บทที่ 1 ฉันคิดได้แล้ว ฉันจะไม่หย่า!
เมื่อถังซีเหมียนตื่นขึ้นมา เธอคิดว่าตัวเองกำลังฝันไป
ชายร่างกายสูงใหญ่ แววตาหม่นหมองลง ริมฝีปากเม้มเป็เส้นตรงคนนึงยืนอยู่ตรงหน้าเธอ
"ฉู่…ฉู่เจียงชวน"
"ถังซีเหมียน ถ้าคุณอยากตายจริง ๆ ผมจะไม่ห้ามคุณอีกต่อไป! แต่คุณควรรู้ไว้ด้วยว่า ตอนนี้คุณเป็ผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว !"
ฉู่เจียงชวนสะบัดมือเธอออก "เราหย่ากันเถอะ !"
ถังซีเหมียนมองเขาเดินกระแทกประตูออกไป เธอรู้สึกเหมือนเรี่ยวแรงทั้งหมดถูกดูดออกไป น้ำตาหลั่งรินลงมาไม่หยุด
เธอกลับมาแล้ว... เธอกลับมาจริง ๆ !
ชาติก่อน ฉู่เจียงชวนเคยอยู่ในกองทัพ แต่เพราะได้รับาเ็ระหว่างการรบ จึงถูกบังคับให้ปลดประจำการและกลับมารักษาขาที่บ้าน เขาแบกเธอวิ่งไปที่สถานีอนามัยในหมู่บ้านแล้วแบกกลับมาอีกครั้งเพื่อช่วยชีวิตเธอที่พลัดตกลงไปในกับดัก
เธอไม่มีครอบครัว เติบโตมากับการขอข้าวชาวบ้านกิน ลุงผู้ใหญ่บ้านตั้งใจให้เธอได้เรียนหนังสือ สุดท้ายก็เรียนจนจบชั้นมัธยมปลาย แต่ว่าประสบการณ์ชีวิตของเธอยังน้อยเกินไป...
ถังซีเหมียนคิดว่าการแต่งงานเข้าตระกูลฉู่ถือเป็การตอบแทนบุญคุณแล้ว แต่คุณยายตระกูลฉู่ไม่ใช่คนใจดี และมองออกว่าเธอใช้ชีวิตแต่ละวันอย่างไม่มีความสุข จึงมักจะชี้หน้าตำหนิเธออยู่บ่อยครั้ง ซึ่งเธอทนไม่ไหวอีกต่อไป
เธอค่อย ๆ เริ่มสนใจเซี่ยเหวินปัวที่ปฏิบัติกับเธออย่างอ่อนโยนมาตลอด เธอรู้สึกว่าเขาหน้าตาผุดผ่องและเป็คนพูดเก่ง
เซี่ยเหวินปัวดีใจที่ได้ปอกลอกเธอได้ พร้อมทั้งหลอกเธอว่าความจริงแล้วฉู่เจียงชวนเคยมีคู่หมั้นมาก่อน และเขาก็จะไม่มีวันทำดีกับเธอหรอก ดังนั้นทั้งหมดเขาก็แค่้าหลอกลวงเธอเพียงเท่านั้น
หลังจากที่เธอหย่ากับฉู่เจียงชวนถึงได้รู้ว่าเซี่ยเหวินปัวมีคนที่ชอบอยู่มานานแล้ว และยังเอาของที่เธอให้ไปเลี้ยงผู้หญิงคนอื่นด้วย !
แล้วต่อมา...
เมื่อเธอกลายเป็ซีอีโอก็ได้ยินว่าฉู่เจียงชวนยังคงครองตัวเป็โสด อาการาเ็ที่ขาไม่อาจรักษาได้ แม้จะกลายเป็จะเป็เกษตรกรรายใหญ่มีทรัพย์สินมหาศาล แต่ความพิการก็ยังคงอยู่...
จนกระทั่งเธอเสียชีวิตด้วยอาการป่วย ิญญาล่องลอยมาถึงหมู่บ้านเค่าซาน ถึงได้เห็นฉู่เจียงชวนที่ผมขาวโพลนนั่งอยู่คนเดียวบนคันนา มองดูต้นข้าวสาลีที่ออกรวงสีเหลืองอร่าม ทว่าในมือของเขากลับกำผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งเอาไว้ ภายในคือกำไลข้อมือ หนึ่งวง
ฉู่เจียงชวนเ็ปจนร่ำไห้โฮ อยากให้ิญญาของตัวเองสลายไปเสียตอนนี้
เขาไม่ได้ทำไปเพราะหน้าที่ หรือไม่ได้มีผู้หญิงคนอื่นแต่เป็เพราะเขารักเธอ !
ผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นเป็ของที่เธอทำตกเอาไว้ กำไลก็เป็ของที่เธอถอดออกแล้วขว้างใส่ตัวเขา….ซึ่งเขาเก็บมันไว้ทั้งหมด
ถังซีเหมียนสาบานกับตัวเองว่าจะต้องกลับมาให้ได้ ถ้าหากได้กลับไปใน่เวลานั้นอีกครั้ง เธอจะไม่ทำตัวโง่เขลาแบบเดิมอีกแล้ว !
ส่วนเซี่ยเหวินปัว…ไอ้สารเลวนั่น !
หน้าผากเริ่มปวดตุบ ๆ เมื่อถังซีเหมียนได้สติกลับมา รีบเช็ดน้ำตาทิ้งอย่างรวดเร็ว
งั้นก็เริ่มเปลี่ยนแปลงั้แ่ตอนนี้เลย !
ถังซีเหมียนลุกจากเตียง ก้าวเดินออกไปอย่างเชื่องช้าเพื่อต้อนรับชีวิตใหม่ของตัวเอง
ฉู่เจียงชวนนั่งอยู่ที่หน้าประตู เมื่อได้ยินเสียงเคลื่อนไหวก็หันมามองเธอ เขาชะงักไปครู่หนึ่ง
"ยอมออกมาแล้วเหรอ ?"
ถังซีเหมียนพลันนึกขึ้นได้ว่าตอนที่เธอคิดจะหย่า ฉู่เจียงชวนไม่ยอม เธอเลยะโน้ำหวังฆ่าตัวตาย แต่หลังจากกลับมาได้ฉู่เจียงชวนก็เ็ากับเธอมาตลอด ไม่ได้บีบบังคับเธออีก และไม่นานทั้งสองก็หย่าขาดจากกัน
เธอพยักหน้า "ฉันคิดดีแล้วว่าฉันจะไม่หย่า !"
ฉู่เจียงชวนมองเธอด้วยความประหลาดใจ ความดีใจปรากฏชัดในดวงตาของเขา
"ฉู่เจียงชวน คุณเป็ผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิต ฉันจะใช้ชีวิตกับคุณให้ดี! ฉันเชื่อว่าคุณจะดีกับฉัน !"
พวกเขาแต่งงานกันมาสองเดือนแล้ว แต่ทั้งคู่ยังไม่เคยคุยกันใกล้ชิดขนาดนี้มาก่อน
"แต่ผม..."
"เื่ขาของคุณไม่มีปัญหา ฉันช่วยคุณได้!" ถังซีเหมียนนั่งลงข้าง ๆ เขา
"คุณรู้ไหม? ตอนที่ฉันอยู่ในน้ำ ฉันคิดว่าถ้าเราหย่ากันจริง ๆ ..."
ฉู่เจียงชวนรู้สึกอึดอัด "แต่ก่อนหน้านี้คุณบอกว่า ชอบคนแบบเซี่ยเหวินปัวไม่ใช่เหรอ ?"
ถังซีเหมียน "...ตอนนั้นฉันโง่ขนาดนั้นเลยเหรอ ? ฉันพูดแบบนั้นออกมาได้ยังไงนะ"
ฉู่เจียงชวน "..."
ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงรู้สึกว่าถังซีเหมียนดูเหมือนจะเปลี่ยนไป เขาอธิบายไม่ถูก แต่ดูเหมือนว่าเธอกำลังเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น
อย่างน้อยที่สุด เธอก็ยอมไม่หย่ากับเขาแล้ว
สวี่กว่างเฟินเดินออกมาจากห้องโถงหลัก เห็นทั้งสองนั่งอยู่ด้วยกันก็ชะงักไป
"เอ๊ะ คนที่อยากตายไม่ตายแล้วเหรอ ?"
ถังซีเหมียนสูดหายใจเข้าลึก ๆ รีบเดินเข้าไปหา"แม่คะ ก่อนหน้านี้ฉันโง่ไปหน่อย หลังจากจมน้ำครั้งนี้ ฉันก็คิดได้แล้ว! แม่คะ เื่ก่อนหน้านี้ฉันขอโทษ ตอนนี้แม่ไม่ต้องกังวลนะคะ ต่อไปฉันจะดีกับเจียงชวนค่ะ !"
สวี่กว่างเฟินทำหน้าเ็าไม่พูดอะไร และหมุนตัวกลับไปทำกับข้าวต่อ
ถังซีเหมียนทำท่าให้กำลังใจตัวเอง แล้วหันไปกดไหล่ฉู่เจียงชวนที่กำลังจะลุกขึ้น "ขอดูขาของคุณหน่อย !"
ฉู่เจียงชวนไม่ขยับตัว ท่าทางของเขายังดูงุนงงอยู่ "คุณ...คุณรักษาโรคได้ด้วยเหรอ ?"
"ตอนฉันเรียนมัธยมปลาย มีเพื่อนร่วมชั้นคนนึงที่ครอบครัวของเขาเรียนหมอ เขาให้ฉันยืมหนังสือทางการแพทย์มาอ่านหลายเล่มเลยน่ะ" ถังซีเหมียนพูดพลางลูบน่องของฉู่เจียงชวน
แม้กระดูกจะเชื่อมติดกันแล้ว แต่มันก็ไม่ได้หายสนิทเพราะเืไม่ค่อยไหลเวียนเป็สาเหตุที่ทำให้ฉู่เจียงชวนเดินไม่ค่อยสะดวก แต่ก็ไม่ได้เป็อุปสรรคต่อการทำงานมากนัก
"ไม่เป็ไร ต่อไปให้ประคบร้อนบ่อย ๆ พอเืไหลเวียนดีขึ้นก็จะหายเป็ปกติ" ถังซีเหมียนถอนหายใจด้วยความโล่งอก แม้ว่าการกลับชาติมาเกิดของเธอจะช้าไปหน่อย แต่อย่างน้อยก็ยังไม่สายที่จะช่วยเขา !
ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ต้องรีบแก้ปัญหาเื่การหาเงิน แต่ว่าอาศัยเพียงนาหกหมู่ของครอบครัวมันไม่พอจริง ๆ
"กินข้าวได้แล้ว กินอิ่มแล้วยังต้องทำงานอีกนะ!" สวี่กว่างเฟินะโเรียกจากในครัว
ถังซีเหมียนยื่นมือไปประคองฉู่เจียงชวนลุกขึ้น "ไปกันเถอะ กินเสร็จแล้วไปเกี่ยวข้าวกัน !"
สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเธอคือ การทำให้ครอบครัวนี้อยู่ดีมีสุข เธอจะไม่ยอมให้เป็เหมือนชาติก่อนอีกแล้ว !
หัวใจของฉู่เจียงชวนเต้นเร็วขึ้น มือของหญิงสาวที่จับแขนเขาอยู่นั้นนุ่มจนเขาไม่อยากให้เธอปล่อยมือ…
แม้มื้ออาหารจะเป็เพียงแป้งทอด ซึ่งทำจากธัญพืชธรรมดา ๆ กับน้ำแกงใสแจ๋ว แต่ถังซีเหมียนก็กินอย่างเอร็ดอร่อย หลังกินเสร็จยังอาสาล้างจานอีกด้วย
สวี่กว่างเฟิ่นไม่ได้พูดจากระแหนะกระแหนอีกต่อไป แล้วหมุนตัวเดินจากไป
ฉู่เจียงชวนยื่นมือไปรับงานจากเธอ "ให้ผมช่วยเองนะ"
ถังซีเหมียนมองเขาระหว่างล้างหม้อไป เขาตัวสูง หน้าตาดี เพราะเคยฝึกในกองทัพมาก่อน รูปร่างจึงดีเช่นกัน แม้ผิวจะไม่ขาวเหมือนเซี่ยเหวินปัว แต่ผิวสีแทนกับกล้ามเนื้อที่แข็งแรงก็ดูดีไม่แพ้กัน
ถ้าไม่ใช่เพราะขาเป็แบบนี้ เขาคงแต่งงานไปนานแล้ว...
ถังซีเหมียนยิ่งรู้สึกดีใจที่ได้เกิดใหม่อีกครั้ง !
"คุณไม่รังเกียจขาของผมจริง ๆ เหรอ ?" ชายร่างกำยำล่ำสัน พริบตาเดียวกลับกลายเป็คนพิการ แม้แต่เขายังรังเกียจตัวเอง แล้วเธอ… จะเข้าใจจริง ๆ เหรอ ?
ถังซีเหมียนรู้ว่าเขาคงไม่ได้เชื่อใจเธอง่าย ๆ แบบนั้น เธอจึงดึงตัวเขาเข้ามาแล้วหอมแก้ฟอดใหญ่ "ตอนนี้เชื่อหรือยัง? ไปกันเถอะ ไปเกี่ยวข้าวกันค่ะ"
ที่บ้านยังมีข้าวให้เกี่ยวอีกห้าหมู่เลยนะ !
ใครจะมีเวลาว่างมานั่งคุยกับเขาล่ะ !
ฉู่เจียงชวนเดินกะเผลกออกมา ตอนออกจากครัวเผลอเตะธรณีประตูเข้าอย่างจัง ถ้าไม่ได้เกาะกรอบประตูไว้คงล้มหน้าคะมำไปแล้ว
ถังซีเหมียนหันกลับมามองเขาด้วยความใ และแทบจะหัวเราะออกมาเหมือนคนเสียสติ
ผู้ชายคนนี้ใสซื่อเกินไปหรือเปล่านะ !
ฮ่า ๆ ๆ !
แต่ก็สมเหตุสมผลนะเพราะ ตอนนี้เป็ยุค 80
พูดถึงตอนนี้ เธอกลับมาอยู่ในยุคทองแล้วสินะ
ถังซีเหมียนถือตะกร้าสะพายหลังและเคียวในมือ พร้อมกับประคองฉู่เจียงชวนเดินตามทางไปคันนา