“ไปไหนมาเหรอพิชญ์...แล้วนั่นเป็อะไรไป”ศรวัณถามเพื่อนที่ดูอารมณ์เสียสุด ๆ อย่างแปลกใจด้วยปกติไอ้เพื่อนของเขาคนนี้เป็คนแสดงออกทางด้านอารมณ์ไม่เก่งใบหน้าก็เลยนิ่งเรียบเสมอ ๆ เป็คนที่ควบคุมอารมณ์ได้ดีประมาณหนึ่งเขาแทบจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าอัครพิชญ์เคยโกรธใครจนมีหน้าตาและท่าทางดุดันอย่างตอนนี้เมื่อไหร่“ทำไมหน้าตาผมเผ้าถึงได้เหมือนกับคนไป...”
“หยุดพูดเลยมึง” อัครพิชญ์สวนกลับทันควันขณะปลายสายตากลับไปด้านหลังที่มีชายหนุ่มร่างสูงโปร่งเดินตามหลังมาพร้อมกับเสียงหัวเราะ
“มีอะไรหรือเปล่าพิชญ์” ศรวัณมองเลยผ่านร่างหนาสูงของเพื่อนไปยังชายอีกคนที่เดินยิ้มตามเข้ามา
“เปล่า ไม่มีอะไร”
ฟังเสียงอัครพิชญ์ตอบมาศรวัณก็รู้แล้วว่าจะต้องมีปัญหาแน่นอนเพียงแค่เพื่อนปิดปังเพราะไม่้าให้เขาไม่สบายใจแต่ทำอย่างกับไม่รู้นิสัยเขาแล้วอย่างนั้นแหละ ยิ่งปกปิดก็ยิ่งทำให้อยากรู้อยากสืบหาว่ามันเกิดอะไรขึ้น
“แน่ใจ กูไม่เคยเห็นมึงเป็แบบนี้เลยนี่หว่าหรือมึงโดนใครเหยียบหางมาล่ะ”
“กูไม่ใช่หมา แต่แค่ถูกลูกหมาอยากโตเป็หมาเต็มวัยอยากโดนกูเตะอัดให้ซี่โครงหัก มันก็เท่านั้น”
คำตอบของเพื่อนทำให้ศรวัณรู้ว่าอัครพิชญ์หงุดหงิดอย่างแรงเขามองสบตากับพี่คายที่นั่งนิ่งเงียบก่อนจะมองเลยไปยังผู้ชายตัวเล็กที่เขายังไม่รู้จักชื่อคนที่น่าจะเป็ต้นเหตุให้เพื่อนผมอารมณ์เสียด้วยความสนใจ
“อ๋อ...เหรอ”
“มึงจะป่วนกูทำไม” อัครพิชญ์พูดด้วยความหงุดหงิดขณะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้พลางยื่นมือไปจะหยิบองุ่นในจานตรงหน้าศรวัณมากินทว่า...
“เฮ้ย! แมวนี่มาจากไหน”อัครพิชญ์ถามเพราะเมื่อเขายื่นมือไปจะหยิบองุ่นมากินกลับถูกมือสีขาวตะปบเอา
“แมวกูเองแหละ เพิ่งงอกมาสด ๆ ร้อน ๆก่อนมึงมาไม่ถึงห้านาที” ศรวัณยกเ้าซีโร่ขึ้นมาชูต่อหน้าอัครพิชญ์ “เป็ไงน่ารักใช่ไหม”
“น่ารักเหมือนคนอุ้ม”
“ฮึ!”อัครพิชญ์ปรายสายตาไปมองคายที่พูดเสียงเบาแต่เขากลับได้ยินอย่างชัดเจนที่มันทำให้เขาหงุดหงิดจนเอ่ยออกไปว่า “มึงนี่มัน...ถูกเขาหลอกยังไม่รู้ตัวอีก”
“ใครจะเก่งเหมือนพี่ล่ะ ผมแค่หยอกเล่นนิดเดียวโมโหจนหน้าดำหน้าแดงไปหมด...สวัสดีครับพี่ ผมชื่อทีโลเป้นะครับเป็ญาติลูกพี่ลูกน้องห่าง ๆ ฝั่งพ่อพี่คาย”
“มาทำไม”
“แม่บอกมาแล้วไม่ใช่หรือไง ให้ผมมาอยู่กับพี่สักระยะหรือพี่จะไม่ต้องรับผม อ๋อ...ใช่สิ มีคนใหม่แล้วก็เลยไม่้าผมใช่ไหมล่ะใช่สิผมมันเก่าแล้วนี่”
ศรวัณบอกไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงได้แปลก ๆในหัวใจเหมือนมีหนอนไปไต่อยู่เมื่อได้ฟังหนุ่มน้อยหน้าตาน่ารักพูดกับคายอย่างนั้น
“จะอยู่ก็อยู่ แต่...”
คายยังพูดไม่ทันจะจบดีก็ชายร่างสูงที่ใบหน้าและดวงตาเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดเดินเข้ามาพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความโกรธเคืองแต่ขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยความเป็ห่วง
“คาย!”
ศรวัณสะดุ้งเผลอกอดเ้าซีโร่ไว้แน่นจนมันอึดอัดมันจึงดิ้นบอกทำให้เขารู้ตัวว่าทำอะไรอยู่จึงรีบลูบศีรษะเลยไปจนถึงลำตัวมันด้วยความอ่อนโยน“ขอโทษนะซีโร่ ไม่เจ็บใช่ไหม”
“เสียงดังทำไมเฮีย ไม่ได้เป็อะไรสักหน่อย”คายบอกเพราะรู้ดีว่าความโกรธนั้นมาจากเื่อะไร
“ต้องรอให้เป็ก่อนหรือไง”
“ยอดรักรู้จักเฮียก้องซิเฮียก้องดูแลพี่มาั้แ่ยังเป็เด็กเลย เป็เหมือนพ่อคนที่สองก็ว่าได้นะ” คายไม่โต้ตอบแต่กลับแนะนำให้ศรวัณได้รู้จักกับชายหนุ่มที่อยู่ด้วยกันมาั้แ่เป็เด็กเป็ทั้งเพื่อนสนิทและคนคอยดูแลไม่ให้เขาได้รับอันตราย
ศรวัณรีบยกมือไหว้เฮียก้องอย่างเร็วก่อนจะขยับเก้าอี้เข้าไปใกล้ชิดกับคายและรีบกอดเ้าซีโร่เพราะกลัวสายตาดุๆของเฮียหน้าโหดที่ตวัดมองมา
“ชินกฤต!”
การเรียกขานด้วยชื่อจริงทำให้คายรู้ว่าก้องภพโมโหเขาไม่น้อยแต่เขาก็ยังคงใจเย็นอยู่ดี “จะเรียกเสียงดังทำไมเฮีย ยังไงผมก็นั่งอยู่ตรงนี้ไม่ได้เป็อะไรสักหน่อย”
เฮียหน้าโหดยังทำเสียงดุเข้มแต่พี่คายก็ยังนั่งหน้าตาเรียบเฉย แล้วยังพาดแขนมาโอบกายและจับมือเย็นๆ ของเขาไว้“ยอดรักไม่ต้องกลัวนะ เฮียก้องชอบทำหน้าโหด ดุและเสียงดังใส่แบบนี้เป็ปกติแหละแต่เฮียก้องเป็คนใจดีนะ ดีเอามาก ๆ เลยแหละ ทำอาหารก็อร่อยด้วย”
คือ...เขาไม่ได้เห็นแก่กินนะเพียงแค่ถ้าได้กินแล้วก็จะไม่ให้เหลือ ไอ้กันต์ถึงได้ชอบเรียกเขาว่า ‘ปอบ’ แต่ตอนนี้เริ่มรู้สึกว่าการกินจนหมดดูท่าจะไม่ใช่เื่ดีแล้วล่ะ
“เมื่อไหร่จะยอมฟังฮะคายออกไปคนเดียวแบบนั้นมันอันตรายมากรู้ไหม จะต้องให้เป็อะไรไปก่อนใช่ไหมถึงจะยอมฟังกัน แล้วก็นั่นอีกคน มาที่นี่ไม่ได้บอกจักรใช่ไหม”ก้องภพถามเมื่อมองไปทั่วห้องโถงแล้วไม่เห็นจักรินอยู่ในห้องด้วย “ทั้งพี่ทั้งน้องชอบทำให้คนอื่นปวดหัว วุ่นวายตลอด”
“ผมไม่เกี่ยวนะเฮีย พี่คายนั่นแหละตัวดี เห็นไหมนั่นเปลี่ยนรสนิยมไม่พอ ยังพาแฟนผู้ชายเข้าบ้านด้วย ถ้าเฮียจะจัดการ เอาให้หนักเลยนะผมสนับสนุนเต็มที่” ทีโลเป้รีบปัดเื่ให้พ้นจากตัว
ศรวัณรู้สึกว่าตอนนี้ตัวเองหูอื้อไปหมดดวงตากลมใสกะพริบปริบ ๆจากคำพูดของหนุ่มน้อยหน้าหวานที่ทำให้เขาอายจนพูดอะไรไม่ออกอัครพิชญ์ที่ทำเหมือนไม่สนใจอะไรแต่กลับมีเสียงหัวเราะดังมาและยังจะตวัดสายตามองคายที่ไม่ปฏิเสธคำพูดของทีโลเป้ไม่เพียงแค่นั้นคำพูดของคายที่ดังตามมาทำให้หัวใจเขาถึงกับเต้นแรง
“ยอดรักจะมาอยู่กับเรานะเฮียแต่เฮียไม่ต้องจัดห้องใหม่หรอก ยอดรักจะนอนเตียงเดียวกับผม”
“ผมไม่ได้จะอยู่ห้อง...”แต่คำพูดของเขากลับถูกกลบด้วยพี่คายที่ดึงเขาเข้าไปใกล้ พลางกดปากลงบนแก้ม
“พี่คาย!”
“เดี๋ยวผมจะพายอดรักไปซื้อเสื้อผ้าเฮียจัดการเื่ข้าวของอย่างอื่นกับอะไรก็ได้ที่ต้องใช้ตอนไปเรียนให้ยอดรักด้วยนะครับ”
ศรวัณรีบหันไปมองอัครพิชญ์ในทันทีเขาบอกเพื่อนด้วยสายตาอย่างที่คิดว่าเพื่อนน่าจะพอรับสารที่ส่งไปได้...แม้เขาจะตกลงอยู่ดูแลเ้าซีโร่แต่ก็ยังอยากจะมีเวลาคิดไตร่ตรองอะไรอีกสักหน่อยเพราะบางครั้งเื่ราวมันก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่ควรจะเป็
“ผมไปด้วยซิพี่คาย” ทีโลเป้รีบบอกพลางมองไปที่อัครพิชญ์ตาวาว
“แต่กูคงจะไปกับมึงไม่ได้ กูต้องกลับบ้านก่อน”ไม่ใช่ไม่อยากช่วยเพื่อน แต่ลุงเขาโทรบอกให้กลับบ้านจริงๆ เมื่อครู่นี้เองอีกอย่าง...อัครพิชญ์ตวัดสายตารำคาญปนเกรี้ยวกราดไปยังไอ้หมาหน้าตาละห้อยที่นั่งอยู่ไม่ไกลกลัวตัวเองระงับอารมณ์เอาไว้ไม่ไหว กระทืบหมาตายคาตีน!
“มึงจะทิ้งกูเหรอพิชญ์” เขาขยับปากถามเพื่อน
“เฮียไปส่งพิชญ์แล้วไปเจอผมกับยอดรักที่ห้างเลยละกัน”
“ไม่ต้อง ผมกลับเองได้...ผมขับรถมา”
“ผมไปส่งพี่พิชญ์ได้นะพี่คาย”
อัครพิชญ์และทีโลเป้พูดพร้อมกัน
“แหม่...เสียดายจังผมนึกว่าจะได้อยู่กับพี่พิชญ์สองต่อสองสักหน่อย”
“มึงจะไปไหน”ศรวัณรีบถามเมื่อเห็นเพื่อนทำหน้าบึ้งราวกับโกรธใครมาสักชาติลุกจากเก้าอี้
“ห้องน้ำ” อัครพิชญ์ตอบบอกด้วยน้ำเสียงกระด้าง
ศรวัณเบ้ปากไปมา ‘ไอ้บ้าพิชญ์! อารมณ์เสียจากคนอื่นแล้วมาลงกับเขาได้ไง เดี๋ยวเถอะมึง’แต่ความจริงแล้วเขาก็ไม่กล้าโวยวายใส่อัครพิชญ์หรอกกลัวเพื่อนจะโมโหแล้วทิ้งเขาไว้ที่นี่กับพี่คายถึงคิดว่าจะอยู่กับอีกฝ่ายคอยดูแลเ้าซีโร่ไปแล้วแต่ก็ยังอยากมีเวลาเตรียมตัวเตรียมใจสักหน่อย
“กูไปด้วย...อยู่กับพี่คายก่อนนะซีโร่ เดี๋ยวมา”ศรวัณส่งเ้าซีโร่ที่ร้องด้วยความไม่พอใจให้กับคาย ทำให้เขาต้องลูบศีรษะมันเบา ๆ“เดี๋ยวมาจริง ๆ ไม่หนีไปไหนหรอก”พอเขาบอกไปอย่างนั้นเ้าซีโร่ก็ยอมที่จะนอนอยู่บนตักพี่คายนิ่ง ๆ
“ห้องน้ำอยู่ใต้บันไดนะ”
“บอกเฉย ๆ ก็ได้ ไม่เห็นต้องลูบกันเลย”ศรวัณเอ่ยเมื่อคายจับมือเขาแล้วลูบเบา ๆ ก่อนจะพาไปจูบ
ใจศรวัณเต้นระรัวจนคิดว่ามันอาจจะะโออกมานอกร่างกายเขารีบสาวเท้าเดินตามอัครพิชญ์ไปอย่างรวดเร็วด้วยไม่อยากจะเขินอายมากกว่าที่เป็อยู่
“มาซื้อของกับพี่ เหนื่อยขนาดนั้นเลยเหรอยอดรัก”
ศรวัณเหลือบมองคนตัวสูงที่ทำเอาเขากลายเป็เด็กแคระไปเลยเมื่อยืนอยู่ใกล้ๆ แบบนี้
“เปล่าครับผมแค่รู้สึก...อึดอัดกับสายตาคนที่มองมานะครับ” ศรวัณตอบเพราะการอยู่ใกล้คายโดยมีเฮียก้องเดินตามไม่ห่างกลายเป็จุดเด่นดึงดูสายตาคนให้เหลียวมองมาบางคนมองแล้วก็เดินผ่านบางคนก็มองซ้ำแต่ก็มีอีกหลายคนที่มองแล้วหันไปกระซิบกับคนใกล้ตัว
คายหัวเราะก่อนจะก้มหน้าลง“ยอดรักคงต้องทำใจให้ชินแล้วละ เดินกับแฟนหน้าตาหล่อเหลาอย่างพี่ไม่ว่ายังไงก็ต้องมีคนมอง”
“แฟน!” ศรวัณตาโตและอ้าปากค้างขณะเงยหน้าขึ้นไปมองคนพูดที่ต้องยอมรับว่าคายหล่อมากจนที่เป็ผู้ชายที่พออยู่ใกล้ก็อดที่จะใจสั่นไม่ได้“ผม...ไปตกลงเป็แฟนกับพี่ั้แ่เมื่อไหร่ พี่อย่ามาตู่นะ” ศรวัณพยายามทำเสียงดุ
“ไหนว่าจำเื่เมื่อคืนได้แล้วไงแต่ทำไมถึงจำเื่นี้ไม่ได้ล่ะ” คายแสร้งทำเสียงน้อยใจและเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
ศรวัณขบกัดฟันบนกลีบปากไม่รู้ทำไมเขาได้รู้สึกผิดกับน้ำเสียงเศร้า ๆ ของคายด้วย
“มีอะไรเฮีย” ชินกฤตถามคนที่เป็ทั้งญาติห่าง ๆเป็เพื่อนสนิทและคนที่คอยดูแลคุ้มครองเขาที่ตอนนี้สายตาคมกริบคอยแต่เหลียวมองไปรอบบริเวณที่เขาและศรวัณกำลังเดินไปอยู่บ่อยครั้งอีกทั้งคิ้วหนาเป็ปื้นก็ขมวดมุ่นเข้าหากัน
“แค่กำลังสงสัยอะไรนิดหน่อยเท่านั้นเอง”ก้องภพตอบกลับน้ำเสียงเ็า
“ถ้าสงสัยก็หาคำตอบ เดี๋ยวจะไปรอที่ร้านเสื้อนั่นละกัน”ชินกฤตบอกด้วยสายตาว่าไปรอที่ร้านเสื้อร้านไหน ตอนแรกเขาไม่ได้คิดจะซื้อให้ศรวัณเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดมากกับการเปลี่ยนแปลงอะไรหลาย ๆอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตอย่างกะทันหัน แต่เพราะอยากรู้เหมือนกัน ก้องภพเจอกับอะไรเขาเลยต้องคิดหาวิธีให้ศรวัณยอมรับ ที่เพียงแค่คิดเขาก็รู้สึกสนุกเสียแล้ว
“เฮ้ย! ปล่อยผมนะพี่คาย ไม่ต้องจับมือก็ได้ผมเดินเองได้” ศรวัณรีบโวยวายแต่เสียงไม่ดังมากนักเพราะรู้สึกอับอายกับสายตาของผู้คนที่มองมาแต่ก็นิ่งเงียบไปเมื่อเห็นใบหน้าเคร่งเครียดของพี่คายและเฮียก้อง
“ถ้าไม่ให้จับมือ หรือจะให้พี่กอดล่ะ”
“จับ...จับมือก็ได้ พี่คิดอะไรอยู่ผู้ชายกับผู้ชายมาเดินกอดกันในห้างได้ยังไง พี่ไม่อายแต่ผมอายนะ”แต่ดูเหมือนว่าคำพูดของเขาจะเป็เพียงแค่สายลมพัดผ่านไป คายยังคงยิ้มเฉย โว้ย!อยากจะบ้าเสียจริง เมื่อไหร่เขาจะมีเวลาอยู่เป็ส่วนตัวไม่มีคายตามติดเป็เงาแบบนี้สักทีนะ
ชินกฤตก้มหน้าลงไปจนปากแทบจะแตะใบหูเล็ก“ก็คนเป็แฟนกัน จับมือกันนิดหน่อย อายทำไม”
ศรวัณกลอกตาไปมา “พี่ครับ...ผมยังนึกไม่ออกจำไม่ได้ด้วยว่าไปตกปากรับคำยอมเป็แฟนพี่ั้แ่เมื่อไหร่พี่ช่วยสงสารผมสักนิดได้ไหมครับ ให้ผมพอมีเวลาคิดอีกสักหน่อยเมื่อคืนยังทำเื่อะไรไว้อีกบ้าง...ถ้าผมทนไม่ไหว เผลอต่อยพี่ไปพี่จะมากล่าวหาว่าผมเป็คนไม่ดีไม่ได้นะครับ”
“ได้อยู่นะ พี่ยอมให้ยอดรักต่อยไม่หยุดเลยแต่ยอดรักก็ต้องยอมให้พี่กอด พี่หอมทุกครั้งที่้า”คายหัวเราะชอบใจกับความคิดนี้ของตัวเอง
“ผมคิดว่าตัวเองก็เพี้ยนอยู่ไม่น้อยนะแต่ไม่คิดว่าพี่จะหนักกว่าผมอีก” คายทำเอาเขาไปไม่ถูกเลยตอนนี้ก็ได้แต่ก้มหน้าลงมองมือใหญ่ที่จับมือเล็กเอาไว้พร้อมกับสองแก้มที่มันร้อนผ่าวไปหมด
“พี่ไม่ล้อแล้วก็ได้ เราไปซื้อผ้ากันดีกว่า”เปลี่ยนแผนได้ไหม เขาพาศรวัณกลับคอนโดไปเลยได้ไหม ผู้ชายอะไรจะน่ารักขนาดนี้เวลาอายจนหน้าแดงปลั่ง ปากก็ยื่นราวกับ้าให้เขากอดและจูบบ่อย ๆ ด้วยน่ารักจนใจสั่นไปหมดแล้ว
“เสื้อผ้าของพี่ ทำไมต้องให้ผมมาช่วยเลือกด้วยละครับผมมีรสนิยมเดียวกับพี่เสียเมื่อไหร่ล่ะ ผมซื้อเป็ก็แค่เสื้อผ้าแบกะดินเสื้อผ้ามือสองราคาไม่กี่บาทตามตลาดนัดเท่านั้นแหละ” ผมประชดขณะฝืนตัวเอาไว้แต่ตัวเท่ามดจะสู้แรงช้างสารได้เหรอ สุดท้ายก็ถูกลากหัวตุงเข้าไปในร้านเสื้อจนได้