บทที่ 19 อาจารย์ของหลิงซี
ชิว เหวินเจี้ยน ก็ได้กล่าวขึ้นมา “ถ้าอย่างนั้น พวกเราขอไปที่พักก่อนนะขอรับท่านอา”
ชิว ซานเฟิง ที่เห็นดังนั้น ก็ได้แต่ยิ้มแย้ม และกล่าวตอบว่า “เจี้ยนน้อย เ้าคงจะสนิทสนมกับเหล่าท่านผู้ปกครองดินแดนเมฆาอย่างนั้นสินะถึงว่าเ้าถึงได้อยู่สุขสบายอย่างที่เ้าได้ว่ามา ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ชิว ซานเฟิง ดูอารมณ์ดีเป็อย่างมาก
เมื่อ ชิว หลิงซี ได้ยินว่า คนทั้ง3ท่านนี้คือผู้ปกครองดินแดน นางก็ได้คิดในใจว่า“ข้าไม่แปลกใจเลยว่าทำไมท่าน ชิว เหวินเจี้ยนถึงได้บอกว่า พวกเขาสามารถพาข้าเที่ยวชมได้ตาม้าโดยที่ไม่มีปัญหาอะไรเลยที่แท้พวกเขาก็คือ3ผู้ยิ่งใหญ่แห่งดินแดนเมฆานั่นเอง!” ชิว หลิงซี ก็รู้สึกตกตะลึงขึ้นมาในทันที
ชิว เหวินเจี้ยน และคนติดตามของเขา ก็ได้เดินไปยังสถานที่พักผ่อนเพื่อที่จะได้รองานเลี้ยงเริ่มอีกทีนึง
ชิว ซานเฟิง ก็ได้กล่าวกับบุตรสาวของเขา “หลิงซี เ้าเห็นความยิ่งใหญ่ของเจี้ยนน้อยหรือยัง ที่พ่อเคยเล่าให้เ้าได้ฟัง เขาเพียงแค่อายุ12ปีแต่ความสามารถของเขาตอนนี้สามารถที่จะยืนเคียงข้าง 3ผู้ปกครองแห่งดินแดนเมฆาได้เลยทีเดียว” ชิว ซานเฟิง เริ่มโอ้อวดหลานชายของตนเองขึ้นมา
ชิว หลิงซี ก็ได้พูดว่า “เสด็จพ่อทำไมท่านถึงไม่สนใจข้าบ้าง ข้านั้นก็มีความสามารถเช่นเดียวกันบางทีถ้าเกิดข้าได้ไปเหยียบดินแดนเมฆา ข้าอาจที่จะยิ่งใหญ่ดั่งเช่นท่าน ชิวเหวินเจี้ยน ก็เป็ได้”
ชิว ซานเฟิง เพียงแค่หัวเราะและกล่าวกลับไป“ฮ่า ฮ่า ฮ่า หลิงซีเอ้ย เ้ายังไม่รู้จักโลกข้างนอกดีพอถ้าเ้าอยากที่จะออกไปเผชิญโลกอันกว้างใหญ่ข้างนอกนั่น ลูกก็จะต้องฝึกฝนให้แข็งแกร่งกว่านี้อีกสัก10เท่าเสียก่อนจึงจะพูดคำเ่าั้ออกมาได้ เข้าใจหรือไม่”
แต่ทว่า เมื่อ2พ่อลูกกำลังคุยกันอยู่นั้น ก็ได้มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา “ฮ่า ฮ่า ฮ่า เ้ากำลังจะ ด่าว่าหลิงซีอยู่อย่างนั้นหรือมันเป็ตัวอย่างที่ไม่ดีเอาซะเลย เอาอย่างนี้เป็ไง ข้าจะจัดการฝึกแบบหนักกับนางเองนางจะได้แข็งแกร่งขึ้นไวๆดีหรือไม่”เป็เสียงของ ชิว ซานฟู่ หรือก็คือ พ่อของชิว เหวินเจี้ยน นั่นเอง
เมื่อ ชิว หลิงซี ได้ยินเสียง ของ ชิว ซานฟู่ ดังขึ้นมาหญิงสาวก็ดีใจเป็อย่างมาก และกล่าวว่า “คาราวะท่านอาจารย์ท่านกลับมาแล้วอย่างนั้นหรือ ข้าหละอยากที่จะแข็งแกร่งขึ้นไวๆ ข้าอยากที่จะแข็งแกร่งเท่ากับท่านชิว เหวินเจี้ยน ท่านช่วยสอนข้าเร็วๆเลยจะได้ไหม”
เมื่อ ชิว ซานฟู่ ได้ยินดังนั้น ก็หันไปทาง2พ่อลูกในทันที “มิกี้เ้าว่ายังไงนะ เจี้ยนเอ๋อกลับมาที่นี่อย่างนั้นหรือ” ชิว ซานฟู่ เริ่มสงสัยว่า หลิงซี รู้ได้อย่างไรว่าชิว เหวินเจี้ยน แข็งแกร่งขนาดไหน
เป็ ชิว ซานเฟิง ที่ตอบกลับมา “เรียนท่านพี่ตามตรงเจี้ยนน้อยพึ่งจะไปยังที่พักของตนเองได้ไม่นานมานี้เองเขานั้นนำข่าวดีมาให้กับพวกเราอยู่เสมอ ท่านพี่ควรที่จะไปพบเขาด้วยตนเอง” ชิว ซานเฟิง เริ่มนึกภาพในใจว่าถ้าเกิดท่านพี่ของตนเองได้รู้ว่ามี3ผู้ยิ่งใหญ่แห่งดินแดนเมฆาเดินทางมาด้วยตนเองจะตกตะลึงขนาดไหนกัน
แต่ทว่า ชิว หลิงซี ก็ได้กล่าวขึ้นมาว่า “ข้าจะเป็คนพาท่านอาจารย์ไปเอง ได้โปรดตามข้ามา” ชิว หลิงซี นั้น นับถือ ชิว ซานฟู่ เป็อย่างมากเขาให้ความรู้สึกดั่งพ่อแท้ๆของนางเลยทีเดียว
ชิว ซานฟู่ ก็ยิ้มขึ้นมาและได้กล่าว “หลิงซี เ้าอยากที่จะไปหา เจี้ยนเอ๋อไช่หรือไม่ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เขาแข็งแกร่งมากเลยสินะคงน่าจะแข็งแกร่งกว่าตอนที่ข้าได้ต่อสู้กับเขา เมื่อล่าสุดนี้อย่างแน่นอน”
ชิว หลิงซี ตอนนี้หน้าเป็สีแดงและนางก็ไม่ได้พูดอะไรขึ้นมาอีก นางก็ได้นำทางให้กับชิว ซานฟู่ ไปยังที่พักของ ชิว เหวินเจี้ยน ต่อไป
ทางด้านของในงานเลี้ยง ที่ทุกตระกูลเริ่มจะทยอยมากันแล้วก็ได้มีเสียงของคนแต่ละตระกูลพูดคุยกันอย่างเสียงดัง
ผู้นำของตระกูล หลี่ กล่าวขึ้นมาคุยกับ ผู้นำตระกูลเชียง ว่า “ท่านคิดว่างานเลี้ยงในวันนี้จะมีอะไรดีๆให้พวกเราได้ชมหรือไม่”
ผู้นำตระกูลเชียง ก็ได้ตอบกลับไป “ถ้าเกิดมีก็คงจะดีเพราะข้าก็เริ่มที่จะเบื่องานเลี้ยงธรรมดาเช่นกัน อย่างเช่นจัดการประลองของรุ่นเยาว์ขึ้นมากลางงานเลี้ยง ข้าว่าก็คงจะดีไม่น้อย”
ผู้นำตระกูล หลี่ ก็ได้ตอบกลับไปเช่นกัน “ข้าก็คิดไว้เช่นเดียวกับท่านเหมือนกัน ให้รุ่นเยาว์ของแต่ละตระกูลได้แสดงฝีมือข้าว่าน่าจะทำให้พวกเราหายเบื่อกันได้บ้าง ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
ทั้ง 2ผู้นำตระกูล ก็ได้มีความเห็นตรงกันและคุยกับอีกยกใหญ่ๆ
ตระกูลหลี่ และ ตระกูลเชียง นั้น เป็2ตระกูลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในดินแดนดาวเดือนตอนนี้เลยก็ว่าได้เนื่องจาก พวกเขานั้นมีพลังยุทธ์อยู่ขั้นที่1เขตแดนยอดนักสู้นั่นเอง 2ตระกูลนี้พวกเขามีพลังยุทธ์เท่าๆกันและที่ยังคงอยู่มาได้จนถึงตอนนี้ นั่นก็เพราะว่าพวกเขาไม่คิดที่จะต่อสู้กันเองแต่อย่างใดเนื่องจากเป็ตระกูลที่เป็พันธมิตรกันนั่นเอง