“กลับมาแล้วครับ”
ชายหนุ่มที่ดูท่าทางรีบร้อนพิกลพูดกับลุงผู้เป็ที่รัก ของที่อยู่ในกระเป๋าเป้สีน้ำตาลสะพายหลังสั่นระริก ราวกับมันอยากออกมาปรากฎกายให้ประจักษ์ต่อสายตาลุงกับป้าที่นั่งดูโทรทัศน์อยู่ในขณะนี้ให้ตื่นใเล่น
ที่ใไม่ใช่เพราะอะไร เนื่องจากครอบครัวกอร์นดอนน่ะขี้งกเพราะฐานะค่อนข้างพอมีพอกิน ไม่ได้จับจ่ายใช้สอยอย่างสบายอารมณ์ราวกับผลิตทองเหมือนครอบครัวอื่น ฉะนั้นพวกเขาจึงไม่ชอบให้หลานตัวเองซื้อสิ่งของไร้สาระมาเก็บเอาไว้ในบ้าน
ครั้งนี้ก็เช่นกัน นีโอพยายามซ่อนเร้นบางอย่างที่อยู่ในกระเป๋าสะพายแล้วแสร้งทำทีปวดท้องรีบวิ่งฝ่าคำถามมากมายขึ้นไปยังชั้นสองของบ้านอย่างรวดเร็วจนฝุ่นยังไม่ทันจับ แต่การกระทำพิรุธของชายหนุ่มไม่สามารถรอดพ้นสายตาดุจเหยี่ยวของป้าที่คอยจ้องจับผิดไปได้
เอ็มม่า กอร์นดอน หรือที่คนในชุมชนแถบแม่น้ำเ้าพระยาเรียกสั้นๆว่าป้าเอมจนติดปาก เธอมักตื่นแต่หัวเช้ามาใส่บาตรหน้าบ้านเสมอไม่เคยขาด ก่อนจะปั่นจักรยานสนิมเขรอะคันเก่าไปจ่ายตลาดสดตอนเช้าตรู่ของทุกวัน เพื่อซื้อวัตถุดิบสำหรับทำมื้อเช้าของทุกคนและใส่กล่องสำหรับมื้อกลางวันให้หลานชายนำติดตัวไปกินที่มหาลัยอีกด้วย
“จะรีบไปไหนเ้าตัวแสบ” ผู้เป็ป้าตวาดไล่หลังนีโอขณะเห็นหลังไหวๆ เธอละทิ้งรายการโปรดทันทีก่อนจะเปลี่ยนเป้าหมายไปที่หลานชายตนเอง เมื่อป้าเอมจ้ำเท้าขึ้นบันได มันก็เป็เครื่องส่งสัญญาณเตือนชั้นดีให้ชายหนุ่มที่อยู่ในห้องรับรู้และรีบซ่อนวัตถุชิ้นนั้นได้ทันท่วงที
“แย่ล่ะสิ วันนี้มาเร็วกว่าที่คิดไว้แฮะ” นีโอพึมพำขณะกำลังวุ่นวายอยู่กับธุระของตน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก…
“ปวดท้องไม่ใช่เหรอหลานรัก แล้วทำไมมาเข้าห้องนำในห้องนอนล่ะจ๊ะ” หญิงวัยกลางคนแซวหลานขณะเคาะประตู ผู้ที่อยู่ข้างในยังคงนิ่งเงียบไม่ตอบสนองต่อผู้ที่สร้างเสียงรบกวนอยู่หน้าห้องแต่อย่างใด ทว่าคนเป็ป้ากลับรู้ทัน เธอล้วงมือเข้าไปหยิบพวงกุญแจในประเป๋า ก่อนจะนำมันขึ้นมาตรวจเช็คว่าดอกไหนที่ใช้สำหรับปลดล็อคห้องนอนของนีโอ
เมื่อแน่ใจแล้วว่าเป็ดอกทรงเหลี่ยมนิดๆ เว้าปลายหน่อยๆ จึงบรรจงเสียบมันเข้าไปในรูลูกบิดกุญแจ ส่งผลให้ปลดล็อคสำเร็จและประตูพลันอ้าออกทันที
“ว่าไงป้า” นีโอแสร้งถามผู้ปกครอง ขณะใช้ลำตัวบังประเป๋าที่ดูท่าทางมีพิรุธเอาไว้ด้านหลัง
ดูเหมือนว่าชายหนุ่มหัวใสจะจนมุมเสียแล้ว ห้องแคบๆขนาดห้าคูณเจ็ดเมตรไม่เหมาะสำหรับใช้เป็ที่หลบซ่อนสิ่งของบางอย่างให้แเีได้เอาเสียเลย ที่สำคัญไม่ว่าห้องจะเล็กหรือมโหฬารเพียงใด ป้าเอ็มก็มักหาของแปลกปลอมที่ชายหนุ่มนำเข้าบ้านอยู่บ่อยครั้งเจอเสมอ
“เอามันออกมาจากกระเป๋าเดี๋ยวนี้” เธอชี้ไปยังกระเป๋าเป้สีน้ำตาลที่วางชิดผนังอยู่ด้านหลังของนีโอ ชายหนุ่มตะกุกตะกักเล็กน้อยเมื่อได้ยินป้าของเขายื่นคำขาด และมันมักใช้ได้ผลกับเขาเสมอ เพราะมีครั้งหนึ่งชายหนุ่มลองดีขัดขืนคำสั่ง วันรุ่งขึ้นเขาถูกหักค่าขนมครึ่งหนึ่งและลดไข่เจียวหมูสับลงเหลือครึ่งใบด้วยเช่นกัน
“นี่ครับป้า” เขาล้วงหยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋าด้วยท่าทีเสียดาย นี่มันกำลังจะตกไปอยู่ในกองขยะหลังบ้านเพื่อรอเวลาให้รถรับซื้อของเก่าผ่านมาแล้วนำมันไปอีกแล้วงั้นเหรอ
“นั่นไม่ใช่ เปิดหมอนออก” เธอปฎิเสธที่จะรับมันเพราะรู้ดีว่านีโอน่ะเก่งเื่การซ้อนแผนและตีหน้าซื่อ ครั้งนี้ก็เช่นกัน ชายหนุ่มแอบนำมันสลับกับโคมไฟโบราณซึ่งเป็ของที่ตนเองซื้อมาก่อนหน้านั้นสิบวัน แต่ในตอนนี้เขาเบื่อมันเป็ที่เรียบร้อยแล้ว และ้าหาของชิ้นอื่นมาแทนที่
นีโอพลิกหมอนใบโปรดและหยิบเ้าสิ่งนั้นออกมาอย่างว่านอนสอนง่าย มันคือตราสัญลักษณ์จีนสภาพเก่าชิ้นหนึ่ง ที่วัสดุทำจากไม้สัก ป้าเอมมองดูของชิ้นนั้นอย่างแคลงใจ พลางพลิกไปพลิกมา ก่อนปาดเหงื่อที่หน้าผากทิ้งเพราะอากาศที่ร้อนอบอ้าว
“นี่คืออะไร ทำไมดูมันใช้ประโยชน์ไม่ได้เลย แล้วอย่างนี้จะขายได้กี่ตังกันนะ” หญิงวัยกลางคนรูปร่างอ้วนท้วมทำหน้าแหยะใส่ เธอตีราคาตราสัญลักษณ์ที่ทำจากไม้ชิ้นนี้ด้วยสายตาคู่เดิม คู่เดียวกันกับที่ใช้ตีราคาของเก่าที่นีโอพาเข้าบ้านมาแล้วกว่าสามสิบชิ้นเป็อย่างต่ำ
“สัญลักษณ์ชิ้นนี้มันมีความหมายนะป้า มันอ่านว่า อัน ซึ่งแปลว่าสงบสุขและปลอดภัย” ชายหนุ่มเล่าผ่านหน้าตาเบิกบาน เขาภูมิใจที่ได้เครื่องรางชิ้นนี้ เพราะเชื่อว่ามันสามารถทำให้ชีวิตของตนสงบสุขและปลอดภัยจากการระรานของป้าได้ ทว่าพลังของเครื่องรางดันไม่แสดงอิทธิฤทธิ์อย่างที่เขาหวัง แถมบัดนี้มันกลับถูกครอบงำอยู่ในเงื้อมมือของผู้เป็ป้าเสียเอง
“ฉันจะเอามันไปขายพร้อมกับโคมไฟอันนั้น” เธอพูดเสียงแข็ง พลางเอื้อมไปหยิบโคมไฟโบราณที่วางข้างๆกัน “สองอย่างนี้จะเป็ค่าขนมของเธอในวันหยุด่ปีใหม่”
ป้าเอมพูดปิดท้ายก่อนจะเดินลับหายไปจากห้องของชายหนุ่ม ทิ้งให้นีโอนั่งเศร้าอยู่เพียงคนเดียวในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ แต่ใบหน้าที่แฝงไปด้วยความเสียใจนั้น แท้จริงมันซ้อนเร้นไปด้วยความสำเร็จเมื่อชายหนุ่มเริ่มยิ้มกรุ้มกริ่มออกมา อุบายที่เขาวางซ้อนเอาไว้อีกชั้นทำให้เหยื่อชั้นครูอย่างป้าหลงกลได้
เมื่อตรวจสอบดีแล้วว่าหญิงวัยกลางคนกลับลงไปข้างล่างเป็ที่เรียบร้อย จึงล็อคประตูแล้วเดินย้อนมายังเตียงห้าฟุตที่ตั้งอยู่ชิดผนัง เขาก้มศีรษะลงใบหน้าแนบพื้น พลางสอดส่องเข้าไปใต้เตียงบริเวณที่ได้ซ่อนของเอาไว้ ไม่นานก็หยิบมันออกมาพร้อมปัดฝุ่นหนาเตอะที่ฉาบอยู่บนปกหนังสือเล่มหนึ่ง
“มันอยู่นี่ต่างหากล่ะป้า” นีโอยิ้มกว้าง แววตาส่องประกายเมื่อเห็นวัตถุรูปร่างคล้ายหนังสืออยู่ในมือตน ทว่าลักษณะหน้าตามันเอนเอียงไปทางพระคำภีร์เสียมากกว่าเพราะเข้าเล่มด้วยเชือกไม่ใช่กาวร้อนเหมือนยุคปัจจุบัน ฉะนั้นความเก่ากึกราวพงศาวดารของมันดึงดูดให้นีโอสนใจได้เป็อย่างดี และด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้เขาหลงไหลทันทีในครั้งแรกที่เห็น
หนังสือปกเรียบที่ทำจากเปลือกข่อยไม่มีลวดลายอะไร หนาราวร้อยหน้า กระดาษทำจากต้นลานซึ่งเป็พันธุ์ไม้ดึกดำบรรพ์ที่ไม่ขึ้นแพร่หลายนัก กำลังถูกชายหนุ่มเปิดอ่านด้วยความใคร่รู้ ตัวอักขระที่อยู่ภายในพิเศษชนิดที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน แตกต่างจากภาษาไทยที่ชายหนุ่มรู้จัก และไม่เหมือนอักขระขอมตามหน้าหนังสือในพระคำภีร์คาถา
อักขระถูกจารลงบนใบลานด้วยเหล็กหมาดปลายแหลม บางส่วนถูกลบเลือนหายไปตามกาลเวลา บางหน้าถึงกับโล้นไร้ตัวอักขระใด ทว่าเมื่อใช้นิ้วััลงบนหน้ากระดาษกลับรู้สึกถึงรอยอักขระบางๆ แต่เขาไม่ได้ให้ความสนใจเป็พิเศษอยู่แล้ว เพราะถึงมันมีอักขระอยู่ครบถ้วนทุกหน้าก็ไม่ช่วยให้เขารู้ความหมายอยู่ดี
หนุ่มผมดำขลับพลิกอ่านเรื่อยมาจนชะงักที่หน้าสุดท้าย บางส่วนถูกฉีกออกไป นีโอรู้สึกเสียดายเพราะถ้าจำนวนหน้าอยู่ครบเขาอาจนำมันไปขายให้กับคนที่ชอบสะสมของเก่าได้ราคาดีกว่านี้อีก แต่บางทีขาดออกไปบ้างก็ดี มันจะได้ดูโบราณสมจริงขึ้นอีกนิด
เมื่อสำรวจคำภีร์จนพอใจแล้วจึงวางมันลงบนชั้นสองของตู้เก็บหนังสือใบโปรด นีโอรักการอ่านมาั้แ่เด็กแล้ว และหนังสือก็เป็เพียงสิ่งเดียวที่ชายหนุ่มสามารถนำเข้าบ้านได้โดยไม่ถูกตรวจสอบจากป้าเอม นอกจากหนังสือเรียนที่เมื่อก่อนนีโอถูกบังคับให้อ่านวันละหนึ่งชั่วโมงแล้ว ก็ยังมีการ์ตูน นิยาย และนิตยสารต่างๆมากมายกองสุมรวมกันอยู่บนชั้นอีกด้วย อีกส่วนวางลวกๆเอาไว้ข้างเตียงและหัวนอนเพื่อสะดวกต่อการหยิบอ่าน
แดด่บ่ายเริ่มอ่อนกำลังลงเมื่อย่างเข้าห้าโมงเย็น นีโอรอคอยเวลานี้มานานแล้ว เวลาที่แสงแดดเลือนหายไป เพราะใน่เย็นของทุกๆวัน เขามักจะเปิดผ้าม่านลายลูกไม้ออกพร้อมกับยื่นหน้าไปรับออกซิเจนบริสุทธิภายนอก ด้านซ้ายเป็สวนสาธารณะสำหรับพักผ่อนและออกกำลังกาย ต้นไม้หลากหลายสีสันถูกปลูกเอาใจคนกรุงเทพและดึงดูดให้เป็สถานที่นัดพบกันมากที่สุด ณ ตอนนี้
ด้านขวาคือแม่น้ำเ้าพระยาสายสำคัญของเมืองหลวง ที่พักอาศัยของนีโอคั่นกลางระหว่างสองสิ่งนี้ ฉะนั้นจึงหลีกหนีเสียงจอแจของผู้คนมากมายจากสวนหย่อมไปไม่ได้เลย อีกทั้งยังมีเสียงเรือที่แล่นทั้งวันทั้งคืนคอยรบกวนเวลานอนได้เป็อย่างดี แต่แลกมาด้วยวิวทิวทัศอันสวยงามที่หาได้ยากในกรุงเทพที่ก็ถือว่าคุ้มแล้วล่ะ
วันนี้ก็เป็อีกวันหนึ่งที่นีโอนั่งท้าวคางอยู่มุมสุดขอบหน้าต่าง ที่เดิม เวลาเดิมเหมือนอย่างทุกวันที่เคยทำ เพื่อรอพบ ‘ญานิล’ เพื่อนร่วมห้องจากมหาลัยเดียวกันที่เขาแอบปลื้ม
บ้านของญานิลอยู่ไม่ไกลจากสวนหย่อมนัก เธอมักจะมาเต้นแอโรบิค่เวลาห้าโมงเย็นของทุกวัน และนีโอก็มักจะเปิดหน้าต่างทุกๆสี่โมงห้าสิบห้านาทีของทุกวันเช่นกัน เพื่อรอพบหญิงสาววัยเดียวกันที่เขาไม่กล้าแม่แต่จะคุยด้วย นีโอไม่สนิทกับเธอนัก เคยทำความรู้จักกันบ้างผ่านการยืมยางลบและปากกา มีทำรายงานกลุ่มร่วมกันสองครั้ง และด้วยบุคลิกที่ดูเงียบขรึมของญานิล จึงทำให้หลายคนเข้าถึงตัวเธอได้ยากกว่าที่คิด
ผมสีน้ำตาลเข้มของคนที่นีโอแอบปลื้ม ในเวลานี้มันพลิ้วไหวไปตามสายลมที่พัดเป็่ๆ หญิงสาววอร์มอัฟร่างกายบนพื้นหญ้า รอบข้างมีเหล่านักเรียนมัธยมต้นและปลายวอร์มอัฟอยู่เช่นกัน เหล่านักกีฬาต่างทำกิจกรรมของตนโดยที่ไม่มีใครสนใจใครนอกจากตัวเองกันเลยทีเดียว
“ยังน่ารักเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยแฮะ” นีโอพูดพลางหยิบมือถือระบบทัชสกรีนกำชับแน่นเอาไว้ในมือ เขาปลดล็อคมันก่อนจะเข้าสู่โหมดกล้องในเวลาไล่เลี่ยกัน ชายหนุ่มซูมไปยังใบหน้าหญิงสาวที่กำลังเผลอยิ้มออกมาพอดี ทำให้เขาก็เผลอยิ้มไปด้วย แต่ไม่นานรอยยิ้มนั้นกลับหุบลงและแทนที่ด้วยความฉงนใจแทน
ด้านหลังที่ญานิลยืนอยู่ ปรากฏชายสองคนเร้นกายอยู่ข้างต้นหูกวาง ทั้งคู่สวมอยู่ในชุดสีดำคลุมร่างั้แ่ลำคอจรดข้อเท้า นีโอรู้สึกว่าลักษณะของมันคล้ายกับชุดของกลุ่มแสงอุษาในการ์ตูนนินจาเื่หนึ่งที่เขาเคยอ่าน ชายหนุ่มที่นั่งข้างหน้าต่างพยายามมองผ่านกล้องมือถือที่กดซูมเต็มระดับ เพื่อสังเกตว่าสองคนนั้นเพ่งสายตาไปที่ไหน อาจจะเป็พวกโรคจิตแอบสะกดรอยญานิลมา และอาจรอจังหวะเพื่อนสาวตนเผลอแล้วโปะยาสลบจากด้านหลัง ก่อนจะตะครุบตัวขึ้นรถตู้ที่จอดรออยู่ที่ไหนสักแห่งก็ได้
นีโอมักคิดไปในทางแง่ร้ายไว้ก่อนเสมอ เพราะนั่นทำให้เขาสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆได้ดีเมื่อเกิดเื่ไม่คาดฝันขึ้น หลังจากมองผ่านเลนส์ที่กดซูมอยู่นั้น เขาไม่สามารถสืบลึกเข้าไปถึงแววตาสองคู่ของชายปริศนาสองคนได้ เนื่องจากระยะทางจากขอบหน้าต่างไปจรดต้นหูกวางนั้นอยู่ห่างกันมากเกินไป
น่าแปลกใจที่ผู้คนเดินเพ่นพ่านไปผ่านมาแถวนั้นไม่มีใครแปลกใจกับชุดแต่งกายอันน่าประหลาดของพวกเขาเลยสักนิด ราวกับพวกมันล่องหนได้ แม้แต่ญานิลที่ยืนอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่สิบเมตรยังทำเหมือนทั้งสองคนเป็เหมือนอากาศธาตุ
“จริงสิ” นีโออุทาน ก่อนจะลุกขึ้นจากที่ตนนั่งแล้วปรี่ไปยังโต๊ะตั้งคอมพิวเตอร์ที่อยู่ด้านตรงข้ามเตียง เขาวางมือถืออย่างไร้ค่า พลางหยิบบางอย่างที่ดูเหมือนจะใช้งานระยะไกลได้ดีกว่าติดตัวไปด้วย
เขากลับมานั่งที่เดิมก่อนใช้ศอกตั้งเป็ฐานกับขอบหน้าต่าง มือขวากำ Nikula 8x42 เอาไว้แน่นในระยะสายตา มันคือกล้องส่องทางไกลแบบตาเดียวที่ลุงชาลีแอบป้าเอ็มม่าซื้อให้ตอนที่นีโอสอบเข้ามหาลัยติด ชายหนุ่มดีใจมากและมักจะใช้มันส่องไปยังสวนสาธารณะเพื่อดูผู้คนใช้ชีวิตในยามที่ตนเองเบื่อ และยังใช้มันแอบดูคู่รักหลายคู่ที่มาดินเนอร์หลังตะวันตกดินบนเรือยอร์ช คิง ครุยเซอร์อีกด้วย
นีโอเปิดฝาครอบเลนส์ออก ก่อนหยีตามองผ่านเลนส์พลางปรับความคมชัดและระดับซูมไปยังเป้าหมายเบื้องหน้า จุดโฟกัสแรกไปตกอยู่บนต้นหูกวางซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เขา้าเลยสักนิด นั่นเพราะชายหนุ่มคาดคะเนผิด เขารีบลดกล้องลงมาด้านล่างทันทีเพราะกลัวจะคลาดเคลื่อนกับพวกมันได้
เมื่อเห็นบุคลิกของพวกมันใกล้กว่าเดิมในระดับยืนประจัญอยู่ข้างหน้าก็ว่าได้ พบว่าทั้งสองคนมีส่วนสูงที่สวนทางกันอย่างชัดเจน คนแรกสูงโย่งราวกับต้นมะพร้าว คะเนความสูงด้วยสายตาคาดว่าอยู่ราวๆ 195 แต่ไม่เกิน 200 เิเ หัวโล้น กรามใหญ่ หน้าหยาบกร้านเหมือนคนสูบบุหรี่จัด ผิวดำและใส่แว่นกันแดดสีเดียวกับผิว ลักษณะเหมือนบอดี้การ์ดร่างั์ที่คุ้มกันพวกนักการเมืองก็มิปาน
ส่วนอีกคนรูปร่างสมส่วน ผมหยักศกน้ำตาลเข้มปรกตาขวา แผลเป็ฉกรรจ์ราวกับรอยเล็บของหมีสามขีดลากผ่านตาซ้าย ผิวตัดกับคนที่ยืนข้างกันชัดเจนราวกับทางม้าลาย ใบหน้าดุดันและดูเหมือนไม่เคยมีใครเคยได้รอยยิ้มจากเขามาก่อน
“เฮ้ย…บ้าไปแล้ว พกของแบบนั้นเข้าที่สารธารณะได้ยังไงกัน” นีโอขยี้ตาแทบจะทันทีเพื่อตรวจสอบว่าตัวเองไม่ได้มองพลาดไป ก่อนจะมองชายคนเดิมอีกครั้งเพื่อดูให้แน่ใจ เขาไม่ได้ตาฝาด ชายหนุ่มเห็นด้ามจับของมันชัดเจนทีเดียว และแน่ใจทันทีว่ามันคืออาวุธสังหารระยะประชิด ดาบซึ่งไม่รู้ความยาวเพราะส่วนฝักถูกปิดบังเอาไว้มิดชิดด้วยผ้าคลุม
เขาละกล้องจากชายปริศนาทั้งสองมายังจุดที่ญานิลวอร์มอัฟทันทีเพื่อเช็คว่าเพื่อนสาวของตนยังคงปลอดภัยดี และแน่นอน เธอยังคงยืดเส้นยืดสายอยู่ที่เดิมและกำลังจะเดินไปเข้ารวมกลุ่มวัยรุ่นละผู้สูงอายุที่เต้นแอร์โรบิคอยู่ข้างกัน
นีโอถอนหายใจโล่งอกเมื่อเห็นว่าหญิงสาวกำลังเข้าไปปะปนกับเหล่าฝูงคน ซึ่งทำให้แน่ใจว่าอย่างน้อยเธอจะไม่โดนทำร้ายจากผู้ไม่ประสงค์ดีอย่างแน่นอน แต่ก็อดแปลกใจกับสิ่งที่ตัวเองเห็นเมื่อครู่ไม่ได้ พวกตำรวจทำอะไรกันอยู่ ปล่อยให้พวกมันพกอาวุธโจ้งแจ้งในเมืองอย่างนี้ได้ยังไงกันนะ และที่สำคัญทำไมเหล่าผู้คนถึงไม่ให้ความสนใจกับพวกที่ดูเหมือนจะเป็คนร้ายเลยละ
เมื่อชายหนุ่มเลื่อนจุดโฟกัสกลับไปที่บุรุษชุดดำทั้งสองก็ต้องใจนเข่าแทบทรุด เมื่อเห็นว่าหนึ่งในนั้นจ้องเขม็งมายังเขา ดูเหมือนแววตาของผู้มีรอยแผลเป็บนตาซ้ายจะสามารถสะกดให้เหงื่อกาฬของชายหนุ่มไหลอาบใบหน้าได้ ในเวลานี้เนื้อตัวของเขาสั่นระริกไม่ต่างอะไรกับคนที่กำลังใสุดขีด และทวีคูณหนักกว่าเดิมเมื่อมันชีนิ้วมาหาเขา
คำถามผุดขึ้นในใจของนีโอทันที พวกมันรู้ได้อย่างไรว่ามีคนแอบมองจากตรงนี้ ซึ่งแน่นอนว่าจากต้นหูกวางตรงนั้นถึงขอบหน้าต่างห้องนอนของเขาไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้อย่างชัดเจนแน่นอน ชายหนุ่มไม่แน่ใจว่าระยะห่างของมันกี่เมตร รู้แค่มันไกลมาก ไกลพอขนาดที่ตัวเขาเองยังต้องพึ่งเลนส์ของกล้องจึงจะมองเห็น และเสี้ยววินาทีที่นีโอละสายตาจากพวกมันนั่นเอง พอหันกลับไปอีกทีสัญญาณชีวิตทั้งสองดวงก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยเสียแล้ว