ธิดาสามยิ้มกว้างจับมือเรียวบางเดินนำหน้าไปยังตำหนักบุปผา
“เ้าโดดเรียนมาอีกแล้วทำอย่างนี้ไม่ดีรู้ไหม” เทพพฤกษาสอนเสียงนุ่ม
“ก็มันน่าเบื่อจะตายนั่งอ่านหนังสือทั้งวัน ไม่สนุกเหมือนอยู่กับท่านเลยสักนิด” ธิดาสามประจบ
“เอาเถอะๆหนังสือเ้าไม่ชอบอ่านงั้นก็มาช่วยข้าทำขนมล่ะกัน” เทพพฤกษาพูดอย่างเอ็นดู
“ขนมของท่านอร่อยที่สุดในพิภพเลย”ธิดาสามพูดอย่างชื่นชม
แล้วทั้งสองก็เข้าครัวไปช่วยกันทำขนม
ระหว่างทำขนมเทพพฤกษาก็คอยเล่าเื่ราวต่างๆในพิภพให้ธิดาสามได้เรียนรู้ไปด้วย
“จริงหรือที่ว่าท่านหนิงจ้านเป็เทพแห่งาที่เก่งกาจยิ่งนักข้าได้ยินพี่ใหญ่เล่าว่าเมื่อเร็วๆนี้ท่านหนิงจ้านนำทัพต้านเผ่ามารจนพวกมันแตกพ่ายไปเลย”ธิดาสามถามพลางนวดแป้งไปด้วย
“จริง เพราะเขาเก่งด้านการสู้รบจึงถูกเรียกขานว่าเป็เทพาั้แ่อายุยังน้อยอีกทั้งเขาเป็โอรสองค์เดียวของาาเฟิ่งผู้ล่วงลับผู้ซึ่งเก่งกาจที่สุดในพิภพ” เทพพฤกษาบอก
“ข้าได้ยินเสด็จพ่อบอกว่าเขาตั้งตำหนักซีฮันสั่งสอนลูกศิษย์อยู่ที่เทือกเขาประจิม ข้าได้ยินว่าเขามี 9 เศียรพันมือถึงได้เก่งกาจขนาดนั้น”
“ที่ตั้งตำหนักซีฮันที่เทือกเขาประจิมก็เพื่อคอยสกัดกั้นทัพจากแดนมารอย่างไรล่ะเขามี 9 เศียรพันมือหรือไม่เ้าคงต้องไปดูเอาเอง” เทพพฤกษาพูดพลางบดไข่มุกไปด้วย
“ข้าอยากเห็นท่านพาข้าไปได้ไหม” ธิดาสามพูดอย่างนึกสนุก
“ข้าพาเ้าไปได้จะเป็ไรไปล่ะ แต่เ้าก็ต้องขอพ่อแม่เ้าก่อน ข้าถึงจะพาเ้าไป” เทพพฤกษาบอกพลางตักไข่มุกใส่หม้อกลั่นเหล้าจากนั้นนางก็ใช้พลังเทพกลั่นเหล้าไข่มุก
“ถ้าข้าขอเสด็จพ่อเสด็จแม่ได้แล้วท่านพาข้าไปจริงๆนะ” ธิดาสามละมือจากการนวดแป้งไปจับแขนเทพพฤกษาเขย่าอย่างคาดหวัง
“ได้ซิถ้าพ่อแม่เ้าอนุญาต”เทพพฤกษาพูดแย้มยิ้ม
“จริงซิ ถ้าข้าได้เป็ศิษย์ของท่านหนิงจ้านข้าต้องเก่งเท่าเสด็จพ่อแน่ๆ ถ้างั้นข้าจะขอเสด็จพ่อไปเป็ศิษย์ท่านหนิงจ้าน” ธิดาสามวาดฝันอย่างสนุกสนาน
“หากพ่อแม่เ้ายอมข้าก็จะพาไปฝากเป็ศิษย์ให้” เทพพฤกษาละมือจากหม้อกลั่นเหล้า
“จริงๆนะท่านรับปากข้าแล้วนะ” ธิดาสามเขย่าแขนอย่างตื่นเต้นดีใจ
เทพพฤกษาพยักหน้า“จริง” นางปรายตาดูแป้งในอ่าง “แล้วเมื่อไหร่ขนมจะเสร็จล่ะข้ากลั่นเหล้าไข่มุกเสร็จแล้วนะ”
ธิดาสามรีบปล่อยแขนแล้วก็หันไปนวดแป้งต่อ“อีกสักครู่ก็เสร็จแล้วล่ะ”
เทพพฤกษาพยักหน้าแล้วก็หันไปตักไข่มุกที่แบ่งไว้อีกหน่อยทำลูกอมมุกน้ำผึ้งพอปั้นเสร็จลูกนึงนางก็ยื่นไปให้ธิดาสาม “อ้าปากซิ”
ธิดาสามปากอย่างว่าง่ายเทพพฤกษาป้อนลูกอมให้ ธิดาสามอมลูกอมอย่างถูกใจ
“อร่อยไหม?”
ธิดาสามพยักหน้า“อื้มๆ”
เทพพฤกษาแย้มยิ้ม“งั้นข้าจะทำไว้ให้เ้าอีกนะ”
ธิดาสามพยักหน้าพลางอมลูกอมอย่างเอร็ดอร่อย
เทพพฤกษาหันไปปั้นลูกอมต่อ
“จำไว้ว่าลูกอมนี้จะทำให้เ้าผิวสวยขึ้นเพราะไข่มุกพันปีเป็สิ่งล้ำค่าที่ทำให้ผิวพรรณอ่อนนุ่มงดงาม” นางพูดเสียงนุ่ม
ธิดาสามพยักหน้ารับรู้ มือก็เริ่มห่อแป้งทำขนมไปด้วย
เทพพฤกษาแย้มยิ้มที่ลูกศิษย์ตัวน้อยจดจำทุกอย่างที่นางสอนได้เป็อย่างดีั้แ่เล็กเริ่มจำความได้ธิดาสามก็ได้รับการถ่ายทอดความรู้จากนางไปจนเกือบหมดสิ้นไม่ว่าจะเป็เื่สมุนไพรการทำยา ทำเหล้า ทำเครื่องประทินผิว แม้แต่เื่อาหารการกินก็ไม่เว้นช่วยไม่ได้...ก็นางอยากเกาะติดข้าแจเองนี่น่า หึๆๆๆๆๆ
ผ่านไปครู่ใหญ่ขนมฝีมือธิดาสามก็เสร็จ รูปร่างหน้าตางดงามน่ากิน กลิ่นหอมชวนชิมไม่ต่างไปจากต้นตำรับเลยสักนิด
“ขนมเสร็จแล้วท่านลองชิมซิ” ธิดาสามส่งจานใส่ขนมยื่นไป
เทพพฤกษารับขนมไปชิม“อืม...ฝีมือดี”
“ก็ข้าได้อาจารย์ดีอย่างท่านไงล่ะ”ธิดาสามแย้มยิ้มประจบ
“เอาล่ะๆเ้าแบ่งขนมไปแล้วก็เอาเหล้ามุกพันปีไปให้เ้ารองด้วยส่วนนี่ลูกอมมุกน้ำผึ้งของเ้า แล้วก็นี่แป้งมุกของแม่เ้า” เทพพฤกษาหยิบของต่างๆใส่ถุงผ้าแล้วก็ประทานให้ธิดาสาม
“ขอบคุณท่านมากแล้วข้าจะมาใหม่นะ” ธิดาสามแย้มยิ้มกุมมือคารวะ
“รีบไปเถอะก่อนที่แม่เ้าจะรู้ว่าเ้าโดดเรียนแอบออกมา” เทพพฤกษาพูดอย่างเอ็นดู“เสียงพิณของเ้ารองใกล้จะจบแล้ว”
ธิดาสามหน้าตื่น“งั้นข้าต้องรีบไปแล้วล่ะ ขอบคุณเ้าค่ะ”
แล้วนางก็รีบวิ่งกลับถ้ำสิงห์สุดฝีเท้าเทพพฤกษามองตามด้วยความรักและเอ็นดู
พอกลับถึงถ้ำสิงห์เพลงพิณก็บรรเลงจบพอดี บรรดาบ่าวไพร่ก็ค่อยๆลืมตาตื่น
“พี่รอง ข้ากลับมาแล้ว”
องค์ชายรองหันไปมอง“มาก็ดีแล้ว ไหนล่ะเหล้ามุกของข้า” เขาทวงของทันที
“นี่ของท่าน” ธิดาสามรีบหยิบไหเหล้าออกจากถุงผ้าส่งให้แล้วก็หยิบขนมให้ด้วย “แล้วก็นี่ขนมฝีมือข้า”
“ฝีมือเ้า...”องค์ชายรองแกล้งทำท่าชะงัก “จะกินได้หรือ ข้ากินแล้วคงไม่ปวดท้องหรอกนะ”
ธิดาสามหน้างอคว้าขนมกลับ“งั้นก็ไม่ต้องกิน”
“เฮ้ๆ เดี๋ยวซิเ้าสาม”องค์ชายรองรีบคว้าขนมไปถือไว้ “น้อยใจไปได้ ขนมเ้าอร่อยสุดในแดนสิงห์แล้วล่ะ”
ธิดาสามแย้มยิ้มถูกใจ “งั้นข้าเอาขนมไปให้เสด็จพ่อเสด็จแม่ก่อนนะ”
แล้วนางก็รีบวิ่งออกไป
“เดี๋ยวซิ”องค์ชายรองเรียก แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว ได้แต่มองขนมในมือ “ทำงี้เสด็จแม่กับเสด็จพ่อก็รู้น่ะซิว่าเ้าแอบไปหาท่านหนิงเฟิ่งโธ่...เ้าสาม ข้าขอให้เ้าโดนเสด็จแม่ดุน้อยลงนิดนึงนะ”
เขาทำท่าไว้อาลัยครู่หนึ่งแล้วก็หยิบขนมกินอย่างเอร็ดอร่อย
“เสด็จพ่อเสด็จแม่”ธิดาสามวิ่งไปหาอย่างดีใจ รีบหยิบของฝากให้ “นี่แป้งมุกของเสด็จแม่ส่วนนี่ขนมฝีมือข้า”
ราชินีสิงห์มองของแล้วก็หันไปสบตากับพระสวามีจากนั้นก็หันกลับไปจ้องธิดาน้อย “เ้าแอบโดดเรียนไปหาหนิงเฟิ่งอีกแล้วนะเ้าสาม”
ธิดาสามหน้าเจื่อน“เสด็จแม่”
นางหันไปมองพระบิดาด้วยสายตาอ้อนวอน
าาสิงห์สบตาธิดาน้อย อยากจะดุก็ดุไม่ลง“เอาล่ะๆ กลับมาก็ดีแล้ว งั้นเ้าก็รีบไปอ่านหนังสือเสียเถอะอ่านจบแล้วก็มาท่องให้พ่อฟังล่ะกัน”
เขาโบกมือไล่ ธิดาสามรีบวิ่งออกไป
“ท่านพี่! ท่านให้ท้ายลูกอีกแล้วนะ” ราชินีเอ็ดเข้าใส่
“เอาน่าๆข้าก็ให้นางไปท่องหนังสือแล้วไง ไหนๆลองชิมหน่อยซิ ขนมฝีมือเ้าสามน่ะ”าาสิงห์ยื่นขนมให้ราชินีอย่างเอาใจ
“ฮึ! ท่านพี่น่ะให้ท้ายลูกอยู่เรื่อย” ราชินีหน้างอ าาสิงห์รีบรินน้ำชาเอาใจ“เอ้านี่ น้ำชาหอมๆกินคู่กับขนม ไหนๆลูกก็กลับมาแล้ว เ้าก็กินขนมเสียเถอะ”
“ฮึ!” ราชินีค้อนขวับ
หลังจากวันนั้นธิดาสามก็ออดอ้อนพระบิดาขอไปเป็ศิษย์ท่านหนิงจ้าน
“จะไปได้อย่างไรเ้าเป็หญิง อยู่ถ้ำสิงห์กับแม่นี่แหละ” ราชินีคัดค้าน
“ก็ข้าอยากเก่งเหมือนเสด็จพ่อนี่น่า”ธิดาสามหาข้ออ้าง
“งั้นก็ให้พ่อเ้าสอน”ราชินีพยักเพยิดหน้าไปทางพระสวามี
ธิดาสามรีบไปประจบพระบิดา“เสด็จพ่อให้ข้าไปเถอะนะ”
“เ้าจะไปทำไมล่ะ?พ่อสอนให้เ้าก็เก่งเหมือนพ่อนั่นแหละ” าาสิงห์พูดเสียงนุ่ม
“ก็ข้าอยากไปเห็นนี่ว่าท่านหนิงจ้านมี9เศียรพันมือจริงอย่างที่เขาร่ำลือจริงหรือจึงได้เก่งกาจนัก”ธิดาสามโพล่งออกมา ทำให้ทุกคนชะงักไปตามๆกัน
“ฮ่าๆๆๆๆๆ” าาสิงห์หัวเราะขำความคิดของธิดาน้อยราชินีสิงห์ก็หัวเราะเช่นกัน
ธิดาสามหน้างอที่ถูกหัวเราะ
“ก็ข้าอยากเห็นจริงๆนี่เสด็จพ่อเสด็จแม่...ข้าอยากเห็นจริงๆนะ” นางทำเสียงหงอยอ้อนวอน“ข้าอยากเห็นจริงๆนะ ท่านให้ข้าไปนะ ท่านหนิงเฟิ่งก็บอกแล้วว่าถ้าเสด็จพ่อเสด็จแม่ยอมให้ข้าไปนางจะพาข้าไปดูท่านหนิงจ้านว่ามี9 เศียรพันมืออย่างที่เขาร่ำลือจริงหรือไม่ ถ้าพวกท่านไม่ยอม คอยดูซิข้าจะอดข้าวอดน้ำประท้วงเสียเลย”
เสียงอ้อนหงอยๆ ปนคำขู่ทำให้พระบิดาพระมารดาใจอ่อนยวบ
“ให้ข้าไปนะเสด็จพ่อนะเสด็จแม่ ท่านหนิงเฟิ่งก็รับปากแล้วว่าจะพาข้าไปถ้าพวกท่านอนุญาต”
“เอาๆ ก็ได้ๆข้ายอมให้เ้าไปก็ได้ แต่ถ้าเขาไม่รับเ้าเป็ศิษย์เ้าก็กลับมาบ้านล่ะกัน”าาสิงห์บอกอย่างใจอ่อน
“ท่านพี่!” ราชินีสิงห์หันขวับตาดุวาว
“เอาน่าๆเ้าอย่าเพิ่งร้อนใจไป เ้าก็รู้ดีนี่น่าว่าหนิงจ้านไม่รับใครเป็ศิษย์ง่ายๆหรอกให้นางไปกับหนิงเฟิ่งก็ดีกว่านางแอบไปเอง” าาสิงห์ขยิบตาให้พระชายา
ราชินีรู้ดีว่าหนิงจ้านเข้มงวดเื่รับศิษย์เพียงใดก็เบาใจ“เช่นนั้นก็ได้”
“ข้าไปได้จริงๆนะเสด็จพ่อ”ธิดาสามดีใจ
“จริง” าาสิงห์พยักหน้า
“เย้!” ธิดาสามะโดีใจ “งั้นข้าไปบอกท่านหนิงเฟิ่งก่อนนะ”
แล้วนางก็รีบวิ่งไป
าาสิงห์และราชินีต่างหันไปสบตากันอย่างอ่อนใจนี่แหละน้า...เพราะนางเป็ธิดาองค์เดียวจึงทั้งรักและตามใจกันั้แ่เล็ก
ธิดาสามรีบไปหาเทพพฤกษา“ท่านหนิงเฟิ่งๆ เสด็จพ่อเสด็จแม่ยอมให้ข้าไปเป็ศิษย์ท่านหนิงจ้านแล้วล่ะ”
“งั้นรึ” เทพพฤกษาพยักหน้ารับรู้“งั้นเ้าก็กลับไปเตรียมตัวเดินทางเถอะ พรุ่งนี้ข้าจะออกเดินทางแต่เช้า”
“ได้” ธิดาสามพยักหน้ารับแล้วก็จะวิ่งกลับไปแต่ก็ถูกเทพพฤกษาเรียก “เดี๋ยวก่อนเ้าสาม”
“มีอะไรหรือเ้าคะ”ธิดาสามหันกลับไป
“ก่อนกลับไปเ้าจงขึ้นเขาไปที่ถ้ำแมวป่าก่อน แล้วก็เอามุกิญญาแมวออกมาด้วยข้าจะให้เ้าแปลงเป็แมวป่าไปตำหนักซีฮันกับข้า” เทพพฤกษาบอก
“ทำไมต้องให้ข้าแปลงเป็แมวป่าด้วยล่ะ”ธิดาสามสงสัย
“ต้องให้เ้าแปลงเป็แมวป่าก็เพราะนอกแดนสิงห์เืสิงห์ขาวอย่างเ้าเป็ที่้าของใครต่อใครอย่างไรล่ะ เืเ้ารักษาแผลได้เพิ่มพลังให้เหล่าเทพและมารได้ เพียงเท่านี้ก็นำอันตรายมาสู่เ้าได้แล้ว” เทพพฤกษาอธิบาย
ธิดาสามพยักหน้า “ได้งั้นข้าไปล่ะ”
เทพพฤกษามองตามแล้วก็เริ่มเตรียมของสำหรับเดินทาง
ธิดาสามขึ้นเขาไปตามทางเล็กๆมุ่งหน้าสู่ถ้ำแมวป่าซึ่งเป็ที่อยู่ของเผ่าแมวป่าอันเป็หนึ่งในบริวารของสิงห์ขาว
เหล่าแมวป่าเมื่อเห็นผู้เป็นายเสด็จขึ้นเขามาก็หมอบราบกับพื้น
“ธิดาสามเสด็จ”
เสียงร้องบอกต่อๆกันถึงการมาของธิดาสามดังไปทั่วเหล่าแมวป่าพากันห้อมล้อมเดินตามคอยพิทักษ์ปกป้อง จนกระทั่งถึงถ้ำแมวป่า
“วันนี้ธิดาสามเสด็จมาเที่ยวเล่นถึงที่นี่เชียวข้าจะรีบเตรียมน้ำชาให้ท่านนะพะย่ะค่ะ” หัวหน้าแมวป่ากราบทูลอย่างดีใจ
“ไม่ต้องหรอกข้าแค่จะมาเอามุกิญญาแมวไปใช้เท่านั้น พวกท่านไม่ต้องเตรียมอะไรให้วุ่นวายหรอกเดี๋ยวข้าก็กลับแล้ว”
“อ่อๆ พะย่ะค่ะเชิญพะย่ะค่ะ” หัวหน้าแมวป่าพยักหน้า
ธิดาสามเสด็จเข้าไปในถ้ำเข้าไปในส่วนที่ลึกที่สุดของโถงถ้ำอันเป็ที่เก็บมุกิญญาแมว
เมื่อได้มุกิญญาแมวมาแล้วธิดาสามก็แปลงกายเป็แมวป่าสีขาวสะอาดตาเสด็จลงเขาไป
บรรดาแมวป่าต่างพากันเดินมาส่งจนสุดเขตแมวป่าแล้วก็แยกย้ายขึ้นเขากลับไป
ธิดาสามเห็นว่ายังไม่เย็นนักจึงเดินเล่นเรื่อยไปตามสันเขา
“เอ๊ะ!” ขณะที่เดินเล่นนางก็เห็นร่างหนึ่งนอนอยู่ในกอหญ้า “นั่นใครกัน?ทำไมมานอนอยู่ตรงนี้ล่ะ?”
ด้วยความอยากรู้จึงค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ร่างนั้นมากขึ้นเรื่อยๆ ร่างนั้นเป็บุรุษสวมชุดสีขาวมีคราบเืเปรอะเปื้อนตามตัว
“าเ็นี่น่า”ธิดาสามขยับเข้าไปดูใกล้ๆ ยื่นมือไปแตะจมูก “ยังหายใจอยู่”
นางมองสำรวจไปทั่วร่างเห็นาแใหญ่ตรงหน้าอกเืไหลซึมไม่หยุด “ถ้าไม่รีบห้ามเืคงตายแน่ทำไงดีล่ะแถวนี้ก็ไม่มีหญ้าเสือเหม็นเลยสักต้น”
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรเตอร์ได้ทางเพจreadfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : https://lin.ee/qEBuZvK
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ