รถทัวร์ของคณะทัศนศึกษาของโรงเรียนได้เข้ามาจอดที่ลานจอดของโรงแรมชื่อดังของจังหวัดระยอง บรรดานักเรียนและครูผู้ดูแลทั้งแปดสิบชีวิตต่างเข้าแถวเพื่อเช็คอินเข้าที่พัก เนตรดาวกับพิมพ์รักก็เป็หนึ่งในแถวตอนที่คุณครูจัดให้ต่อแถว ส่วนจูจูน้อยนั้นตอนนี้เข้าไปทักทายท่านเ้าที่ผู้อารักษ์โรงแรมแห่งนี้
“สวัสดีจ้ะ มีใครอยู่บ้างไหมจ้ะ หนูแวะมาทักทายจ้ะ”
“อ้าว นั่นใครหล่ะที่เอ่ยเรียกเราเสียงดังเชียว”
“หนูเองจ้ะ สวัสดีจ้ะท่านเ้าที่ หนูชื่อจูจูจ้ะ”
“โอ้! สวัสดี เราชื่อเทพอารักษ์ ท่านคงจะเป็เทพเซียนใช่หรือไม่ รัศมีความดีกับรัศมีเทพเซียนของท่านเปล่งแสงประกายเสียจนเราแสบตาเลยทีเดียว เดี๋ยวเราไปหาแว่นกันแดดออกมาใส่ก่อน แล้วเราค่อยสนทนากันนะท่านเซียนน้อย”
“ได้จ้ะ ท่านเทพอารักษ์”
“เอาหล่ะ เรามาแล้ว นาน ๆ ทีจะมีแขกมาทักทาย ท่านเซียนน้อยคงจะมาเที่ยวที่นี่ใช่หรือไม่”
“ใช่จ้ะ หนูมาเที่ยวกับโรงเรียนจ้ะ โรงเรียนพาพวกเรามาพักที่โรงแรมแห่งนี้ หนูก็เลยมาแวะทักทายท่านเทพอารักษ์”
“อืม… ถ้าท่านอยากท่องเทียวในอาณาเขตของข้า หรือว่าเบื่อ ๆ ก็มาหาเราได้ทุกเมื่อ เราพร้อมที่จะพาท่านไปท่องเที่ยวหรือไปทักทายกับเหล่าเทพอารักษ์แถวๆนี้ ท่านมีหมายเลขติดต่อหรือไม่”
“มีจ้ะ หนูมีแอปเทพ์จ้ะ เรามาเพิ่มเพื่อนกันดีกว่าจ้ะ เผื่อหนูมีเื่อยากจะคุยด้วยหนูจะได้ทักท่านผ่านแอปเทพ์ได้จ้ะ”
“อืม ได้สิเรามาเพิ่มเพื่อนกัน”
ท่านเทพอารักษ์ของโรงแรมเสกโทรศัพท์รุ่นไอฟง20 สีฟ้าน้ำทะเลออกมา ส่วนจูจูก็ไม่น้อยหน้าล้วงโทรศัพท์รุ่นเดียวกันแต่เป็สีชมพูมีหน้ากากโทรศัพท์ลายลูกหมูน้อยร่าเริงออกมาจากกระเป๋ากางเกง ทั้งสองกดเพิ่มเพื่อนก่อนที่จูจูจะลาไปหาพี่สาวของตน
“ถ้าอย่างนั้นหนูขอตัวไปหาพี่สาวของหนูก่อนนะจ้ะ ถ้ายังไงหนูจะทักมาหานะจ้ะ”
“อืม ไปดีมาดีหล่ะเซียนน้อย”
ท่านเทพอารักษ์มองตามพร้อมใช้จิตทิพย์ครอบคลุมโรงแรมแห่งนี้ ก็เห็นเซียนน้อยจูจูเดินเข้าไปหาหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งมีรัศมีไอเซียนส่องสว่างเข้มข้นเช่นเดียวกับเซียนน้อย ท่านเทพจึงรำพึงคิดว่าหญิงสาวคนนี้คงจะเป็ผู้มีบุญเกิดมาเพื่อสะสมความดีไม่อย่างนั้นคงจะไม่มีเซียนน้อยคอยอารักขาดูแลแบบนี้เป็แน่
“พี่สาวจ๋า หนูมาแล้วววว!”
เสียงของจูจูน้อยลอยมาแต่ไกลแต่คนที่ได้ยินกลับเป็เพียงเนตรดาวคนเดียวเท่านั้น เนตรดาวหันมามองจูจูน้อยที่ลอยตัวโฉบเฉลี่ยวหลบผู้คนที่เดินไปมาบริเวณหน้าเคาท์เตอร์ของโรงแรมเพื่อลอยมาหาตน
‘ไปไหนมาหล่ะจูจู’
“หนูไปทักทายท่านเทพอารักษ์มาจ้ะ”
‘อย่างนั้นหรือ ป่ะเราขึ้นห้องพักกันดีกว่า พิมพ์ได้กุญแจห้องมาแล้ว’
ตลอดระยะการทัศนศึกษาทางโรงเรียนได้จัดกิจกรรมอำลาส่งท้ายนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เนตรดาวกับเพื่อน ๆ ต่างสนุกสนานในกิจกรรมของโรงเรียนที่จัดให้ บาง่โรงเรียนก็ปล่อยให้นักเรียนพักผ่อนตามอัธยาศัยแต่มีเงื่อนไขคือต้องปฏิบัติตามกฎของโรงเรียนอย่างเคร่งครัด เนตรดาวกับเพื่อน ๆ เล่นน้ำทะเลบ้างก็ว่ายน้ำในสระน้ำของโรงแรม บางครั้งก็พากันไปนั่งบานานาโบ๊ท ซึ่งจูจูติดใจมากจนต้องไปชักชวนท่านเทพอารักษ์ให้ออกมาเล่นกับตน
วันสุดท้ายของการทัศนศึกษา ทางโรงเรียนพานักเรียนไปแวะท่องเที่ยวที่ตลาดขายของฝากและแวะสักการะศาลเ้าแม่กวนอิม เนตรดาวกับพิมพ์รักต่างชักชวนกันหาซื้อของฝากให้กับทางบ้าน จูจูน้อยที่ติดสอยห้อยตามมาด้วยก็ชี้ชวนให้เนตรดาวซื้อของที่ตนเองอยากกิน เนตรดาวพี่สาวผู้ใจดีก็เลือกซื้อให้ตามที่จูจู้า
“นี่ยัยหลิน เธอซื้ออะไรมากขนาดนี้ ฉันว่าบรรดาของหวานกับขนมเนี่ยคุณพ่อของเธอกินเข้าไปคงจะเบาหวานขึ้น แน่ ๆ เลย”
“อิอิ ยัยพิมพ์ก็ ฉันไม่ได้ซื้อให้คุณพ่อจ้ะ แต่ฉันซื้อไปถวายกุมารเทพที่บ้านของฉันเอง ก็ฉันบอกเธอไปแล้วหนิว่าคุณพ่อฉันเลี้ยงกุมารเทพถึงถูกล๊อตเตอรี่เกือบทุกงวดไง”
“ฉันหล่ะอิจฉาพ่อเธอจริง ๆ ที่ดวงดีแบบนี้ ถ้าเป็ฉันนะถ้าถูกหวยบ่อยออกเบอร์นี้ฉันจะเก็บเงินแล้วไปเที่ยวต่างประเทศให้ชุ่มปอดไปเลย คงจะไม่นำเงินไปบริจาครัว ๆ แบบครอบครัวของเธอหรอก”
“ครอบครัวของฉันก็ไม่เดือดร้อนเื่เงินอยู่แล้วเธอก็รู้ อีกอย่างกุมารเทพที่ให้หวยพ่อฉันก็อยากช่วยเหลือผู้อื่น คุณพ่อจึงนำเงินที่ได้จากการถูกรางวัลไปทำบุญบริจาคช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนและด้อยโอกาส เรามีแรงในการช่วยเหลือผู้อื่นทำแล้วก็มีความสุขแล้วยังได้บุญอีกนะยัยพิมพ์”
“จ้า ฉันไม่เถียงเธอหรอกจ้า ครอบครัวเธอทำแล้วมีความสุขก็ดีแล้ว แล้วจากที่ดูขนมที่เธอจะเอาไปถวายให้กุมารเทพกินแต่ละอย่างสิ กุมารเทพของเธอคงจะอ้วนตุต๊ะน่าดู”
“ฮ่า ฮ่า ก็คงจะตัวอ้วนตุ๊ต๊ะอย่างที่เธอพูดแหละยัยพิมพ์”
“หนูไม่ได้อ้วนสักหน่อย พิมพ์นิสัยไม่ดีเลย หนูออกจะดูดีหุ่นพลิ้วลมแบบนี้ไม่ได้อ้วนสักหน่อยนะพี่สาวจ๋า”
‘จ้า จูจูไม่อ้วนสักหน่อยเนอะ’
เมื่อซื้อของฝากจนพอใจและนำขึ้นไปไว้บนรถ นักเรียนและคุณครูทั้งหมดก็เดินเข้าไปสักการะศาลเ้าแม่กวนอิม จูจูคล้ายจะััได้ถึงสิ่งที่ตนเองนั้นคุ้นเคย ศาลเ้าแม่กวนอิมแห่งนี้มีรัศมีเทพเซียนโอบล้อมอยู่ จูจูจากที่ร่าเริงเกินเหตุตลอดเวลาในตอนนี้กลับสำรวมตนเมื่อก้าวเข้ามาในเขตแดนของศาลเ้า
เมื่อจูจูก้าวเข้ามาในศาลเ้า เสื้อผ้าที่สวมใส่ตามแฟชั่นนิยมกลับอันตธานหายไปเหลือเพียงเอี้ยมสีแดงที่ติดตัวของจูจูมาเท่านั้น เนตรดาวหันมามองน้องชายตัวน้อยในรูปลักษ์เดิมก็แปลกใจ
‘อ้าว! จูจูทำไมถอดเสื้อผ้าออกหล่ะ’
“หนูเปล่าถอดจ้ะ หนูแค่ก้าวเข้ามาในศาลของเ้าแม่กวนอิม หนูก็กลับคืนรูปลักษ์เดิมที่อยู่บน์จ้ะ หนูรู้สึกถึงพลังขององค์เ้าแม่ ที่นี่ศักดิ์สิทธิ์จริง ๆ จ้ะพี่จ๋า”
“โอ้ ! ถ้าอย่างนั้นพี่ต้องรีบไปสักการะเ้าแม่ก่อนหล่ะ จูจูจะไปกับพี่ไหม”
“เดี๋ยวหนูตามไปจ้ะ หนูขอไปทักทายท่านปู่เทพประจำศาลเ้าก่อนนะจ้ะ”
‘ตามใจ’
เซียนน้อยจูจูมีความรู้สึกคล้ายกับถูกเรียก จูจูจึงเดินไปยังด้านหลังของศาลเ้าก็พบกับท่านปู่เซียนของตนที่ไม่ได้พบเจอกันมานับสิบปีบนโลกมนุษย์แห่งนี้
“ท่านปู่จ้ะ ในที่สุดข้าก็เจอกับท่านปู่แล้ว”
“อื้ม จูจูเป็อย่างไรบ้างหล่ะ ดูท่าท่างเ้าคงจะมีความสุขในโลกใบนี้ไม่น้อยเลยนะ”
“ข้ายังเคืองท่านปู่อยู่นะขอรับ อยู่ๆท่านก็พาข้ามาทิ้งไว้ที่วัด โชคดีที่พี่สาวหลินหลินมาพบเจอข้า ไม่เช่นนั้นข้าก็คงต้องนั่งร้องไห้อยู่ที่วัดแห่งนั้นตลอดไปแน่ๆเลย”
“เ้าพูดไร้สาระอะไรกันเซียนน้อยจูจู ที่ข้าพาเ้ามายังโลกมนุษย์แห่งนี้ก็เพื่อพาเ้ามาพบกับเ้านายของเ้าต่างหากหล่ะ พี่สาวของเ้านั้นดวงจิตพลัดหลงมาเกิดในมิติแห่งนี้ และชาตินี้เป็ชาติสุดท้ายที่พี่สาวของเ้าต้องสะสมคุณความดีก่อนที่จะกลับไปยังโลกแห่งเซียน เ้าจึงถูกส่งมาเกื้อหนุนคุณความดีของพี่สาวเ้าอย่างไรหล่ะ”
“อย่างนี้นี่เอง แล้วข้ากับพี่สาวจะกลับโลกแห่งเซียนได้เมื่ิอไหร่จ้ะท่านปู่”
“อีกไม่นาน ไม่เกินเจ็ดปี เมื่อคุณความดีของพี่สาวเ้าเต็มหนึ่งร้อยส่วน เ้ากับพี่สาวของเ้าจะได้กลับสู่ภพเดิมที่จากมา ข้าต้องไปแล้ว เ้าจงจำไว้ให้พี่สาวของเ้าสะสมความดีให้มากที่สุด แต่เ้าจงอย่าบอกนางว่าเหลือเวลาในภพนี้อีกเจ็ดปีเท่านั้น ไม่เช่นนั้นนางจะเกิดห่วงแห่งความกังวลและอาจเกิดจิตมารได้ เมื่อครบเจ็ดปีข้าจะเป็ผู้มารับพวกเ้าทั้งสองด้วยตนเอง อ้อ! อีกอย่างก่อนที่จะกลับเ้าพาพี่สาวของเ้าไปรับของ ๆ นางที่ด้านข้างศาลเ้า เมื่อเ้าพาไปเ้าจะรู้เองว่าสิ่งใดที่เป็ของ ๆ นาง”
“ขอรับท่านปู่”
ท่านปู่เซียนชะตาได้จากไปแล้วจูจูนิ่งคิดเรียบเรียงคำพูดที่ท่านปู่เซียนได้สั่งไว้ เขาต้องเกื้อหนุนช่วยให้พี่สาวสั่งสมแต้มความดีเพื่อที่จะได้กลับโลกเซียนตามเวลาที่ท่านปู่กำหนดให้ได้
จูจูน้อยเดินออกมาหาเนตรดาวที่ยังอยู่ในศาลเ้าของเ้าแม่กวนอิม จูจูเซียนน้อยเข้าไปสักการะองค์เ้าแม่จากนั้นจึงออกมาจากศาลเ้า เนตรดาวกับพิมพ์รักเห็นร้านค้าบริเวณด้านนอกของศาลเ้า คุณครูกับเพื่อน ๆ ก็เดินชมร้านค้าที่มาเปิดขาย จูจูน้อยใช้ดวงจิตทิพย์มองดูสิ่งของตามร้านค้าเ่าั้ก็พบเจอกับไอเซียนที่แผ่ออกมาจากร้านค้าแห่งหนึ่ง
“พี่สาวจ๋า หนูว่าเราไปที่ร้านนั้นดีกว่าจ้ะ”
‘ร้านเล็ก ๆ นั้นหรือจูจู’
“ใช่จ้ะ หนูััได้ถึงไอเซียนจ้ะ เราไปดูกันเถอะ”
‘ได้สิ’
เนตรดาวเดินตามจูจูที่ตอนนี้กลับมาใส่ชุดฮาวายเหมือนเดิม พิมพ์รักเดินติดสอยห้อยตามมาด้วย เมื่อเข้ามาในร้านค้า เนตรดาวก็พบกับหญิงชราผู้ใจดีแต่งกายคล้ายคนจีนโบราณนั่งรอขายสินค้าประเภทหยกและเครื่องรางคุ้มภัยคล้ายกับร้านค้าอื่น ๆ
“นี่ยัยหลิน เธอเข้ามาในร้านนี้ทำไมเหรอร้านก็เล็กนิดเดียว ของที่ขายก็เหมือนกับทุก ๆ ร้าน จะไม่เหมือนก็ชุดคนขายนี่แหละที่แต่งเข้ากับบรรยากาศ”
“ชู่ว์ อย่าเสียงดังสิ ฉันว่าร้านนี้ก็ดูน่าซื้ออยู่เหมือนกันนะ ถ้าเธออยากไปดูร้านอื่น ๆ ก็ไปเดินดูได้ถ้าเสร็จแล้วเดินมาเรียกฉันด้วยหล่ะ”
“เอางั้นก็ได้ ฉันจะไปดูร้านฝั่งตรงกันข้าม แล้วเดี๋ยวฉันกลับมาหานะ”
“อืม”
เนตรดาวเดินเข้ามาในร้านเลือกเดินดูกำไลหยกที่วางแสดงในตู้วางสินค้า จูจูน้อยเดินเข้ามาในร้านก็ก้มตัวคำนับท่านยายผู้มีไอแห่งเซียน เมื่อเนตรดาวเห็นกิริยาของจูจูน้อยที่นอบน้อมเป็พิเศษจึงเข้ามาสวัสดี
“สวัสดีค่ะคุณยาย”
“สวัสดีจ้ะแม่หนู ร้านของยายมีสิ่งของหลายอย่าง เชิญแม่หนูกับเซียนน้อยเลือกได้ตามสบายจ้ะ”
“คุณยายเห็นจูจูด้วยหรือคะ ?”
“เห็นสิจ้ะ ยายโชคดีที่ได้เจอกับเซียนน้อยและหนูนะจ้ะ ท่านเซียนน้อยก็ตามสบายหล่ะ”
“จ้ะท่านยาย”
จูจูกับเนตรดาวใช้เวลาดูสินค้าในร้านแต่ก็ไม่พบสิ่งที่ถูกใจ สักพักคุณยายที่หายไปหลังร้านก็ถือกล่องไม้เดินออกมาเรียกเนตรดาวให้เดินมาหาตน
“หนูจ้ะ ยายมีของจะมาเสนอขายให้”
“อะไรหรือคะคุณยาย”
“นี่คือกำไลหยกเจ็ดสี เป็ของสะสมของบรรพบุรุษของยายเอง หนูสนใจซื้อหรือเปล่าจ้ะ”
“นี่มันกำไลสรรพสิ่งนี่ขอรับท่านยาย”
“ท่านก็รู้จักอย่างนั้นหรือท่านเซียนน้อย ใช่จ้ะนี่คือกำไลแห่งสรรพสิ่ง ยายเสนอขายให้แม่หนูในราคาไม่แพงแม่หนูสนใจไหมจ้ะ”
“เอ่อ คือ กำไลสวยมากเลยค่ะคุณยาย แต่ว่ากำไลนี้เป็ของบรรพบุรุษไม่ใช่หรือคะถ้าคุณยายนำมาขายให้หนูจะไม่ดีมั้งคะ”
“ไม่ดีอย่างไรกัน เป็เื่ดีต่างหากหล่ะกำไลวงนี้มันตามหาเ้าของมานาน เมื่อคืนนี้บรรพบุรุษของยายมาเข้าฝันบอกว่าวันนี้จะมีเซียนน้อยนำเ้าของกำไลมารับคืน นั่นก็คือหนูนั่นเอง หนูช่วยรับซื้อกำไลวงนี้ด้วยนะจ้ะ”
“เอ่อ….”
“พี่สาวรับซื้อเลยจ้ะ กำไลวงนี้มีกลิ่นไอเทพเซียนของพี่สาวติดอยู่ด้วย หนูรับรองได้ว่ากำไลวงนี้เป็ของพี่สาวจริงๆ"
“ถ้าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ คุณยายจะขายให้หนูในราคาเท่าไรคะ?”
“กำไลวงนี้ไม่สามารถนับมูลค่าได้ แต่ยายจะขายให้หนูในราคาหนึ่งพันบาท แต่มีข้อแม้ว่าหนูต้องสวมใส่มันตลอดเวลาแม้แต่ตอนทำธุระส่วนตัวก็อย่าได้ถอดเป็อันขาด กำไลวงนี้จะเสริมโชคชะตาให้กับหนูส่วนวิธีใช้ให้หนูหยดเืลงไปในกำไลวงนี้ กำไลวงนี้มีความวิเศษคล้ายกับกำไลหยกของเซียนน้อย ยายขอให้หนูเก็บสะสมสิ่งที่จำเป็ไว้ในกำไลนี้เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้อื่นในดินแดนอันไกลโพ้น ท่านเซียนน้อยคงสามารถจะแนะนำแม่หนูได้”
“ขอบคุณค่ะคุณยาย หนูรับซื้อกำไลวงนี้ค่ะ”
เนตรดาวจ่ายเงินซื้อกำไลหยกเจ็ดสีจากนั้นจึงนำมาสวมไว้ที่ข้อมือ ทันใดนั้นเนตรดาวรู้สึกอบอุ่นคุ้นเคยคล้ายกับรู้จักกำไลวงนี้มาแสนนาน กำไลสรรพสิ่งตอบสนองหญิงสาวโดยการปล่อยความอบอุ่นออกมาจากกำไล เนตรดาวมองดูกำไลวงนี้ด้วยความสนใจก่อนที่จะเงยหน้ามองคุณยายเ้าของร้าน แต่กลับพบว่าร้านค้าที่ตนเองยืนอยู่นั้นบัดนี้เป็เพียงศาลาที่นั่งที่ติดกับศาลเ้า
“อ้าว! แล้วร้านค้าอยู่ที่ไหน แล้วทำไมเรามาอยู่ตรงนี้กันหล่ะจูจู”
“ท่านยายมาเพียงเพื่อมอบกำไลให้กับพี่สาวจ้ะ ตอนนี้ก็เสร็จสิ้นภารกิจท่านยายก็กลับ์ไปแล้วจ้ะ”
“โอ้ ! อย่างนี้นี่เอง เราไปหายัยพิมพ์กันเถอะ ถ้าถึงบ้านแล้วเรามาคุยกันเื่กำไลวงนี้กันนะจูจู”
“จ้ะพี่สาว”
เนตรดาวเดินมาหาพิมพ์รักที่นั่งพักขาอยู่ที่หน้าร้านขายของจากนั้นจึงชักชวนกันกลับไปที่รถเพราะคณะครูประกาศเรียกแล้ว เมื่อขึ้นมานั่งประจำที่ครบทุกคน รถทัวร์ทั้งสองคันก็มุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพมาหนคร
“นี่ยัยหลิน เธอซื้ออะไรจากร้านขายเครื่องประดับของคุณยายคนนั้นหล่ะ?”
“อ๋อ! ฉันได้กำไลหยกเจ็ดสีมาหล่ะ นี่ไง สวยมั๊ย?”
“กำไลอะไรของเธอ นี่เธอเล่นตลกกับฉันเหรอ แขนเธอไม่มีกำไลสักวงจะเอามาให้ฉันดูอะไรกัน”
“อ้าว! นี้ไง กำไลหยกเจ็ดสี เธอไม่เห็นเหรอยัยพิมพ์”
“เธอนี่ถ้าจะบ้าจริง ๆ ยัยหลิน นี่ฉันมีเพื่อนเป็คนบ้าหรือเนี่ย เฮ้อ! ฉันจะเล่นเกมโทรศัพท์ดีกว่าไม่สนใจเธอแล้ว”
“อ้าว ! อะไรกันเนี่ย”
“พี่สาวจ๋า ไม่มีใครเห็นกำไลเซียนของพี่สาวหรอกจ้ะ มีเพียงพี่สาวกับหนูเท่านั้นที่สามารถมองเห็นมันได้ เพราะกำไลนี้เป็ของวิเศษเมื่อกลับไปถึงบ้านหนูจะบอกวิธีใช้งานของมันนะจ้ะ”
“อย่างนี้นี่เองขอบใจนะจูจู”
“ไม่เป็ไรจ้ะ ถ้าอย่างนั้นหนูขอตัวไปตามติดชีวิตรักของครูโจ้กับครูหวานต่อนะจ้ะ”
“เฮ้อ! นี่ก็อีกคน ซุกซนเื่ชาวบ้านซะจริง ๆ”
*********************