ในตอนนี้ที่ลานกว้างกลางเมืองนั้นเต็มไปด้วยผู้คนที่มารอดูการประลองในครั้งนี้ มันแน่นอนอยู่แล้วเพราะว่าเื่ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้นั้นมันได้เป็ที่รับรู้กันไปทั่วทั้งเมืองแล้ว พวกเขาทุกคนนั้นล้วนแต่มารอดูความสง่างามของคริสตินและมารอดูความตลกขบขันของเอริคกันทั้งนั้น เพราะมันก็เป็ที่แน่นอนอยู่แล้วว่าในการปนะลองครั้งนี้นั้นมันไม่มีทางเลยที่เอริคนั้นจะเอาชนะคริสตินได้
ทุกคนนั้นรู้ถึงสิ่งของที่ทั้งสองนั้นได้นำมาเดิมพันกันในครั้งนี้เป็อย่างดี มันเป็เพราะว่าคริสตินนั้นไม่อยากที่จะให้เงินกับเอริคเพราะเขานั้นบอกกับผู้คนไปว่าเขานั้นไม่อยากที่จะให้เอริคนั้นหลงมัวเมาไปกับการพนัน ซึ่งการกระของเขานั้นชาวเมืองนั้นก็ให้การสนับสนุนเป็อย่างมาก
ซึ่งการที่เอริคนั้นนำคู่หมั้นของตัวเองมาเป็สิ่งของในการเดิมพันนั้นมันทำให้ทุกคนนั้นดูถูกดูแคลนเอริคอย่างถึงที่สุด แต่ในใจทุกคนนั้นก็ยังรู้สึกดีกว่ามากเพราะรู้ว่าถ้าเอริคแพ้นั้นโอฟิเลียนั้นก็จะเป็ของคริสติน ซึ่งทุกคนนั้นคิดว่ามันก็เหมาะสมกันแล้ว
ในตอนนี้นั้นคริสตินนั้นได้สร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองจนเกือบที่จะไปถึงระดับสูงแล้ว มันถึงขั้นที่ว่าเขานั้นขยับตัวทำอะไรก็จะมีคนชื่นชมอยู่ตลอดแต่ว่ามันก็ยังห่างจากขั้นที่จะทำให้ผู้คนนั้นนับถือเขาอยู่มาก
ซึ่งโอกาสในการประลองในครั้งนี้นั้นก็ถือว่าเป็โอกาสที่สำคัญสำหรับเขาอยู่เช่นกัน เพราะว่าถ้าเขานั้นทำให้ทุกคนนั้นเห็นว่าลอร์ดที่ปกครองเมืองอยู่ในตอนนี้นั้นอ่อนหัดมากแค่ไหนมันก็เป็ไปได้ว่าเอริคนั้นจะโดนกดดันทุกช่องทางเลยทีเดียว
แล้วเมื่อเอริคแพ้อย่างหมดรูปให้แก่เขา เมื่อนั้นเขาก็แสดงความมีน้ำใจเข้าไปช่วยเหลือเอริคเพื่อไม่ให้เขานั้นขายหน้ามากไป แบบนั้นชาวเมืองที่ดูอยู่นั้นก็จะเห็นภาพลักษณ์เอื้อเฟื้อของเขาอย่างแน่นอน
แผนการทั้งหมดนั้นมันดูดีเป็อย่างมาก
ทุกอย่างนั้นดูเหมือนว่าจะอยู่ในการควบคุมของเขาทั้งหมดแล้ว
ในตอนนี้คริสตินนั้นมารอเอริคอยู่ที่ลานประลองก่อนแล้ว
นอกจากเขาแล้วก็ยังมีผู้าุโบางคนของตระกูลมาในครั้งนี้ด้วยเพื่อเป็การสนับสนุนครินตินและเป็หน้าเป็ตาให้กับเขา ซึ่งทุกคนนั้นก็นั่งรอไปพร้อมกับคริสตินเช่นกัน
อย่าคิดว่านี่มันเป็เื่เล็กน้อย เพราะการที่เขานั้นมาถึงก่อนแล้วต้องมารอเอริคนั้นมันแสดงให้ทุกคนนั้นเห็นว่าเขานั้นเป็คนที่ใส่ใจกับรายละเอียดเล็กน้อยแค่ไหน ซึ่งด้วยชื่อเสียงของทั้งสองคนที่มันแตกต่างกันมากอยู่แล้วนั่นทำให้ผู้คนนั้นคิดว่าเอริคนั้นเป็คนที่ไม่มีระเบียบวินัยนั่นเอง
แน่นอนว่าเื่เล็กน้อยแบบนี้มันอาจจะไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรมากมายนัก แต่ว่าเขานั้นจะไม่ยอมที่จะปล่อยมันไปเด็ดขาดเขา้าที่จะคว้าโอกาสเล็กๆน้อยๆให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
เมื่อทุกคนนั้นเห็นว่าคริสตินนั้นได้มารออยู่นานแล้วแต่ว่าเอริคนั้นยังไม่มาเสียทีเสียววิพากย์วิจารย์นั้นก็เริ่มดังขึ้นมาเรื่อยๆ แต่ว่าผลลัพย์นั้นมันก็ยังไม่เป็ที่น่าพอใจต่อคริสตินเท่าไหร่นัก
เขานั้นเข้าใจดีว่ามันเป็เพราะอะไร มันเป็เพราะว่าต่อให้เอริคนั้นจะมาช้าแค่ไหนแต่เขานั้นก็ยังเป็ถึงลอร์ดปกครองเมือง แล้วเขานั้นก็ยังเป็ขุนนางอีกด้วยการที่ชาวบ้านธรรมดานั้นจะไปวิพากย์วิจารย์ขุนนางนั้นถ้าโดนจับได้นั้นมันอาจจะทำให้พวกเขานั้นเดือดร้อนได้
เื่นี้เป็เื่เดียวที่คริสตินนั้นอิจฉาเอริคเป็อย่างมาก
เพราะคนที่มีความสามารถแบบเขานั้นกลับไม่ได้มียศขุนนางแบบนั้นเลย
แต่กลับคนที่ไม่เอาไหนอย่างเอริคนั้นกลับมียศบารอนประดับบ่าแบบนั้น
"เอาน่าน้องชาย เ้าไม่ต้องร้อนใจไปหรอก เชื่อข้าเถอะหลังจากนี้พรีออนนั้นจะเป็ของครอบครัวขอเ้าแน่นอน"
"ข้าทราบแล้วพี่โทมัส"
ชายที่อยู่ข้างคริสตินในตอนนี้นั้นเขามีชื่อว่าโทมัส โคแวน เขาเป็ลูกชายของบารอนซาอิดแห่งวิลบี้ ซึ่งเขานั้นเดินทางมาเยี่ยมเยียนอีวาน รอสเตอร์ในนามของพ่อเขา ซึ่งเื่นี้มันเป็การหักหน้าเอริคและเมืองพรีออนเป็อย่างมาก เพราะว่าการที่โทมัสนั้นเดินทางเข้ามาเยี่ยมเยียนในนามขุนนางนั้นกลับไปหาอีวานเป็อันดับแรกแต่กลับไม่มาหาเขาที่เป็บารอน
แน่นอนว่าการมาของโทมัสนั้นมันทำให้แฮรี่นั้นหวาดระแวงเป็อย่างมาก
เพราะเป็ที่รู้กันทีดีว่าบารอนแห่งวิลบี้นั่นหมายปองพรีออนมาเป็เวลานานแล้ว
การมาถึงของโทมัสนั้นดูเหมือนว่าจะเป็สัญญาณอะไรบางอย่างแน่นอน
แล้วการที่โทมัสนั้นเข้าหาทางตระกูลรอสเตอร์นั้นมันก็เป็เื่ที่ไม่ดีกับฝั่งของแฮรี่เป็อย่างมาก เพราะพวกเขานั้นเข้าหากันอย่างเปิดเผยเป็อย่างมากนั่นมันแสดงให้เห็นว่าพวกเขานั้นไม่ได้เกรงกลัวฝั่งของเอริคเลยแม้แต่น้อย
เมื่อเวลาเริ่มสายแล้วทุกคนก็เห็นรถม้าขอเอริคเดินทางเข้ามาที่ลานประลองอย่างช้าๆ เมื่อพวกเขามาถึงมันก็ไม่มีใครกล้าพูดจาไม่ดีต่อในทันที เพราะทุกคนนั้นก็กลัวจะเดือดร้อนกันทั้งนั้น
เมื่อรถม้าจอดลงก็เป็เอริคที่เดินลงมาก่อนเป็คนแรก เขาเดินลงมาจากรถม้าก่อนที่จะหันกลับไปยกมือขึ้นเพื่อให้โอฟีเลียนั้นเกาะแขนเขาลงมา นั่นทำให้คนในรถม้านั้นใเป็อย่างมาก
โอฟีเลียเห็นแบบนั้นก็ลังเลเล็กน้อยก่อนที่จะยื่นมือไปเกาะแขนของเอริคแล้วเดินลงมา เพราะนางนั้นไม่อยากที่จะหักหน้าเอริคท่ามกลางผู้คนจำนวนมากแบบนี้แล้วอีกอย่างมันก็ไม่ได้เสียหายอะไรเพราะนางนั้นก็เป็คู่หมั้นของเขาอยู่แล้ว
คริสตินที่เห็นแบบนั้นเขาก็มีสีหน้าที่ไม่ดีเป็อย่างมากแต่เขาก็แสดงออกมาแค่แปปเดียวเท่านั้นก่อนที่จะทำสีหน้ากลับมาเป็ปรกติอีกครั้ง ส่วนโทมัสนั้นเมื่อเห็นโอฟีเลียเดินลงมานั้นสายตาของเขานั้นก็สว่างวาบขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด คริสตินก็เห็นแบบนั้นเช่นกันก่อนที่จะยิ้มอย่างเหยียดหยามออกมานิดๆโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น
"โอ้!!!! บารอนแห่งพรีออนท่านเกือบที่จะมาสายแล้วนะท่านให้แขกรอนานแบบนี้ได้ยังไงกัน"
ก่อนที่ทุกคนนั้นจะได้มีปฏิกิริยาอะไรนั้นก็ได้มีคนพูดขึ้นมาเสียงดังในทันที มันเป็โทมัสคนนั้นที่พูดขึ้นมาอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด เพราะเขานั้นไม่ได้กลัวอะไรอยู่แล้วเพราะงั้นเขาจึงพูดออกไปโดยที่ไม่ได้สนใจอะไร
คริสตินที่นั่งอยู่ข้างๆนั้นก็แปลกใจเช่นกันที่โทมัสนั้นพูดขึ้นมาอย่างกระทันหันแต่ว่าเขานั้นก็ไม่ได้ว่าอะไรแล้วทำเหมือนกับว่าเขานั้นไม่สามารถทำอะไรได้เพราะตัวเขาเองนั้นไม่มีสิทธิ์ไปห้ามโทมัส
ทุกคนนั้นหันไปมองเอริคเป็ตาเดียวเพราะพวกเขานั้นรู้ว่าเมื่อทุกครั้งที่เอริคนั้นได้ยินคนพูดกับเขาแบบนี้เขาต้องะเิอารมฌ์ออกมาอย่างแน่นอนซึ่งนั่นคือสิ่งที่ทำให้ทุกคนนั้นเอือมระอาเป็อย่างมาก ซึ่งถ้าเอริคทำแบบนั้นในตอนนี้มันก็จะเป็เื่ที่ทำให้ขายขี้หน้าเป็อย่างมาก
คนที่มากับเอริคนั้นก็มองไปที่เขาพร้อมกับคิ้วที่ขมวดไปด้วย เพราพวกเขานั้นรู้จักนิสัยเอริคเป็อย่างดี แต่ว่าครั้งนี้มันกลับต่างออกไป เพราะเอริคที่ทุกคนนั้นคาดหวังว่าจะโวยวายออกมานั้นกลับยิ้มออกมาเท่านั้น แล้วทุกคนที่อยู่ที่นั้นก็ได้ยินสิ่งที่พวกเขานั้นไม่คาดคิดว่าจะได้ยินมาก่อน
"แขก?"
"แขกงั้นหรอ?"
"เมื่อไหร่กันที่ท่านกลายเป็แขกของเมืองเรา แม้แต่การแนะนำตัวเองของตัวแทนบารอนข้าก็ไม่เคยได้ยินมันจากปากท่านเลยสักครั้ง ท่านแน่ใจแล้วหรอว่าแขกที่ท่านพูดถึงนั้นคือแขกของข้า ถ้าไม่ใช่ท่านก็ควรนั่งนิ่งๆแล้วไม่ต้องพูดอะไรออกมาจะดีกว่านะ"
!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
ผู้คนที่อยู่ตรงนั้นฮือฮาขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินสิ่งที่เอริคนั้นพูดออกมา เพราะทุกคนนั้นไม่คิดเลยว่าคนอย่างเอริคนั้จะตอบโตกลับไปด้วยวิธีนี้ แล้วมันก็ยังเป็การตบหน้าโทมัสกลับไปอย่างรุนแรงอีกด้วย
"เ้าว่าไงนะ!!!!"
หึ!!!!!
เอริคเมินเฉยต่อเขาก่อนที่จะเดินผ่านหน้าเขาไปแล้วไปส่งโอฟีเลียที่ที่นั่งของนางซึ่งเขานั้นเห็นนางยิ้มออกมาอีกด้วย ซึ่งต้องบอกเลยว่ามันสวยงามเป็อย่างมาก