ศรันย์รู้สึกตัว จากการได้ััลมหายใจของรัตนาวดี ที่หอมกลิ่นสาว และเส้นผมที่ยาวมาคลอเคลียหน้าของตนมือซ้ายข้างที่ว่างก็คว้าจับไปถูกร่างกายรัตนาวดี บางส่วน เ้าตัวสะดุ้งด้วยความอาย เหมือนรู้ใจศรันย์ว่า้าหาอะไร มือข้างหนึ่งยังคงประคองศีรษะให้หนุนตักของตน ส่วนอีกมือหนึ่งก็ก้มเอื่อมหยิบฝักดาบ จนหน้าอกเกือบถูกหน้าศรันย์ แล้วส่งฝักดาบให้ศรันย์ ผู้รับ ขอบคุณด้วยความอาย หน้าแดง จากนั้นก็เก็บคมดาบมารทมิฬเข้าฝักอย่างปลอดภัย แล้วพยุงตัวลุกขึ้นนั่งด้วยความอาย แต่ก็เคลิบเคลิ้ม ด้วยกลิ่นสาว แม้ รัตนาวดีจะดึงศีรษะให้นอนเหมือนเดิม แต่ศรันย์ ก็ฝืนยันตัวขึ้นนั่ง รวมสมาธิใช้ปรารณมารทมิฬเพื่อรักษาแผลด้านหลังให้หายเร็วมากขึ้น รัตนาวดี เฝ้ามอง ปราณสีดำแดงที่แพร่กระจายออกจากตัวศรันย์ อย่างสนใจ บริเวณแผลด้านหลัง เหมือนเกิดไฟเล็กๆตามาแ จากนั้นไฟก็ดับลง พร้อมแผลมี่ดูแห้ง แม้แต่ที่ใบหน้าใต้คิ้วก็ดูแห้ง แล้วเกิดเป็รอยแผลเป็ยาวประมาณ 10 เิเ
ศรันย์ : ขอบคุณเธอมากนะ รัตนาวดี ที่ช่วยดูแลเราเมื่อกี้ พวกโจรนั้นตอนนี้หนีไปแล้ว ถ้าเจอพวกนั้นอีกคงได้สู้กันจนตายกันไปข้างหนึ่งแน่ๆ เธอหายกลัวบ้างรึยัง
รัตนาวดี : เราตอนนี้สบายดีแล้ว แล้วถ้ารันจะนอนต่อก็ได้นะเราจะดูแลให้เอง อีกซักพักกว่าจะถึงหมู่บ้านแห่งเหล็ก พักก่อนก็จะดีกว่า แผลเธอยังเต็มตัวอยู่เลย
ศรันย์ : แผลพวกนี้ ส่วนใหญ่เกิดจากปราณดาบ ถ้านอนเฉยๆจะหายช้า ดังนั้น ต้องใช้ปราณช่วยขับพิษปราณออกจากแผลด้วยถึงจะหายเร็ว
เพิ่ม : อย่าง ที่รันพูดนั้นแหละรัตนาวดี เค้าต้องใช้ปรารณมารทมิฬช่วยขับปารณดาบออกจากแผลที่ยังแฝงอยู่
เอ้ารับ
เพิ่ม : ที่ควบคุมรถม้าด้านหน้า โยนขวดแก้วหนาภายในบรรจุ เหล้าหมักดีกรีแรงให้ศรันย์รับอย่างแม่นยำ
จากนั้นเปิดจุกไม้ก๊อกที่แน่น ออก จากนั้นก็ยกดื่ม เมื่อเหล้าเข้าปาก ผ่านลำลำคอลงสู่กระเพาะ ด้วยดีกรีที่แรง หลังรู้สึกร้อนวูบวาบ พลังลมปราณ รู้สึกไหลเวียนได้ดั่งใจนึก รัตนาวดี เอ่นทักจะดีรึ าเ็อยู่แต่ดิ่ใเหล้าแรงๆขนาดนี้
ศรันย์ : เราไม่เป็ไรหรอก ตอนนี้เืลมเดินได้สะดวกทีเดียว ขอบคุณครับน้าเพิ่ม
เพิ่ม : ไม่ต้องขอบคุณหรอกนั้นก็เหล้าของเอ็งนั้นแหละ รับเนื้อแห้งรมควันไปด้วย กินซะ หน่อย
ศรันย์ รับก้อนเนื้อที่แม้จะเย็นแล้ว แต่ก็ยังมีกลิ่นหอมชวนกินอยู่ จากนั้นก็แบ่งครึ่งงหนึ่งให้รัตนาวดี ห่อใส่ในใบตองที่รับมา เธอกินซะหน่อยเถอะ เพราะระหว่างทางน่าจะอีกไกล
รัตนาวดี : ขอบใจนะ เรายังอิ่มอยู่เลย จากเสบียงที่น้าเพิ่มแบ่งงมาให้ แล้วเธอหายเจ็บแผลรึยัง
ศรันย์ : แผลภายนอกสมานกันดีแล้วจากเวทย์รักษของน้าเพิ่ม เหลือปราณดาบที่ยังค้างอยู่ที่แผลนิดหน่อย ตอนนี้ก็ใช้ปราณมารทมิฬของเราช่วยขับออก รู้สึกดีขึ้นมาก
นายห้างโรม : ตอนนี้การขุดขยายอุโมงค์ ไปถึงไหนแล้วนะเพิ่ม
เพิ่ม : ก็รออัญมณีอำพันที่เป็แหล่งพลัง ของนายห้าง นี่แหละ ถ้าะเิก้อนที่มีปัญหานี่ได้แล้วขนออกก็กว้างพอให้เดินได้ทีละหลายๆคนแล้ว
นายห้างโรม : ก็ช่วยไม่ได้นี่หว่า ถ้าไม่ใช่พวกเอ็งมาช่วย ป่านนี้ก็คงตายกันหมดแล้ว อัญมณีอำพันก็คงหายจมดินไปกับตัวข้าเองด้วย
เพิ่ม : ตอนนี้ก็เหลือแต่เตรียมของขนย้ายเท่านั้น พวกผมฝากกับทางบดินทร์ ช่วยดำเนินการเื่ที่ดินทำกินกับอาณาจักรพฤกษาไว้แล้ว เพราะที่อาณาจักรนั้น้าประชากรมากขึ้น พื้นที่ในการเพาะปลูก ยังเหลืออีกมากมาย ที่ยังว่างอยู่ รวมถึงขาดช่างฝีมือที่ทางหมู่บ้านแห่งเหล็กของเรามีมากมาย
นายห้างโรม : แล้วอุโมงค์ที่ขุดไว้หลังย้านกันเสร็จแล้วจะทำยังไง ไม่เป็ทางที่พวกอาณาจักรกาปาจะเข้าไปโจมตีรึ
เพิ่ม : เื่นั้นก็คิดเผื่อไว้แล้วครับ แต่หมู่บ้านแห่งเหล็กเดิม มีทางเชื่อมการเดินเรือออกทะเล เป็แหล่งแลกเปลี่ยนสินค้าชั้นดี ก็คงจะใช้เป็ที่ติดค้ขาย แต่ก็จะมีการวางกำลังป้องกันตามจุดผ่านป้องกันการรุกรานจากพวกนั้น แต่คงตั้งหลักไม่ย้ายออกจากพื้นที่คงไม่ได้
เพราะทางอาณาจักรกาปาดูเอาจริงเอาจังกับการยึดครองหมู่บ้านแห่งเหล็กมาก หวังพึ่งกำลังจากอาณาจักรอื่นก็ไม่ได้เลย ยิ่งกองกำลังปราบมารยิ่งแล้วใหญ่ นอกจากไม่ปกป้องแต่ยังมาเบียดเบียนพวกเราอีก ไม่ใช่ก่อนที่พวกของสมา แต่มีมาก่อนหน้านั้นแล้วที่มาเอาเปรียบพวกเรา
ดีที่่ 20 ปีมานี่ได้ท่านทรนงช่วยเอาไว้หลายครั้ง แต่ตอนนี้ท่าก็ชรามาก รันเองก็ฝึกเพลงดาบได้ 2 ปีกว่าแม้เก่งกล้า แต่ก็ไม่ได้ขนาดต้านพวกอาณาจักรกาปาได้ทั้งหมด
นายห้างโรม : เมื่อ 20 ปีก่อนมันก็ยึดเมืองหน้าด่านที่ท่าน "อารัทธ์-หัสยา" เคยเฝ้ ได้แล้ว ก็ถือเป็ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่มากนะ เมืองนั้นเมื่อก่อน เจริญน่าอยู่มาก มาตอนนี้เป็เมืองร้างให้พวกโจรใช้เป็ค่ายโจรจนพวกเราเกือบตาย
นายห้างโรม : คุยกันเพลินก็ถึงหมู่บ้านแห่งเหล็กแล้วรึนี่
ผู้ใหญ่สรรค์ ซึ่งปกติจะคอยนั่งเฝ้่าบริเวณ ศาลาก่อนประตูเข้าหมู่บ้าน สังเกตุเห็นขบวนรถมาพ่วงแต่ไกล จำคนควบคุมบนม้าไดคือเพิ่ม ก็ดีใจสั่นกะดิ่งสัญญาณเรียกผู้ช่วยเพื่อจ่ายงาน เตรียมต้อนรับคณะพ่อค้า ซึ่งเป็ช่งเวลาพระอาทิตย์ตกดินพร้อมกับกลุ่มคณะขยายอุโมงค์ กลับจากเลิกงานและพรุ่งนี้เป็วันหยุดงาน จึงเตรียมจัดการสังสรรค์ พอดีทั้งอาหารและเครื่องดื่ม ที่ปกติศรันย์จะเตรียมไว้สำหรับการซื้ออยู่แล้ว จึงไปรับมาเตรียมงานไว้ หลายลังไม้ ยายณีเตรียมอาหารไว้แล้วอย่างเหลือเฝือ ขบวนเคลื่อนมาอย่างไม่รีบเร่ง ลูกน้องของนายห้างโรม ที่ติดตามมาด้วย เป็ ชาย 2 คน หญิงสูงวัย 1 คน ลูกน้องชาย คอยดูแลรถม้าท้ายขบวน เพิ่มที่เห็นผู้ใหญ่สรรค์ แต่ไกลก็โบกทวนผูกผ้า เป็สัญลักษณ์ให้รู้
ผู้ใหญ่สรรค์ดึงธงที่ติดเชือกต่อกับหลังคาให้หมุนเป็การตอบรับ พอถึงทุกหน้าประตูเข้าหมู่บ้าน ก็กล่าวทักทายกันสนุกสนาน ชาวบ้านหลายคนช่วยพยุงศรันย์ลงจากรถม้าประคองลง ศรันย์ค้ำยันด้วยดาบ เดินกลับบ้านพร้อมม้าของตนที่ลากรถ เพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ขาดสกปรกทั่วตัว รัตนาวดี สาวสวยรีบวิ่งไปประคองศรันย์อย่างไม่สนสายตา ผู้คนที่มองด้วยความสวยของเธอ พร้อมอิจฉาศรันย์ที่มีคนสวยคอยดูแล
รัตนาวดี บอกกล่าว นายห้างโรม ว่าจะไปส่งศรันย์ แล้วเดินต่อไปอย่างไม่รอคำตอบจากบิดา น้องแป้งเอมยิ้ม เดินตาม ชายหญิงอย่งอารมณ์ดี หมาขนฟูวิ่งตามคอยดักหน้าดักหลัง มันวิ่งคอย ดมกลิ่มศรันย์ อย่างดีใจ เพราะมาหาศรันย์ทีไรจะอิ่มท้องทุกที
ชาวหมู่บ้านต่างดีใจในการกลับมา แต่รู้สึกเสียใจที่เพิ่มและศรันย์ถูกหลอกออกไปจากโจรและคนรู้จักที่คุ้นเคบเห็นหน้ากัน แม้จะมีเื่กันมาก่อน ก็ไม่คิดว่าจะถึงกับฆ่ากัน
ผู้คนชาวบ้าน จัดเตรียมพื้นที่ต้อนรับคณะพ่อค้าอย่างเป็กันเอง สนุกสนาน ลูกน้องที่มา นายห้างโรม ทั้ง 3 คน
ต่างช่วยเหลือกันเป็ลูกมือ จัดเตรียม ห้องในโรงแรมของศรันย์ เสร็จแล้วก็มาช่วยเหลือชาวบ้านจัดงานต่อ
นายห้างโรม ถามถึงรัตนาวดี จากผู้ติดตามหญิง ผู้ติดตามหญิง บอกกล่าวว่า แม้จะอยู่กับศรันย์ แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรที่ไม่เหมาะสม แถมมีหนูแป้งคอยกันท่าอีกคน พร้อมหมาวิ่งเล่นไปทั่ว ซึ่งทั้ง 2 ต่่างเล่นสนุกกับเด็กและหมาอย่างสนุกสนาน จนลืมพักผ่อน แต่เหมือนซักพักก็คงมาร่วมวงกับชาวบ้าน
จวนได้เวลาเกือบมืด สุราาหมักบ่มอย่างดี หอมฟุ้งทั่วหมู่บ้าน ด้วยแรงลม พร้อมกลิ่นเนื้อหมักย่าง พร้อมต้มซุปกลิ่นหอมฟุ้ง ชาวบ้านหลายคนเริ่มล้อมวงเข้ามา ชาวเหมืองนักขุดนำโดยเพิ่มเมื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อแล้วก็เข้ามาร่วมวง ผู้ใหญ่สรรค์ เว้นที่นั่งหัววง แสดงถึงตำแหน่งคนสำคัญไว้ แต่ไม่ได้มีไว้ให้ใครแม้นายห้างโรม
จนปรากฎชายชราท่าทางสง่ามงาม ผมยาวสีขาวถูกโพกคาดที่หน้าผากด้วยผ้าสีขาวาเก่าๆ มาด้วยชุดสีเทาดูสะอาด เดินมานั่งยังตำแหน่งที่เว้นว่างไว้โดยเฉพาะ ผู้นั้นคือ ทรนง มารไร้ปฐีผู้เป็อาจารย์ของศรันย์ และคอยดูแลปกป้องชาวหมู่บ้านแห่งเหล็ก มาตลอด 20 กว่าปี ชาวบ้านและทุกคนในวงสังสรรค์แสดงความเคารพต่อชายชราอย่างดีใจที่มาเยือนหมู่บ้าน
ศรันย์ เดินเข้าหาอาจารย์อย่างยิ้มประจบ พร้อมไหสุราพิเศษอย่างดี เทใส่ถ้วยกระเบื้องเคลือบที่เตรียมไว้พิเศษเฉพาะ กลิ่นหอม แต่แรงด้วยดีกรี ส่งให้ทรนง ผู้เป็อาจารย์ ก่อนรินใส่ถ้วยประจำตัวของผู้าุโกว่าในวงอย่างครบทุกคน ความประพฤตินี้เป็ที่รักต่อคนหมู่บ้านนัก เพราะศรันย์จะได้รับการเลี้ยงดูกจากคนในหมู่บ้านั้แ่เด็กเล็กๆ จึงมีความเคราพแก่ผู้ใหย๋กว่าตลอด ไม่เปลี่ยนแปลง แม้ตอนนี้จะเป็วีรบุรุษของหมู่บ้านแห่งเหล็กแล้วก็ตาม
ทรนง : เป็ไงบ้างรันเอ็ง ได้ยินมาว่าเจ็บหนักเกือบตายเลยนี่หว่า
ศรันย์ : ก็ได้ไม้ตายใหม่ที่อาจารย์เพิ่งสอนเลยเอาตัวรอดมาได้ แต่แผลก็สมานดีแล้วครับ
เพิ่ม : เหรียญสีทองพร้อมสร้อยนี้ ซึ่งมันเคลือบปิดบังเป็เหรีญตรา นายกองของสมาที่สวมใส่อยู่ตลอด
ผมเห็นสัญลักษณ์ของมันตรงกับมีดที่ตีตรา อาณาจักรนภา หวังว่าท่านทรนงผู้าุโ จะเข้าใจความหมายที่แท้จริง
ทรนง : สิ่งนี้ล้ำค่านักเกินกว่าที่พวกเราจะมีไว้ และเป็สิ่งเดียวที่ทำให้ข้าไม่คิดฆ่าพวกสมาั้แ่แรก
คงต้องเล่าถึงเื่นี้แล้วจะได้เข้าใจเหตุผล ทั้งที่พวกนั้นทำชั่วหลายครั้ง แต่ข้ายังไม่ลงมือกับพวกมัน
เหตุเพราะเื่ราวประมาณ 40 กว่าปีก่อน ตอนนั้น ข้าผูเป็ศิษย์สำนัก 5 ดาบ แห่งท่านเดช ปรมาจารย์สำนัก5ดาบรุ่นที่2 ข้าเป็ศิษย์คนรองจากพี่อาทร เ้าสำนัก 5 ดาบ รุ่นที่3 คนปัจจุบันที่ทุกคนรู้จัก
ครั้งนั้น ข้าผู้มั่นใจในฝีมือที่สูงส่ง มีชื่อเสียงด้วยอายุยังไม่ถึง 30 ผู้คนยกย่อง ทั้ง 4 อาณาจักร ออกปราบและปกป้องผู้คนมากมายหลายปี ฝีมือข้าแม้เป็รองพี่อาทร แต่ข้าชอบและนิยมชื่อเสียงเงินทองต่างจากผู้เป็ศิษย์พี่ที่สมถะ
อาจารย์ชื่นชมทั้งยังมอบดาบวิเศษให้ข้าและศิษย์พี่อาทร ตอนนี้สำนัก 5 ดาบเราเริ่มมีชื่อเสียงมากขึ้น มีศิษย์มากมายทั้ง 4 อาณาจักร รวมทั้ง อาณาจักรข้างเคียง
ข้าเข้าออกวังค์ทั้ง 4 อาณาจักรได้อย่างเป็กันเอง แทบจะไม่ต้องขออนุญาตจาก าาทั้ง 4 อาณาจักรเลย
ทุกท่านต่างเกรงใจข้าทั้งที่เป็คนสามัญ แต่ ก็จะมี2ท่านาาเท่านั้นที่ให้ความสำคัญแก่ข้าเป็พิเศษ
คือ 1.าาอิสสระแห่งอาณาจักร มหานาวา และ 2.าาสรชัช แห่งอาณาจักรนภา
มักเชิญให้ข้าเข้าไปเห็นความสะดวกสบายหรูหรา เพื่อให้ข้าเป็นักรบของอาณาจักรของตน เพราะทั้งคู่มีแผนการจะรวมอาณาจักรที่แต่เดิมเมื่อหลายร้อยปีก่อนเคยเป็อาณาจักรเดียวกันทั้ง 4 อาณาจักร แต่ข้าก็วางตัวเป็กลาง ตามคำสั่งสอนของอาจารย์เื่ที่ไม่ให้วุ่นวายเื่การปกครองของ 4อาณาจักร เพราะสำนัก5 ดาบ เน้นสร้างบุคคลากรเพื่อให้แต่ละอาณาจักรไปปกป้องกันเองเท่านั้น
ตามความตั้งใจของปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งสำนัก จากสายวิชาที่ดัดแปลงของ 3ผู้ไร้พ่าย3สหายผู้สันโดษท่องเที่ยวช่วยเหลือผู้คนอย่างอิสสะมากมายไร้สังกัด
ข้าก็ยังคงวางตัวปกติ ให้ความเคารพและช่วยเหลือทุกคนตามที่ร้องขอ ผ่านสำนักและส่วนตัว จนวันวันเข้าการชักชวนจากาาอิสสระก็ หายไป เพราะท่านได้ยอดฝีมือจากสำนักค่ายดาบแสง นาม “สุรีย์” ซึ่งเป็ถึงอดีตว่าที่ผู้สืบทอดสำนักค่ายดาบแสง ฝีมือล้ำเลิศเหนือข้ามากในตอนนั้น แต่เดิมสำนักค่ายดาบแสงก็ดัดแปลงจากวิชาจากผู้ไร้พ่ายพื้นฐานวิชาใกล้เคียวกันมาก ข้าก็เคยประลองกับ ”สุรีย์" หลายครั้ง ก็ไม่เคยเอาชนะได้เลยใน่แรก จนมาครั้งหลังๆ ที่พอจะมีฝีมือสูสีบ้าง
ข้ามัวใส่ใจเื่วรยุทธจนลืมเื่ความคิดของ 2 าาแต่เดิม จนมาวันหนึ่ง ก็เกิดเหตุการณ์ที่ข้าไม่คิดไม่ฝัน นั้นคืองานเลี้ยงฉลองการปราบประกายแสงกาปา ที่ยกกองเรือมาทางอาณาจักรมหานาวา ทางตะวันออกสำเร็จ โดยมีข้าเป็ผู้นำทัพ และมีสุรีย์ เป็ผู้ช่วย กองเรือประกายแสงกาปา ถูกทำลายก่อนถึงเขตชายฝั่งและท่าเรือ สุรีย์ ใช้เพลงดาบเพียง 3 กระบวนท่าก็ตัดเรือรบของอาณาจักรกาปาได้อย่างง่ายดาย
ข้าศึกหนีตายลอยน้ำ ก็ถูกตัดหัวเกลี้ยงทุกตัวตน ด้วยวิชาค่ายดาบแสงที่แต่เดิม สง่างามดูสูงส่ง น่าเกรงขาม ด้วยพลังปราณและกระบวนท่า แต่เมื่อ สุรีย์ ใช้กลับดูโเี้น่ากลัว ไร้ความปราณี ดูสนุกสนานไปกับการฆ่าฟันจากศัตรูที่ไร้โอกาสตอบโต้ เพียงแค่ยืนบนเศษไม้ที่ลอยบนทะเลด้วยปราณที่สูงส่ง ก็ตั้งหลักสังหารศัตรูกลางทะเลได้อย่างง่ายดาย
ข้าปะทะกับประกายแสงกาปา เป็นักดาบ 4 แขนตั๊กแตนเหล็ก แขนที่เป็ดั่งดาบเหล็กวิเศษ ว่องไวรวดเร็ว คมกริบ ข้าาเ็หลายแผลกว่าจะเอาชนะมันได้ ดาบข้าเร็วแต่ยังไม่เฉียบคมและโเี้พอในตอนนั้น เพียงหวังแค่ให้ศัตรูหมดทางสู้เพื่อเอาชนะเท่านั้น แต่การต้อสู้คั้งนั้นข้าต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่เพรือเอาตัวรอดจากประกายแสงผู้นั้น ความโเี้ดุดันถูกปลุกขึ้นจากจิตใจ เพื่อสังหารศัตรู
ตัวข้าาเ็ตามร่างกายมากมายหลายแผล ครั้งนั้นจึงได้รู้จักกับประกายแสงกาปา นักรบที่ถูกแต่งตั้งจากาากาปา แห่งเผ่าพันธ์ุลูกผสมอาณาจักรกาปา ที่ผสานวรยุทธและเวทย์มนต์ได้จนน่ากลัว
การจัดงานเลี้ยงในเวลาเย็น ได้เชิญ าาทั้ง อีกทั้ง 3 าา ได้แก่ าาแสงฟ้า อาณาจักรนภา าากุลนันท์ อาณาจักรทิพย์ศิลา ชยุตราอาณาจักรราชันย์ปฐี มาร่วมฉลองกันอย่างสนุกสนาน โดยมี าาอิสสระ อาณาจักรมหานาวา เป็เ้าภาพของงาน