วันนี้หลังเลิกงานหลิวอี้ตั้งใจจะไปบ้านเอ้อหูเพื่อไปเยี่ยมเด็กชายแล้วก็จะไปสอบถามเื่เกี่ยวกับูเาสักหน่อยกลับเร็วทุกวันมันก็จะดูไม่ดี
หลิวอี้เลือกจะไปหาสมุนไพรอาทิตย์หนึ่ง4 วันก็พอ เมื่อถึงวันหยุดค่อยหาทั้งวันก็คงไม่เป็การเอาเปรียบงานประจำจนเกินไปแต่ถ้ามันสามารถหาเงินได้ระยะยาวหลิวอี้ก็อยากจะเลิกทำงานที่สำนักงานนี้ล่ะ
วันนี้่บ่ายก็วุ่นวายเล็กน้อยเพราะนักบัญชีของหมู่บ้านไม่อยู่เธอจะต้องเดินตามหัวหน้าฝ่ายผลิตไปจดรายชื่อคนทำงานแทน
หมู่บ้านนี้มีชาวบ้านอาศัยอยู่ร้อยกว่าคนก็เป็หมู่บ้านที่อยู่ในระดับกลาง ฝ่ายผลิตถูกแบ่งเป็กลุ่ม ๆ มีทั้งหมด 8 กลุ่ม ๆ ละ 10 คนจะมีหัวหน้าคอยควบคุมกลุ่มของตัวเองและนักบัญชีจะเป็คนเดินจดรายชื่อว่าวันนี้คนไหนทำงานได้เท่าไหร่มันก็ไม่ได้ยากสำหรับเธอ
แต่!!!! มันต้องเจอเซียวจื่อหานนี่ซิในเมื่อตั้งใจจะเป็คนแปลกหน้าที่ดีต่อกันในชาตินี้การได้เจอกันบ้างมันอาจจะเพิ่มภูมิคุ้มกันการตื่นเต้นเกินไปเวลาเจอหน้าเขาได้
หลิวอี้เลือกแล้วว่าชีวิตนี้เธอจะเป็ตัวของตัวเองจะไม่อิงพฤติกรรมเก่าของเ้าของร่างอีกเพราะถ้าหาเงินได้ช้าเธอคงต้องอาศัยอยู่ที่นี่เป็ ปีๆ การแกล้งทำมันเหนื่อยและเธอคิดว่าเธอแก้ปัญหาเื่คนสงสัยได้ คงไม่มีใครคิดหรอกว่าเธอโดนผีสิงร่าง
“หลิวอี้จะไปเช็กรายชื่อกับใครอย่าไปคนเดียวเลยนะเดี๋ยวลุงให้คนไปเป็เพื่อน” ลุงจูหัวหน้าหมู่บ้านถามเธอ
“ยังไม่รู้เลยค่ะ ถ้าไม่มีคนว่างก็น่าจะไปคนเดียวค่ะคิดว่าออกกำลังกาย”
“เอางี้ดีไหม เดี๋ยวลุงให้เจียงหยงไปเป็เพื่อน จะได้ให้คนไปเรียกตอนนี้่พักเที่ยงพอดีบ่ายจะได้ออกไปได้เลย หรือหลิวอี้คิดว่ายังไงดี”เธอรู้ว่าลุงจูอยากให้เธอคบหาเป็เพื่อนกับคนรุ่นเดียวกันบ้างแต่ไม่ใช่จูเจียงหยงค่ะลุง
“มันคงไม่เหมาะสมมั้งคะชายหญิงเดินไปรอบหมู่บ้านกันสองคน เดี๋ยวฉันไปกับเฟยหลงดีกว่าค่ะมันน่าจะสะดวกกว่า”
“เอาตามนั้นก็ได้บอกหัวหน้ากลุ่มนั้นด้วยนะว่าลุงให้ชั่วโมงทำงานเฟยหลงด้วยถึงแม้ไม่ได้ทำในไร่ก็เดินทำงานให้หมู่บ้านเหมือนกัน”ลุงจูหัวหน้าหมู่บ้านยิ้มใจดีเดินออกไป
ก่อนจะถึงเวลาทำงานหลิวอี้เดินไปหากลุ่มทำงานของน้องชายก่อนซึ่งก็คือกลุ่มของพ่อเธอนั้นล่ะเมื่อเดินไปถึงแล้วเธอก็บอกพ่อว่าวันนี้ต้องเดินจดรายชื่อคนทำงานจะเอาน้องชายไปด้วยและพ่อต้องให้ชั่วโมงทำงานด้วยเพราะหัวหน้าหมู่บ้านสั่งมา
คนในตระกูลเธออยู่ในกลุ่มนี้ตอนนี้พวกเขานั่งพักกันอยู่ใต้ต้นไม้ เธอเรียกพี่ลี่ิมาใกล้ๆเพื่อคุยเื่สมุนไพรแต่น้องชายตัวดีของเธอก็มาด้วย
“พี่ลี่ิ ฉันคุยกับพ่อแม่แล้วนะเื่ขายสมุนไพรพวกเขาอนุญาต แล้วฉันก็ไปหามาละด้วย” หลิวอี้เชิดคางเล็กน้อยทำท่าอวดใส่พี่ชาย
“สมุนไพรอะไร ผมไม่เห็นรู้เื่เลยพวกพี่ปิดบังผมได้ยังไง” เฟยหลงงอแงใส่
“พี่จะหาสมุนไพรไปขายกัน คุยกับคนรับซื้อละด้วยเดี๋ยวรอลองขายรอบแรกก่อนถ้าราคาพอได้ พี่จะสอนเรากับพี่ลี่ิเก็บสมุนไพรเราจะได้ไปเอาไปขายกัน แต่มันมีปัญหาเื่ที่ใช้ตากนะซิ ตากที่บ้านไม่ได้หรอกเพราะมันเป็ความลับ”
“เดี๋ยวพี่ช่วยหาที่ตาก ต้องไปคุยกับเพื่อนๆก่อนว่ายืมสถานที่ได้ไหม "คุยธุระกันเสร็จเธอก็พาน้องชายเดินไปที่กลุ่มฝ่ายผลิตฝ่ายอื่น
เธอเล่าให้น้องชายฟังเื่ที่คุยกับพ่อแม่และเื่ที่จะทำน้องชายเธอก็เห็นดีเห็นงามด้วยระยะห่างแต่ละกลุ่มก็ไม่ใช่อะไรที่จะสบายๆ เลย บางกลุ่มอยู่ติดกันบางกลุ่มแยกออกไปคนละทิศของหมู่บ้านเลยถือว่าเป็การสำรวจหมู่บ้านละกัน
ตอนนี้อากาศเริ่มร้อนแล้วหลิวอี้หน้าแดงนิดๆเพราะความร้อน วิธีชาวบ้านที่นี่ก็ยังเป็แบบชนบทอยู่ แหล่งที่พักอาศัยก็จะมีป้าๆนั่งคุยกันแล้วก็ทำงานในมือกันไปด้วย บ้านที่นี่ไม่ได้อยู่จุดเดียวกันแต่มีกระจายเป็จุด ๆ ไปบางบ้านก็อยู่ห่างจากคนอื่น
เมื่อมาถึงกลุ่มหนึ่งหลิวอี้ก็เจอกับจูเจียงหยงเธอเห็นแล้วล่ะแต่ทำเป็ไม่เห็นพอคุยกับหัวหน้ากลุ่มนี้เื่งานเสร็จเธอก็เห็นเค้ายิ้มให้เธอพยายามเรียกร้องความสนใจกับเธออยู่ แต่หลิวอี้ทำเป็ไม่เห็นเดินออกไปทันทีและตอนนี้เธอเริ่มเหนื่อยละ เดินไปสักพักก็ชวนน้องชายนั่งพักใต้ต้นไม้
“เฟยหลงถ้าพี่เป็คนไม่ดีแกจะเสียใจไหม”หลิวอี้พูดโดยไม่มองหน้าน้องชายมองตรงไปสุดสายตา
“มีอะไรเหรอ? มีอะไรก็พูดมาซิอย่าค้างคาแบบนี้?เป็คนยังไงก็เป็พี่ผมอยู่ดี”
“ถ้าพี่อยากทำร้ายใครสักคนแกจะร่วมมือกับพี่ไหมสั่งสอนแบบเบาๆ เช่นแอบเอากระสอบคลุมหัวตีเสร็จแล้วเราก็เผ่นอะไรแบบเนี้ยแกกล้าทำไหม”
“ขอแค่ไม่ฆ่าคนตาย ถ้าพี่ให้ทำผมก็ทำ”
“ไม่ถามเลยเหรอว่าเพราะอะไร”หลิวอี้หันมามองตาน้องชายอยากรู้ว่ามันจริงไหมกับสิ่งที่น้องชายบอก
“ไม่ถาม พี่ไม่เคยทำร้ายใครมาก่อนถ้าพี่จะทำแสดงว่าพี่มีเหตุผลผมมั่นใจว่าพี่ไม่ทำคนดีแน่นอนแล้วพี่มีผมเป็น้องชายคนเดียวถ้าผมไม่ทำแล้วจะให้ใครทำเื่ไม่ดีแบบนี้ให้คนนอกรู้ไม่ได้” เฟยหลงพูดแบบไม่คิดมาก
ถ้าพี่สาวเขาจะทำเขาต้องมีส่วนร่วมด้วยถ้ามีอะไรผิดพลาดเขาจะได้ปกป้องพี่สาวรับผิดชอบแทนเองในความคิดส่วนนี้หลิวอี้ไม่ได้รับรู้เลยว่าน้องชายคิดยังไง
“ขอบใจนะ ที่อยู่ข้างพี่ พี่ไม่ทำเื่ร้ายแรงหรอกแต่สั่งสอนเล็ก ๆ น้อย ๆ เดี๋ยวค่อยว่ากันอีกทีเื่นี้ปล่อยไปก่อนยังไม่รีบ”หลิวอี้ยิ้มให้น้องชาย
เฟยหลงมองแล้วมันเป็ยิ้มที่เหมือนไม่ยิ้มทำไมเขารู้สึกว่าพี่สาวเขามีรัศมีแปลกๆหลังจากคุยกันเสร็จสองพี่น้องก็เดินไปทำงานต่อ
ตอนนี้เหลือกลุ่มสุดท้ายล่ะที่อยู่ใกล้ป่าไผ่ตรงทางขึ้นูเาหลิวอี้รู้ดีว่ากลุ่มนี้เป็กลุ่มใครเธอพยายามทำตัวปกติตอนที่มองจากระยะไกลเธอก็เห็นเค้าแล้ว ดีต่อกัน ดีต่อกัน ดีต่อกันหลิวอี้ท่องให้กำลังตัวเอง
วันนี้เซียวจื่อหานใส่เสื้อเชิ้ตสีพื้นกางเกงผ้าธรรมดาเหมือนกับทุกๆ คน แต่เขาดูเหมือนนายแบบมาถ่ายงานในทุ่งนามากกว่าไม่เหมือนชาวไร่ชาวสวนเลย พอตัดอคติและเื่ไม่ดีได้แล้ว มองเขาดีๆเขาก็หล่อมากจริงๆ ไม่ว่าจะเมื่อก่อนตอนที่เหมือนลูกคุณหนู หรือตอนนี้ที่ดูเป็ชายหนุ่มสุขภาพดีหลิวอี้เลิกฟุ้งซ่านเดินไปหาหัวหน้ากลุ่ม
ระหว่างที่จดรายชื่อเธอก็หันไปตามเสียงเรียก
“น้องหลิวอี้ ทำไมวันนี้มาได้ล่ะ”หลิวอี้จดรายชื่อเสร็จแล้วพอดีเลยหันกลับไปคุยกับโม่คุน
“พี่ใหญ่เฮอไม่อยู่ค่ะ เลยต้องมาจดให้พี่เขา”เฟยหลงมองสองคนคุยกันอย่างสงสัย แอบระแวงกลัวผู้ชายคิดไม่ดีกับพี่สาว
“จดหมดละเหรอ เหนื่อยมากซินะแดดร้อนจนหน้าแดงเลยเฟยหลงทำไมไม่หาหมวกให้พี่สาวใส่ล่ะ” โม่คุนถามอย่างเป็ห่วง
“ไม่เหนื่อยค่ะพวกพี่โม่คุนเหนื่อยกว่าฉันเยอะลงนากว้างขนาดนี้ ฉันเดินแค่นี้เอง”หลิวอี้ยิ้มบางๆ ให้
(เหนื่อยมากเลยค่ะ ฉันขาลากไปหมดแล้วแต่ฉันพูดได้ไหมล่ะ ใครจะบอกตรงๆ เล่า) หลิวอี้หงุดหงิดในใจ
“ก็พี่สาวเขามาไม่บอกก่อน ผมจะหาหมวกทันได้ยังไงกล่าวหาแล้ว ผมดูแลพี่สาวดีจะตาย” เฟยหลงกล่าวเคืองๆ
คนทำงานที่ได้ยินพากันหัวเราะแล้วหัวหน้ากลุ่มก็สั่งให้พักกันก่อนเพราะทำงานได้เยอะแล้วโม่คุนก็ชวนหลิวอี้คุยต่อ หลิวอี้อยากจะกลับแต่มันจะเป็พิรุธเกินไปเธอควรทำตัวเป็ปกติเวลาอยู่ต่อหน้าเซียวจื่อหาน เลยตัดสินใจคุยด้วยต่อโม่คุนคุยกับหลิวอี้เื่การเปิดสอบมหาวิทยาลัย เจียงชิงหยวนก็มาร่วมด้วย
เซียวจื่อหานนั่งพักอยู่คนเดียวใต้ต้นไม้นั่งดูคน4คนยืนคุยกัน เขาได้ยินเื่ที่พวกนั้นคุยกันทั้งหมดแต่สิ่งที่ทำให้เขาสนใจกับเป็ท่าทางของผู้หญิงคนนี้ดูไม่เ็าเหมือนเมื่อก่อนแล้ว พูดคุยกับคนเยอะกว่าเดิมเซียวจื่อหานก็ยังคงนั่งมองต่อไป
“เห้!!ครั้งนี้เป็ครั้งที่ 3 แล้วและคุยกันเยอะด้วยเรียกพี่ได้แล้วละมั้ง”ตอนที่หลิวอี้จะขอตัวกลับเจียงชิงหยวนก็พูดขึ้นมาเพื่อแกล้งเธอหลิวอี้หัวเราะแห้งๆ (ไม่จบจริงๆ อิตานี่ถ้าไม่เรียกพี่คงจะแกล้งไปเรื่อย ๆ ซินะ)
“ เท่าที่รู้ผมน่าจะแก่กว่าสหายซูหลิวอี้นะเรียกพี่ก็สมควรอยู่ ใช่ไหม น้องชายเฟยลง”
สายตาพิฆาตมาจากที่ที่หนึ่งใต้ต้นไม้ถ้าสายตานี้ฆ่าคนได้ เจียงชิงหยวนคงถูกแบ่งเป็ 8 ส่วน
คงต้องทำให้มันจบ ๆ ไปแล้วซินะถ้าไม่เรียกก็คงหาเื่แกล้งไปเรื่อย ๆ ถ้าไม่ทำก็จะเหมือนเรียกร้องความสนใจก็ไม่เป็อะไรหนิเพราะอนาคตอาจจะมีประโยชน์ก็ได้ถ้ารู้จักคนคนนี้
“พี่โม่คุน พี่ชิงหยวน ฉันขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ”หลิวอี้พาน้องชายกล่าวลา
" เดินกลับดีๆ นะน้องหลิวอี้เจียงชิงหยวนกล่าวลาอารมณ์ดี หลังจากทำให้อีกฝ่ายเรียกพี่ได้
“ถ้าพี่จะมีแฟนอย่าหาผู้ชายแบบนี้นะ ผมว่าพี่เขาแปลกๆคนอะไรสนิทกับคนไปทั่วเลย” เฟยหลงสั่งพี่สาวแล้วทำหน้ามุ่ยหลิวอี้ยิ้มกว้างขำจนลักยิ้มออก ดวงตาหยี ขำคำพูดและท่าทางของน้องชาย
“ไม่หาหรอก ถ้าแกไม่อนุญาตให้คบคนไหน ฉันก็จะไม่คบพอใจหรือยัง”
เซียวจื่อหานได้ยินที่สองพี่น้องคุยกันและได้เห็นหลิวอี้ยิ้มตอนคุยกับน้องชาย เขามองค้างอยู่พักหนึ่ง นี่เป็ครั้งแรกละมั้งที่เขาเห็นผู้หญิงคนนี้ยิ้มกว้างขนาดนี้เขาไม่เคยรู้เลยว่าเธอมีลักยิ้มด้วยและเพิ่งจะรู้ว่าเวลาเธอยิ้มมันน่ามองมากจริงๆเขาค่อนข้างแปลกใจกับสิ่งที่ได้เห็นแต่ในใจเขาก็รู้สึกดีที่มีโอกาสได้มองเธอในตอนนี้