บทที่ ๒๑ : ยอดนักสืบอ้ายเหริน
“ทุกคนอย่าเข้าใกล้ที่เกิดเหตุแล้วรีบแจ้งทหารยามเร็วเข้า” อดีตฮองเฮาอ้ายเหรินะโสั่งผู้คนในตลาดสดเสียงดังลั่นพลางวิ่งตรงดิ่งเข้าหาร่างไร้ิญญาของสิ่งมีชีวิตที่นอนแน่นิ่งอยู่กลางถนน คิ้วขมวดยับย่นใบหน้าหวาดวิตกเหมือนกำลังขบคิดหาคำตอบ “เพิ่งเสียชีวิต...แสดงว่าคนร้ายยังอยู่แถวนี้”
ร่างขาวก้มลงดมกลิ่นปากผู้เคราะห์ร้ายทำจมูกฟุดฟิดเหมือนเข้าใจอะไรบางอย่าง
“มีกลิ่นเหมือนอัลมอลด์นี่คงเป็ผลของพิษโพแทสเซียมไซยาไนด์ เอ๊ะ แล้วนี่ยังมีกลิ่นเหมือนปลาเทาว์แทรกด้วยหรือว่าจะ...”
เมื่อทหารยามมุ่งหน้าเข้ามาในที่เกิดเหตุเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น... อ้ายเหรินก็ะโเตะก้านคอจนทหารยามนายนั้นสลบเหมือดพลันเดินอ้อมไปซ่อนตัวเข้าหลบอยู่ด้านหลัง แล้วดัดเสียงตัวเองปลอมเป็ผู้ชาย “คนร้ายยังคงอยู่ในที่เกิดเหตุ ห้ามทุกคนออกไปไหนเพื่อปิดเส้นทางการหลบหนี”
ชาวบ้านในตลาดสดที่กำลังมุงดูสะดุ้งโหยงพลางจ้องมองเงาร่างที่ไร้ิญญาตาไม่กะพริบ
เด็กน้อยอายุหกขวบร้องไห้จ้ากอดศพสิ่งมีชีวิตไม่ไปไหนมุมปากพูดพร่ำเรียกชื่อ โดยหวังให้เงาร่างที่นอนแน่นิ่งฟื้นตื่นขึ้นมา “หลิงหลิง เ้าตื่นขึ้นมาเล่นกับข้าก่อนสิอย่าทิ้งข้าไปเลยนะ”
“เหตุฆาตกรรมในครั้งนี้ข้ารู้ตัวคนร้ายแล้ว” อ้ายเหรินเอื้อนเอ่ยเสียงเข้มทำท่าทำทีปลอมเสียงเป็ทหารยามที่นั่งสลบอยู่ “แรงจูงใจในครั้งนี้ก็คือล้างแค้น”
ชาวบ้านในตลาดสดหันหน้าไปซุบซุบกันจ้าละหวั่นทุกคนต่างสงสัยว่าคนร้ายผู้ก่อเหตุคือใครกันแน่?
“ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นถึงตัวจะเป็ผู้ใหญ่แต่สมองยังเป็เด็ก ข้าจะเฉลยคำตอบให้” ร่างขาวผู้หลบซ่อนอยู่คุยโวพลันะโขึ้นเสริมว่า “เ้า... เ้าร้านขายปลา เฟิงโกวมู่เ้านั่นแหละเป็คนร้าย”
เฟิงโกวมู่หน้าซีดเผือดร่างอ้วนหยุดหั่นปลาเฉียบพลัน พลางออกมายืนบนถนนใจกลางตลาด “ไม่มีหลักฐานสักหน่อย ว่าข้าน้อยเป็ผู้ลงมือ...แถมข้าน้อยยังไม่ชอบสุนัขเข้าไส้ ไม่เคยคิดอยากจะไปข้องแวะกับมันเลยสักนิดเหตุใดกันที่ข้าน้อยจะต้องไปฆ่ามันเพราะต่างคนต่างอยู่อยู่แล้ว”
เด็กน้อยอายุหกขวบมองเฟิงโกวมู่ด้วยั์ตาเครียดแค้น
“ไม่มีหลักฐานอย่างนั้นหรือลองดูที่ผ้ากันเปื้อนของเ้าสิ มันมีเศษขนของเหยื่อติดอยู่ ในละแวกนี้มีขนของเหยื่อเพียงตัวเดียวเท่านั้นที่มีสีดำไหนเ้าลองบอกมาซิ ว่าเ้าที่บอกว่าต่างคนต่างอยู่เหตุใดถึงมีขนของเหยื่อติดอยู่บนเสื้อของเ้าได้”อ้ายเหรินดัดเสียงแจงเหตุผล ขณะที่เฟิงโกวมู่กัดริมฝีปากโดยหาข้ออ้างมาค้านไม่ได้
“จริงที่เ้าไม่ชอบเหยื่อและไม่มีเหตุที่ต้องไปยุ่งกับเหยื่อ แต่เพราะเหยื่อชอบมาขโมยกินปลาเทาว์จากร้านเ้าเ้าจึงบันดาลโทสะผสมพิษลงไปในปลาเทาว์ แน่ล่ะ! ในละแวกนี้มีร้านปลาของเ้าเพียงร้านเดียวที่ขายปลาเทาว์...คนร้ายจึงเป็คนอื่นไปไม่ได้” อ้ายเหรินเงียบเสียงลงพักหนึ่งก่อนจะะโเสียงดังจนชาวบ้านแสบแก้วหู “คนร้ายก็คือเ้าเฟิงโกวมู่”
ชายร่างอ้วนทรุดเข่าหน้าเสียยอมจำนนในหลักฐานขณะที่เด็กน้อยอายุหกขวบะโร้องไห้จ้าชี้หน้าด่าคนร้าย “คืนหมาของข้ามานะ เ้าคนไร้หัวใจ มันก็แค่หิวเท่านั้นทำไมไม่ใช้วิธีอื่นบอกมันดีๆ เล่า”
“ชดใช้ค่าเสียหายให้เ้าของของเหยื่อเสียด้วยล่ะเอาล่ะปิดคดี” อ้ายเหรินลุกขึ้นจากที่ซ่อนก่อนเดินหายลับสายตาจากผู้คนในตลาดเข้าตรอกมืด แน่ล่ะ! นางได้ไขปริศนา‘คดีการฆาตกรรมสุนัขแห่งตลาดสดโถเป่ยสำเร็จแล้ว...’
ใช่! นี่ก็ผ่านมาปีครึ่งแล้ว ที่ตง อ้ายเหรินรับข้อเสนอจากฟางเซียนทำให้นางกลายเป็หนึ่งในสายสืบราชการลับ มีผลงานจับฏในราชอาณาจักรมามากมายจึงไม่แปลกที่เฟยหลงจะเริ่มไว้ใจ แล้วมอบ ‘เครื่องดื่มชูกำลัง’ให้นางหนึ่งขวด พร้อมด้วยหนังสือการ์ตูน ‘ยอดนักสืบโคนัง’ให้อ่านศึกษา จนนางได้กลายเป็หนึ่งในราชองครักษ์พิทักษ์ดวงดาวคนที่ห้า
อ้ายเหรินเรียนรู้ว่าการทำความดีมีความสุขมากกว่าการทำชั่วทำให้นางกลับตัวกลับใจกลายเป็คนใหม่อย่างสิ้นเชิง
“รอก่อนนะพวกองค์กรณ์ชุดดำ ข้าจะไล่ล่าพวกเ้าเอง”หญิงสาวเอื้อนเอ่ยพึมพำ ั์ตาหรี่ลงวาวโรจน์
วันถัดมา...
ภายในห้องประชุมลับแห่งพระตำหนักจักรพรรดินีแห่งอี้
“เอาล่ะพวกเราไม่ได้ประชุมกันเองมานานมากแล้ว ลั่วลั่ว ถิงถิง หรงเอ๋อ เยี่ยนเอ๋อและอ้ายเหริน” เฟยหลงเอามือไพล่หลัง หนึ่งมุมปากฉีกยิ้มเอื้อนเอ่ยแบบชัดถ้อยชัดคำ“ก่อนการประชุมใหญ่บริหารอาณาจักรในวันพรุ่งข้า้าให้พวกเ้าทำงานบางอย่างให้”
“รับพระบัญชาเพคะฝ่าา” หญิงสาวทั้งห้าย่อขาทำความเคารพ ใบหน้าก้มสงบไม่สบตาผู้เป็นาย
“ดี! รับปากโดยที่ข้า โดยที่ยังไม่รู้ว่าข้าจักให้กระทำสิ่งใดสมกับเป็ราชองครักษ์ของข้า เอาล่ะ! มาเข้าเื่...”ร่างระหงก้าวย่างขึ้นนั่งบนบัลลังก์พลางมองบุคคลทั้งห้าแบบพินิจพิจารณา
“เมื่อเช้านี้มีสารจากอาณาจักรเว่ย มู่ และหลี่ส่งมาหาข้า บอกให้พวกเราขนส่งอาหารรวมถึงหมอหลวงไปให้ ดูเหมือนว่าพวกปีศาจจะเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้งและรุกรานจากหลายๆ ด้านพร้อมๆ กัน”
องครักษ์พิทักษ์ดวงดาวพยักหน้าเออออรับฟังอย่างตั้งใจหน้าตาของพวกนางดูหวาดหวั่นพรั่นพรึงอยู่ไม่น้อย
“แต่ข้ามีความเห็นว่าครานี้… พวกเราเพียงส่งอาหารกับหมอหลวงไปช่วยคงไม่เพียงพอดูเหมือน ๑๕ มณฑลของเว่ยจะหายวับไปเพียงแค่สามวันเท่านั้น!เพียงสามวันกองทัพปีศาจก็ทำลายไปถึง ๑๕ มณฑล ถ้าเป็แบบนี้อีกไม่นาน ราชอาณาจักรเว่ยได้ล่มสลายแน่”
“แล้วกองทัพพันธมิตรจากอาณาจักรอื่นมิได้ส่งทหารไปช่วยพวกเขาหรือเพคะ” อ้ายเหรินเอ่ยถาม ั์ตาเต็มไปด้วยความสงสัย
“ทั้งหกอาณาจักรที่รายล้อมอาณาจักรของเราอยู่โดนปีศาจทั้งหมดบุกโจมตีแทบจะพร้อมกันทั้งสิ้น ไม่มีใครช่วยใครได้ทั้งนั้นและพวกเขาก็ไม่ได้คาดหวังให้เราส่งทหารไปช่วยเสียด้วยเพราะพลังบ่มเพาะของทหารในอาณาจักรเรา ส่งไปก็กลายเป็ภาระเปล่าๆ”
ลั่วลั่วลูบคางครุ่นคิดั์ตากลมโตเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างออก “ที่ฝ่าาทรงเรียกพวกเรามาในวันนี้คงจะมีเื่ให้พวกเราทำเกี่ยวกับกองทัพทหาร ใช่หรือไม่เพคะ?”
จักรพรรดินีฟางเซียนพยักหน้าขึ้นลงอมยิ้ม“ถูกต้อง เ้านี่ช่างสมกับที่อยู่กับข้ามานานที่สุด”
แปะ! แปะ! แปะ!
เฟยหลงปรบมือเหมือนส่งสัญญาณอะไรบางอย่างเวลาเดียวกันนั้น เงาร่างของเด็กสาวปริศนาทั้งสามคนก็ก้าวเท้าเข้ามาในโถงลับคนหนึ่งมีผมสีแดงสั้น อีกคนสวมแว่นมีแผลเป็รูปพระอาทิตย์บนหน้าผากส่วนคนสุดท้ายสวมหมวกฟาง
“นี่คือองครักษ์คนใหม่ทั้งสามที่จะมาเข้าหน่วยองครักษ์พิทักษ์ดวงดาวของพวกเ้า สนิทกันเข้าไว้ล่ะ” เฟยหลงเอื้อนเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะกล่าวสำทับขึ้นว่า “เอาล่ะ แนะนำตัวให้รุ่นพี่ของพวกเ้าฟังเสีย”
เด็กสาวผมสีแดงสั้นก้าวเท้าออกมาเบื้องหน้าพลางพูดน้ำเสียงสูงแนะนำตัวเองด้วยความตื่นเต้น “ข้าเทียนเทียน มาจากมณฑลหนานซา หลานท่านมหาอุปราชโจว ซิงจี่ขอฝากตัวด้วยเพคะ อ้อ... ข้าคือผู้ได้รับมอบคัมภีร์ยุทธ ‘บลัชเทพมรณัง’ เ้าค่ะ ข้าแอบปลื้มเหล่าองครักษ์พิทักษ์ดวงดาวมานานแล้วไม่เคยคิดไม่เคยฝันว่าวันนี้จะได้เข้าร่วมตำแหน่งนี้”
อ้ายเหรินเดินไปลูบหัวเด็กใหม่ด้วยความเอ็นดูขณะที่หรงเอ๋อเบ้ปากแบบไม่สบอารมณ์สักเท่าไหร่ “ชิ! มันจะไปสู้ดาบพิฆาตแมวของข้าได้เรอะเ้าเทพมรณังอะไรนั่น โย่ว”
ครู่ต่อมา...
“ข้าชื่อหลินฮุ่ยครอบครัวไม่มีเพราะโดนขายเข้าวัง พ่อแม่ตายไปหมดแล้ว คัมภีร์ยุทธที่ได้รับมอบคือ ‘แฮรี่ พอเถอะ’ ฝากตัวด้วย” เด็กสาวสวมแว่นผู้มีแผลเป็กลางหน้าผากพูดเสียงห้วนั์ตาเ็า ทว่า... ถิงถิงกลับอมยิ้มเหมือนดูพอใจเด็กใหม่คนนี้เป็พิเศษ
“ส่วนข้าคือมังกี้ ดี เหมยลี่ ผู้ได้รับมอบคัมภีร์ยุทธ ‘ทูพีช’ ผู้ที่จะกลายเป็าาโจรสลัด” เด็กสาวผู้สวมหมวกฟางหัวเราะอย่างบ้าคลั่งจนคนในโถงประชุมลับเหงื่อตกทำหน้าบอกบุญไม่รับแทบพร้อมกัน
เมื่อจบการแนะนำตัวเฟยหลงก็เดินมาเบื้องหน้าองครักษ์พิทักษ์ดวงดาวทั้งแปดพร้อมออกคำสั่งบางอย่างด้วยสีหน้ามุ่งมั่น
“พวกเ้าทั้งหมดจะเดินทางไปฝึกวิชากับข้าที่ภพเซียนที่นั่นมีอาหารเทพขึ้นชื่อลือชาเพิ่มพลังปราณการบ่มเพาะ ส่วนเหล่าทหารหลวงทั้งหลายในกองทัพข้าได้สั่งโจว ซิงจี่นำเครื่องดื่มชูกำลังโอสถเทพจำนวนแสนขวดไปแจกจ่ายแล้วพวกเราจะแข็งแกร่งขึ้น และเป็กุญแจสู่ชัยชนะให้แก่ทวีปเฟิงหยู” ร่างระหงะโปลุกขวัญ เหล่าองค์รักษ์พิทักษ์ดวงดาวทั้งแปดก้มหน้าทำความเคารพรับพระบัญชาแบบพร้อมเพรียง“เพคะ ฝ่าา”
รุ่งเช้า...
นกพิราบตัวหนึ่งบินข้ามอาณาจักรอี้เดินทางไกลเพื่อเข้าส่งสารถึงอาณาจักรเว่ย...
“อีกหนึ่งอาทิตย์เสบียงจะถูกจัดส่งจากอาณาจักรอี้มาถึงที่นี่ ด้วยรถไฟ? อะไรคือรถไฟ?” เสนาบดีกลาโหมแห่งเว่ยหน้านิ่วคิ้วขมวด ก่อนอ้าปากอ่านต่อ “หมอหลวงและกองทัพทหารจำนวนห้าหมื่นนายจากอาณาจักรอี้จะถูกส่งมาสนับสนุนด้วยบ้าน่า! จะมาตายอย่างไร้ค่ากันหรอกรึ?นี่พวกเรารบกับเผ่าปีศาจนะ ไม่ใช่สนามเด็กเล่นเสียหน่อย”
“ผู้ที่ไม่เคยเห็นความตายย่อมไม่กลัวตายขนาดองค์จักรพรรดิเว่ยผู้มีปราณบ่มเพาะระดับเทวะชีวิตที่หกนำทัพทหารแต่ละนายปราณขั้นต่ำสุดระดับัเข้าปะทะทัพปีศาจ...ยังเกือบเอาตัวมิรอดหึ! นับประสาอะไรกับทหารจากอี้ที่ได้ยินข่าวว่ามีปราณบ่มเพาะขั้นสูงสุดแค่ระดับ์ช่างมาตายกันเสียเปล่า” แม่ทัพเว่ยอู๋กอดอกมองสนามรบ ใบหน้าดูตึงเครียดไม่น้อย
“เข้าใจว่าอยากช่วยในฐานะพันธมิตรจักรวรรดิแต่มากันแบบนี้มิเท่ากับเพิ่มภาระให้กับทางเราหรอกหรือ” เสนาบดีเกาฉิงมุ่ยหน้าอ่านพระราชสารทวนซ้ำขณะที่ท่านแม่ทัพเว่ยอู๋ส่ายศีรษะไปมา “ก็อย่างว่าล่ะนะให้ผู้หญิงขึ้นครองราชย์บริหารบ้านเมือง นางจักมีความคิดอ่านอันใดได้เล่าข้าไม่เข้าใจองค์เทพหรานหนานทำไมพระองค์ถึงได้เลือกโอรส์คนที่เจ็ดเป็หญิงกันแน่?”
บริเวณหน้าด่านอาณาจักรเว่ย...
จักรพรรดิเว่ยไป๋กำลังยันทัพปีศาจไม่ให้เข้าใกล้เมืองหลวงแหล่งเสบียงขาดแคลนอย่างหนัก พระองค์อดหลับอดนอนเป็คืนที่สามเข้าไปแล้ว
“นี่ข้าจะตายลงอย่างนั้นรึขอองค์เทพหรานหนานโปรดอวยพรด้วยเถอะ” สายตามองไปยังสมรภูมิรบเบื้องหน้าใบหน้าหมองคล้ำหวาดวิตก เมื่อเห็นกองทัพปีศาจเรือนหมื่นเคลื่อนพลเข้ามาใกล้...
“กราบถวายบังคมทูลฝ่าากองบัญชาการใหญ่รายงานว่าเสบียงจากอาณาจักรอี้กำลังจะมาถึงในไม่ช้า ขอพระองค์โปรดถนอมพระวรกาย”มหาดเล็กเอื้อนเอ่ยรายงาน ขณะที่เว่ยไป๋พยักหน้าฟังแบบเข้าใจ “ข้าจะอยู่ถึงวันที่เสบียงส่งมาถึงหรือเปล่านะส่งสารไปทางอาณาจักรมู่และหลี่ที่ใกล้ที่สุดด้วยล่ะว่าอาณาจักรเว่ยของข้า้ากำลังเสริมโดยด่วน เพราะทางนี้ตึงมือที่สุดแล้ว”
ั์ตาจักรพรรดิแดนเหนือจ้องมองอะไรบางอย่างเบื้องหน้าตาไม่กะพริบ ขณะที่ร่างกายขนาดมหึมาสูงใหญ่เหมือนูเากำลังย่างกายเข้ามาใกล้เรื่อยๆจนเกือบถึงชายแดนหน้าด่านของจักรวรรดิ
“ั้แ่เจอเผ่าปีศาจมาทั้งหมดข้าไม่เห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลยสิ”
โปรดติดตามตอนต่อไป