บิลลี่จับเอวจอมยุทธถามว่าแบ๊ะแต่น้าไพโรจน์เตือนให้ระวังท้องฟ้าเพราะดอกไม้สีชมพูลอยกลางอากาศ มีลิงลอยได้โยนดอกไม้ลงพื้นตลอดเวลา ปูเจ๊กเทียนหันมาแล้วกอดอกตดออกมาดังๆแล้วยื่นมือมาขยี้หน้าบิลลี่ บิลลี่เลยสวมแว่นกันแดนเข้ากับรองเท้าหนังหลากสีสัน รถยนต์คันประหลาดไม่ได้เติมน้ำมันคันนั้นมันขยับเองโดยประตูมันเปิดอัตโนมัติแล้วพวงกุญแจสำหรับสตาร์ทรถก็พุ่งมายังขบวนขันหมากอย่างหน้าด้านๆไม่มีใครเกิน พวกเขาสงบใจแล้วเลยลองปีนขึ้นรถและสตาร์ทโดยจอมยุทธเป็ผู้ขับ บิลลี่เป็ผู้แบกรถไว้บนหลัง รถมันก็ส่งเสียงไอโขลกเหมือนนางพยาบาลให้น้ำเกลือคนไข้แรงๆเป็สายเื รถเกิดพยาบาทมันพยศแบบม้าบ้าได้สะบัดพวกเขาให้ลงและไล่เตะพวกเขาไปตามทาง เหล่าเซียนวิ่งหนีโดยมีรถตามมาไล่เตะ การวิ่งไล่ได้เหยียบมดไปจำนวนมาก ตำรวจตรวจทางเห็นเลยขับมอเตอร์ไซค์ตามมาเพื่อจะเขียนใบสั่งแบบใบสั่งเสียครั้งสุดท้ายก่อนจะปะา เทวทูตที่รับรู้ว่ามดตายไปหลายล้านก็ลอยตามและโยนสมุดบันทึกไปยังกลุ่มนั้นว่ามีรายชื่อสิ่งมีชีวิตใดบ้างที่ตายไปด้วยพวกเขา
ทันใดนั้นมีหนูบ้านตัวหนึ่งสีเทาๆทึมตามทางเดิน รถยนต์ที่วิ่งไล่มาเจอร้องกรี๊ดแบบสาวแล้วหันกลับหลังพบตำรวจกับเทวทูตจึงไล่เตะตำรวจและเทวทูตไปทางอื่น เหล่าเซียนที่วิ่งมาตลอดมาหยุดพักเพื่อหายใจแล้วต่างแบ่งกันดมยานัตถ์พ่นเข้าจมูกและออกทางรูหู
เหมือนพวกเขามาอยู่บนเส้นทางที่ยังไร้ปลายทาง เป็นถนนทอดยาวมีรอบข้างเป็นท้องทุ่ง พวกนั้นมองไปข้างหน้าเห็นผลึกคริสตัลสีเทาที่ลอยค้างบนอากาศ อัญมณีที่จิ๋นซีสั่งให้ไปล่า คริสตัลมันก็ลอยหนีไปอีก เรื่องมันไม่จบง่าย เหล่าเซียนเกาะกลุ่มกระทืบเท้ากับพื้นถนนจนยางมะตอยแตกเป็นเสี่ยงๆ กลิ่นไซยาไนด์ข้างถนนมาจากซากศพแมวเปอร์เซียร์ที่อยู่ในท่านอนหงายจากการอัตวินิบาตกรรมเพราะไปดมรองเท้าของใครสักคนอย่างจงใจจนสีหน้าของปูเจ๊กเทียนขณะนี้อ่อนเยาว์และใส่หน้ากากรูปเณรเส้าหลินให้ชื่นใจ
พวกเขาเดินท่ามกลางพื้นที่ที่กว้างขวางมาพบป้ายกลางทางมันเขียนว่าอ่านออกหรือไง ปูเจ๊กเทียนเลยปล่อยพลังแสงที่ตาทำลายป้าย แต่ป้ายมันไหวตัวพ่นลมหายใจโต้กลับพลังแสง ป้ายเลยใช้ขาป้ายวิ่งสั่นๆเผ่นไปกับฝูงม้าลายที่วิ่งหนีบางสิ่งเหมือนผีกองกอยแต่พันผ้าเหมือนมัมมี่กระโดดตามล่าไล่ไม่ค่อยทัน
พวกเขามาพบกับเตนท์ขนาดใหญ่เท่างานละครสัตว์ของใครก็ไม่รู้กางไว้กลางทางถนนเฉยเลยแต่เหมือนจะไม่มีใครอยู่ พวกเขาโดนแรงดึงดูดให้ลอยเข้าไป ข้างในนั้นเจอสาวงามนั่งอยู่บนเตียงที่แขวนด้วยลวดตาข่ายในที่สูงๆ นางสวยแบบนางครีโอพัตรา นางกล่าวราตรีสวัสดิ์และลงนอนในท่าปลาดาวสักประเดี๋ยวก็ลุกตื่นมาบอกว่า
"ยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งกากี แบบกากี่นั้ง หนุ่มๆท่านใดทำให้ฉันหลงไหลได้จะได้เดินทางไปต่อ"
เจ้าชายไมโลแก้มกระตุกคิดว่าตัวเองเหมาะเจาะได้ก้าวไถลออกมาข้างหน้ากลุ่ม ไม่มีเวลามาทำท่าหันศีรษะไปข้างแล้วขมวดคิ้วตาปิดเปิดปากเจ่อ นางครีโอพัตราหลงยุคที่ตกลงมาเกือบหัวทิ่มมาพิจรารณาใกล้เจ้าชายไมโลที่ตอนนี้หนวดเคราเฟิ้มสั่นได้ นางยกมือเชิดคางของเขาพิจารณาแล้วปล่อย เดินไปหาปูเจ๊กเทียน
"แต่ข้าว่าข้าชอบจอมยุทธมากกว่านะ"
เจ้าชายไมโลทำการหันศีรษะไปด้านข้างแบบหันมาที่นาง คิ้วขมวดตาเปิดข้างปิดข้าง ปากเจ่อแบบโดนมวยต่อยเป็นครั้งที่หมื่นเก้า
ด้วยความเข้าใจที่น่าจะจบแล้วปูเจ๊กเทียนไม่สนใจนางหรอก คิดว่านางเลือกแล้วจะได้เดินทางต่อ แต่นางกลับโอบล้อมพวกเขาด้วยตัวคนเดียวว่าเกมส์ยังไม่จบ
"พวกเจ้ายังไปไม่ได้ ถึงข้าจะบอกว่าข้าชอบจอมยุทธ แต่ดูแล้วท่าทางหนุ่มคนนั้นก็น่าสน"
นางหันหน้าชี้ไปที่ชายหนุ่มนามว่าบิลลี่ ทุกคนรู้สึกอยากหัวเราะแต่ต้องกลั้นอาการ นางเดินกะเผลกไปหาเขา ยื่นหน้ายื่นอกไปใกล้ๆ
"บอกมาซิพ่อหนุ่ม เจ้ามีนามว่าอย่างไร"
"แบ๊ะ แบ๊ะ แบ๊ะ"
นางคงช็อคกระทันหันกับสิ่งที่เป็นหนุ่มหล่อดั่งหทัยจะมาทำเรื่องตลกร้ายแรงที่มีกระแสออร่ากระเด็นรอบเต็นท์กว้างๆ พรรคพวกปล่อยเสียงก๊ากทันทีจนนางหน้าตาไม่เป็นคน เหงื่อกระเด็นออก
"โอเค ข้าจะไม่ยอมให้พวกเจ้าผ่าน อย่างนี้ข้าไม่สบอารมณ์ ใครสามารถล้มข้าลงถังขยะที่สามารถซักผ้าในรถเมล์ได้ก็จะผ่านไปไม่ได้อยู่ดี"
ตกลงนางก็พูดไม่ให้ผ่านไป และนางก็ตั้งท่ามากับอาวุธนั้นเป็นอักษรจีนตัวเดียวที่หลุดมาจากตัวอักษรสองตัวมีความหมายว่า เหม็น นางถืออักษรจีนมาตบแก้มเบาๆ แล้วจับดมอักษรตัวนั้นเหมือนเป็นของโปรด
ปูเจ๊กเทียนโกรธและร่างกายประชดด้วยการสะบัดกายอย่างแรง เจ้าชายไมโลบูดบึ้งแยกเขี้ยวที่ไม่น่าสนใจ น้าไพโรจน์ก็มีความโทสะต้องยกมือขึ้นส่ายเอวได้แรงสี่เท่า ที่เหลือก้มหลบแรงลมที่ปะทะข้างหลังซึ่งหมีควายยังนั่งเล่นเกมส์กดมาตลอด
นางเริ่มเคลื่อนไหว นางเหาะโดยเท้าทั้งสองจับอักษรจีนตัวนั้นลอยไปข้างหลังและทะลุผ้าหายไปจากเต็นท์โดยที่ผ้าไม่ขาด สร้างความแตกตื่น และเริ่มเงียบ
และแล้วผ่านไป สิ่งที่มาจากข้างนอกเต็นท์คือตัวนางขี่อักษรจีนและทหารอียิปต์โบราณเป็นขบวนทะลวงผ้าเต็นท์มาอย่างสะเทือนจิตแทบจะร้องกรี๊ดกร๊าดด้วยความเมามันส์ เหล่าเซียนวิ่งขาเดียวออกจากเต็นท์มาล้มฟาดหน้าตามๆกัน ทหารอียิปต์โบราณถือหอกตะลุมบอนคนที่ล้มกองกลางถนน
ผีเหมือนกองกอยแต่พันผ้าเหมือนมัมมี่เจ้าเก่าที่กระโดดไล่ล่าฝูงม้าลายได้กระโดดผ่านมา มาตะเบ๊ะ นางครีโอพัตราตนนั้นร้องกรี๊ดลั่นจนเอามือกุมอกเพราะหัวใจเริ่มเต้นจังหวะดิสโก้พังก์คอร์เอาอักษรจีนมาลูบแก้มอย่างแรงแล้วสูดดมอักษรเข้าลึกๆ อักษรจีนส่งกลิ่นตดของช้างใส่และนางได้หัวใจล้มเหลวหงายหลังล้มตึง ทหารอียิปต์เห็นท่าจะไม่ดีรีบเข้ามาประคองนางแล้วพากันวิ่งถอยหลังหนีผีประหลาดที่เหมือนกองกอยพันผ้าเหมือนมัมมี่กระโดดไล่ตามไปแทบไม่ทัน
ขบวนแห่ขันหมากเหล่าเซียนลุกมาปัดฝุ่นตามตัวและตามศีรษะก็มีผงถ่านให้ปัดแรงจนหัวคอจมูกสั่นโดยน้าไพโรจน์สั่นไหวต้องยกมือส่ายเอวเพราะอาการสั่นกระตุกเข้าไปในเส้น แก้วกล้าตบหัวตัวเองมันก็หยุดนิ่ง นายนมนตรีกระโดดขึ้นลงคนเดียวจนเอือมระอา
มีเรื่องที่ต้องสะกิดใจเมื่อรถยนต์จอมพยศกลับมาไล่เตะพวกนั้นอีกรอบ เหล่าเซียนเปิดไอพ่นที่รองเท้าผ้าไบของแต่ละคนพุ่งห่างไปจากถิ่น
เมื่อพุ่งไปสิบนาที มาถึงหมู่บ้านแบบชนบทก็ชนเข้ากับพุงของชายอ้วนร่างใหญ่กว่าขบวนเหล่าเซียน ทั้งหมดที่กระแทกกระทบพุงไปหล่นลงพื้นเจ็บระบมทุรนทุรายอย่างทุเรศจิตแต่ชายอัวนตัวยักษ์เรียกพี่ไม่เจ็บเพราะเขารู้สึกคันๆคิ้วตัวเองและเดินกระดกสุราและตดเป็นจังหวะฮิปโปอาฆาตจากไปเหมือนกลับบ้านตัวเองที่สิงคโปร์
สติกลับมาอยู่กับที่ เหล่าเซียนพบว่าที่นี่คือหมู่บ้านชนบท มีม้า วัว แกะ แพะ ยาบ้า โคเคน บาร์เหล้า แต่ยังไม่มีวี่แววจะเจอคริสตัลสีเทา จึงเช่าโรงแรมและเหล่าเซียนต้องมานอนเบียดกันบนเตียงเล็กเตียงเดียวต่างดิ้นสั่นเพราะเบียดเสียดเหมือนหมูแย่งดูดนมจากเต้าของแม่มัน ปูเจ๊กเทียนก็เผลอผายลมทำให้ทุกคนหลับไหลลง และฝันดีทั้งคืน