ซ่าาาา ~~
สองมือที่วักน้ำเข้าหน้าตัวเองแบบไม่กลัวว่าเครื่องสำอางที่ประทินบนใบหน้าบาง ๆ จะหลุดออกไป เพราะถ้ามันสามารถหลุดออกไปพร้อมกับภาพที่ยังคมชัดอยู่ในหัวได้ฉันเองก็ไม่นึกเสียดายเลยสักนิด
“เมื่อไหร่ไอ้พลังบ้า ๆ นี่มันจะหายไปสักทีนะ”
ดวงตากลมโตที่สั่นระริกยามมองภาพตัวเองที่สะท้อนจากกระจกบานใหญ่ฉายแววท้อใจอย่างไม่ปิดบัง
“หึ...นี่นะหรือ...นพนภา...ไม่ใช่ล่ะ..นี่นะหรือชมพูสิรินบรรณารักษ์สาวที่ขึ้นชื่อเื่ความเนี้ยบและเ้าระเบียบที่สุดในหอสมุดแห่งนี้ เฮ้อะไรจ๊ะ...อุตส่าห์รักษาภาพพจน์มาอย่างดีกลับมาสติแตกเอาวันนี้ได้ เฮ้ออออ ~~”
คำพูดตัดพ้อที่มีต่อตัวเองถูกส่งออกมาเบา ๆ ยามมองไปยังสภาพใบหน้าที่เปียกปอนเพียงเพราะ้าจะชะล้างสลัดให้ภาพอุจาดหลุดออกไปจากสมอง
เพียงแต่...
สิ่งที่ฉันทำไปมันช่างน่าขันสิ้นดี...
ร่างบางเช็ดหน้าเช็ดตาแล้วพยายามเรียกสติให้กลับมาสุขุมดังเดิม ก่อนที่ตัวเองจะสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ อีกครั้งแล้วเดินกลับมานั่งประจำตำแหน่งดั่งที่เคยนั่งอยู่ทุกวัน
แต่ทว่า...ความรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่างที่พานพาให้ขนบนหัวลุกแปลก ๆ นั้นมันกลับทำให้หัวใจเต้นระรัวไม่เป็จังหวะ และไม่รู้ว่าเป็เพราะอะไรฉันนั้นถึงรู้สึกใจคอไม่ดีเลย
“จะมีเื่อะไรเกิดขึ้นอีกไหมเนี่ย ทำไมในใจมันถึงวูบโหวงแปลก ๆ แบบนี้นะ”
กำปั้นที่กดลงไปยังอกข้างซ้ายอย่าง้าให้ความว้าวุ่นข้างในมันสงบลงในขณะที่สองขาก็กำลังก้าวเดินกลับไปยังโต๊ะทำงานของตน เพียงแต่ว่า...เมื่อคนเรามันถึงคราวพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกอะไรก็ฉุดไม่อยู่เลยจริง ๆ
“นี่ไงคะพี่เพ็ญ หนอนกลับมานู้นแล้วค่ะ”
เสียงของพี่วิมลเอ่ยขึ้นทันทีที่เห็นฉันโผล่พ้นประตูกระจกเข้ามา
“มีอะไรจะให้หนอนทำหรอค่ะพี่เพ็ญ”
ฉันเอ่ยทักตามวิสัยหลังได้ยินคำพูดของเพื่อนร่วมงานรุ่นพี่ที่เพิ่งเอ่ยถึง
“อ่ะ...หนอนมาพอดีเลย ก็ไม่มีอะไรมากหรอกจ้ะพอดีทางมหาวิทยาลัย X เขาจัดบูธงานพบปะนักเขียนนักวิชาการที่กำลังจะออกหนังสือเล่มให้น่ะ เขาเลยขอแรงให้เราช่วยไปประจำจุดลงทะเบียนให้กับคนที่จะเข้าร่วมในงานครั้งนี้หน่อยนะจ๊ะ เอ...พี่ว่าพี่ไลน์บอกหนอนไปแล้วนี่จ้ะ”
พี่เพ็ญขยับแว่นเล็กน้อยก่อนจะมองลอดแว่นหนาเตอะมาที่ฉันอย่างคนจับผิด ส่วนฉันที่มั่นใจว่าไม่มีข้อความแบบนั้นส่งมาจากพี่เพ็ญเลยสักข้อความก็ได้รีบโต้แย้งกลับไป
“ไม่มีนะคะพี่เพ็ญ หนอนไม่เห็นข้อความแจ้งมาเลยนะคะ” ฉันย้ำถึงความจริงออกไป
“อ้าวงั้นเหรอจ๊ะ...สงสัยพี่คงลืมกดส่งน่ะ เอาเป็ว่าพี่แจ้งตรงนี้เลยแล้วกันเนอะ”
ยิ้มจอมปลอมที่ดูไม่แยแสต่อการกระทำผิดของตัวเองเลยสักนิดของพี่เพ็ญทำฉันที่หงุดหงิดกับภาพนิมิตที่เห็นก่อนหน้านี้ยิ่งทวีความขุ่นเคืองจนอดหลุดปากพูดคำพูดที่โดยปกติแล้วฉันมักจะไม่เคยตั้งคำถามเกี่ยวกับงานที่ได้รับมอบหมายเลยสักนิด
“แต่พี่เพ็ญค่ะทำไมหนอนต้องไปด้วยล่ะคะ มหาวิทยาลัยคนก็เยอะแยะนี่ค่ะ” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามข่มความเกรี้ยวกราดเอาไว้
“ก็ต้องไปซิจ๊ะหนอน เมื่อกี้นี้เธอไม่ได้ยินหรอว่าพี่พูดว่ายังไง พี่บอกว่ามันเป็งานนักเขียนที่นักวิชาการเขามาสัมมนากึ่งโปรโมตหนังสือที่เขาจะออกมาใหม่ และเราทำงานอะไรจ๊ะทำงานในห้องสมุดใช่ไหมล่ะ ในห้องสมุดก็ต้องมีหนังสือถูกต้องไหมล่ะจ้ะ แล้วถ้าห้องสมุดของเราได้มีหนังสือใหม่ ๆ เข้ามาประดับเพิ่มมากขึ้นก็จะดึงดูดผู้คนให้เข้ามามากขึ้น ห้องสมุดอยู่ได้เราก็อยู่ได้ถูกต้องไหมจ๊ะ...หนอนนนน...”
คำอธิบายยาวยืดถูกส่งมาตามสไตล์ของคนตรงหน้าจนฉันได้แต่กัดกรามฉีกยิ้มหวานส่งกลับไปทั้งที่กายละเอียดของฉันนี่พุ่งไปจหยุมหัวคนพูดแล้ว และนี่คงเป็เหตุผลที่ฉันไม่ค่อยต่อปากต่อคำกับคนอย่างพี่เพ็ญเพราะรู้ดีว่าแทนที่ตัวเองจะได้รับฟังคำอธิบายที่สบายใจ สุดท้ายส่วนมากคำอธิบายที่ส่งมาจากคนตรงหน้าก็มักจะเป็ประโยคที่น่าหงุดหงิดใจแทน
(พี่เพ็ญนี่เป็อะไรมากป่ะ...จะมีให้ได้เลยมั้งเื่เนี่ย...เพราะนิสัยยังงี้ไงคนถึงไม่อยากทำงานด้วย...ชิ...ยังไม่รู้ตัวอีก) ฉันสบถกับตัวเองในใจก่อนจะเก็บความไม่พอใจเอาไว้แล้วตอบคนตรงหน้ากลับไปอีกครั้ง
“ได้ค่ะ...พี่เพ็ญ แล้วนี่งานจะมีวันไหนคะหนอนจะได้เตรียมตัวถูก”
ฉันยิ้มหวานตาหยีถาม เพราะอย่างน้อยก็ยังดีที่ไม่ใช่วันนี้...วันที่ฉันไม่มีถุงมือป้องกัน
เพียงแต่ในขณะที่ฉันกำลังรู้สึกสบายใจไปกับสิ่งที่ตัวเองคิดอยู่นั้น คำตอบของคนออกคำสั่งก็ถูกส่งออกมาเสมือนสายฟ้าฟาดลงกลางหัวของฉันทันที
“...วันนี้แหละจ้ะ...”
“...ห๊ะ...!!”
“วันนี้ไงจ๊ะ เดี๋ยวหนอนพักกลางวันเสร็จก็เดินทางไปมหาวิทยาลัยได้เลย งานเริ่มบ่ายโมงน่าจะทันอยู่นะ”
รอยยิ้มที่ดูเสแสร้งที่สุดในยามนี้ถูกส่งมาให้เหมือนเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบังก่อนที่คนพูดนั้นจะเดินเข้าห้องที่ด้านหน้าติดป้ายว่าผู้จัดการห้องสมุดไปด้วยท่าทางที่มีความสุขเกินคนปกติทั่วไป
(กรี๊ดดดดด...อีพี่เพ็ญ อีแก่บ้าน้ำลาย!!)
ฉันถึงกับเหรอคะลั่นในใจพร้อมกับจ้องมองไปยังห้องที่รู้ดีว่าคนในนั้นนอกจะเปิดแอร์เย็นฉ่ำแล้วก็คงจะกำลังเปิดซีรีส์ดู ก่อนจะค่อย ๆ โยนงานมาให้ลูกน้องทำเหมือนที่ทำกับฉันวันนี้...
“หนอนก็อย่าไปถือสาแกเลยนะ”
คำพูดจากพี่วิมลที่อยู่ในเหตุการณ์ั้แ่ต้นจนจบและดูเหมือนจะรู้ว่าฉันกำลังรู้สึกอะไรอยู่เอ่ยปลอบพร้อมกับส่งมือมาลูบต้นแขนฉันเบา ๆ
“หนอนไม่เข้าใจเลยทำไมพี่เพ็ญแกจ้องเล่นงานหนอนนัก”
ฉันบ่นกระปอดกระแปดอย่างไม่เข้าใจเลยจริง ๆ
“ก็หนอนน่ารักขนาดนี้ แถมหนอนไม่สังเกตหรอว่ามีคนมาใช้บริการห้องสมุดเราเยอะขึ้นด้วยนะโดยเฉพาะพวกผู้ชายน่ะ”
พี่วิมลกระซิบกระซาบพูดด้วยท่าทางตื่นเต้นให้กับข้อมูลที่ตัวเองเฝ้าเก็บมาสักระยะใหญ่ ๆ แล้ว
“จริงหรอคะ หนอนไม่ทันได้สังเกตเลย ว่าแต่มันเกี่ยวอะไรกับหนอนล่ะคะ...??”
ฉันถามออกไปด้วยไม่เข้าใจว่าการที่คนมาใช้บริการเพิ่มมันเกี่ยวอะไรกับฉัน เพราะฉันก็ไม่ได้เป็พรีเซนเตอร์ที่ติดหราหน้าห้องสมุดสักหน่อย
“ทำไมจะไม่เกี่ยวล่ะ เกี่ยวมากเลยล่ะ”
“เกี่ยวยังไงหรอค่ะ...??” ฉันสงสัย
“อ้าวนี่หนอนไม่ได้เข้าไปดูเว็บไซต์ของห้องสมุดของเราบ้างเลยหรอ...??” พี่วิมลถามด้วยสีหน้าสงสัย
“ไม่นี่ค่ะ หนอนไม่ค่อยได้เข้าไปดูหรอกค่ะก็ห้องสมุดเราก็มีฝ่ายไอทีอยู่แล้วไม่ใช่หรอคะ...??”
“ก็ใช่แต่มันไม่เกี่ยวกับไอทีสักหน่อย...คืองี้...ในเว็บไซต์มันไปมีคนตั้งกระทู้แล้วในกระทู้นั้นน่ะมันดันมีรูปของหนอนตอนถอดแว่นอยู่ แล้วทีนี้คนก็แห่แหนกันเข้ามาคอมเมนต์เต็มไปหมดเลยล่ะ”
พี่วิมลเล่าต่อด้วยทั้งน้ำเสียงและหน้าตาที่ตื่นเต้น ช่างขัดกับฉันที่บัดนี้ได้แต่เบิกตากว้างหน้าตาเหลอหลาด้วยความใในสิ่งที่ตนเองเพิ่งรับรู้
“จริงหรอค่ะ...นะ...หนอนไม่รู้เื่เลย”
ฉันถามย้ำอย่างไม่อยากจะเชื่อ มิน่าล่ะทำไม่นี้ถึงมีคนเข้าหาแปลก ๆ
และในขณะที่ฉันกำลังนึกคิดไปถึงเหตุการณ์หลาย ๆ เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา พี่วิมลที่กลัวว่าฉันจะไม่เชื่อในสิ่งที่ตนพูดก็รีบควักเอาโทรศัพท์มือถือของตัวเองมากดเข้าไปยังเว็บไซต์ของห้องสมุดแล้วเปิดกระทู้ที่ว่าให้ฉันดูทันที
จากนั้น...