Gashapong Cupid เมื่อผมสุ่มกาชาเเล้วได้เป็นกามเทพ

    บทที่ 40

    18.00 น. ณ สถานีตำรวจกลางเมืองกรุง หญิงสาวสองคนกำลังคุยปรึกษากับตำรวจ และทนายความอย่างเคร่งเครียดจริงจัง แน่นอนว่าทั้งสองคนนี้ก็คือเมล่อน และมิลค์ที่มาให้ปากคำกับตำรวจเรื่องเหตุการณ์ร้ายที่เกิดขึ้นกลางงานแสดงสินค้า“คุณตำรวจต้องจัดการเรื่องนี้ให้ถึงที่สุดนะคะ พวกเราเป็นแค่ประชาชนธรรมดาจะให้ไปต่อสู้กับมาเฟียแบบนั้นคงเป็นไปไม่ได้แน่ นี่ก็ถูกโทรศัพท์ข่มขู่มาตั้งสองสาย ดิฉันกลัวจริงๆว่าพวกเราจะตายก่อนคดีนี้จะสิ้นสุด” มิลค์ในชุดพิธีกรสีแดงสดเน้นย้ำกับเจ้าหน้าที่ตรงหน้าผู้บันทึกคำให้การ“เรื่องนี้คุณสบายใจได้นะครับ เพราะท่านผบ.ทบ.รับดูแลคดีนี้ด้วยตัวท่านเอง อย่างตอนนี้ท่านก็กำลังเจรจากับผู้ใหญ่มากมายให้ช่วยเรื่องนี้อีกแรง รับรองได้ว่าหากท่านลงมือแล้วต้องสำเร็จแน่นอน ส่วนเรื่องความปลอดภัยของพวกคุณ ทางเราได้เตรียมตำรวจนอกเครื่องแบบกับเซฟเฮ้าส์เอาไว้แล้วเช่นกัน” สารวัตรหนุ่มให้คำยืนยันกับสองพี่น้องอย่างหนักแน่น“ทางลูกความของผมก็เข้าใจว่าคุณตำรวจให้ความสำคัญกับคดีนี้มากนะครับ แต่ก็อดที่จะกลัวไม่ได้เพราะฝ่ายของเสี่ยตงน่ะเป็นมาเฟียที่มีอิทธิพลระดับประเทศเลย ถึงขนาดได้รับตำแหน่งประธานหอการค้าออกหน้าออกตาทั้งที่ใครๆก็รู้ว่าเขาทำธุรกิจสีเทา ขนาดสำนักงานทนายความของผมยังต้องกังวลไปด้วยเลย” ทนายความวัยกลางคนกล่าวขยายความว่าเรื่องที่พวกเขาพบเจอมันร้ายแรงถึงชีวิตจริงๆ“แต่ว่าพวกเด็กๆจากมูลนิธิดิฉันกลัวว่าพวกเขาจะไม่ปลอดภัยด้วยเหมือนกัน ทั้งที่เป็นเด็กที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่พวกเขาก็ช่วยฉันไว้ คุณตำรวจต้องปกป้องพวกเขานะคะ” เมล่อนที่นั่งเงียบมานานเพราะพี่สาว และทนายความของเธอเป็นฝ่ายกดดันตำรวจเสียมากกว่า แต่ตอนนี้สำหรับเธอแล้วเป็นห่วงความปลอดภัยของพวกเด็กๆมากกว่า“เอิ่ม...เรื่องนั้นก็ไม่ต้องเป็นห่วงครับ ทางตำรวจจะประสานงานคุ้มกันไปให้ถึงหมู่บ้านบนดอยเลย แล้วยังจะเพิ่มการรักษาความปลอดภัยหมู่มากขึ้นอีกด้วย ว่าแต่ทางคุณผู้หญิงมีเบาะแสของผู้ชายสองคนที่ช่วยคุณเพิ่มเติมบ้างไหมครับ? อย่างคลิปวิดีโอที่เขามีพวกเราก็อยากได้เป็นหลักฐานเพิ่มเติมด้วย” ตำรวจกล่าวถามย้ำเกี่ยวกับกร และเดวิดซึ่งไม่มีหลักฐานใดสามารถระบุตัวตนของพวกเขาได้เลย เมื่อได้ยินอย่างนั้นเมล่อนก็ก้มหน้าเศร้าทันที ไม่ใช่เพราะว่าเธอเสียใจอะไรแต่ต้องการปิดบังพิรุธไม่ให้เผยออกมา ทั้งที่เธออยากจะประกาศออกไปแทบขาดใจ ว่าคนที่ช่วยเหลือเธอนั้นเป็นบาทหลวงที่น่านับถือเพียงใด อย่างไรก็ตามพลังเหนือมนุษย์ที่ทั้งสองได้แสดงออกมา ก็อาจจะนำปัญหาสู่พวกเขาในอนาคตได้ การเลือกที่จะปิดบังว่าไม่รู้จักไม่ได้พูดคุยกับสองคนนั้นจึงเป็นเรื่องที่เหมาะสมที่สุดในเวลานี้ แต่ก็ยังมีสิ่งหนึ่งที่เธอไม่แน่ใจก็คือ พวกเด็กๆจะสามารถโกหกปิดบังเรื่องสองคนนั้นได้หรือไม่ นั่นจึงเป็นสิ่งที่เธอกังวลมากกว่าเสียอีก เมล่อนจึงทำได้เพียงแต่เบี่ยงประเด็นเท่านั้น ณ สนามยิงธนูต่างมิติ กรในชุดวอร์มกำลังวิดพื้นอย่างยากลำบาก และไร้ซึ่งเรี่ยวแรง แม้ว่าเขาจะมีร่างกายครึ่งเทพแต่การใช้งานที่หนักจนไม่ได้หยุดพักก็ทำให้เขาอ่อนล้ามากเช่นกัน สีหน้าของกามเทพฝึกหัดในตอนนี้จึงย่ำแย่เป็นอย่างมาก แตกต่างจากกามเทพระดับเจ็ดที่นั่งไขว่ห้างเล่นโซเชียลฯอย่างสบายอยู่ข้างๆ“เฮ้ๆๆ พ่อฮีโร่จอมยุทธ์แห่งแก๊งค์หมวกฟางทำไมคุณถึงอ่อนปวกเปียกอย่างนี้ล่ะ ไม่ไหวๆแล้วอย่างนี้จะหยุดกระสุนด้วยมือเปล่าได้ยังไง ไม่สิแค่จะมองกระสุนที่ออกมาจากปลายกระบอกปืนยังมองไม่ทันเลยด้วยซ้ำ” ถังลู่ที่อ่านข่าวของกรไปก็พูดเหน็บแนมไปด้วย ทั้งนี้ก็มาจากปัญหาที่กรก่อขึ้นแล้วเขาที่เป็นหัวหน้าจะต้องตามล้างตามเช็ดนั่นเอง“มะ...เมื่อไร...คุณถัง...จะให้ผม...หยุด...สักที” เสียงติดขัดของกรกล่าวออกมาในขณะที่เขายังคงวิดพื้นต่อเนื่องไปไม่ได้หยุด แม้ว่าจะทำได้ช้ามากก็ตามที“คุณกร! ถ้าคุณอยากจะแข็งแกร่งน่ะต้องก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองให้ได้นะ ถึงจะต้องวิ่งวันละ 10 กิโลเมตร ซิทอัพ 1000 ครั้ง วิดพื้น 1000 ครั้ง สควอร์ท 1000 ครั้งต่อวันจนผมร่วงหมดหัวก็ต้องทำ เพื่อความแข็งแกร่งนะจำเอาไว้ ยิ่งเราลงมาเป็นทูตสวรรค์ที่คอยช่วยเหลือผู้คนเป็นฮีโร่พลังเทพเจ้าแล้วจะอ่อนแอไม่ได้” ผู้ดูแลโบสถ์ยังคงตอกย้ำการเป็นฮีโร่กับกามเทพหนุ่มไม่หยุดอย่างหน้าตาเฉย“ผม...รับเควส...เผยแผ่...ศรัทธา...ต่างหากล่ะ” กรยังคงวิดพื้นต่อ และฝืนตอบกลับมาอย่างอดทน“แหมๆๆ นั่นก็แค่ชื่อเควสสวยหรูที่พวกส่วนกลางมันคิดขึ้นเล่นๆเท่านั้น จริงๆแล้วมันคือเควสแก้ตัวสำหรับเทพที่ทำงานพลาดจนแต้มติดลบแค่นั้นแหละ อีกอย่างรูปแบบเควสย่อยทั้ง 6 รวมถึงมาตรฐานการประเมินนั้นขึ้นอยู่กับผู้ดูแลโบสถ์แต่ละสาขาจะเป็นคนกำหนด แน่นอนว่าชะตาของคุณนั้นขึ้นอยู่กับผมนะคุณกร” ถังลู่หันมาจ้องมองสีหน้าซีดเซียวของกรด้วยรอยยิ้ม อย่างกับว่าเขาชอบการที่เห็นคนอื่นทุกข์ทรมานอย่างไรอย่างนั้น“ว่า...ไง...นะ!!!” แม้กรจะรู้อยู่แล้วว่าถังลู่จะเป็นคนประเมินผลเควสย่อยในครั้งนี้ แต่เมื่อต้องมาถูกทรมานนอกเหนือหน้าที่แบบนี้เขาก็รู้สึกเจ็บปวดใจจริงๆ วันเวลาผ่านพ้นไปไวเหมือนโกหก ในที่สุดงานแสดงสินค้านานาชาติก็มาถึงวันสุดท้าย แม้ว่าจะเกิดเรื่องอื้อฉาวร้ายแรงกับประธานการจัดงาน แต่นั่นก็เป็นเพียงเรื่องส่วนตัวงานในครั้งนี้จึงสามารถจัดต่อไปได้ แน่นอนว่าข่าวเลวร้ายที่แพร่สะพัดไปในโซเชียลมีเดีย ก็ส่งผลต่อจำนวนผู้เยี่ยมชมงานที่ลดลงไม่น้อย ยิ่งโซนการจัดงานที่เกิดเรื่องเป็นโซนบูธราคาถูกที่อยู่ไกลจากโซนหลัก ซึ่งเต็มไปด้วยมูลนิธิต่างๆที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม การช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส รวมถึงศาสนาน้อยใหญ่มากมาย เมื่อเกิดวิกฤตศรัทธาขึ้นในโซเชียลมีเดียจึงแทบจะกลายเป็นกระแสแอนตี้โซนนี้ทั้งโซนเลยก็ว่าได้“คนน้อยจังเลยน้า น่าเบื่อจัง” บาทหลวงฝึกหัดคนหนึ่งกล่าวขึ้นมากับเพื่อนอย่างเซ็งๆ“ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ จะได้ไม่ต้องพูดจนคอแห้งน่ะ” บาทหลวงหนุ่มอีกคนพูดเสริมขึ้นอย่างดีใจ“ดีกับผีสิ นี่เท่ากับว่าเรามาเหนื่อยเปล่าไม่ใช่รึไงยะ เรานั้นเป็นผู้เผยแผ่ความศรัทธาแต่การที่ไม่มีใครรับฟังคำพูดของเรามันก็ไร้ความหมาย” แม่ชีสาวหนึ่งเดียวในกลุ่มกล่าวแทรกขึ้นด้วยความโมโห“เฮ้อ! เพราะไอ้เสี่ยนั่นทำให้พวกเราพลอยเสียชื่อไปด้วยซะงั้น ทั้งที่โบสถ์พวกเราไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเลยสักนิด จริงไหมครับคุณกร” นักบวชอ้วนบ่นออกมาพร้อมกับหันไปถามกามเทพหนุ่มในคราบนักบวชที่นั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่“ฮะ! เอ่อ อ่าใช่ครับ เป็นอย่างนั้นแหละ พวกเราไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องแม้แต่น้อย” กรรีบตอบกลับไป แม้ว่าจะไม่ได้ตั้งใจฟังแต่ก็พอรู้ใจความบทสนทนาบ้าง แต่ในขณะที่พวกเขาเหล่านักบวชกำลังพูดคุยเล่นกันอยู่นั้น จู่ๆพวกเขาก็สามารถสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่มาจากด้านหลังได้อย่างชัดเจนพร้อมเพรียงกัน ซึ่งเหมือนกับว่าทั้งห้าคนจะคุ้นเคยกับความรู้สึกขนลุกสยดสยองนี้เป็นอย่างดี และหันกลับไปมองพร้อมๆกันด้วยสีหน้าห่อเหี่ยว“พวกคุณมาที่นี่ก็ได้เบี้ยเลี้ยงนะครับ กรุณาตั้งใจทำงานกันด้วย!” เดวิดกล่าวขึ้นมาพร้อมด้วยสายตาพิฆาตอันน่าขนลุก ซึ่งทำให้เหล่าหนุ่มสาวรีบลุกขึ้นยืนทันทีโดยอัตโนมัติ“เชิญเข้ามารับชมรับฟังก่อนได้นะครับ การเปิดใจรับฟังทวยเทพจะนำพาท่านสู่หนทางแห่งความสุข!!!” และนักบวชทั้งห้าก็ออกมายืนแจกใบปลิว พร้อมตะโกนเรียกผู้สนใจด้วยเสียงดังอย่างกระตือรือร้น แต่ในขณะนั้นเองหญิงสาวสวมหมวกแก๊ป และแว่นตาดำก็เดินตรงเข้ามาที่บูธของโบสถ์อย่างรวดเร็ว ซึ่งก็เรียกความสนใจจากเหล่านักบวชทั้งหมดจนต้องหยุดเสียงป่าวประกาศเมื่อครู่ไปทันที“คุณมีปัญหาอะไรรึเปล่าครับ?” เดวิดผู้เป็นหัวหน้างานยังคงยืนอยู่ที่เดิม และเขาก็เป็นคนทักทายคนแปลกหน้าท่าทางลับๆล่อๆที่เดินเข้ามาหา“สวัสดีค่ะบราเตอร์เดวิด ไม่ได้เจอกันหลายวันสบายดีไหมคะ?” หญิงสาวกล่าวทักทายแต่เธอก็ยังคงก้มหน้าก้มตาอยู่“เอ๋! คุณคือ...” เทพหมอนั้นเหมือนว่าจะจำเธอได้ และกำลังจะถามย้ำให้แต่ใจ แต่เธอก็พูดขัดขึ้นมาเสียก่อน“ฉัน...มาหาคุณ...บราเตอร์กรน่ะค่ะ”