตุใดตอนที่คนผู้นั้นใช้วิธีลับขโมยวาสนาเ้าถึงไม่หยุดเขา
ตอนนี้ข้าแค่้าโต้ตอบเท่านั้น เ้ากลับคิดจะฟาดฟันข้า?
“เ้ายังมีหน้ามาถามอีกหรือ!”
ครืนนนน!!!
ทันใดนั้น์ก็ราวกับได้ยินคำพูดเสียดสีของนาง ฟ้าร้องคำรามกึกก้องบ่งบอกถึงโทสะอย่างชัดเจน
เพราะแท้จริงแล้ว์มิได้รู้เลยว่ามีผู้ใดมาลักขโมยวาสนาไป!
์จึงคิดว่า ‘ตัวแปลกประหลาด’ ที่ปรากฏขึ้นนี้กำลังหลอกลวงมันอยู่!
“...”
นางได้แต่กลอกตา ปล่อยวาง ไม่คิดใช้พลังวิเศษเข้าแทรกแซงเื่นี้อีก
แม้รากจิติญญาของนางจะแข็งแกร่ง แต่ร่างกายนี้กลับอ่อนแอปวกเปียก ถูกฟ้าผ่าเพียงครั้งเดียวก็คงสิ้นชีพลงตรงนี้
แต่ไม่เป็ไร แม้มิอาจใช้พลังวิเศษได้ นางก็ยังมีหนทางอื่น
เพราะก่อนหน้านี้ เด็กทั้งสองคนอยู่กับโม่หลานอีเพียงผู้เดียว ความลับเื่วาสนาที่ถูกขโมยไป อย่างไรเสียก็ต้องรู้ว่าเป็นางเป็แน่
จีอู๋ซวงลุกขึ้นยืน ก่อนจะเอาผลไม้จิติญญาเข้าปาก แล้วสะพาย ‘อาจารย์’ ไว้บนหลัง จากนั้นก็ะโลงมาจากที่สูง เดินอย่างรวดเร็วมาที่ทั้งสาม
สีหน้าของโม่หลานอีแข็งค้างเล็กน้อย นางไม่เข้าใจว่าจีอู๋ซวงจะมาทำอะไร หรือว่าจะมาแย่งคนของนาง
ส่วนทางด้านลู่สิงโจวกับเหลียนหยวนก็เห็นร่างของจีอู๋ซวงมาั้แ่ไกล หากเป็ลู่สิงโจวคงไม่คิดอะไรมาก เพราะเขาก็เป็นักพรตฝึกตน ไม่ได้ดูถูกคนที่ขัดสน และไม่คิดจะสงสารนักพรตฝึกตนด้วยกันเอง
แต่เหลียนหยวนกลับแตกต่าง เขาอุทานออกมาว่า “ศิษย์น้อง ท่านาเ็หรือ ข้าช่วยดูอาการให้ไหม”
ตอนนี้จีอู๋ซวงดูน่าสงสารมาก เหลียนหยวนคิดว่านางคงจะได้รับาเ็ระหว่างการทดสอบจิตใจ เขาจึงจะหยิบยารักษาให้
“...”
สมกับเป็คนของตระกูลเหลียนซิง จริง ๆ ซื่อบริสุทธิ์เสียจริง
“ไม่ต้อง”
“เช่นนั้น ศิษย์น้องมีอะไรรึ”
“อืม” จีอู๋ซวงเงยหน้าขึ้น พูดราวกับนักพรตทำนายดวงชะตา “ข้าดูแล้ว ท่านทั้งสองมีเคราะห์ ดวงิญญามืดมัว ภายในห้าปีนี้ หากไม่อยากมีอันเป็ไป ขออย่าได้ออกจากประตูสำนัก”
สิ่งนั้นมิได้ขโมยวาสนาไปในคราเดียวหรอก หากพวกเ้ารอดพ้นไปได้อีกห้าปี วาสนาย่อมกลับคืนมาเอง
แท้จริงแล้วที่จีอู๋ซวงเอ่ยเช่นนั้นก็ด้วยความหวังดี แต่เหลียนหยวนกับลู่สิงโจวกลับมิใคร่ชอบใจนัก
“ศิษย์น้อง ท่านก็รู้ พวกข้าล้วนบำเพ็ญเพียร ฝืนลิขิตฟ้า หาใช่จะหลบซ่อนเพราะเื่รังสีโลหิตเช่นที่เ้ากล่าวไม่”
“ใช่แล้ว ศิษย์น้อง หากพวกข้าทำเช่นนั้น เกิดจิตตกหลุมมารจะทำเช่นใด”
ทั้งสองมิได้สังเกตเห็นสีหน้าของโม่หลานอีแม้แต่น้อย
“นี่... นี่ขอทานน้อยผู้นี้มองเห็นอะไรหรือไม่”
“วางใจเถิด นางมิอาจหรอก คงเพียงบังเอิญเท่านั้น”
โม่หลานอีจึงค่อยวางใจลงแล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ใช่แล้ว ศิษย์น้อง เ้าเองไม่อาจบำเพ็ญเพียรได้ ไยต้องมาขัดขวางศิษย์พี่ลู่กับศิษย์พี่เหลียนเล่า เช่นนี้ช่างไร้น้ำใจนัก”
โม่หลานอีเอ่ยเช่นนี้ ทั้งสองจึงได้สังเกตเห็นว่าจีอู๋ซวงยังมิได้เริ่มบำเพ็ญ
“หรือว่า... นางบำเพ็ญเพียรไม่ได้”
ทั้งสองสบตากัน แม้จะนินทาในใจถึงขอทานผู้นี้ที่เห็นผู้อื่นดีกว่าไม่ได้ แต่ทั้งคู่ก็มิได้ใจแคบ จึงมิได้เอ่ยวาจาใดออกไป เพียงแต่เดินจากไปโดยไม่สนใจจีอู๋ซวงอีก
บังเอิญ ณ เวลานั้น ผู้เข้าทดสอบคนอื่น ๆ
ได้ทยอยกันขึ้นมา ทั้งสองจึงถือโอกาสนี้ เดินห่างจากจีอู๋ซวง
จีอู๋ซวงกะพริบตา คิดว่าตนเองนั้นทำดีที่สุดแล้วในเมื่อคนทั้งสองไม่ฟัง นางก็ไม่มีทางเลือก
แต่นางเพิ่งจะตัดสินใจ ยืนดูเฉย ๆ จู่ ๆ ก็มีไออันร้อนระอุแผ่ออกมาจากย่าม นางจึงรีบเปิดย่ามดู สิ่งที่ส่องประกายและร้อนระอุนั้น ก็คือกระดูกนิ้วเท้าของท่านอาจารย์รอง
ดูท่าหากจีอู๋ซวงไม่สนใจ มันก็คงจะกลิ้งไปกลิ้งมาไม่หยุด
“?”
เหลียนหยวนผู้นี้ เป็บุคคลสำคัญของท่านอาจารย์รองกระนั้นหรือ?
กระดูกนิ้วเท้าส่องประกายอีกครั้ง จีอู๋ซวงได้แต่เอ่ยอย่างจนใจ “เข้าใจแล้ว เข้าใจแล้ว ศิษย์เข้าใจแล้ว”
ในเมื่อเหลียนหยวนมีสถานะพิเศษเช่นนี้ เื่นี้ นางคงเพิกเฉยไม่ได้แล้ว
โชคดีที่นางผู้นี้มีนิสัยประหลาดอยู่อย่างหนึ่ง นั่นคือ ‘หากข้าไม่คิดอายผู้อื่นก็มิอาจทำให้ข้าอายได้!’
จีอู๋ซวงสะพายห่อผ้าขึ้นบ่าอีกครั้ง ก้าวย่างอย่างมั่นคงไปหยุดอยู่เบื้องหน้าของเหลียนหยวน และลู่สิงโจว
แม้ทั้งสองจะมีอารมณ์เย็นเพียงใด แต่ก็อดไม่ได้ที่จะขุ่นเคือง เด็กสาวผู้นี้พบหน้ากันครั้งแรกก็กล่าวคำสาปแช่งพวกเขา แล้วยังหาว่าพวกเขาเป็ดังเต่าหัวหด บัดนี้ยังกล้ามาขวางทางอีก
จีอู๋ซวงส่งยิ้มบาง ๆ เอ่ยว่า “พบกันครั้งแรกแล้ว ข้าคือจีอู๋ซวงข้าขออภัยในวาจาอันไม่บังควรเมื่อครู่ หากพวกท่านยกโทษให้ข้า โปรดจับมือกับข้าที”
“การจับมือนี้ จีอู๋ซวงได้พบเห็นมาเมื่อครั้งที่ิญญาของนางล่องลอยไปในสามพันภพภูมิ ในภพภูมินั้นปราศจากพลังปราณ แต่กลับให้กำเนิดระบบที่แตกต่างจากโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรโดยสิ้นเชิง
เดิมทีเหลียนหยวน้าต่อว่าจีอู๋ซวงแต่ใบหน้าผอม ๆ กับแววตาใสซื่อของนาง ช่างน่าสงสารยิ่งนัก
ในใจของเหลียนหยวนอ่อนยวบลง ยื่นมือออกไปจับมือของจีอู๋ซวง
“ยินดีที่ได้รู้จัก ข้าคือเหลียนหยวนเื่ที่ผ่านมาข้าจะไม่ติดใจเอาความ แต่น้องหญิงเอ๋ย ต่อไปภายภาคหน้า เ้าก็ควรระวังวาจาสักหน่อย”
จีอู๋ซวงพยักหน้า นางดึงพลังิญญาส่วนหนึ่งออกมาเปิดใช้งาน “แผนภาพทำนายฟ้า” และคลุมร่างของเหลียนหยวนไว้อย่างเงียบเชียบ
แผนภาพทำนายฟ้านี้คือหนึ่งในสมบัติวิเศษล้ำเลิศ!
ไร้รูป ไร้กาย!
ไร้ธรรม ไร้กฎ!
นี่คือสิ่งที่จีอู๋ซวงได้มาจากการสังหารเทพจักรพรรดิ เป็รางวัลจากชัยชนะ
ส่วนสาเหตุที่เทพจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่แห่ง์และปฐีผู้นั้นถึงได้พ่ายแพ้ ก็เพราะไม่ว่าจะทำนายอย่างไร เส้นทางชีวิตของเขาก็มืดมน มีแต่ความตาย
ด้วยความหวาดกลัว เขาทั้งต่อต้านฟ้าลิขิตและพยายามพลิกผันโชคชะตา จนกลายเป็เทพ ทว่าสุดท้ายก็ต้องสิ้นชีพด้วยน้ำมือของจีอู๋ซวง
เมื่อแผนภาพทำนายฟ้าคลี่ออกจีอู๋ซวงก็มองเห็นอนาคตของเหลียนหยวน นางจึงใช้แผนภาพทำนายฟ้านั้นช่วยเหลือกำจัดเคราะห์ร้าย ช่วยชีวิตผู้ที่เกี่ยวข้องกับอาจารย์รองนับเป็การช่วยเหลืออีกรูปแบบหนึ่ง
แต่จีอู๋ซวงมิอาจคาดคิด...
นางเห็น ‘ชีวิตคู่’ ที่พันผูกสับเปลี่ยนไปมา?!
ชีวิตหนึ่ง
เหลียนหยวนฝึกฝนอย่างราบรื่น แม้จะพบอุปสรรคบ้าง แต่สุดท้ายก็กลายเป็ผู้แข็งแกร่งแห่งยุค!
ส่วนอีกชั่วชีวิตหนึ่ง...
เหลียนหยวนหลงรักหญิงสาวผู้หนึ่งซึ่งไม่อาจเอาไว้ได้ นางกับเขาออกฝึกฝนวิทยายุทธด้วยกัน ครั้งนั้นเขาป้องปรางอันตรายให้นางจนเส้นชีพจรได้รับาเ็ แล้วยังพลั้งเพลิดสูดดมพิษลึกลับเข้าไปอีก
นับแต่นั้นมา พลังยุทธ์ของเหลียนหยวนก็มิอาจพัฒนาขึ้นอีก แต่นางกลับเอ่ยว่ามีใจรักต่อเขาเพียงเท่าพี่ชาย มิใช่ความรักหนุ่มสาว
ต่อมามีบุรุษอัจฉริยะผู้พรั่งพร้อมก็ปรากฏกายเคียงข้างนางไม่ขาดสาย เหลียนหยวนเกิดความริษยา จิตใจค่อย ๆ บิดเบี้ยว ถึงขั้นคิดใช้กำลังบังคับให้นางแต่งงานกับตน
ทว่าสุดท้ายเหลียนหยวนกับตระกูลของเขา กลับถูกกลุ่มบุรุษผู้หลงใหลนางถอนรากถอนโคนแม้กระทั่งเหลียนซิงเ้าสำนักอวิ๋นหลาน ก็ยังต้องจบชีวิตลง พวกเขาล้วนกลายเป็เพียงบันไดให้หญิงสาวผู้นี้ได้เหยียบย่ำเพื่อก้าวไปสู่ความยิ่งใหญ่
อะไรกันเนี่ย?
นี่มันเื่บ้าบอคอแตกอะไรแผนภาพทำนายฟ้าเ้ากำลังล้อข้าเล่นหรืออย่างไร?
แผนภาพทำนายฟ้าโกรธจัด เ้าพูดจาระวังหน่อย! ข้าทำนายอนาคตของเขาอยู่นะ!
เ้าคนรุ่นหลังนี่ช่างอ่อนแอ ไร้สมอง เป็เพียงสุนัขรับใช้ที่น่าสมเพช เ้ารู้บ้างหรือไม่?
คำพังเพยที่ว่า 'ยิ่งเลีย ยิ่งไร้ค่า' นั้น ช่างเหมาะกับเขาเสียจริง!