ฟางรั่วซีมองสวีเหมียนถูผาดหนึ่ง จากนั้นถามโจวเหวินต่อโดยที่ไม่ได้สนใจ “โจวเหวิน นายคิดจะยื่นเข้ามหาวิทยาลัยไหนเหรอ”
“ยังไม่ได้คิดเลย” โจวเหวินตอบ
ฟางรั่วซีพยักหน้ากล่าว “นั่นสินะ ด้วยความสามารถของนาย อยากเข้ามหาวิทยาลัยไหนก็เลือกได้ตามใจชอบ ไม่ต้องร้อนใจ ถ้างั้นก็ดี ฉันเองก็จะพยายามทดสอบอย่างสุดความสามารถ หวังว่าจะไม่โดนนายทิ้งห่างไปมากนัก”
ฟางรั่วซีพูดจบก็โบกมือให้โจวเหวินแล้วหันหลังเดินจากไป โดยที่ั้แ่ต้นจนจบไม่ได้สนใจสวีเหมียนถูเลย
สวีเหมียนถูไม่สบอารมณ์มาก แต่ไม่อยากแสดงอาการออกมาในที่แบบนี้ จึงแค่เหลือบมองโจวเหวิน แล้วพูดกับเจียงเฮ่าและหลี่เสวียนที่อยู่ข้าง ๆ “คนในเมืองเล็ก ๆ ช่างไร้ประสบการณ์ อุตส่าห์มีหน้าตาที่ไม่เลว กลับไร้สมองไร้วิสัยทัศน์”
เจียงเฮ่าไม่ได้พูดอะไร แต่หลี่เสวียนกลับเริ่มสนใจโจวเหวิน จึงมองเขาแล้วกล่าว “ได้ยินมาว่านายเคยเป็อัจฉริยะอันดับหนึ่งของโรงเรียนมัธยมกุยเต๋อ ดูเหมือนว่ามันจะเป็เื่จริง สาวคนนั้นดูนับถือนายมากเลยนะ”
“ก็แค่คำให้กำลังใจระหว่างเพื่อนนักเรียนเท่านั้น เธอเองก็เก่งมากและไม่ได้ด้อยกว่าฉันเลย ไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหน ก็ถือได้ว่าเป็อัจฉริยะด้านการฝึกฝนที่หาได้ยาก” โจวเหวินกล่าว
สวีเหมียนถูฟังออกว่าโจวเหวินกำลังพูดโต้แย้งเขา จึงพูดอย่างดูถูกว่า “ถ้านายเก่งขนาดนั้นจริง ๆ แล้วทำไมต้องให้พวกเราช่วยพานายไปด้วย”
หลี่เสวียนไม่ได้เล่าเื่ของโจวเหวินให้พวกสวีเหมียนถูฟัง แค่บอกว่าจะช่วยเพื่อนพานักเรียนคนหนึ่งเข้าร่วมการทดสอบภาคปฏิบัติ
โจวเหวินไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม และคร้านจะถกเถียงกับสวีเหมียนถู
หลี่เสวียนพูดขัดสวีเหมียนถูที่ยังอยากจะพูดอะไรบางอย่าง “เอาละ เลิกพูดกันได้แล้ว ถึงเวลาเข้าสนามแล้ว เตรียมตัวกันให้พร้อม”
เมื่อหลี่เสวียนออกคำสั่ง สวีเหมียนถูก็ทำได้แค่กลืนคำพูดที่ปลายลิ้นกลับเข้าไป และมองโจวเหวินผาดหนึ่งอย่างไม่พอใจ
ผู้คุมสอบเริ่มตรวจสอบคุณสมบัติการสอบของนักเรียนทั้งหลายแล้ว นักเรียนต้องจับกลุ่มกันสี่คน และนำบัตรสอบของตัวเองผ่านเครื่องตรวจสอบพร้อมกัน เครื่องตรวจสอบจะบันทึกลายนิ้วมือของพวกเขา พร้อมกับสแกนบัตรสอบและสิ่งของที่พวกเขาพกติดตัว เพื่อยืนยันว่าพวกเขาตรงตามข้อมูลที่ลงทะเบียนสอบ และไม่ได้พกอุปกรณ์สำหรับโกงการทดสอบ อีกทั้งทีมต้องมาครบสี่คนก่อน จึงจะได้รับอนุญาตให้เข้าเมืองโบราณ
นักเรียนส่วนใหญ่ไม่ได้ตื่นเต้นกันนัก แต่ผู้ปกครองที่พาพวกเขามาทดสอบภาคปฏิบัติ กลับยืนเครียดอยู่นอกแนวเขตควบคุมจนแทบเป็ลม คอยมองนักเรียนเดินเข้าเมืองโบราณ กังวลจนโรคหัวใจแทบกำเริบ
พวกโจวเหวินเดินเรียงแถวผ่านการตรวจสอบ หลังจากผ่านช่องทางตาข่ายป้องกัน พวกเขาก็อยู่ตรงหน้าประตูเมืองโบราณ
ประตูเมืองโบราณเปิดออกแล้ว แต่ภายในกลับเหมือนปกคลุมด้วยหมอก ไม่ว่าเพ่งมองอย่างไรก็มองไม่เห็นทิวทัศน์ภายในเมืองได้อย่างชัดเจน
“เลิกมองได้แล้ว รีบเข้าไปเร็ว ข้างหลังยังมีคนต่อแถวอยู่” ทหารเฝ้าประตูเมืองโบราณที่พร้อมอาวุธครบครันกล่าวเร่ง
โจวเหวินตามพวกหลี่เสวียนเดินไปที่ประตูเมืองโบราณ มองพวกเขาสามคนเดินเรียงกันเข้าไปยังเมืองโบราณ โจวเหวินเดินตามอยู่หลังสุด แต่เมื่อทั้งสามคนก้าวเข้าไปในประตู เขากลับมองไม่เห็นทั้งสามคนอีกแล้ว
โจวเหวินรีบก้าวเข้าม่านหมอกหลังประตูเมือง ทันใดนั้นก็รู้สึกเวียนศีรษะอย่างน่าประหลาด พร้อมกับขนลุกไปทั้งตัว
แต่เพียงก้าวเดียว ภาพเบื้องหน้าโจวเหวินพลันกระจ่างชัด หมอกที่ปกคลุมภายในเมืองโบราณหายไป เขามองเห็นถนนหินภายในเมืองโบราณ และอาคารเก่าแก่หลังคาสีน้ำเงินกำแพงสีแดงที่เรียงรายตลอดสองฝั่งทางได้อย่างชัดเจน ส่วนพวกหลี่เสวียนก็เดินอยู่ตรงหน้าห่างจากเขาแค่ไม่กี่ก้าว
“พวกนักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่ามิติต่างโลกเป็พื้นที่ต่างมิติ ดูเหมือนจะมีเหตุผลอยู่บ้าง” โจวเหวินคิดในใจ
หลังจากนักเรียนส่วนใหญ่เข้ามา ก็ต่างมองบรรยากาศภายในเมืองโบราณอย่างประหลาดใจเหมือนกับโจวเหวิน
ถึงแม้พวกเขาจะเคยเห็นภาพของเมืองโบราณกุยเต๋อจากวิดีโอข้อมูลในโรงเรียนมาแล้ว แต่เมื่อมาถึงสถานที่จริงกลับรู้สึกแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง กลิ่นอายเก่าแก่และร่องรอยแห่งกาลเวลา เป็สิ่งที่วิดีโอถ่ายทอดไม่ได้
ผู้คุมสอบเรียกนักเรียนที่มาทดสอบในครั้งนี้ให้มารวมตัวกัน เพื่อแจ้งข้อควรระวัง ก่อนจะเริ่มการทดสอบภาคปฏิบัติอย่างเป็ทางการ
นักเรียนทุกคนที่เข้าร่วมการทดสอบต่างแย่งกันพุ่งเข้าไปตามถนนตรอกซอกซอยของเมืองโบราณ โดยหวังจะสังหารทหารโครงกระดูกให้ได้มากที่สุด เพื่อให้ได้คะแนนทดสอบดีที่สุด
แน่นอนว่าบางคนยังตั้งความหวังเล็ก ๆ ว่า ถ้าได้รับผลึกสักหน่อยจากการทดสอบ ก็จะเป็เื่ที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่า
สหพันธ์โลกกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า ผลึกที่นักเรียนได้รับจากการทดสอบภาคปฏิบัติ จะเป็ของนักเรียนผู้นั้นอย่างสมบูรณ์
แต่เมื่อครู่นี้ผู้คุมสอบประกาศให้ทราบชัดเจนแล้วว่า ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างการทดสอบภาคปฏิบัติ นักเรียนทุกคนจะต้องรับผิดชอบตัวเอง
ตามกฎของสหพันธ์ เมื่ออายุครบสิบหกปีก็จะเลือกได้อย่างอิสระว่าจะเข้าร่วมการทดสอบภาคปฏิบัติหรือไม่ โดยต้องรับผิดชอบผลลัพธ์ของตัวเอง ต่อให้เสียชีวิต สหพันธ์ก็จะไม่จ่ายเงินชดเชยแม้แต่น้อย
แตกต่างจากวิชาทั่วไปของการสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่มีผู้เข้าสอบล้นหลาม ในแต่ละเมืองมีนักเรียนเข้าร่วมการสอบภาคปฏิบัติแค่ไม่กี่ร้อยคนเท่านั้น ยิ่งเป็เมืองโบราณที่เกิดการกลายสภาพ จำนวนคนเข้าร่วมทดสอบก็ยิ่งน้อย
โจวเหวินตามพวกหลี่เสวียนไปยังส่วนลึกของเมืองโบราณ ในตอนแรกมีจำนวนนักเรียนมากเกินไป ทหารโครงกระดูกที่ปรากฏตัวขึ้นแทบไม่พอให้สังหาร พวกหลี่เสวียนไม่คิดจะแย่งชิงกับนักเรียนคนอื่น จึงเลือกเดินอ้อมสมรภูมิแล้วไปยังส่วนลึกของเมืองโบราณ
สวีเหมียนถูกับเจียงเฮ่าเดินนำทาง เมื่อเจอเข้ากับทหารโครงกระดูกก็กำจัดได้ภายในกระบวนท่าเดียว ต่อให้ทหารโครงกระดูกมากันเป็กลุ่มก็ต้านทานไม่ได้ แสดงให้เห็นว่าพวกเขาแข็งแกร่งจริง ๆ
ภายในโครงกระดูกของพวกมันมีเศษกระดูกที่ขนาดเท่าเมล็ดข้าวซ่อนอยู่ ทหารโครงกระดูกแต่ละตัวมีกระดูกแบบนี้อยู่แค่หนึ่งชิ้นเท่านั้น ซึ่งนักเรียนต้องรวบรวมเศษกระดูกเหล่านี้ และตัดสินผลคะแนนการทดสอบภาคปฏิบัติจากจำนวนกระดูกเหล่านี้
แต่จำนวนกระดูกจะใช้สำหรับการจัดอันดับทีมเท่านั้น ส่วนอันดับภายในทีมจะตัดสินด้วยจำนวนผลึกที่ได้รับ
ไม่รู้ว่าเป็เื่บังเอิญหรือไม่ ทิศทางที่ทั้งสี่คนมุ่งหน้าไปกลับเป็เส้นทางที่โจวเหวินเคยลองบุกสังหารไปในเกม ทิวทัศน์ทุกอย่างเหมือนภายในเกมไม่มีผิดเพี้ยน
ไม่เพียงแต่อาคารภายในเมืองโบราณเท่านั้น แม้แต่จำนวนการปรากฏตัวของเหล่าทหารโครงกระดูก ก็เหมือนภายในเกมทุกประการ
“ถ้าเป็แบบนี้ อีกสักพักฉันคงได้เจอกับตัวที่ขี่ม้ากระดูกสินะ” โจวเหวินครุ่นคิด ตรงนั้นอยู่นอกเขตพื้นที่ทดสอบแล้ว พวกหลี่เสวียนคงไม่ไปเสี่ยงตรงนั้น
แต่เื่ราวกลับเกินความคาดหมายของโจวเหวิน พวกสวีเหมียนถูกบุกสังหารตลอดทาง เมื่อไปถึงขอบเขตพื้นที่ทดสอบก็ยังไม่หยุดลง กลับพุ่งฝ่าออกจากเขตพื้นที่ทดสอบ
“หลี่เสวียน พวกเราออกจากเขตพื้นที่ทดสอบแล้ว ควรกลับไปไหม” โจวเหวินพูดกับหลี่เสวียนที่อยู่ข้าง ๆ
หลี่เสวียนไม่ได้ตอบ กลับเป็สวีเหมียนถูที่กล่าวอย่างดูแคลน “เขตพื้นที่สอบมีอยู่แค่นั้น ทหารโครงกระดูกก็มีจำนวนจำกัดอย่างมาก ต่อให้พวกเราแย่งมาได้ทั้งหมด แล้วจะมีมากสักแค่ไหนกันเชียว ถ้านายกลัวก็รอพวกเราอยู่ตรงนี้ ไม่ต้องตามมา”
หลี่เสวียนยิ้มกล่าว “นายไม่ต้องกังวล พวกเรามีข้อมูลเมืองโบราณกุยเต๋อที่ครบถ้วนยิ่งกว่า ต่อให้เดินต่อไปอีกยี่สิบสามสิบลี้ ก็จะเจอแค่ทหารโครงกระดูกเท่านั้น ไม่มีสิ่งมีชีวิตต่างมิติระดับตำนานปรากฏขึ้นแน่นอน พื้นที่ทดสอบถูกแบ่งเขตไว้อย่างระมัดระวัง เพื่อป้องกันไม่ให้นักเรียนเกิดอุบัติเหตุ ก็อย่างที่เหมียนถูบอก ในเขตพื้นที่ทดสอบมีทหารโครงกระดูกอยู่แค่นั้น ไม่พอให้พวกเราคว้าคะแนนสูงได้หรอก จึงจำเป็ต้องเดินหน้าต่อ”