“ผมไม่ยอมหรอกนะ!!”
ทันทีที่พูดประโยคนั้นออกไปก็กลายเป็จุดรวมสายตาของทุกคนไปเสียแบบนั้น
ก่อนที่พวกเขาจะถอนหายใจแล้วหันกลับไปพูดกดดันพ่อของผมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นผมรู้เพราะว่าผมคือ 'เด็ก' และพวกเขาคือ 'ผู้ใหญ่'
เสียงของเด็กไม่มีทางไปถึงผู้ใหญ่โดยง่าย
พอทำท่าจะพูดอีกครั้งฮาเรฟก็เข้ามาล็อกคอพร้อมกับขมวดคิ้วมองมาคำรามเสียงแ่คล้ายหงุดหงิดว่า “ทำอะไรของนาย?!”
มองเท้าเขาผมลดความเร่าร้อนของตัวเองแล้วตอบเสียงเบา “พวกเขาจะทำอะไรกับน้องชายผม!”
ซึ่งไม่ใช่เื่ดีด้วย
ไนเจลที่อยู่ข้างกันมองมาอย่างไม่มั่นใจเท่าไหร่นักก่อนจะกัดปาก
ผมไม่คิดหรอกว่าพวกว่าที่ดยุกไม่รู้พวกเขาแก่แดดแก่ลมกันทุกคน ในนี้มีเด็กธรรมดาที่ไหนกัน
“พวกเราทำอะไรไม่ได้กิลเบิร์ต”ฮาเรฟกดเสียงต่ำ “เื่นี้ไม่อยู่ในอำนาจที่พวกเราสามารถตัดสินใจได้มันเป็เื่ที่... ยิ่งใหญ่ พลังแห่งความมืดน่ากลัวเกินไปเมื่อกี้นายก็ััแล้วนี่? นายยังบอกว่ากลัวเลย”
ผมกลัวนายต่างหาก... พูดตามตรงมือเท้า หน้านายทุกอย่าง น่ากลัวกว่าน้องชายแสนน่ารักของผมตั้งเยอะ!
“เื่นี้...ปล่อยให้พวกท่านพ่อจัดการเถอะครับ” ไนเจลมองพื้น “อย่างที่ฮาเรฟบอก พลังนั้นน่ากลัวเกินไป ระดับสูงมากไปขนาดตอนนี้เด็กคนนั้นอายุไม่ถึงปีแท้ ๆ...”
ผมเงียบ
อันที่จริงถ้าหากว่าผมไม่อยากเข้าสู่เส้นทางสายวายอย่างรูทค้ำ-คอร์หรือรูท 3Pนั้นวิธีที่ง่ายคือหลับตาลงข้างหนึ่งแล้วปล่อยให้เหตุการณ์นี้ดำเนินต่อไป แคสเบดิเวียร์ที่เป็ตัวกวักมือเข้าสู่รูทพวกนั้นก็จะหายไปผมก็จะใช้ชีวิตอย่างลันล้าเย้ยน้องสาวคลั่งวายได้...
เพียงผมหลับตาลง
เพียงคิดว่านี่คือ 'เกม' เท่านั้น
เพียงเท่านั้นผมก็จะ...ไม่ต้องกลัวอะไรอีกต่อไป
แต่แบบนั้นน่ะ
“ไม่เอาหรอก!”
เด็กคนนั้นอุตส่าห์เกิดมาแล้วอุตส่าห์เกิดมาเป็น้องชายของผมที่เป็กิลเบิร์ต เบดิเวียร์ในตอนนี้แล้วยังไม่ทันที่เราจะได้คุยกัน หัวเราะด้วยกันเราก็ต้องบอกลากันโดยที่เขายังไม่เรียกชื่อผมเลยหรืออย่างไรกัน?
เื่แบบนั้นผมไม่ยอมหรอก!
ครั้งหนึ่งผมเคยมีน้องสาว แม้ยัยนั่นจะเป็น้องสาวคลั่งวายทำให้ผมหน่ายใจเสมอแต่เพราะมีเธออยู่ผมเลยไม่เคยเหงา ต่อให้เธอทำผมปวดหัวแล้วอย่างไรล่ะ?
การอยู่คนเดียวมันเหงามากนะ
เขาเกิดมาเพื่ออยู่กับผมแล้วผมไม่ปล่อยไปง่าย ๆ หรอก!
“กิล...”ไนเจลทอดเสียงอ่อน คล้ายเขาอยากจะพูดอะไรแต่พูดไม่ถูก ส่วนฮาเรฟหรี่ตาสีรุ้งลงแต่ผมไม่สนใจ ผมจ้องตาเขากลับ
สุดท้ายท่านผู้มีความนิยมก็ระบายลมหายใจออกมา...
“จะทำอะไรก็ทำ...”
พูดแบบนั้นก่อนจะคว้ามือผมเดินไปตรงที่ผู้ใหญ่ยืนอยู่ก่อนจะกดเสียงลงอย่างหงุดหงิด “งี่เง่าชะมัด”
ผมยิ้ม
แรกเพียง้าความกล้า
แต่การที่เขาลากผมไปด้วยแบบนี้นั้น...
พอจะเข้าใจแล้วแหละว่าทำไมรูทของฮาเรฟถึงได้รับความนิยมนักน่ะ...
“ท่านพ่อ”
เสียงของฮาเรฟไม่สูงไม่ต่ำเวลาเรียกพ่อของตัวเองความแตกต่างของพระเอกออฟชั่นสูงอย่างฮาเรฟคือแค่เขาพูด ทุกคนก็หันมานิ่ง สนใจและรอฟัง... น้ำตาผมไหลแล้ว
ดยุกแลนสลอตมองลูกชายพอไล่สายตามามองผมเขาคล้ายเข้าใจว่าลูกของตนมาทำไม เสียงที่ออกมาจึงเ็า “เื่นี้พวกเราตัดสินใจกันแล้ว...เด็กคนนี้...”
“ถ้าหากว่าเด็กคนนี้ต้องถูกกำจัด...”ยังไม่ทันที่ดยุกแลนสลอตจะพูดจบ ฮาเรฟก็สวนเสียก่อน “แล้วเ้าชายที่มีพลังแห่งความมืดล่ะทำไมไม่ถูกกำจัด?”
หัวคิ้วของดยุกที่ได้ฟังอยู่กดลงชนชั้นกษัตริย์กับดยุกนั้นต่างกันยิ่งกว่าดยุกกับมาร์ควิส
“เื่นั้น...”
“ท่านพ่อบอกเสมอว่าอัศวินโต๊ะกลมควรมีความเที่ยงธรรม...เพราะนอกจากเราจะเป็ 'ดยุก' แล้วพวกเรายังต้องเป็ 'อัศวิน' อีกด้วย”ั์ตาสีรุ้งของฮาเรฟเยือกเย็น “หากเ้าชายได้รับทางรอดแล้วเหตุใดมนุษย์ผู้หนึ่งที่มีพลังเหมือนกันถึงไม่ได้รับทางรอด? เพียงเพราะเขาไม่ใช่เ้าชายอย่างนั้นหรือ? ถ้าเป็แบบนั้นแล้ว...
คุณธรรมที่ถือมาคือสิ่งใดกันแน่?”
…
เยี่ยม...
เยี่ยม!
เยี่ยม!!!
ผมอยากจะปรบมือให้กับท่านผู้มีความนิยมอันดับหนึ่ง!ขอโทษที่เคยด่านายต่าง ๆ นานาเื่ความรุนแรงและปากที่แสนดุร้าย!
ฝ่ายดยุกที่ได้ฟังก็เงียบกริบคล้ายพูดไม่ออก สอนลูกมาแบบนั้นจะกลับคำก็ปากหนักจะว่าไปก่อนหน้านี้ก็เหมือนได้ยินว่ายุคสมัยของผมมีคนมีพลังมืดอยู่สองคนคือเ้าชายกับน้องของผม
มองฮาเรฟด้วยดวงตาเป็ประกายตอนที่เดินมาผมก็ยังคิดไม่ออกหรอกว่าจะทำอะไรตอนแรกว่าจะทิ้งตัวลงคุกเข่าแล้วชักดิ้นชักงอเหมือนกัน
ผมหันไปมองพวกดยุกอีกรอบมองเลยไปทางท่านพ่อของตัวเองที่หนักใจไม่ต่างกันั์ตาสีดำนั้นมองผมนิ่งจนผมต้องเลิกคิ้วสูงในั์ตานั้นเหมือนกำลังตัดสินใจอะไรบางอย่างแต่ก็หายไปอย่างรวดเร็วพอกัน
“จริง ๆ...”ดยุกกาเวนก้าวขึ้นมาข้างหน้า “สาเหตุที่เ้าชายไม่ถูกตัดสินโทษตายทั้งๆ ที่มีพลังแห่งความมืดเพราะพลังดั่งกล่าวนั้นถูกผนึกเอาไว้...”
“ถ้างั้นคราวนี้...”
ยังไม่ทันที่ผมจะพูดจบดยุกบอร์ก็ส่ายหน้า “การผนึกพลังไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้นและสิ่งที่สูญเสียไปหลังผนึกพลังมันก็มาก... มากเกินกว่าที่ตระกูลดยุกอย่างเราจะกล้าเสี่ยงได้เท่ากับราชวงศ์”
แล้วมันอะไรล่ะครับ?!
พูดมาอย่างละนิดอย่างละหน่อยต่อให้ผมมีตัวเป็เด็กสมองเป็ผู้ใหญ่ก็งงเหมือนกันนะ! ถ้าจะพูดอะไรก็คาย ๆ ออกมาเถอะอย่ามาเกริ่นนิดอ่อยหน่อยให้อยากรู้เลย!
“วิธีอันตราย?”ฮาเรฟที่อยู่ข้างผมขมวดคิ้ว “มากแค่ไหนกันครับ?”
หัวคิ้วของดยุกแลนสลอตกดลงหันไปสบกับดยุกเบดิเวียร์ที่นิ่งเงียบมาตลอดแล้วกลับมามองผม “อาจจะถึงขั้นเปลี่ยนอำนาจตระกูลสายหลักได้...”
ผมไม่รู้ว่านี่จริงหรือหลอกเพราะในเกมแคส เบดิเวียร์ก็สามารถออกมาโลดแล่นได้ แต่พอหันไปมองท่านพ่อที่เงียบมานาน...ก็คงจะจริง
“วิธีอะไรครับ”ผมพูดถามก่อนจะกล่าวทับอีกรอบ กลัวเกริ่นยาว “ทำยังไงถึงจะผนึกพลังน้องชายของผมได้แล้วสิ่งที่ต้องสูญเสียคืออะไรบ้างครับ?”
ดยุกแลนสลอตหนักใจเขาหันไปมองดยุกเบดิเวียร์หลายครั้ง จนสุดท้ายท่านพ่อผู้นิ่งเงียบมานานก็เป็ฝ่ายที่เอ่ยปากออกมาเอง “วิธีที่ราชินีคาเมเลียใช้สะกดพลังของเ้าชายซาลซาอัลคือการใช้พลังเวททั้งหมดของเ้าชายองค์เล็กในการสะกด...”
หัวคิ้วกระตุก...ปกติตามบทมันต้องแม่ใช้พลังตัวเองสะกดลูกสิ
ไหงกลายเป็แม่เอาลูกชายคนเล็กมาสะกดพลังลูกชายอีกคนได้ล่ะ?
“มันหมายความว่ายังไงกันครับ?”ฮาเรฟเหลือบมามองผม ก่อนจะมองท่านพ่อผมอีกรอบ มีฮาเรฟอยู่ก็ดีอย่างผมแค่เป็แบ็กกราวนด์อยู่ข้างหลังเขาก็ถามในสิ่งที่ผมอยากรู้หมดแล้ว!
ท่านพ่อตาแดงมองผม กัดฟันแล้วกล่าวต่อ “เงื่อนไขของการสะกดคือต้องมีสายเื‘เหมือนกัน’ บิดาไม่สามารถทำได้เพราะไม่มีสายเืมารดามารดาไม่สามารถทำได้เพราะไม่มีสายเืบิดา...”
เกริ่นยาวมีมนต์ขลัง สั้น ๆคือต้องเป็พี่น้องสินะ...
“สองคือ...การสะกดต้องใช้เวทมนตร์ทั้งหมดที่มีในร่างกายในการผนึก...” ท่านพ่อจ้องมองผมนิ่ง“นั่นหมายความว่าหลังจากพิธีผ่านไป... จากคนมีเวทจะกลายเป็คนไร้เวท”
สอง จากพอมีดีจะกาก
“และ... สุดท้าย”มือที่อุ้มแคส เบดิเวียร์เอาไว้สั่น “...จะไม่สามารถมีทายาทได้”
อ้อ.......
…...
..
.
สาม ไม่เสื่อมสมรรถภาพก็... อืม นะ
“นี่มัน...” ฮาเรฟเบิกตากว้างเหลือบมามองผมแล้วเม้มปากแน่น“มากเกินไป”
...อยากจะบอกว่าผมเองก็คิดเหมือนกัน
“มันหมายความว่ายังไงรู้ไหม?”ท่านพ่อยิ้มขื่นมองมาทางผมด้วยสายตาหลากหลายอารมณ์ “ลูกจะสูญเสียทุกอย่างในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง กระทั่งตำแหน่งว่าที่ดยุก... ลูกยังไม่สามารถเป็ได้”
“...”
“พ่อไม่อยากบอกลูกเพราะลูกคือว่าที่ดยุกของเบดิเวียร์...เราสามารถสูญเสียแคส เบดิเวียร์ได้ แต่เราสูญเสียกิลเบิร์ต เบดิเวียร์ไม่ได้”ท่านพ่อก้มหน้านิ่งแม้กระทั่งตอนนี้เขาก็ยังคงไม่มีน้ำตาแม้แต่หยดเดียว
ฮาเรฟไม่แม้แต่จะพูดอะไรออกมาผมรู้ว่าเขาคงคิดเช่นเดียวกับท่านพ่อของผมฮาเรฟเป็คนที่มักจะย้ำว่าตัวเองไม่ใช่เด็กเขาตระหนักถึงหน้าที่ของว่าที่ดยุกตลอดเวลา
ไม่มีใครพูดอะไรแม้แต่ตัวผมเองทั้ง ๆที่ทางออกมันอยู่ตรงหน้าแล้ว
ผมกำลังคิดเมื่อตัดสินใจได้ก็เงยหน้าขึ้นมามองท่านพ่อของตน
“สำหรับดยุกแล้ว...เื่แบบนั้นผมก็คิดว่ามันถูกต้องนั่นแหละครับ” ผมยิ้ม“หน้าที่ของดยุกนอกจากช่วยเหลือกษัตริย์ เป็ทั้งขุนนางและอัศวินอีกอย่างที่สำคัญคือดำรงซึ่งสายเืของตระกูลผมเข้าใจว่าทำไมท่านพ่อถึงไม่พูดอะไรออกมา แต่ผมขอถามท่านพ่อเพียงประโยคเดียวเท่านั้น...”
“...”
“ในฐานะ 'พ่อ' แล้ว ท่านพ่ออยากจะสูญเสียแคสเบดิเวียร์หรือเปล่าครับ?”
“...ไม่...”
น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงมา ทำให้ผมยิ้ม
“ในฐานะพ่อคนหนึ่งท่านพ่อยังไม่อยากสูญเสียลูกคนไหนแล้วตัวผมในฐานะพี่ชายจะอยากสูญเสียน้องชายหรือเปล่าล่ะครับ?” ผมหัวเราะ คำตอบมันออกมาแน่นอนอยู่แล้ว!
“ถ้าหากว่าการสูญเสียทั้งหมดของผมคือการแลกกับที่น้องชายผมมีชีวิตอยู่แล้วละก็...
ไม่ว่าถามกี่ครั้งต่อกี่ครั้งผมก็ยอมแลกครับ!”
ระหว่างเ้าสาวที่ไม่เคยเห็นหน้ากับน้องชายที่แสนน่ารักพี่ชายไม่มีทางนอกคอกได้หรอกนะ!