เอรอสนั่งอยู่ในห้องแล้วหยิบรูปที่เขาเคยถ่ายกับยูคิพ่อของยูคิมูระขึ้นมาดูใจหนึ่งเขาก็ไม่เชื่อที่ยูคิเพื่อนรักของเขาจะเป็ซาตานอีกใจหนึ่งก็แค้นนักที่เพื่อนรักฆ่าลุงของเขาแต่ไม่แปลกหรอกก็ลุงเขาเองก็เป็คนฆ่าพ่อของเขาเหมือนกัน เอรอสลองมาคิดดูดีๆถ้าเขาเป็ยูคิตอนนั้นเขาอาจจะทำเหมือนยูคิก็ได้ แต่กว่าเขาจะคิดได้เช่นนี้ครอบครัวของยูคิก็พังพินาศไปแล้ว จนมาถึงรุ่นลูกเองก็ยังไม่วายที่จะเหมือนกัน
“น่าสงสารจริงๆเหมือนที่โทดะพูดไม่มีผิด ความแค้นได้สืบต่อกันมา ถ้าหยุดตอนนี้ก็คงจะสายเกินไป” เอรอสคิดแต่เขาก็คงทำได้แต่คิดเท่านั้น
สักพักเซยะยืนอยู่ที่หน้าประตู
“ข้าเข้าไปได้ไหม?” เซยะพูด
“เข้ามาซิ” เซยะเดินเข้ามา
“มีเื่อะไร?” เอรอสถามพร้อมกับวางรูปลง
“ข้ามีความคิดมาเสนอ”
“ว่ามาซิ”
“ข้าอยากให้ท่านส่งทาเคชิและทาคาฮิสะไปเรียนวิชาการต่อสู้เพิ่มอีก”
“เขาไม่เก่งเหรอ?”
“ยัง...แต่ที่ข้าสงสัยมาก คือตัวทาคาฮิสะ”
“ทำไม?”
“ทาคาฮิสะวันก่อนสู้ข้าไม่ได้ ถึงฝีมือเข้าขั้นดี แต่ก็ยังขาดอะไรเล็กๆอยู่บ้าง แต่ท่านโมริทหารส่วนตัวขององค์หญิงริโอะ บอกข้าว่าเขาได้ปะมือกับทาคาฮิสะ แล้วเขาแพ้ไม่น่าจะเป็ไปได้ ก็ท่านโมริฝีมือไม่ได้ด้อยกว่าข้าเลยสักนิด”
“ทำไมเ้าไม่เคยคิดบ้างว่าเด็กคนนั้นมีความมานะ หลังจากที่เขาแพ้เ้าเขาจะนั่งคิดว่าอะไรเป็จุดบอดในตัวของเขาที่ทำให้ฝีมืออย่างเขาไม่สามารถชนะท่านได้”
“ข้าต้องขอบคุณท่านจักรพรรดิมากที่ชี้ทางให้ข้าผู้นี้”
“ไม่เป็ไรแต่ว่าความคิดเ้าก็ไม่เลวเหมือนกัน ส่งตัวสองคนนี้ไปยังที่ฝึกได้”
“เมื่อไรดีล่ะท่าน?”
“ตามใจเ้าล่ะกัน” เอรอสพูดแล้วมองไปที่รูปนั่นอีกแล้ว
“ขอบคุณ” เซยะเดินออกไป เอรอสยังไม่วางสายตาจากรูปนั้นเลย
“เ้าจะเป็ยังไงบ้างนะยูคิน้อย”
ทาเคชิกับยูคิมูระมาถึงวังเพลิงแดงเขาไม่เคยมาที่นี่เลยก็ว่าได้ ได้ก็แค่เคยได้ผ่าน ซึซึกิวิ่งมาหาทาเคชิ
“พาองค์หญิงชมพระตำหนักเรียบร้อยแล้วเหรอครับ?”ซึซึกิถาม
“ใช่... มีอะไรเหรอ?” ทาเคชิสงสัย
“เอาคุณชายทาคาฮิสะไม่ได้บอกคุณชายทาเคชิเหรอครับ?”
“เื่อะไร?” ยูคิมูระสงสัย
“ที่ให้ข้าหาตัวคุณชายทาเคชิเพราะท่านหญิงเรียก” คำพูดของซึซึกิทำให้ทาเคชิรู้ทันทีก็แน่ล่ะมันเป็แผนของเขาที่ได้บอกทาคาฮิสะเอาไว้ เพื่อให้ไปหายูคิมูระได้
“อ๋อ... บอกแล้วแต่ผมลืม” ทาเคชิพูดพร้อมกับยิ้ม ยูคิมูระทำหน้างงเขาจะรู้ได้ไงก็มันเป็เื่ของทาเคชิกับทาคาฮิสะ
“งั้นเดี๋ยวผมไปหาแม่ก่อนนะ” ทาเคชิจับมือที่เย็นของทาคาฮิสะ
“ใช่...ต้องขอบคุณซึซึกิมากนะที่ทำให้ข้านึกขึ้นมาได้ ใช่ไหม?”ทาเคชิหันไปมองหน้าทาคาฮิสะแล้วยิ้มให้
“ชะ...ใช่ต้องขอบคุณจริงๆ” เล่นได้ดีทาเคชิพายูคิมูระวิ่งเข้าไปในตำหนักทันที
“เฮ้อ... เกือบไปแล้วถ้าซึซึกิรู้ขึ้นมา มีหวังนายจะถูกแม่ทำโทษด้วย” ทาเคชิพูด
“เื่อะไร?” ทาเคชิตบไปที่หัวทาคาฮิสะ
“โอ๊ย...”
“ก็เื่ที่ฉันให้นายไปหายูคิมูระไงทำเป็ลืม” ทาเคชิกระซิบเบาๆข้างหูทาคาฮิสะ
“ชะ... ใช่...ฉันลืมจริงๆนะเนี่ย” เล่นบทนี้ได้เก่งจริงๆ
“สงสัยนิสัยที่นายต้องเปลี่ยนคงเป็นิสัยขี้ลืมด้วย” ทาเคชิยิ้ม ทำให้ยูคิมูระเองก็ต้องยิ้มตามเช่นกันแล้วทาเคชิกับยูคิมูระเดินมาถึงห้องสีชมพู
“แม่ครับ....ผมเข้าไปนะ” ทาเคชิพูดขึ้น
“เข้ามาซิ” เสียงผู้หญิงเล็ดลอดออกมา แต่เสียงนั้นมันทำให้ยูคิมูระต้องยืนนิ่งทาเคชิหันไปมองน้องชายตัวเองที่ยืนนิ่งอยู่
“เข้าไปด้วยกันซิ” ทาเคชิดึงยูคิมูระเข้ามา
“แม่ครับ...วันนี้ผมมาหาแม่พร้อมกับทาคาฮิสะเลยนะ”ทาเคชิเดินไปนั่งที่เก้าอี้ ยูคิมูระที่ยืนอยู่หน้าประตู ค่อยๆเงยหน้าขึ้น
“ไม่จริง... ไม่จริงนี่ต้องเป็ฝันแน่ๆ ฝันแน่ๆ” ยูคิมูระตาค้างเมื่อเขาเจอหญิงที่เหมือนแม่เขามากๆ หรือว่า... เธอจะเป็แม่เขาจริงๆ
“มะ...แม่...” ยูคิมูระเรียก แม่มองมาที่ทาคาฮิสะ
“มานั่งซิลูก” แม่เรียก ยูคิมูระมือสั่น น้ำตาเริ่มคลอแม่ลุกขึ้นเมื่อเห็นอาการแปลกๆของลูก ยูคิมูระรีบหลบสายตาทันที
แม่เดินเข้ามาแล้วกอดลูกชายของตนด้วยความรักยูคิมูระสะดุ้งเล็กน้อยเพราะเขาไม่เคยได้รับััจากแม่เลยนี่เป็ครั้งแรกสำหรับเขา อ้อมกอดแม่อบอุ่นเหมือนที่เขาคิดไว้จริงๆด้วยอยากอยู่ในอ้อมกอดแม่นานๆ จนลืมไปเลยว่าจริงๆแล้วเขาเป็ทาคาฮิสะไม่ใช่ยูคิมูระลูกซาตานที่แม่เขารังเกียจ
แม่ปล่อยมือจากทาคาฮิสะแล้วมองหน้าเขาด้วยความอ่อนโยนเขาไม่เคยเห็นใบหน้าอย่างนี้ของแม่สักครั้งเลยถึงยิ่งเขาคิดว่าเขาเป็ทาคาฮิสะก็ยิ่งทำให้เขาเจ็บ เพราะถ้าเป็ยูคิมูระแม่จะมากอดอย่างนี้มองหน้าเขาด้วยความเป็ห่วงอย่างนี้บ้างหรือเปล่า?
“เป็อะไรหรือเปล่า?” เสียงแม่ที่ดูอ่อนโยน ไม่เหมือนเสียงที่ตะคอกด้วยความเกียจชัง
“ผะ...ผมไม่เป็ไรผมสบายดี” เขาพยายามกลั้นน้ำตา
“งั้นไปนั่งคุยกับแม่ก่อนซิ” แม่ชวน ทาเคชิเดินมาหายูคิมูระ
“ฉันว่านายไปเปลี่ยนเสื้อก่อนดีกว่าเดี๋ยวไม่สบายเอา” ทาเคชิพูดด้วยความเป็ห่วง
“ใช่... แม่เห็นด้วยกับทาเคชินะ” ความเป็ห่วงนั้นถึงแม้มันจะผ่านร่างทาคาฮิสะแต่เขาก็รู้สึกดีใจมาก
“แม่....เดี๋ยวผมไปส่งทาคาฮิสะก่อน แล้วเดินมานั่งคุยกับแม่พร้อมกับคนหน้าเหมือนผมนะ” ทาเคชิพูดพร้อมกับยิ้ม แม่พยักหน้า ทาเคชิรีบดึงยูคิมูระออกจากห้องแล้วเดินตรงไปที่ห้องทาคาฮิสะ
“นี่นายเกือบทำแผนแตกแล้วกลัวอะไรก็ไม่รู้”
“ฉันขอโทษ” ยูคิมูระทำหน้าเศร้า
“ฉันเข้าใจความรู้สึกนายดีนายไม่เคยโกหกแม่เลย ครั้งแรกก็เลยกลัวเป็ธรรมดา”
“ฉันขอโทษนายด้วยล่ะกัน” ทาเคชิยิ้ม
“เออ...รีบๆไปเปลี่ยนเสื้อไป” ยูคิมูระหยิบเสื้อทาคาฮิสะเพื่อไปเปลี่ยน
ทั้งสองเดินกลับไปหาแม่ใหม่แล้วเขาก็นั่งคุยกันเป็เวลานาน ถึงแม้ว่ายูคิมูระจะไม่รู้เื่อะไรแต่เขาก็สามารถเออออไปตามน้ำได้ ถึงบทนี้จะเล่นยากแต่เขาก็ทำสำเร็จแล้วไม่มีใครสงสัยเลยเห็นไหม? หรือที่ผ่านมาได้เพราะทาเคชิที่เป็หมากของเขา
ทาเคชิเดินกลับห้องพร้อมกับทาคาฮิสะโดยที่เขาไม่สงสัยเลยว่าเป็ยูคิมูระ
“วันนี้ต้องขอบใจนายมากเลย” ทาเคชิพูด ทำให้ยูคิมูระสงสัย
“เื่อะไร?”
“ก็เื่ที่นายไปหายูคิมูระแล้วก็เื่ที่ช่วยปิดเป็ความลับ” ทาเคชิพูดแล้ว
“ไม่เป็ไรหรอก ฉันก็ต้อง...ขอบใจนาย”ยูคิมูระพูดเบาๆ
“หืม? อะไรนะ” ทาเคชิไม่ได้ยิน
“ไม่เป็ไรก็มันเป็หน้าที่ฉันนิ” เขายิ้ม
“งั้น...ฉันเข้าห้องล่ะ” ทาเคชิพูดแล้วเดินจากไปทันที
“ฉันต่างหากที่ต้องขอบใจนายก็นายนั่นแหละที่ทำให้ฉันไม่ถูกสงสัย”ยูคิมูระคิดก่อนที่จะได้เข้าห้องไป
ยูคิมูระเดินเข้าเขาเห็นรูปที่ทาคาฮิสะถ่ายรูปคู่กับทาเคชิ
“นายจะเป็ยังไงบ้างนะทาคาฮิสะนายคงได้รับรสความเ็ปเหมือนฉันล่ะซิ”ยูคิมูระมองไปที่รูปทาเคชิ
“พี่ชายเหรอ?” เขาคิดก่อนที่จะนั่งลงที่เตียง บนหัวเตียงมีรูปครอบครัวของทาเคชิตอนนั้นทาเคชิยังเป็ทารกอยู่เลย เป็ภาพ แม่อุ้มเด็กคนหนึ่งแล้วผู้ชายอีกคนก็อุ้มเด็กอีกคน เด็กสองคนหน้าเหมือนกัน มันทำให้เขาน้ำตาไหลออกมาแล้วทำให้เขาคิดถึงพ่ออีก
“ผมมีพี่ด้วยเหรอ?” เด็กน้อยหันมาถามพ่อ
“มีซิพี่ของเ้าเหมือนเ้าไม่มีผิด”
“เหมือนผม”
ยูคิมูระมองไปที่ทาเคชิ
“ไม่เห็นเหมือนผมเลยพี่ชายของผมไม่เห็นเหมือนผมเลย”ยูคิมูระพูดทั้งๆที่ตัวเองอยู่ในร่างที่เหมือนทาเคชิไม่มีผิด
“พ่อครับ... ตอนนี้ผมได้เจอแม่แล้วแม่รักผมมาก พ่อเห็นไหม ผมทำให้แม่รักผม”น้ำตายูคิมูระไหลออกมา เพราะเขารู้ว่าเขากำลังโกหกตัวเองอยู่ ถึงเป็นเรื่องโกหกแต่มันก็ทำให้เด็กน้อยที่ดูเหมือนเยือเย็นได้มีความอบอุ่นขึ้นมา