ในพื้นที่อันห่างไกลนครสยาม ใช้เวลาเดินทางขึ้นเหนือประมาณ 19 ชั่วโมง ก็จะพบเขตพื้นที่อุทยานอันเต็มไปด้วยป่าเขาลำเนาไพร ที่มองเห็นแค่เพียงต้นไม้ใหญ่ และพรรณไม้นานาชนิดขึ้นเขียวชอุ่มเรียงรายอยู่สองข้างถนนคอนกรีต สลับกับลำธารสายเล็กที่ไหลลงมาจากน้ำตกสิบห้าชั้นฟ้า ซึ่งเส้นทางนี้เป็สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของสายเขียว มากางเต้นท์พักผ่อน และัักับบรรยากาศของธรรมชาติ
แต่ยังคงมีอีกเส้นทางแยกไปจากทางไปเที่ยวน้ำตก ตัดขึ้นจากเป็ถนนลูกรังที่ดูเก่า และทรุดโทรมจนแทบไม่มีรถคันไหนกล้าวิ่งผ่านใน่เวลากลางคืน เพราะเป็ทางที่ไร้แสงไฟส่องสว่างตลอดแนว เส้นทางนี้เป็ทางเข้าหมู่บ้านชนเผ่าโบราณที่อาศัยอยู่บนูเาลูกนี้มาร่วมหลายร้อยปี แต่เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนไป ผู้คนที่เคยอยู่ในหมู่บ้านก็ได้ย้ายถิ่นฐานไปอาศัยอยู่ในเมืองหมดแล้ว มีเพียงซุ้มดินโบราณที่ถูกมุงหลังคาด้วยใบจากเก่า ๆ หลังหนึ่งที่ยังพอมีแสงไฟจากตะเกียงพลังงานแสงอาทิตย์ มองให้เห็นอยู่รำไร
เพล้ง!! เสียงแก้วตกกระทบพื้นดังขึ้นอย่างรุนแรง
"ใครวะ...ที่มันกล้ามายุ่งเื่ของกู" เสียงคำรามร้องดังด้วยความโกรธ ออกมาจากปากชายวัยกลางคน ผู้มีผมขาวโพนทั้งหัว ิัหยาบกร่าน แต่ยังพอมองเห็นรอยสักยันต์เต็มตัวั้แ่หัวจรดเท้า กำลังขว้างปาข้าวของด้วยความฉุนเฉียวเหมือนกับควบคุมตัวเองไม่ได้
แฮ่กๆๆ เสียงหายใจที่ถี่รัว เพื่อระงับอารมณ์เืขึ้นหน้าลดลง
"หึ! เมื่อพวกมึงขวางทางกู คงต้องจัดยาแรงให้สักหน่อย เดี๋ยวเอาให้อยู่กันไม่ได้กันเลย ฮ๊า ฮ่า ฮ่า ฮ่า " สิ้นเสียงหัวเราะที่ชวนขนลุกกับสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสะใจ เขาก็หยิบหุ่นพยนต์สีดำ ที่สร้างจากว่านกาฝากแช่ด้วยเื ปลุกเสกขึ้นกลางป่าช้าเก่า ตกแต่งด้วยผ้าห่อศพของคนที่ตายจากความแค้น ถูกเลี้ยงด้วยเืสดของมนุษย์ ทำให้หุ่นพยนต์ตัวนี้มีความอาฆาตดุร้ายมากพิเศษ ในปากของเขาขมุบขมิบร่ายบริกรรมคาถา แล้วกัดปากตัวเองพ่นเืใส่ในตัวหุ่นพยนต์สีดำ
“ไอ้สอง ได้เวลาของเองแล้ว ไปจัดการตามที่กูบอกได้เลย” จอมขมังเวทย์ผู้นี้กล่าวเสร็จ พร้อมแสยะยิ้มมุมปากด้วยความคาดหวังที่้าให้ไอ้สอง หุ่นพยนต์สีดำ สร้างเื่ใหญ่ขึ้น เพื่อจบงานนี้ได้อย่างรวดเร็ว
‘กูอยากรู้นัก ไอ้คนที่มาเสือกเื่ของกู มันจะทำหน้าอย่างไร เมื่อเห็นสิ่งนี้’ จอมขมังเวทย์นึกอยากลงเขาไปเจอพวกหน้าใหม่นี่สักรอบ เพราะของคลังที่ใช้สกัดกั้นเป็วิชาง่าย ๆ ที่นักต้มตุ๋นรู้วิชาเวทมนตร์คุณไสยแค่พื้น ๆ เขาก็ใช้กันได้แล้ว เพราะเป็วิชาที่พึ่งพาวัตถุมงคลเป็หลัก
แต่พอคิดว่าได้เล่นงานมือใหม่ให้หมอบคลาน ก็อยากปล่อยของร้อน ๆ เลยทันที วิชาคุณไสยสายดำ ยิ่งของแรงเท่าไร ยิ่งเก็บติดไว้กับตัวยากมากขึ้น การปล่อยของออกไป ก็เหมือนกับการปล่อยสัตว์ร้ายให้หากินในสิ่งที่พวกมันชอบ เพราะคนเล่นของสมัยนี้ ไม่สามารถหาอาหารที่พวกมันชอบได้ จึงต้องมีการปล่อยให้มันกินอย่างตามใจบ้าง อาจจะปล่อย 1 เดือน หรือ 3 เดือนครั้ง ขึ้นอยู่กับความแรงของสิ่งนั้นด้วย
ยามค่ำคืนอันเงียบสงัด ได้ยินแต่เสียงเครื่องช่วยหายใจในโรงพยาบาล ของแผนกจิตเวชกับแสงไฟหรี่ดวงเล็ก ๆ ส่องลงมายังร่างของวสุนันท์ ที่กำลังนอนอยู่บนเตียงด้วยความหมดแรง แต่สภาพร่างกายดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับ่ 2 สัปดาห์ก่อน
ตึก ตึก เสียงหัวใจเต้นระรัวดังขึ้นเหมือนจะพุ่งออกมาจากร่างกาย สายเข็มขัดที่รัดแขนค่อย ๆ คายออกทีละนิด จนหลุดหมดทั้งแขน และขา ร่างของวสุนันท์ก็เด้งกระตุกขึ้นมานั่งอยู่บนเตียง โดยที่เครื่องช่วยหายยังทำงานเป็ปกติ เปลือกตาที่หลับค่อย ๆ ลืมขึ้นอย่างช้า ๆ กับใบหน้าที่หม่นหมอง ในตามืดดำสนิท ไร้พื้นที่สีขาว พร้อมยิ้มแสยะอย่างน่ากลัว ด้วยมุมปากที่กว้างถึงจมูก ผิดแปลกจากคนปกติแล้วจากนั้นร่างของวสุนันท์ก็ลุคขึ้นเดินออกจากห้องผู้ป่วย และหายไปกับความมืด
เสียงดังจากนาฬิกาปลุกในตอนรุ่งเช้า วันนี้เปิดเรียนเป็วันแรกของสัปดาห์ ชิงพลบต้องไปโรงเรียนเร็วกว่าปกติ เนื่องจากมีประชุมกับครูภาควิชาสังคมใน่เช้านี้
แต่พอเขาได้ก้าวเท้า เข้ามาในเขตพื้นที่โรงเรียน ก็ััได้ถึงกลิ่นคุณไสยที่คุกรุ่นอยู่ทั่วโรงเรียนแล้ว โดยเฉพาะบริเวณตึกสังคม มองเห็นถึงกลุ่มควันดำมืดรอยอยู่เหนืออากาศ เป็ผลกระทบจากคุณไสยมนต์ดำที่รุนแรง ราวกับพร้อมมีเื่ร้าย ๆ เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
'ทำไมพลังคุณไสยถึงขยายอาณาเขตเร็วแบบนี้?' ชิงพลบคิดขึ้นด้วยความไม่สบายใจ ยิ่งเดินเข้าใกล้ตึกสังคมมากเท่า ยิ่งรู้สึกอึดอัด แม้เขาเองจะเรียนรู้เื่คุณไสยมาั้แ่เด็ก ก็ไม่เคยเจอพลังงานที่แรงขนาดนี้มาก่อนเหมือนกัน จึงสงสัยในฝีมือของจอมขมังเวทย์ที่ทำคุณไสยครั้งนี้ คงไม่ใช่คนธรรมดาแล้ว ขนาดของขลังที่ชิงพลบวางทิ้งไว้ ยังสกัดกั้นมนต์ดำนี้ไว้ไม่อยู่เลย
กรี๊ดดด!! เสียงร้องอย่างใดังขึ้นจากด้านหลังตึกสังคม ชิงพลบรีบวิ่งไปทันที ก็พบผู้อำนวยการนลินญานั่งประคองครูกชมน ที่กำลังนอนสลบเมือกอยู่บนพื้นสนามหญ้า
"ชิงพลบ เธอมาช่วยครูกชมนที"
"เกิดอะไรขึ้นหรอครับ??"
"มีศพคนตายในสวน ครูกชมนเลยใกลัว เธอมาดูแลครูกชมนหน่อย เดี๋ยวครูขอโทรแจ้งเ้าหน้าตำรวจก่อน"
ชิงพลบรีบไปประคองครูกชมน ออกมานอกพื้นที่สวน ส่วนผู้อำนวยการนลินญา รีบโทรแจ้งเ้าหน้าที่ตำรวจทันที
‘เดี๋ยวนะ โรงเรียนปิด 2 วัน แล้วมีคนตายได้ไง??’ ชิงพลบนึกด้วยความสงสัย แต่เมื่อชิงพลบเดินไปดูบริเวณที่มีศพคนตาย กลับพบร่างผู้หญิงวัยกลางคน ซึ่งน่าจะอยู่ใน่วัยเดียวกับผู้อำนวยการนลินญา สวมใส่ชุดผู้ป่วย สองเท้าเปล่าไร้รองเท้า แขนบิดผิดรูป สองมือจับที่คอ ศีรษะหมุนกลับด้าน สองตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัว ถ้าเป็การฆ่าตัวตาย นับเป็การฆ่าตัวตายที่แปลกมาก
ชิงพลบไม่ได้คิดว่าเป็การฆ่าตัวตามตามปกติ เพราะที่ข้างศพ มีห่อผ้าสีแดงที่เต็มไปด้วยอักขระ ยันต์ต่าง ๆ มัดรวมเป็ก้อนผูกด้วยเส้นด้ายสีดำ นี่คือสิ่งของคุณไสยใช้ฝังลงในดิน เพื่อเปลี่ยนอาณาเขตคนเป็ ให้เป็อาณาเขตตาย โดยใช้ิญญา ซากศพ เืเนื้อเป็ของเส้นเซ่นไหว้ ทำให้พื้นที่แห่งนี้มีพลังคุณไสยสายดำแ่า ยิ่งสิ่งมีชีวิตคิดอาฆาตแค้นมากเท่าไร ความรุนแรงของคุณไสยยิ่งเพิ่มมากเป็เท่าตัว