ราชาไร้บัลลังก์

    บทที่24:เมืองบลัดดี้

    เมื่อเดินทางไปได้อีกซักพักเรื่องที่มิคาเอลพูดก็เป็นจริงขึ้นมา ฉึก ฉึก ฉึก ลูกธนูที่อัดพลังระดับต่างๆได้พุ่งเข้ามาที่ขบวนของเบลสิก้าทันทีบางคนในขบวนสามารถที่จะปัดออกไปได้แต่บางคนก็พลังน้อยเกินไปจึงได้ตายลง
    ''มันมาแล้ว ปกป้องคุณหนู''หัวหน้าขบวนพุ่งตัวหายเข้าไปในป่าพร้อมกับเสียงกรีดร้องดังขึ้นมิคาเอลที่โดนมัดอยู่ก็พูดขึ้น
    ''พวกเจ้าทั้งหมดตายแน่หัวหน้าพวกเจ้ามีพลังแค่15ชั้นบรรยากาศจะไปสู้อะไรกับหัวหน้ากลุ่มโจรที่มีพลัง17ชั้นบรรยากาศได้''ที่มิคาเอลพูดออกไปแบบนั้นเพราะนอกจากพลังจะน้อยกว่าฝ่ายตรงข้ามแล้วหัวหน้าขบวนยังมีร่างกายที่อ่อนแอเกินกว่าจะสู้อีกฝ่ายได้
    ทุกคนที่ได้ยินต่างหันมามองมิคาเอลด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ เพราะมิคาเอลสามารถบอกระดับพลังของหัวหน้าพวกมันได้อย่างถูกต้อง
    ''หุบปากไอ้เด็กเวร เจ้ามันพวกโจรตายซะเถอะ''เอ็มตะโดนออกมาและพุ่งเข้าไปจะใช้ดาบในมือฟันมิคาเอลแต่...ปึด ปึด ปึด เชือกที่มัดมิคาเอลเอาไว้ขาดออกทั้งหมด พร้อมๆกับมิคาเอลที่หายตัวไปต่อหน้าต่อตา
    ''อย่ามายุ่งกับข้าหากยังไม่อยากตาย ข้าไม่ใช่เพื่อนเล่นของเจ้า''บูม พลัง30ชั้นบรรยากาศไหลออกมาจากตัวมิคาเอลทันที
    ''นะ นี่ เจ้า! พลังขนาดนั้นมันอะไรกัน มันมากกว่าหัวหน้าซะอีก''เอ็มพูดออกมาด้วยความไม่อยากเชื่อ
    ''หึ กลุ่มโจรกลุ่มนั้นแค่ข้าสะบัดมือครั้งเดียวพวกมันก็ตายแล้วทีนี้ข้าจะไปเป็นพวกของมันเพื่ออะไร''พูดจบมิคาเอลก็หายตัวไปนอนอยู่บนที่พักของเบลสิก้าโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง
    การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่องทั้ง2ฝ่ายได้ห้ำหั่นกันโดยไม่คิดชีวิตปั่ก! ร่างของหัวหน้าขบวนถูกโยนออกมาจากป่าขณะเดียวกันชายรูปร่างกำยำที่ลำตัวที่แต่รอยแผลเป็นก็ได้ตามออกมากระทืบเข้าที่อกของหัวหน้าขบวนจากนั้นมันจึงตะโกนออกมา
    ''หยุดการต่อสู้หัวหน้าของพวกเจ้าตอนนี้แพ้ให้ข้าแล้ว ใครที่ยังไม่อยากตายวางอาวุทลงซะ''คนในขบวนที่ได้ยินต่างหันไปมองหน้ากันเองจากนั้นจึงลดอาวุทลงสุดท้ายทั้งหมดก็โยนอาวุททิ้งเมื่อหัวหน้ากลุ่มโจรเห็นแบบนั้นก็ยิ้มด้วยความพอใจและพูดต่อ
    ''ข้ามี2ทางให้พวกเจ้า1.มาเป็นลูกน้องของข้า 2.ตาย''คนในขบวนที่ยังรอดอยู่เมื่อได้ยินแบบนั้นก็ตัวสั่นก่อนจะเดินเข้าไปคุกเข่าหน้าหัวหน้าโจร
    ''ไอ้พวกบัดซบ''หัวหน้าขบวนตะโกนออกมาอย่างโมโหขณะที่มันนอนอยู่ใต้เท้าของหัวหน้ากลุ่มโจร
    ''โทษทีหัวหน้าพวกข้ายังมีคนรักและครอบครัวรออยู่ พวกข้ายังไม่อยากตาย''เป็นเอ็มที่พูดออกมาขณะยิ้มแต่แล้วเสียงที่เรียบง่ายกลับดังขึ้น
    ''ฮ่า ฮ่า คุณหนูดูเหมือนว่าคนของท่านจะเป็นแค่สวะนะ''มิคาเอลพูดขณะตบลงไปบนที่พักของเบลสิก้า
    ''คุณชายได้โปรดช่วยข้าด้วย หลังจากเรื่องนี้ผ่านไปข้าจะตอบแทนท่านทุกอย่าง''เบลสิก้าพูดออกมาเพราะนางไม่เหลือทางรอดแล้วมิคาเอลคือความหวังเดียวของนางในตอนนี้
    ''หืม ทุกอย่างแน่นะ หากเป็นเช่นนั้นก็ได้ข้าจะช่วยเจ้าซักครั้ง''มิคาเอลกระโดดลงมาจากหลังที่พักและเดินไปประจัญหน้ากับหัวหน้าโจร ที่มันช่วยก็เพราะว่าต้อการเดินทางไปที่เมืองแบบสบายๆและเข้าไปหาสิ่งมีค่าตามเมืองหรือข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ที่ต่างๆ
    ''ฮ่า ฮ่า ฮ่า เด็กแบบเจ้าเนี่ยนะจะไปทำอะไรได้''หัวหน้าโจรพูดดูถูกมิคาเอลทันทีเพราะมองยังไงมันก็แค่เด็กแต่มิคาเอลกลับไม่เล่นด้วยมันปลดปล่อยพลังออกมาและสร้างเส้นด้ายทมิฬขึ้นมาจากนั้นจึงซัดไปที่หัวหน้าโจรและลูกน้องของมันที่แอบซ่อนอยู่ในป่า โจรทั้งหมดถูกเผาจนไม่เหลือแม้ขี้เถ้าหลังนั้นมิคาเอลจึงกระโดดไปนั่งอยู่บนที่พักของเบลสิก้าต่อก่อนจะพูดกับนาง
    ''เรียบร้อยแล้วหวังว่าเจ้าจะรักษาสัญญา''มิคาเอลพูดออกมาขณะมองท้องฟ้าหากเดาไม่ผิดคุณหนูคนนี้ต้องไม่ใช่คนดีนักไม่งั้นลูกน้องของนางคงจะไม่เปลี่ยนฝั่งอย่างง่ายดายแน่นอน
    ''ข้ารักษาสัญญาเสมอคุณชายไม่ต้องเป็นห่วง''เบลสิก้าเงียบไปหลังจากพูดเสร็จจากนั้นนางจึงเดินออกมานอกที่พัก
    ''หัวหน้าขบวนจัดการคนที่ทรยศให้หมด''เบลสิก้าพูดขึ้นอีกครั้งหลังจากออกมา ถึงหัวหน้าขบวนจะบาดเจ็บแต่นางก็รู้ว่ายังพอสามารถจัดการกับเหล่าคนที่ทรยศได้
    ''วะ ไว้ ชีวิคพวกเราเถอะคุณหนูพวกเราไม่มีทางเลือกจริงๆ''เอ็มพูดออกมาด้วยใบหน้าที่อาบไปด้วยน้ำตาแต่...ฉัวะ หัวของมันกลับโดนหัวหน้าขบวนฟันขาดโดยไม่ทันตั้งตัว จากนั้นการฆ่าอยู่ฝ่ายเดียวจึงได้เริ่มขึ้นและเมื่อคนที่ทรยศถูกฆ่าทั้งหมด หัวหน้าขบวนได้เดินมาบริเวณสัตว์อสูรที่มีที่พักของเบลสิก้าอยู่ก่อนจะแหงนมองขึ้นไปด้านบนและพูดขึ้น
    ''ขออภัยคุณชายในเรื่องก่อนหน้านี้ เป็นเพราะข้าโง่เอง...''มิคาเอลโบกมือให้มันเงียบเพราะไม่อยากฟังต่อจากนั้นจึงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาและไม่สนใจสิ่งใด
    ''จะไปไหนก็ไป ข้าไม่สนใจที่จะฟังคนโง่เขลาเช่นเจ้า''มิคาเอลไม่ได้มีอารมณ์ใดๆกับคนคนนี้มันจึงไล่อีกฝ่ายไปเท่านั้น หัวหน้าขบวนได้ยินสิ่งที่มิคาเอลพูดมันกลับไม่โกรธและทำได้แค่ก้มหน้าลง
    ''ข้าขอโทษเจ้าจริงๆคุณชาย''หัวหน้าขบวนพูดทิ้งท้ายไว้และกำลังจะหันหลังแต่มิคาเอลก็ได้พูดขึ้นจนหัวหน้าขบวนต้องหยุดชะงักลง
    ''เอาเถอะข้าไม่โทษท่านหรอก เป็นใครก็ต้องระแวงคนแปลกหน้าทั้งนั้นไปทำหน้าที่ของท่านต่อเถอะและเมื่อไปถึงเมืองพาข้าไปเลี้ยงอาหารดีๆซักมื้อแล้วกัน''มิคาเอลเห็นว่าชายคนนี้มีความจริงใจจึงไม่อยากจะทำลายความรู้สึกของมันและได้พูดให้มันได้รู้สึกดีขึ้น
    ''ได้ ได้ ได้ เรื่องอาหารข้าจะจัดใหญ่มื้อใหญ่ไปเลย ขอบคุณมากที่เข้าใจข้า''หัวหน้าขบวนรู้สึกดีขึ้นแล้วจึงไปเดินควบคุมการเดินทางต่อการเดินทางที่เหลือเต็มไปด้วยความปลอดภัยเพราะตลอดทางนี้เป็นของกลุ่มโจรที่จัดการไปแล้วและหลังจากการเดินทางต่อเพียง3วันตอนนี้ก็ได้มาถึงเมืองบลัดดี้ ทุกคนผ่านเข้าเมืองได้อย่างง่ายดายเพราะเบลสิก้าเป็นลูกของเจ้าเมือง เมื่อข่าวไปถึงเจ้าเมืองหรือพ่อของเบลสิก้าเจ้าเมืองก็ได้ตรงดิ่งออกมาหาเบลสิก้าในเมืองทันทีเพราะเจ้าเมืองหวงลูกสาวเป็นอย่างมากแต่เมื่อเจ้าเมืองมาถึงมันก็ขมวดคิ้วและถามออกมาด้วยสงสัย
    ''ลูกพ่อมันเกิดอะไรขึ้นทำไมคนที่คุ้มกันเจ้ามาถึงได้หายไปหมด''
    ''ระหว่างทางเราได้เจอโจรป่าเข้าน่ะสิท่านพ่อ เดิมทีข้าคิดว่าต้องตายแล้วแต่ได้น้องชายคนนี้ช่วยไว้''เบลสิก้าชี้ไปที่มิคาเอล เจ้าเมืองเองก็ได้มองตามนิ้วของลูกสาวไปเมื่อมันเห็นมิคาเอลมันก็สำรวจอีกฝ่ายอย่างระมัดระวังแต่มันก็ยังคงไม่ไว้ใจ
    ''เจ้าน่ะหรือที่ช่วยลูกข้าไว้ เอาเถอะตามข้าไปที่วังเจ้าเมืองข้าจะให้เงินเจ้า10,000เหรียญทอง''เจ้าเมืองพูดออกมาซะเฉยๆเพราะเห็นว่ามิคาเอลเป็นเด็กจึงคิดจะให้เงินนิดๆหน่อยๆแล้วเรื่องก็จะได้จบแต่ในขณะที่มิคาเอลได้ยินก็ขมวดคิ้วก่อนจะพูดด้วยเสียงโมโหเล็กน้อย
    ''ลูกสาวท่านมีค่าแค่10,000เหรียญทอง ฮ่า ฮ่า ฮ่า ตลกสิ้นดี ในเมื่อเป็นแบบนี้ข้าก็ไม่ต้องการของตอบแทนหัวหน้าขบวนข้าจะไปพักกับท่านเราไปกันเถอะ''มิคาเอลเดินไปทางหัวหน้าขบวนโดยไม่สนใจเจ้าเมืองหัวหน้าขบวนเองก็ไม่รู้ว่าควรจะทำตัวยังไงแต่มันเลือกที่จะเดินตามมิคาเอลออกไป
    ''หึ เจ้าเด็กโง่เง่าไม่รู้ว่าอะไรควรไม่ควร''หลังมิคาเอลและหัวหน้าขบวนเดินออกไปเจ้าเมืองจึงสบถขึ้นหากถ้ามิคาเอลไม่ได้ช่วยลูกของมันไว้มันคงลงมือกับมิคาเอลไปแล้ว
    ''ท่านพ่อ ท่าน...ท่านต่างหากที่ไม่รู้อะไรควรอะไรไม่ควร เด็กคนนั้นมีพลังอย่างต่ำก็20ชั้นบรรยากาศแล้วดูท่านทำสิ''เบลสิก้าพูดจบก็เดินออกไปโดยไม่สนใจพ่อของนางทิ้งให้เจ้าเมืองยืนอึ้งอยู่ตรงนั้นคนเดียวเพราะขนาดตัวมันที่เป็นเจ้าเมืองยังมีพลังแค่30ชั้นบรรยากาศและอายุของเจ้าเมืองก็มีมากกว่า50ปีแต่นี่เด็กคนนั้นดูแล้วก็อายุแค่10ปีแต่กลับมีพลังถึงขนาดนั้นตอนนี้เจ้าเมืองเริ่มเสียใจกับสิ่งที่ตนเองได้ทำลงไปแล้ว