พลายและมะลิทั้งสองตกอยู่ในวงล้อมของเหล่าภูติผี สมุนของนายป่าช้าทั้งสองต่างหันหลังชนกันเพื่อ ป้องกันหลังให้กันและกัน พลายและมะลิ ต่างก็ใช้อาคมจัดการเหล่าภูตผีไปได้จำนวนหนึ่งแต่ก็ยังถูกล้อมด้วยจำนวนที่ยังเยอะอยู่ดี
{{{ เก่งเหมือนกันนิสามารถล้มลูกสมุนของฉันไปได้หลายคน แต่คงถึงเวลาปิดฉากแล้วละพวกแกถอยไปฉันจัดการเอง }}}
{{{ แต่ว่าพี่จ้อยถ้าพี่จ้อยลงมือเองเด็กพวกนี้จะ...}}} ไม่ทันที่ผีลูกสมุนจะพูดจบผีนายป่าช้าก็ยกมือขึ้นขัด พร้อมกับถอดเสื้อออกให้เห็นถึงมัดกล้ามที่หนาและใหญ่ผีนายป่าช้าหยิบผ้าเชือกที่ผูกหน้าท้องออกมามัวนมัดที่มือทั้งสองข้าง
{{{ ไม่ต้องห่วงฉันไม่เอามันถึงตายหรอก}}} ผีนายป่าช้าเอ่ยขึ้นระหว่างที่เอาเชือกมัดมือเสร็จ
“พี่จ้อยงั้นเหรอ” มะลิพึมพำและเหมือนนึกอะไรขึ้นได้
“พลาย นายชกมวยไทยเป็ไหม”
“ห๊า อะไรนะ” พลายใกับคำถามที่อยู่ๆก็ถามขึ้นมาของมะลิ
“เอ่อ น่า เป็ใช่ไหมตระกูลแสนสะท้านไม่ใช่เหรอ” พลายสะดุดนิดๆเมื่อมะลิเอ่ยถึงศักดิ์ศรีของบรรพบุรุษที่ติดตัวเขามา
“ก็พอได้นะ ทำไมเหรอ”
“ดีงั้นถอดเสื้อเลย”
“ห๊ะ” พลายใยิ่งขึ้นเมื่อถูกมะลิคะยั้นคะยอให้ถอดเสื้อพร้อมกับเอามือกุมอกไว้
“ไอ้บ้า ไม่ต้องมาคิดทะลึ่งลามกตอนนี้นะ”มะลิตบไหลพลายไปอย่างแรง
“เรายังไม่ได้ว่าอะไรเลย เธอนะคิดเองนะ”มะลิเงื้อมือทำท่าจะตบ พลายถึงกับจับมือมะลิไว้ไม่ให้ตบ
“จ้า ถอดก็ถอด” ทั้งสองจ้องหน้ากันต่างคนต่างจ้องทั้งที่พลายก็ยังจับมือมะลิอยู่ ทั้งสองหน้าแดงก่ำจนลืมไปแล้วว่ามีศัตรูรออยู่ข้างหน้า
{{{ จะสวีทกันอีกนานไหม ห๊า }}}ผีนายป่าช้าเริ่มหงุดหงิด
พลายถอดเสื้อออกมะลิฉีกเสื้อพลายออกแล้วผูกมือทั้งสองข้างของพลาย พลายถึงกับใที่มะลิฉีกเสื้อตนเมื่อมัดมือทั้งสองข้างเสร็จมะลิก็ผลักพลายออกไปหาผีนายป่าช้า
{{{ ไอ้หนุ่ม นี่แกจะท้าพี่จ้อยต่อยมวยคาดเชือกเหรอ แกไม่รู้ซะแล้วว่าพี่จ้อยเป็ใคร }}} ผีสมุนนายป่าป่าช้าเอ่ยเย้ยพลายทันทีที่เห็นว่าพลายคาดเชือกที่มือเหมือนผีนายป่าช้า
“ถ้าใช่จ้อยเดียวกันกับที่ฉันคิดก็กล้าต่อยตัวๆกับเพื่อนฉันไหมละ ถ้าเพื่อนฉันชนะก็หลีกทางให้พวกฉันด้วยละกัน”มะลิะโกลับใส่เหล่าผี ทำเอาผีนายป่าช้าถึงกับยิ้มมุมปาก
“มะลิ เธอเป็ผู้หญิงนะ ระวังคำพูดคำจาบ้างสิ”พลายหันมาตำนิมะลิ ก่อนที่มะลิจะทำหน้าตาขึงขัง
“ถ้าเขาคือจ้อยคนนั้นนายก็ระวังตัวด้วยละกัน นั่นนะ จ้าวมวยไทยในตำนานเลยนะเชิงมวยนายอาจจะสู้เขาไม่ได้” พลายเห็นสีหน้าเป็กังวลก็กำหมัดชูให้มะลิพร้อมกับยิ้มอย่างร่าเริง
“เธอลืมไปแล้วเหรอ ใครเคยช่วยเธอชีวิตเธอไว้ตอนนี้เราแกร่งกว่าตอนนั้นเป็ร้อยเท่านะ” มะลิได้ยินพลายพูดแบบนั้นก็เริ่มมีรอยยิ้มพร้อมกับน้ำตาที่คลอเบ้าอยู่
{{{ เอาเป็ว่าถ้ามีสักหมัดหรือสักเท้าที่โดนหน้าฉัน ฉันก็จะหลีกทางให้พวกนาย }}}
“นี่นายจะอ่อนข้อให้กันเกินไปหน่อยไหม”พลายพูดพลางเดินเข้าหาผีนายป่าช้า
พลายและผีนายป่าช้าพนมมือไหว้ซึ่งกันและกันแล้วกำหมัดตั้งการ์ด หมัดสองข้างของทั้งคู่ชนกัน ทั้งสองมองตากันก่อนที่จะถอยหลังออกมาพลายรีบยกมือซ้ายขึ้นการ์ด ก่อนที่เท้าของผีนายป่าช้าจะโดนเข้าที่ก้านคอ เท้าของผีนายป่าช้าโดนเข้าที่แขนที่พลายตั้งการ์ด พลายถึงกับเซ เสียหลัก
{{{ สัญชาตญานดีเหมือนกันเหมือนกันนิ }}} ผีนายป่าช้าถอนเท้าออกมาพร้อมกับเอ่ยปากชมพลาย
“ถอยพร้อมกับเตะเข้าก้านคอ เทคนิคดีเท้าก็ไว ประมาทนิดเดียวถึงตายนะเนี้ย” พลายพูดพร้อมกับตั้งการ์ดแม้ว่ามือซ้ายจะสั่นจากการโดนเตะ
พริบตาเบื้องหน้าของผีนายป่าช้าก็มีหมัดพุ่งเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัวผีนายป่าช้ารีบใช้แขนทั้งสองข้างกันหมัดของพลายไว้ก่อนที่จะพุ่งเข้าโดนหน้าของตน หมัดของพลายถูกกันไว้ได้ในขณะเดียวกันเข่าของผีนายป่าช้าก็กระทุ้งเข้าที่ท้องของพลายอย่างจังเมือพลายเสียหลัก นายป่าช้าก็ระดมรัวหมัดใส่พลายทันที
พลายได้แต่กันหมัดของผีนายป่าช้าไว้ ไม่มีโอกาสที่สวนกลับเลยแม้แต่น้อยพลายพยายามกัน่หน้าไว้จนลืมการ์ด่ล่าง ทำใหผีนายป่าช่าสบโอกาสวาดขาขึ้นฟาดกลางลำตัวพลายทันที พลายเห็นดังนั้นจึงะโตัวลอยขึ้นนิดหน่อยก่อนที่เท้าของผีนายป่าช้าจะโดนตัวทำให้เมื่อโดนผีนายป่าช้าเตะโดนอย่างจัง ตัวพลายถึงกับกระเด็นกลิ้งไปกลับพื้นเสียงเฮของเหล่าสมุนผีก็เฮดังลั่นขึ้น แต่ผีนายป่าช้าได้แต่ยิ้มแห้งๆ ให้เท่านั้น
{{{ ใช้จังหวะลอยตัวเพื่อให้ลูกเตะถีบออกไปเพื่อจะตั้งหลักใหม่สินะ ใช้ได้นิเรา แต่เสียใจไม่ให้ตั้งหลักได้หรอกนะ }}}ผีนายป่าช้ารีบพุ่งเข้าใส่พลายที่ยังล้มกลิ้งอยู่พลายใช้จังหวะนั้นเอามือสองข้างยันพื้นเป็แรงส่งในการยกเท้าทั้งสองข้างพุ่งขึ้นเสยใส่ผีนายป่าช้าที่พุ่งเข้ามาผีนายป่าช้ารีบโน้มหลังหลับเท้าของพลายที่เสยขึ้นเฉียดปลายคางนิดเดียวผีนายป่าช้าตีลังกาม้วนหลังหลบออกมาเพื่อดูเชิงก่อน
“ถอยไปซะไกลนะพี่จ้อย” พลายลุกขึ้นยืนพร้อมกับตั้งการ์ดรอ
{{{ หึเด็กใหม่ปีนี้เอาเื่เว้อเห้ย }}} ผีนายป่าช้าเอ่ยกับพลายที่กำลังกำหมัดพร้อมที่จะพุ่งเข้ามา
{{{ หมดเวลาวอร์มอัพกันแล้วนะจะเอาจริงแล้วนะ}}} สิ้นเสียงผีนายป่าช่าก็พุ่งเข้าใส่พลายทันทีทั้งสองต่างสาดหมัดและเท้าเข้าหากัน หลบบ้างกันบ้าง แต่ไม่มีแม้แต่หมัดเดียวของพลายที่เฉียดเข้าใกล้ใบหน้าของผีนายป่าช้ากลับกันพลายนั้นโดนหมัดผีนายป่าช้าเข้าทั้งหน้าเอย ท้องเอยแต่พลายก็ไม่ยอมถอยบุกตะบันหมัดใส่ผีนายป่าช้าไม่ยั้ง ทั้งสองแลกเชิงมวยกันอยากดุเดือดแม้แต่เหล่าผีสมุนก็มองตาค้างพูดอะไรไม่ออก ส่วนด้านมะลินั้นก็ยืนตัวสั่นเป็กังวลอย่างมาก
ไม่ไกลจากที่แห่งนี้นัก มีถ้ำขนาดใหญ่ตั้งอยู่หญิงสาวผมยาวสลวยใบหน้างดงาม แต่แต่งตัวเปี้ยวจี้ด ยืนจ้องกลุ่มหนุ่มสาวสองคู่ที่กำลังเพลิดเพลินกับกองเงิน กองทอง ทรัพย์สมบัติที่มากมายกองอยู่เบื้องหน้าโดยที่ไม่สนใจสิ่งรอบข้างใดๆเลย
“”มะนาว! เมล่อน! มะ นาว เม ล่อน”หญิงสาวะโเรียกชื่อเพื่อนที่กำลังหลงระเริงอยู่ในกองสมบัติ แต่ก็ไร้ผลสองสาวที่เธอเรียกไม่แม้จะหันมามองเลย
“ฝีมือปู่ใช่ไหม ปู่โสม! ไม่หวงสมบัติแล้วเหรอ งั้นชั้นขนกลับให้หมดแล้วนะ”
{{{ เหอะๆๆๆ ข้าให้พวกแกชื่นชมไม่ได้จะให้ขนกลับบ้านหรอกนะ }}} เสียงเย็นะเืดังแ่มาพร้อมกับการปรากฏตัวของชายแก่ที่หน้าตาเละเทะ ดาวตาข้างหนึ่งห้อยแทบละหลุดจากเบ้า เนื้อตัวมอมแมมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งเผยให้เห็นแผลช้ำหนองตามแขนขาและลำตัว
“มาซะเละเลยนะปู่ สภาพไม่เหมือนโกษาธิบดีเลยนะ”หญิงสาวพูดตอบกลับผีปู่โสมโดยไม่มีท่าทีสะทกสะทานใดๆ แถมการเรียกขานแบบนี้ทำให้ผีปู่โสมประหลาดใจยิ่งนัก
{{{ ทำการบ้านมาดีนิแม่หนู เหมือนจะรู้จักข้าเป็อย่างดีนะ}}}
“ถ้าเื่ของปู่ละก็ชั้นรู้ดีที่สุดแหละมีแต่ปู่นี่แหละที่ไม่รู้อะไร ลูกหลานตัวเองยังจำไม่ได้เลย”
{{{ ลูกหลาน ไม่หรอกลูกหลานข้าป่านนี้ตายไปกันหมดแล้วแหละ}}} หญิงสาวได้ยินผีปู่โสมพูดถึงกับถอนหายใจยาว
“เห้อ นี่ปู่ไม่มีเซ้นท์อะไรเลยเหรอลูกหลานที่สืบเชื้อสายมาจากปู่นะ จะให้ชั้นเรียกปู่ว่าท่านบรรพบุรุษไหมละถึงจะเข้าใจเนี้ย” สิ้นเสียงหญิงสาวผีปู่โสมถึงกับน้ำตาคลอเบ้า
{{{ หรือว่าหนูเป็ เป็.. }}}
“ชั้นชื่อเชอร์รี่ บรรพบุรุษของชั้นเป็ถึงเ้าพระยามีบรรดาศักดิ์เป็ถึงโกษาธิบดีก่อนตายเขาได้ถวายสัตย์ปกป้องทรัพย์สมบัติของชาติ และใช้ตัวเองเป็เครื่องบัตรพลีเพื่อดูแลทรัพย์สมบัตินั้นพอคุ้นๆไหม” เมื่อเชอร์รี่พูดจบผีปู่โสมถึงกับน้ำตาไหล ร่างกายสภาพน่าสยองขวัญนั้นบัดนี้กลับกลายเป็ชายวัยกลางคนแต่งตัวภูมิฐาน ใบหน้าสะอาดสะอ้าน ดูน่าเกรงขาม
{{{ ์เมตตาแล้ว ลูกเมียข้าปลอยภัยจากพวกข้าศึกสินะ}}}
“ไม่ต้องทำซึ้งหรอกนะปู่ชั้นก็ไม่ได้ชื่นชมในตัวคนที่ทิ้งลูกเมียเพื่อรักษาสมบัติเท่าไรหรอกนะ”คำพูดของเชอร์รี่ทำเอาผีปู่โสมถึงกับสะอึก
{{{ นั่นมันสมบัติของชาตินะ ลูกหลานควรจะภูมิใจที่มีบรรพบุรุษยอมสละชีวิตเพื่อปกป้องมันทั้งหมดที่ข้าทำก็เพื่อบ้านเมืองและชีวิตลูกหลานอย่างเ้า }}}
“เพื่อลูกหลานแต่ปล่อยให้ลูกเมียต้องตกระกำลำบากวิ่งหนีข้าศึกกันเองลำพัง ไม่รู้จะต้องตายเพราะถูกฆ่าหรืออดตายกันแน่งั้นเหรอ”
{{{ เื่นั้นข้าก็รู้สึกผิดเหมือนกันแต่เพื่อบ้านเมือง คนเป็ลูกหลานข้าต้องเข้าใจและภูมิใจสิถึงจะถูก }}}
“อยากให้ลูกหลานภูมิใจ อยากช่วยเหลือลูกหลานสินะงั้นปู่ก็ทำหน้าที่ของบรรพบุรุษที่ควรทำเพื่อลูกหลานโดยตรงบ้างสิ”ผีปู่โสมทำหน้าคิดหนักหลังจากถูกเชอร์รี่ต้อนด้วยคำพูดทำให้เชอร์รี่เผยยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย
ส่วนทางด้านวุธ ที่แบกแม็กอยู่ก็เดินตามหญิงแว่นที่ตอนนี้ดูเงียบขรึมและทำตาถลนอยู่ตลอดเวลา โดยที่ไม่รู้ว่ากำลังจะไปในที่ใดมาเป็เวลาเกือบชั่วโมงแล้ว
“นี่หญิงแว่น”คำเอ่ยเรียกของวุธทำเอาหญิงแว่นหยุดชะงักแล้วมองตาถลนยิ่งกว่าเดิม มองมาที่วุธราวกับจะกินเืกินเนื้อ
“เอ่อ อะ เ้านาง เ้านางเ้านางตาทิพย์ขอรับ กระผมมิได้จะลบหลู่นะขอรับ แต่ว่าเ้านางมาถูกทางใช่ไหมขอรับ”วุธทำหน้าเจื่อนๆ ถามไปอย่างเกรงๆ
“บะ ไอ้เด็กนี่ มึงคิดจะลองดีกับกูเหรอกูคือเ้านางตาทิพย์ เห็นทุกสิ่ง เห็นทุกอย่าง ไม่มีอะไรรอดพ้นสายตากูได้”หญิงแว่นที่ตอนนี้แทนตนว่าเ้านางตาทิพย์ จ้องเขม็งใส่วุธด้วยท่าทีเกรี้ยวกราดทำเอาวุธถึงกลับกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่
“แต่ว่า เ้านางขอรับเราผ่านต้นไทรต้นนั้นมาสี่รอบแล้วนะขอรับ” วุธพูดพลางชี้นิ้วไปยังต้นไทรแฝดที่ขึ้นอยู่ใกล้กัน กิ่งไม้ทั้งสองเกี่ยวกันเป็รูปหัวใจคว่ำอยู่ ซึ่งดูโดดเด่นและน่าจดจำ ทำให้วุธจดจำได้เป็อย่างดี หญิงแว่นในร่างของเ้านางตาทิพย์หันมองตามนิ้วของวุธ ถึงกับสะดุ้งใกับภาพเบื้องหน้า ท่าทีกราดเกรี้ยวแต่เดิมตอนนี้กลับคลายอ่อนโยนลง ตาที่ถมึงทึงก็คลายลง เป็สายตาอ่อนโยนที่มีน้ำตาคลอเบ้าอยู่
“ไม่รู้ ข้าไม่รู้ ป่าบ้าบอนี่มองอะไรก็ไม่เห็น ถนนหนทางก็เปลี่ยนไปมาวกวน ข้าไม่ใช่คนในพื้นที่ ข้าไม่รู้แล้ว”สิ้นเสียงเ้านายตาทิพ์ หญิงแว่นก็ล้มลงไปวุธนั้นก็ใรีบนั่งลงประคองหญิงแว่นไว้
“เ้านาง เ้านางเ้านางเป็อะไรไปหรือขอรับ”วุธพยายามะโปลุกตอนนี้วุธมือหนึ่งก็ประคองหญิงแว่นพยายามปลุกให้ฟื้น อีกมือก็ประคองแม็กไว้ไม่ให้ตกจากหลังตนเรียกได้ว่าตอนนี้วุธเจอสถานการณ์ที่หลักหนากว่าการเจอผีซะอีก
อีกด้านพลายที่กำลังเจอศึกหนักกับผีนายป่าช้าทั้งสองสู้กันมาเกือบชั่วโมงโดยไม่หยุด มะลิเริ่มวิตกกังวลมากขึ้นด้วยสภาพของพลายที่เริ่มอ่อนแรงและใกล้จะถึงขีดจำกัดของมนุษย์คนหนึ่งจะทำได้แล้วแต่ส่วนของผีนายป่าช้า ถึงจะเห็นว่าหอบอยู่บ้าง แต่การเป็ผีขีดจำกัดทางด้านร่างกายเลยไม่มี ทำให้ได้เปรียบเป็อย่างมาก
พลายและผีนายป่าช้ายังคงตั้งการ์ดยืนดูเชิงกัน เหมือนผีนายป่าช้าจะรู้ว่าสภาพร่างกายของพลายใกล้ที่ถึงขีดจำกัดแล้วผีนายป่าช้าจึงยืนดูเชิงพลายนานขึ้น เพื่อให้พลายได้พื้นตัวได้บ้าง
“พี่จ้อย จะเข้ามาก็เข้ามาเหอะดูเชิงกันนานแบบนี้มันดูถูกกันนะ”พลายเอ่ยขึ้นเหมือนจะรู้ว่าผีนายป่าช้านั้นจะอ่อนข้อให้ตนได้พักเหนื่อย
{{{ ศักดิ์ศรีเยอะเหมือนกันนี่เรางั้นไม่เกรงใจแล้วนะ }}} สิ้นเสียงผีนายป่าช้าก็พุ่งตรงดิ่งเข้าหาพลาย พร้อมปล่อยหมัดตรงเขาใส่ใบหน้าของพลายแต่ไม่ทันที่หมัดจะพุ่งเข้าใส่หน้าพลายก็ะโขึ้นทำให้หมัดที่ควรจะพุ่งใส่ใบหน้าของพลาย กลับโดนเขากลางลำตัวของพลาย
พลายที่ถูกหมดตรงของผีนายป่าช้าเขากลางลำตัวขณะที่ร่างกายลอยเหนือพื้นอยู่ทำให้พลายกระเด็นถอยหลังไป
พลายให้แรงเหวี่ยงตอนกระเด็นลอยมาม้วนตัวกลับหลังใช้เท้ายันต้นไม้ที่ขวางอยู่ด้านหลังแล้วใช้แรงกดยันตัวออกไปคลายสปริงพุ่งเข้าใส่ผีนายป่าช้า พลายที่พุ่งมากลางอากาศใช้เท้าซ้ายฟาดไปที่ต้นคอของผีนายป่าช้าผีนายป่าช้าเห็นว่าหลบไม่ทันจึงใช้มือจับเท้าพลายไว้ให้หยุด ทันทีที่เท้าพลายถูกผีนายป่าช้าจับไว้พลายก็ปล่อยหมัดตรงเข้าใส่ที่หน้าผีนายป่าช้าทันทีแต่ก็พลาดเมื่อผีนายป่าช้าใช้มืออีกข้างขึ้นการ์ดกันหมัดของพลายไว้
{{{ แย่ละ }}} ผีนายป่าช้าอุทานขึ้นเมื่อนึกอะไรได้ขณะที่กันหมัดของพลายไว้ ไม่ทันที่ผีนายป่าช้าจะคิดอะไรต่อได้เข่าขวาของพลายก็เสยเข้าที่ปายคางของผีนายป่าช้าเต็มๆ ทำเอาผีนายป่าช้าล้มหลายหลังเลยทีเดียวเชียว
พลายที่ใช้ทั้งมือและเท้าทั้งสองข้างเข้าจู่โจมพร้อมกันทำให้พลายไม่มีหลักที่จะตั้งลำทำให้พลายกลิ้งตกพื้นไปหลายตลบ นายหงายอยู่ข้างๆ ผีนายป่าช้า
สภาพผีนายป่าช้าตอนนี้กรามเบี้ยวผิดรูปแทบจะหลุดออกมาถ้าเป็คนป่านนี้ก็คงตายไปแล้ว แต่นี่ผีนายป่าช้าตายไปแล้วตายอีกไม่ได้ได้แต่หัวเราะแบบเพี้ยนๆ เพราะกรามเปี้ยวผิดรูป หัวเราะให้กับสารรูปของตัวเองในตอนนี้สร้างความตกตะลึงให้กับสมุนผีทั้งหลาย ที่ได้เห็นนายตัวเองล้มลงแผ่ราบกับพื้น
{{{ ฮ่าๆๆๆนานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้โดนเข่าลอยจนกรามหลุดแบบนี้ แน่มากไอ้หนู }}}
มะลิรีบวิ่งมาพยุงพลายให้ลุกขึ้นแต่ก็ทุลักทุเลเหมือนกันเพราะพลายนั้นก็แทบจะขยับตัวไม่ได้เหมือนกัน
“พี่จ้อย เข่าโดนหน้าอย่างจังแบบนี้พวกเราผ่านไปได้แล้วใช่ไหม”มะลิพูดพลางประคองพลายเดินไปหาผีนายป่าช้า
{{{ อืม ผ่าน }}} คำพูดเดียวของผีนายป่าช้าทำให้มะลิยิ้มออกและหันมายิ้มให้พลายทั้งสองพากันเดินจากไป พร้อมกับเหล่าสมุนผีที่รีบวิ่งเข้ามาประคองเ้านายของตนขึ้น
{{{ เดี๋ยวก่อน }}} ผีนายป่าช้าทักก่อนที่ทั้งสองจะเดินเข้าประตูรั้วไป มะลิถึงกับเสียวสันหลังไม่กล้าหันกลับมาหา
{{{ ทำไมไม่ใช้อาคมซะั้แ่แรกละแค่สะกดพวกข้าแค่ไม่กี่ตัวก็ไม่เหลือบ่ากว่าแรงหรอกมั้ง }}} คำถามของผีนายป่าช้าทำเอามะลิและพลายหยุดนิ่ง ไม่ไหวติง
“สู้กับผีก็ใช้อาคมเข้าสู้แต่ถ้าสู้กับศักดิ์ศรีก็ต้องใช้หมัดมวยเข้าสู้ จริงมะ พี่จ้อย”พลายะโกลับมาทั้งๆที่ไม่หันกลับมามอง มะลิได้ยินดังนั้นก็พาพลายก้าวเดินออกไป
{{{ ไอ้หนุ่มแกชื่ออะไร }}} ผีนายป่าช้าถึงกับยิ้มมุมปากะโถามก่อนที่มะลิและพลายจะก้าวเข้าประตูรั้วไป พลายเดินไปพร้อมกับชู้นิ้วโป้งขึ้นเหนือหัว
“พลาย พลายแก้ว และจำไว้นะพี่จ้อย ตระกูลผมนะแสนสะท้าน” พลายหันกลับมายิ้มให้ผีนายป่าช้าพร้อมกับใช้นิ้วโป้งเช็ดเืที่ริมฝีปากของตนก่อนจะหันกลับไปเดินต่อ
{{{หึ เอาอีกแล้วนะไอ้แก้วลูกหลานมึงอีกแล้วสินะ ตระกูลมึงนี่มัน “แสนสะท้าน” ไม่เปลี่ยนเลยนะ}}} ผีนายป่าช้าได้แต่ยืนยิ้มและจ้องมองมะลิและพลายที่เดินเข้าประตูรั้วจนหายลับตาไป