หลังจากวันนั้นเป็ต้นมา อี้เฟิงเปรียบเสมือนมือเท้าของตงซิงอี เื่ต่างๆ นางล้วนให้เขาช่วยจัดการให้ นางเพิ่งรู้ว่ามารดาเขาเป็บุตรีคหบดี เขาจึงมีท่านตาและท่านยายที่เก่งกาจเื่การค้า เขาเองมีหัวทางด้านนี้เช่นกัน แต่บิดากลับไม่สนับสนุน เพียงให้เขาเข้าสำนักศึกษาเยี่ยงคุณชายทั่วไป เมื่อในตอนนี้เขามีโอกาสได้ทำในสิ่งที่ชอบ เขาจึงกระตือรือร้นและมีชีวิตชีวายิ่งนัก ตงซิงอีเห็นเขาเป็เช่นนี้จึงยิ่งเรียกใช้เขาจัดการธุระให้
ในตอนนี้นางได้ทำเลค้าขายเหลาสุราของนางแล้ว ทั้งยังมีเรือนหลังใหญ่ภายในบริเวณเดียวกันทางด้านหลัง มีเพียงกำแพงกั้นระหว่างเหลาสุราและเรือนหลังใหญ่นี้เท่านี้ นางมีเงินทองในมิติมากมาย จึงเลือกทำเลที่กว้างขวางใหญ่โตได้ แต่เมื่อทำกิจการขึ้นมาจริงๆ นางไม่รู้ว่าจะขาดทุนหรือกำไร นางได้แต่ทำตามที่หลิวหยางเคยสอนนางมาเท่านั้น
อี้เฟิงไปช่วยนางคัดเลือกทาสสัญญาตายมาให้นาง 20 คน เพื่อดูแลเรือนและเหลาสุราให้นาง นางอยากได้สตรีหน้าตางดงามสัก 10 คนและบุรุษมีวรยุทธสัก 10 คนเช่นกันเพื่อดูแลความเรียบร้อยและเฝ้าระวังคนมาก่อกวนในเหลาสุราของนาง เขาเลือกคนมาได้ถูกใจนางนัก นางสั่งการสิ่งใดไปเขามักทำได้ดีเสมอ นางจึงไว้ใจเขาทุกเื่ในตอนนี้
เขาและนางเข้าพักในเรือนหลังนี้มาได้สักพักแล้ว ทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทางเมื่อผ่านไปได้ 2-3 เดือน เหลาสุรานางที่ให้ช่างมาซ่อมแซมตกแต่งเริ่มเสร็จเรียบร้อย นางจึงนำเหล้าที่หมักไว้ที่มีมากมายหลายร้อยไหในมิติออกมาเรียงรายไว้จัดเข้าในห้องเก็บสุราและชั้นวางขายด้านหน้าร้านของนาง
ในเหลาสุราของนางเน้นขายสุราทุกชนิด ทั้งบำรุงร่างกายและเพื่อความมึนเมาเท่านั้นก็มี ทั้งยังมีกับแกล้มบ้างเล็กน้อย แต่ไม่มีอาหารมากนัก ด้วยนางเน้นขายสุรามากกว่า นางให้สตรีในร้านของนางคอยบริการและต้อนรับลูกค้า ทั้งให้ทาสบุรุษสัญญาตายมายืนคุมหน้าร้าน ตามจุดคิดเงินและหลังร้านด้วย เพื่อป้องกันความวุ่นวายหากมีคนมาก่อกวน
ทุกอย่างเริ่มดำเนินไปด้วยดี ตงซิงอีไม่คิดว่าเหล้าที่นางหมักจะได้กำไรดีเช่นนี้่เวลาที่ว่างนางมักจะหมักสุราและเก็บเข้าไว้ในมิติเสมอ ด้วยนางคิดถึงอาจารย์ ท่านชอบดื่มสุรามาก แต่สุราของท่านล้วนช่วยบำรุงร่างกาย นางจึงเป็ผู้ช่วยและเรียนรู้ตำรับสุราเหล่านี้ได้ไม่ยาก การหมักสุราจึงเป็เหมือนการระลึกถึงอาจารย์ของนาง
กิจการค้าขายของตงซิงอีเริ่มโด่งดัง แม้นางจะหน้าตาอัปลักษณ์แต่มีพ่อค้าต่างเมืองเข้าหานางมากมาย นางเพียงปิดหน้าครึ่งหนึ่งไว้ตลอดเวลาเมื่อพูดคุยเื่การค้า ชื่อเสียงของนางเลื่องลือในฐานะเ้าของเหลาสุรารสเลิศทั้งยังมีตำรับหมักเหล้าบำรุงร่างกายที่ให้ผลดีที่สุด แม้หน้าตานางจะไม่งดงามเช่นแต่เก่า นางกลับรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่ามากขึ้น ไม่ใช่มีแต่คนมองเพียงรูปกายภายนอกและตัดสินนางว่าเป็เพียงสตรีงดงามอ่อนแอ โง่เขลา เป็ได้เพียงสตรีอุ่นเตียงหรืออนุภรรยาเท่านั้น
นางเปิดกิจการมาได้ 6 เดือนแล้ว รวมกับระยะเวลา่ซ่อมแซมต่อเติมร้านก็ราว 9 เดือน อีก 3 เดือนจะครบกำหนด 5 ปีที่ต้องกลับไปเจอพี่ชายฝาแฝดทั้งสอง
ตงซิงอีจึงให้อี้เฟิงเป็หลงจู๊ดูแลเหลาสุราต่อจากนาง เมื่อต้องออกเดินทางไปพบพี่ชายทั้งสอง การเดินทางครั้งนี้นางจะยังไม่คืนโฉมเดิม ด้วยอยากกลั่นแกล้งพี่ชายทั้งสองคนด้วยว่าจะจำนางได้หรือไม่ หากน้องสาวหน้าตาเปลี่ยนไปเช่นนี้
หลังจัดการเื่เหลาสุราเสร็จสิ้นตงซิงอีจึงออกเดินทางด้วยม้าฝีเท้าดีเพียงลำพัง นางมีเื่ราวมากมายอยากเล่าให้พี่ชายทั้งสองฟังตลอด 5 ปีที่จากกัน ทั้งเื่อาจารย์ของนางอีกด้วย นางยังรู้สึกผิดและเสียใจจนถึงทุกวันนี้ แต่อย่างไรนางย่อมต้องใช้ชีวิตต่อไปให้ดีเพื่ออาจารย์ของนางที่สอนสั่งนางมาเป็อย่างดี
ตงซิงอีเดินทางผ่านป่าลึกแห่งหนึ่งที่มืดทึบมาก กลิ่นคาวเืลอยตามลมมาอย่างเข้มข้น ต้องมีการฆ่าฟันผู้คนมากมายเป็แน่ นางคิดได้เช่นนั้นจึงควบม้าวิ่งไปยังทิศทางที่ได้กลิ่นคาวเืลอยมาทันที นางเรียนแพทย์มาจากท่านเทพโอสถย่อมต้องรักษาคนเจ็บไข้ได้ป่วยตามเจตนารมณ์ของอาจารย์
ภาพที่เห็นครั้งแรกช่างน่ากลัวนัก ผู้คนมากมายนอนจมกองเือยู่เหมือนถูกพิษบางอย่างเข้าไป ไม่มีร่องรอยต่อสู้ คนที่ลงมือช่างโเี้นัก
ตงซิงอีรีบลงจากหลังม้าแล้ววิ่งไปดูทุกคนที่นอนจมกองเือยู่ ตรวจชีพจรว่ายังมีใครเหลือรอดหรือไม่ สายตาพลันเหลือบไปเห็นชายรูปร่างสูงใหญ่ผู้หนึ่ง แต่งกายด้วยผ้าแพรราคาแพง ทั้งยังนั่งพิงต้นไม้อย่างอ่อนแรง แต่นางรู้สึกถึงอกกระเพิ่มไหวเบาๆ แสดงว่าเขายังมีลมหายใจอยู่ ตงซิงอีจึงรีบวิ่งเข้าไปช่วยอย่างรวดเร็ว ด้วยกลัวเขาจะสิ้นใจไปก่อน นางหยิบเอาเืวิเศษของมารดาป้อนเข้าปากเขาอย่างไม่ลังเล เขาคงถูกพิษมานานมากแล้ว นางกลัวเขาจะรอดยากจึงใช้เืของมารดาที่มีฤทธิ์แรงกว่ายาทั่วไป
ชายผู้นี้หน้าตาดุดัน ดูโเี้แต่ก็ดูหล่อเหลาแบบดุดันแปลกๆ อายุราวเกือบ 40 ปีได้ เหตุใดเขาจึงพาคนของเขามากมายมาถูกทำร้ายเช่นนี้กันนะ ตงซิงอีไม่รู้เลยว่าคนผู้นี้คือประมุขพรรคมารที่โเี้นามหลี่เฉี่ยงที่ติดตามหญิงอันเป็ที่รักมาแต่กลับถูกยาพิษร้ายแรงจากนางจนเกือบตาย เขาหมดสิ้นความหวังที่จะมีชีวิตแล้วด้วยพึงใจใครกลับมีแต่คนหนีเขาไปไม่ใยดี แต่อยู่ดีๆ กลับมีหญิงอัปลักษณ์ผู้นี้มาช่วยเขาไว้ แม้นางจะไม่งดงามเช่นสตรีที่เขาเคยพึงใจ แต่นางเป็คนจิตใจดีงามนัก ทั้งเขายังเห็นนางตรวจชีพจรให้คนของเขามากมายด้วยความวิตกกังวลและเป็ห่วง ทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน นางช่างเป็คนมีน้ำใจนัก
“ขอบใจเ้ามากที่มีน้ำใจช่วยเหลือ”
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะ ข้าเต็มใจ ท่านชื่ออะไรเ้าคะ ข้าต้องรีบออกเดินทางแต่จะพาท่านไปพักผ่อนยังที่ปลอดภัยก่อน ดีหรือไม่?”
“ข้าชื่อหลี่เฉียง หากเ้าไม่รังเกียจข้า ช่วยอยู่ดูแลข้าก่อนได้หรือไม่ ตอนนี้ข้าไม่เหลือใครแล้ว”
หลี่เฉียงในตอนนี้หมดหวังในทุกสิ่ง พรรคมารของเขาถูกเผาทำลายไปสิ้น ตอนนี้ไม่รู้เป็เช่นไร ทั้งเขายังมาาเ็เช่นนี้ ป่านนี้พวกที่หวังในตำแหน่งประมุขคงแย่งชิงกันครองตำแหน่งของเขาอยู่ เขาไม่อยากกลับไปเจอเื่วุ่นวายเ่าั้อีก เพียงอยากพักผ่อนให้ร่างกายดีขึ้น แล้วค่อยคิดไตร่ตรองอีกครา
สตรีนางนี้แม้จะอัปลักษณ์แต่เขารู้สึกไว้วางใจนาง และอยากให้นางดูแลเขา หากนางเต็มใจ เขาเองก็ไม่คิดรังเกียจนาง
ตงซิงอีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งด้วยกลัวไปไม่ทันนัดหมายกับพี่ชาย แต่นางก็ห่วงว่าชายผู้นี้จะยังไม่หายดี จึงคิดว่าจะอยู่ดูแลเขาสัก 2-3 วันแล้วค่อยออกเดินทางต่อ
“เช่นนั้นข้าจะดูแลจนท่านแข็งแรงขึ้นกว่านี้ แล้วค่อยจากไปนะเ้าคะ”