อ๊อดดดด
“การสอบรอบที่4 คู่ที่หนึ่ง วีโอเลต สกายเรสเซอร์ และ…”
“โรม โคโลซัส จะเริ่มในไม่ช้า ขอให้ทั้งสองออกมาประจำสองฝั่งสนามได้”
วีโอเลต ที่แต่เดิมก็ทรงพลังเพราะศิลปะการต่อสู้แบบประชิดตัวกับการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่วอยู่แล้ว แต่หลังจากที่เธอได้สู้กับเลเวียร์ เธอยิ่งน่าเกรงขามขึ้นไปอีกขั้นเพราะเขาทำให้เธอกล้าใช้ริงเกียร์นิ้วชี้ที่สามารถสร้างกระแสไฟฟ้าแรงสูงผนึกกับอาวุธของเธอเพื่อสร้างการโจมตีที่รุนแรงอย่างอัสนีอำไพ แต่ข้อเสียของท่าไม้ตายนี้ คือ ทันทีที่โจมตีเสร็จ อาวุธของเธอจะสลายไปทันที รอบนี้เธอจึงเตรียมมีดสำรองอีกสองอันเหน็บไว้ที่น่องแล้วหลัง เธอก้าวออกจากประตูฝั่งตะวันตกพร้อมกับมีดสั้นเล่มใหม่ รอคอยคู่ต่อสู้ที่ยังไม่โผล่มาจากเงามืดของทางเข้าสนาม
“โอ้! นึกว่าหลังจากคู่พี่น้องสกายเรสเซอร์แล้ว จะไม่เหลือคู่ที่น่าสนใจแล้วซะอีก” วิลเลียมพูดด้วยความดีใจหลังจากได้ยินเสียงประกาศ เพราะการสอบปลายภาคเป็หนึ่งในกิจกรรมที่น่าตื่นเต้นที่สุดในปีการศึกษา และทุกครั้งมวยคู่เอกมักจะโผล่รอบท้าย ๆ เสมอ ทว่าในปีนี้ ระบบสุ่มจับคู่ได้เอาคนเก่ง ๆ เจอกันเองั้แ่เนิ่น ๆ และทยอยตกรอบไปั้แ่แรก จึงทำให้รอบหลังปีนี้ไม่ค่อยตื่นตาเท่าไรนัก
“โรม โคโลซัส… สไตร์การต่อสู้ไม่ได้หวือหวา ความเข้ากับริงเกียร์ระดับปานกลาง แต่โดดเด่นที่ความอึดและความเสมอต้นเสมอปลาย สามารถต่อสู้ได้นานและรักษามาตรฐานได้ั้แ่ต้นจนจบ… ในขณะที่คนอื่นจะออกตัวได้ดีในตอนแรก แต่เริ่มแ่ตอนหลังเพราะเริ่มหมดแรง”แกเร็ตประเมิน แต่แล้วก็นึกเอะใจบางอย่าง“ั้แ่รอบแรก ไม่ยักเคยเห็นโคโลซัสใช้ริงเกียร์นิ้วชี้เลยแฮะ…”
“สงสัยจะไม่ถนัดละมั้ง…” วิลเลียมออกความเห็น
“ไม่ใช่ไม่ถนัดหรอก… ไม่มีต่างหาก” คลอเดียค้านขึ้นลอย ๆ ขณะอ่านเอกสารประเมิน “ฉันได้ยินข่าวลือในหมู่นักเรียนว่าเพราะเลเวียร์ สกายเรสเซอร์ ถูกยึดริงเกียร์ไปสองวง โคโลซัสจึงสละริงเกียร์นิ้วชี้ของเขาให้กับสกายเรสเซอร์”
“โฮ่…หมอนี่นิสัยเหมือนกับพี่ชายของเขาไม่มีผิดเลยนะ” แกเร็ตหัวเราะ “โล่พิทักษ์ [The Shield] คนนั้น…”
“อ่า ใช่แล้ว …ทั้งนิสัย…”
“รวมถึงสไตล์การต่อสู้ด้วย”
ในที่สุด ชายร่างั์ก็ปรากฏตัวที่ปากทางเข้า เขาสะพายโล่โค้งทรงไข่สีนิลไว้ด้านหลังที่ทำให้เขาดูคล้ายกับเต่าที่เดินสองขา เขาเอื้อมมือไปที่สะพายตรงหัวไหล่ ก่อนจะปลดมันออก โล่นั้นร่วงตึงกระแทกพื้นดังโครมคราม พื้นสนามแตกร้าวเป็รอยเห็นได้ชัดเจน เขาคุกเข่าหยิบมันสวมติดไว้กับแขนข้างขวา
“ก…ก็พอจะรู้อยู่หรอกนะ ว่าอาวุธของเ้าหน้าที่ ARPD นั้นมันมีน้ำหนักเยอะจากการผสมแร่ริงก้อนเข้าไปขณะหลอมเพื่อให้เข้ากับคลื่นเวทมนต์ของริงเกียร์…แต่โล่นั่นของโรมมันหนักจนทำให้พื้นร้าวเลยหรอ เนป!?” โนอาตื่นตากับน้ำหนักมหาศาลของโล่ที่โรมแบกเข้าสนาม เขาจึงถามหาข้อมูลจากสารานุกรมเคลื่อนที่อย่างเนปจูนอย่างไม่รอช้า
“อ่า… แร่ริงก้อนเป็แร่สังเคราะห์ที่มีความหนาแน่นสูง และจะถูกใส่ผสมกับอาวุธทุกชิ้นของเ้าหน้าที่ ARPD ปกติแล้วอาวุธที่พวกเราใช้ฝึกและสอบจะมีริงก้อนผสมเพียงแค่5%...หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ จะหนักกว่าอาวุธที่หลอมจากโลหะทั่วไปประมาณ 2 เท่าตัว… ต่างจากอาวุธที่เ้าหน้าที่พกขณะปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งมีริงก้อนผสมอยู่อย่างน้อย 10% หรือก็คือหนักกว่าประมาณ 5 เท่า”เนปจูนอธิบาย “แต่โล่ริงก้อน…ไม่ได้เป็อย่างนั้น ถ้าไม่นับอาวุธอื่นที่หลอมจากแร่ริงก้อน 100%ที่โดยเ้าหน้าที่ A แล้ว… โล่กึ่งริงก้อนเป็อาวุธเพียงชนิดเดียวในกรมตำรวจปราบปรามริงเกอร์ที่ผสมริงก้อนในอัตราส่วนที่สูงถึง30%ซึ่งจะทำให้น้ำหนักโล่นั่นหนักกว่าโล่ธรรมดาประมาณ 16 เท่า”
“ล ... แล้ว... โล่ปกติหนักเท่าไหร่หรอ?”
เนปจูนมองโนอาด้วยหางตาราวกับรำคาญที่เขาถามนู่นนี่ แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ตอบแต่โดยดี “น้ำหนักโล่นั่น... ปกติหนัก…30.72 กิโลกรัม แต่โล่ของเ้าหน้าที่ ARPDจึงหนักประมาณ ... 500 กิโลกรัม ถ้าไม่ได้มีฐานร่างกายใหญ่ั์ กล้ามเนื้อเป็มัด ๆ แบบโรมหรือโมนาร์ท ไม่มีทางยกมันขึ้นได้ ต่อให้ใช้พลังจากริงเกียร์กายาก็ตาม”
“เพราะงั้นไง โล่รูปไข่นั่นถึงได้มีชื่อเล่นว่า …”
“โล่ครึ่งตัน[Half-tonShell]”
อีกหนึ่งนาที จะเริ่มการสอบรอบที่ 4 คู่ที่ 2
“โล่นั่นหนักน่าดูเลยนะคะ คุณโรม” วีโอเลตยิ้มให้โรม
“มันหนักกว่าที่เห็นอีกนะ วีโอเลต” โรมหัวเราะ แขนของเขามีเส้นเืขึ้นระโยงจะยางทั่วเมื่อติดโล่ไว้ที่แขน “แต่สำหรับคนที่มีดีแต่กล้ามอย่างฉัน นี่คงเหมาะสุดแล้วล่ะ”
“คุณโรมไม่ได้มีดีแต่กล้ามซะหน่อยค่ะ” วีโอเลตเถียง “คุณโรมเป็คนใจดี ไหนจะเป็คนที่ช่วยพี่เลเวียร์ไว้ตั้งหลายต่อหลายครั้งด้วย... ทั้งยังเสียสละ ช่วยเหลือคนอื่นโดยที่เขายังไม่ทันเอ่ยปากขอร้องอีก...”
“วีชอบตรงนั้นของคุณโรมที่สุดเลยค่ะ”
คำพูดของวีโอเลตทำให้โรมชะงัก เขาเผลอหลุดยิ้มแก้มปริ เขินหน้าแดง เอามืออีกข้างที่ไม่ได้ถือโล่เกาหัวที่ปกคลุมด้วยผมสีทองสั้นเตียนไปมา ก่อนจะสะบัดหน้าเรียกสติ สูดหายใจเข้าลึก ยืดอก เชิดหน้าขึ้น แล้วยกโล่ตั้งรับ “ขอบคุณที่ชมฉันขนาดนั้นนะ มันทำให้ฉันรู้สึกดีจริง ๆ”
“แต่ว่าจิตวิทยาของเธอ มันไม่ช่วยให้ฉันออมมือให้เธอหรอกนะ” สีหน้าของโรมจริงจังขึ้น
“งั้นหรอคะ…น่าเสียดายจัง”
การสอบจะเริ่มในอีก 10... 9... 8... 7...
“แต่ที่วีพูดทั้งหมด… เป็เื่จริงนะคะ”
3...
2...
1...
เริ่มการสอบได้
วูบ!
วีโอเลตหายวับไปด้วยท่าเงาพิฆาตแบบเดียวกับเลเวียร์ ด้วยน้ำหนักตัวที่เบา ทำให้เธอลงฝ่าเท้าได้เงียบเชียบกว่า จึงยากสำหรับคู่ต่อสู้ที่จะตรวจจับการเคลื่อนที่ของเธอได้
ไม่คิดว่าเธอจะใช้เงาพิฆาตได้เหมือนกับเลเวียร์ลูกตาของโรมกรอกไปทางซ้ายทางขวาเพื่อหาตัวสาวน้อย แต่ว่า ... ท่าของเธอ...
มันเทียบกับเลเวียร์ไม่ติดเลย
เคร้ง!
โรมยกโล่ขึ้นป้องกันทางด้านซ้ายของตัวเอง ส่วนโค้งของโล่รับมีดของวีโอเลตได้อย่างแม่นยำ สาวน้อยที่ใกับปฏิกิริยาตอบสนองอันรวดเร็วของโรม เธอเอาขาทั้งสองข้างถีบโล่ แล้วะโหมุนตัวตั้งหลักลงที่พื้น
“นึกว่าถือโล่ครึ่งตันแล้วจะเคลื่อนไหวช้าซะอีกค่ะ” วีโอเลตเช็คสภาพมีด ก่อนจะทิ้งมันลงพื้นเพราะเห็นรอยร้าวที่กลางใบ แล้วชักมีดเล่มใหม่ออกจากปลอกที่น่องขา
สำหรับโรมที่ฝึกต่อสู้กับเลเวียร์เป็ประจำแล้ว เงาพิฆาตของวีโอเลตนั้น ภายนอกอาจจะดูเหมือนกัน แต่ความเร็ว และน้ำหนักการโจมตีของเลเวียร์นั้นเหนือกว่า เขาที่สามารถรับมือกับเงาพิฆาตของเลเวียร์ได้ จึงรับมือกับการโจมตีอันรวดเร็วของวีโอเลตได้อย่างง่ายดาย
ถ้าคุณโรมใช้โล่ครึ่งตันนั่นกระแทกใส่เราเพียงครั้งเดียว คงจบเห่แน่... วีโอเลตวิเคราะห์ เพราะถ้าโล่ที่หนักขนาดนั้นพุ่งเข้าใส่เธอ คงไม่ต่างอะไรกับการถูกรถยนต์คันเล็กชน แม้ว่าเธอจะมีเกราะคุ้มกายจากริงเกียร์กายา เธอก็ต้องระวังเป็พิเศษเพราะไม่มีทางที่ร่างกายที่เสริมพลังมนตราของเธอจะทนแรงมหาศาลขนาดนั้นได้ถ้างั้นต้องลองใช้ริงเกียร์บัญชาดูเชิงไปก่อน
เธอชูนิ้วชี้ขึ้นเหนือหัว สายฟ้าสีม่วงปรากฏที่ปลายนิ้ว ก่อนจะเหวี่ยงมันไปทางโรม
“อัสนีบาตร[Violet Shock]”
เปรี้ยง!
ฟ้าว...
ตู้ม!
เมื่อสายฟ้าของเธอัักับผิวโล่ มันถูกสะท้อนไปอีกทางโดยไม่ทำอันตรายกับโรมแม้แต่น้อย
เป็อาวุธที่น่ารำคาญจริง ๆ เธอกัดฟันแน่น คิดหากลยุทธ์เพื่อตอบโต้ แต่โรมไม่ปล่อยให้เธอมีโอกาสนั้น เขาวิ่งเข้าใส่เธอรวดเร็วราวกับกระทิงคลั่งที่วิ่งเข้าใส่คนเชิดกระทิง ทว่าการโจมตีนี้ช้าเกินไปสำหรับวีโอเลต เธอถีบตัวหลบไปข้างซ้าย ทำให้โรมวิ่งผ่านเธอไปอย่างฉิวเฉียด เธออาศัยจังหวะนั้นปามีดสวนใส่โรม
ฉึก!
มีดของเธอปักที่ไหล่ซ้ายของเขา จากนั้นเธอกระตุกเส้นลวดที่ติดอยู่กับห่วงปลายมีด
ตอนนี้แหละ!เธอจับเส้นลวดที่ติดไว้กับใบมีด ริงเกียร์บัญชาของเธอเปล่งแสงพร้อมจะปลดปล่อยกระแสไฟฟ้าไปยังเป้าหมายผ่านลวด
ฟิ้ว...
เอ๋? ร่างของวีโอเลตลอยกลางอากาศ เพราะถูกดึงด้วยแรงมหาศาลผ่านเส้นลวด เพราะโรมหมุนตัว และกระตุกเธอเข้าหาเขา โรมง้างแขนข้างที่ติดกับโล่ไปด้านหลัง แล้วพุ่งเข้าใส่ศัตรูที่ถูกลากมา
หมัดพุ่งออกไปพร้อมกับโล่ที่ติดแขน
ซูม!
กำปั้นของเขาหยุดตรงหน้าผากวีโอเลต ลมระลอกใหญ่ถูกปล่อยผ่านหมัดจนผมของสาวน้อยปลิวไปด้านหลังแสดงถึงความรุนแรงของการโจมตีนั้น เธอรอดอย่างหวุดหวิดด้วยปฏิกิริยาตอบสนองที่ว่องไวของเธอ เธอปามีดอีกเล่มไปด้านหลังขณะที่ตัวลอยกลางอากาศ แล้วตัดเส้นลวดจากมีดที่ปักอยู่กับตัวโรมทันเวลา เธอะโถอยหลังเพื่อไปเก็บมีดที่ช่วยชีวิตเธอเมื่อครู่ไว้
“ฉันรู้อยู่แล้วล่ะว่าเธอจะหลบมันได้” โรมพูดขณะเอามือเอื้อมไปหยิบมีดที่ปักอยู่ที่ไหล่ วางมันลงที่พื้น ง้างแขนขึ้น
โครม!
เขาเอาโล่ทุบมีดจนมันแตกเป็เสี่ยง ๆ
“ตอนนี้เธอเหลือมีดแค่เล่มเดียวแล้ว วีโอเลต” โรมเตือนเธอ “ยอมแพ้ซะเถอะ”
วีโอเลตรู้ดีว่าเหตุใดโรมจึงเตือนเธอเช่นนั้น นั่นคือเขา้าบอกเธอว่าเธอไม่ควรใช้อัสนีอำไพ เพราะถ้าใช้มัน เธอก็จะไม่เหลืออาวุธเพื่อสู้อีกในรอบนี้ และเธอเองก็ไม่มั่นใจว่า ต่อให้ใช้อัสนีอำไพแล้ว จะสามารถล้มโรมได้ แต่ว่าถ้าไม่ใช้ เธอก็ไม่มีโอกาสเอาชนะเขาได้
คุณโรมคงคิดว่าวีไม่มีทางชนะใช่ไหมคะ ...วีโอเลตคิดในใจ ก่อนจะหลับตา สูดหายใจเข้าลึก ริงเกียร์บัญชาของเธอเปล่งประกายระเรื่อ
เปรี้ยง!
สายฟ้าสีม่วงะเิออกรอบตัววีโอเลต นี่คือจังหวะที่เธอชาร์จพลังงานสำหรับอัสนีอำไพ เธอก้มตัวลมต่ำ สายฟ้าค่อย ๆ กระจุกตัวที่ปลายมีดของเธอ ภาพสายฟ้าชวนหลงไหลยังคงดึงดูดผู้ชมให้จับตามองเธอเช่นเคย
ไม่คิดว่าเธอจะดึงดันสู้ต่อหลังจากเห็นพลังของหมัดนั่นไปโรมยิ้ม ยกโล่ขึ้นบังหน้า แต่นี่ก็ทำให้การสอบรอบนี้ตื่นเต้นขึ้นล่ะนะ
“เข้ามาเลย วีโอเลต!”
ซูม!
เธอถีบตัวออกไปอย่างรวดเร็ว พุ่งเป็ลำแสงสีม่วงตรงดิ่งไปที่ชายผู้ถือโล่
“อัสนีอำไพ!”
ใบมีดที่โอบด้วยสายฟ้าของเธอัักับโล่สีดำของโรม
เปรี้ยง!
โล่ของโรมสะท้อนสายฟ้าจากใบมีดออกไปทางฝั่งวีโอเลต มีบางส่วนที่เล็ดลอดสะกิดตัวเขาบ้าง ทำให้แค่รู้สึกชาแต่ไม่ถึงขั้นเ็ป
แกร๊ก...
ทั้งคู่ได้ยินเสียงแตกร้าวของอาวุธ
เคร้ง!
มีดของวีโอเลตแตกละเอียดเป็เสี่ยง ๆ
จบแล้วสินะ...เป็ไปตามที่โรมคาดการณ์ไว้ อัสนีอำไพของวีโอเลตไม่อาจก้าวผ่านโล่ครึ่งตันของเขาได้ และตอนนี้เธอก็ไม่เหลืออาวุธเพื่อสู้เขาอีกแล้ว
หมาป่าที่ไร้คมเขี้ยว ไม่อาจเป็ผู้ล่าได้
เว้นแต่...
มันจะมีกรงเล็บที่ลับไว้อยู่
วีโอเลตอาศัยจังหวะที่โรมกระหยิ่มใจที่ได้ยินเสียงมีดของเธอพังทลาย ะโไปด้านหลัง เอาง่ามแขนซ้ายล๊อคคอของเขาไว้ ส่วนมือขวาเหยียดไปตรงลิ้นปี่ กอดเขาไว้อย่างเหนียวแน่น
ฮ... เฮ้ย!? น... นี่มัน!? โรมใ
ตอนนี้แหละ! วีโอเลตเค้นพลังเฮือกสุดท้ายเพื่อการนี้โดยเฉพาะ หัวใจของโรมเต้นตึกตัก อะดรีเนอลีนพุ่งพล่านไปทั่วร่างกาย
“อัสนีบา...”
“ยอมแพ้!!!”
อ๊อดดดด...
เสียงประกาศยุติการสอบดังเพราะโรมประกาศยอมแพ้เสียงดังลั่นก่อนที่วีโอเลตจะปล่อยกระแสไฟฟ้าช๊อตเขา ทั้งโรมและวีโอเลตหอบอย่างหนัก ชายร่างั์ค่อย ๆ คุกเข่าเพื่อวางวีโอเลตที่กอดอยู่หลังเขาลงพื้น เธอผละตัวเองออกจากโรม ทันทีที่เขาหันหน้ามาหา วีโอเลตยิ้มด้วยสีหน้าระรื่น
“เกือบไปแล้วนะคะ คุณโรม” เธอพูดด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“อ... อ่า... เกือบไปแล้วสิ...” โรมหายใจไม่ทั่วท้อง ก่อนจะตั้งสติแล้วพูดด้วยเสียงสั่นระรัว “ร ร ร... รอบสุดท้ายก็พยายามเข้านะ วีโอเลต ... ฉ ฉ ฉ… ฉันจะคอยเชียร์เธออยู่ขอบสนามเอง”
“ขอบคุณนะคะ”
โรมหันหลัง แล้วรีบจ้ำเดินออกจากสนามในชั่วพริบตา
“ร... โรมแพ้วีโอเลตงั้นหรอ?” เนปจูนที่มองเห็นทุกอย่างทำท่าทางตื่นใกับผลลัพธ์การสอบ
“นายไม่ได้คิดว่าวีโอเลตจะชนะอยู่แล้วรึไง?” โนอาเลิกคิ้ว “นายก็บอกเองว่าไม่มีใครชนะวีโอเลตได้นี่นา อีกอย่าง จังหวะสุดท้าย ถ้าโรมไม่ประกาศยอมแพ้ เขาก็คงโดนไฟฟ้าช๊อตจนสลบแล้วล่ะ...”
“ม... ไม่น่าเป็อย่างนั้นนะ” เนปจูนที่ยังคงอึ้งอยู่อธิบาย “ฉันเห็นโรมสวมชุดฉนวนไฟฟ้าไว้ใต้ชุดเครื่องแบบสำหรับต่อสู้กับวีโอเลตโดยเฉพาะ ต่อให้เธอช๊อตไฟฟ้าใส่โรม เขาก็ไม่น่ารู้สึกรู้สาอะไรด้วยซ้ำ ดีไม่ดี คนที่าเ็จะเป็วีโอเลตซะเอง”
“หา? หมอนั่นเตรียมการถึงขนาดนั้นเลยหรอเนี่ย?” โนอาแปลกใจที่โรมเตรียมตัวเพื่อสู้วีโอเลตถึงขนาดนั้น “แล้ว ... ถ้าสวมชุดฉนวนไฟฟ้าอยู่ ทำไมโรมถึงประกาศยอมแพ้ล่ะ?”
เนปจูนส่ายหัวไปมาเพราะเขาเองก็นึกถึงเหตุผลนั้นไม่ออกเหมือนกัน
ห่างไปไม่กี่ร้อยเมตรในห้องน้ำชาย...
ซ่า!
โรมเอามือรองน้ำจากอ่างล้างหน้า ก่อนจะเอาน้ำที่รองนั้นตบหน้าจนเสื้อเปียกปอนไปหมด เขาหอบหนัก แม้จะจบการสอบไปแล้ว หัวใจของเขายังคงเต้นอย่างบ้าคลั่งอยู่จนถึงตอนนี้
เกือบไปแล้วไหมล่ะ...เขาเอามือทาบอก ััจังหวะที่หัวใจตัวเองที่เต้นราวกับจะกระโจนออกมาจากอก มองภาพสะท้อนตัวเองในกระจกอย่างสมเพช ถ้าไม่ประกาศยอมแพ้ มีหวังหัวใจวายจริง ๆ แน่...
เขานึกถึงััที่วีโอเลตะโอ้อมมาโอบเขา แล้วกอดเขาไว้แแ่ จนส่วนที่นุ่มของวีโอเลตััหลังเขาจนทำให้เขาใจนหัวใจเกือบวาย
...
ขอบคุณพระเ้า… สำหรับอาหารมื้อนี้ครับ


ระดับยศในองกรณ์ ARPD