บทที่3
โถถัง กะละมัง ชีวิตยัยเม
“เมื่อคืนมีคนเจอดีอีกแล้วนะพี่”เสียงที่ได้ยินจากบรรดาพราหมณ์ศาลาข้างๆ ทำให้เมลดาที่เพิ่งกรวดน้ำให้เ้ากรรมนายเวรและเหล่าผีๆ ทั้งหลายเสร็จต้องเงี่ยหูฟัง
“ใช่…จับไข้หัวโกร๋นกันไปตั้งหลายคน ฉันว่าฉันจะกลับวันนี้เลย ไม่อยู่แล้วที่นี่”
“กลับทำไม” พราหมณ์คนที่ถูกเรียกว่าพี่เอ่ยถาม
“เอ้า! ก็จะอยู่ให้ผีมันตามหลอกเราเหรอ ฉันไม่เอาด้วยแล้วนะ”
“ที่ไม่กลับเพราะข้ามีของดี นี่พวกเอ็งดู” เอ่ยจบพราหมณ์คนนั้นก็หยิบพระที่ห้อยติดตัวออกมาให้ทุกคนได้ดูกัน
“องค์นี้ดังมากเลยนะองค์จริงแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์แถมยังเป็รุ่นหายากด้วยปรกติฉันไม่เคยเอามาให้ใครดูง่ายๆ หรอกนะ”
“โอ้โหนี่มันพระสมเด็จนี่นา มีบุญแท้ที่ได้เห็นของจริง” พราหมณ์อีกคนเอ่ยเสริมยิ่งทำให้ชีพราหมณ์อีกสามสี่คน รวมถึงเมลดาสนอกสนใจพระเครื่องตรงหน้าเป็พิเศษ จนต้องลุกมาฟังใกล้ๆ
“ใช่…องค์นี้ศักดิ์สิทธิ์ดีนัก ปกป้อง คุ้มครองจากสิ่งไม่ดีได้ทุกอย่างโดยเฉพาะผี” เ้าของพระเอ่ยตอบอย่างมั่นใจ นั่นยิ่งทำให้เธอหูผึ่งกันเลยทีเดียว ์มาโปรดชี้ทางให้คนเห็นผีอย่างเธอพบเจอกับความสว่าง
ฟังแบบนี้แล้วก็หวนคิดถึงคำพูดของชมพู่ขึ้นมารู้งี้รับพระมาคล้องเป็สิริมงคลสักองค์สององค์ก็ยังดี
“มิน่าพี่ถึงไม่กลัว เอ่อ…ผีเลย”
“จริงๆทุกคนที่นี่ถูกผีหลอกกันหมด แต่ดูเหมือนจะยกเว้นพี่ชบาอยู่คนเดียว” ประโยคนี้ยิ่งทำให้เธอที่นั่งฟังพร้อมกับเก็บข้อมูลอยู่เงียบๆหูผึ่งมากกว่าเดิมเสียอีก
ั้แ่มีพลังงานบางอย่างเกิดขึ้นกับตัวเองเธอก็แทบไม่ได้กระตือรือร้นหรือให้ความสำคัญกับพระเครื่องรวมถึงเครื่องรางของขลังพวกนี้สักเท่าไหร่แต่ดูท่าตอนนี้เธอจะเปลี่ยนใจแล้ว ขืนไม่มีเธอก็คงถูกหลอก เป็ของเล่นของบรรดาผีๆอยู่แบบนี้แน่
เมลดากลับมาที่ห้องพักจากนั้นก็กดๆ จิ้มๆ โทรศัพท์เพื่อหาข้อมูลของพระสมเด็จจากอินเทอร์เน็ตอ่านข้อมูลจนตาแฉะ แต่กลับข้ามหัวข้อสำคัญไปอย่างไม่น่าให้อภัย
“เอาวะ ลองดูสักตั้ง”เมื่อตัดสินใจแล้ว เธอก็หาโอกาสเข้าไปคุยกับพราหมณ์คนนั้นตามลำพังและเอ่ยซื้อพระสมเด็จออกไปตรงๆ
“พี่ช่วยขายพระที่คล้องอยู่ให้หนูได้ไหมคะ”แม้อายุของพราหมณ์คนตรงหน้าจะเรียกว่าป้าได้แล้ว แต่เมลดาก็เอ่ยเรียกพี่จะได้ฟังดูรื่นหูคนถูกเรียกหน่อย
“พี่ไม่ขายหรอกจ้ะ”
“หนูอยากได้จริงๆราคาเท่าไหร่ก็สู้ค่ะ” คำพูดของเมลดา ทำให้เ้าของพระลอบยิ้มออกมา
“อ่ะๆ ไหนๆเราก็มีบุญวาสนาที่ได้มาเจอกัน ออกบวชเมื่อไหร่ พี่ขายให้เราก็ได้” สิ่งที่ได้ยินทำให้เธอยิ้มกว้าง โดยไม่ได้เอะใจอะไรสักนิดเดียว
“พี่ต้องตัดใจขายให้นะเนี่ย”
“ขอบคุณมากค่ะ”สีหน้าของเธอนั้นเต็มไปด้วยความหวัง เพราะพระสมเด็จองค์นี้ต้องช่วยเธอขับไล่ิญญาหรือผีได้อย่างแน่นอน
แต่ถึงจะมีพระดีเมลดาก็ยังคงปฏิบัติศีลอย่างเคร่งครัด นั่นเพื่อหวังให้บุญครั้งนี้ทำให้การมองเห็นภูต ผี ิญญา ของเธอจบลงเสียทีรวมทั้งอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้คนที่ล่วงลับไปแล้ว
คืนสุดท้ายก่อนกลับกรุงเทพฯ เมลดาก็ยังคงไปเข้าห้องน้ำตอนตีสองอีกเช่นเดิมโดยคืนนี้เธอพกพระเครื่องชื่อดังติดตัวมาด้วย
“ไม่นะไม่ไป ฉันไม่ไป ฉันยอมแล้ว”ผีผู้หญิงตนแรกที่โผล่มาจ๊ะเอ๋กับเธอตอนเดินไปเข้าห้องน้ำพูดแบบนี้ก่อนที่ร่างจะค่อยๆ จางหายไป นั่นทำเอาเมลดาถึงกับงง
“มีความศักดิ์สิทธิ์จริงอะไรจริงสาธุ” เธอยกมือขึ้นท่วมหัว ก่อนจะเดินยิ้มไปยังห้องน้ำและระหว่างนั้นก็พยายามสอดส่ายสายตาฝ่าความสลัว เพื่อมองหายมทูตตนเมื่อคืน
เมลดาทำธุระส่วนตัวโดยไม่มีความรีบร้อนใดๆทั้งๆ ที่บรรยากาศรอบตัวชวนขนลุกมากก็ตามที และทันทีที่เธอก้าวออกมาจากห้องน้ำก็จ๊ะเอ๋กับผีอีกตน ที่ออกแนวสยองหนักหน่อย เพราะมาแบบเละๆ น้ำหนองเต็มหน้าแต่อยู่ๆ ก็ส่งเสียงกรี๊ดยาว แล้วหายวับไป ทั้งๆที่เธอยังไม่ได้หยิบพระสมเด็จออกมาเลยด้วยซ้ำ
“รู้งี้หาพระมาติดตัวเสียตั้งนาน”เมลดายิ้มกับตัวเอง ก่อนจะรู้สึกเหมือนมีคนหรืออะไรสักอย่างยืนอยู่ด้านหลังความรู้สึกมันต่างกับเวลาเธอเจอผี เพราะมันไม่ได้เสียวสันหลังแบบวูบๆ วาบๆหรือชวนสยอง ขนลุกเกรียว แต่รู้สึกเย็นๆ ปลอดภัย บอกไม่ถูก หรือจะใช่
“ยมทูต”เอ่ยเสร็จก็รีบหันขวับมามองด้านหลัง แต่กลับเจอเพียงแค่ความว่างเปล่าแต่ถึงอย่างนั้นเมลดาก็ไม่ยอมแพ้ ในเมื่อแถวๆ ห้องน้ำไม่เจอ เธอก็เดินไปรอบๆ วัดแม้นี่จะไม่ใช่เวลาเดินก็ตามที
น่าแปลกที่คืนนี้รอบๆ ตัวเธอเงียบผิดปรกติผีไม่โผล่มาให้เห็นหรือมาหลอกให้เธอใกลัวสักตนเดียว ไม่รู้หายกันไปไหนหมดนอกจากจะไม่เจอผีแล้ว ยมทูตตนที่เธออยากพบก็ไม่เจอด้วย
เวลาเกือบจะตีห้าเมลดาถึงกลับมาที่ห้องพัก และนั่นยิ่งทำให้เธอเอะใจถึงความผิดปรกติเพราะต้องตาเองก็ไม่ได้อยู่ในห้อง ไม่รู้หายไปไหน
“พี่ตาพี่ตาอยู่หรือเปล่า” เมลดาเอ่ยเรียก แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ จากต้องตากลับมา
“หรือจะกลัวพระที่เราห้อยคออยู่”เธอสันนิษฐานพร้อมๆ กับมองหาต้องตาไปด้วย แต่ก็ยังไม่เห็น จนต้องออกเดินหาไปรอบๆวัด หันซ้ายหันขวาและพอหันซ้ายอีกที ก็จ๊ะเอ๋กับต้องตาเข้าพอดี
“อุ๊ย! ใหมดเลย”
“ขวัญอ่อนจริงนะเ้าน่ะ”ต้องตาเย้า พร้อมกับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้คนตามล่าหายมทูตมาทั้งคืน
“ก็อยู่ๆโผล่มาแบบนี้ใครจะไม่ใ ว่าแต่พี่ตาหายไปไหนมา”
“ข้าออกไปรับส่วนบุญที่ท่านเ้าอาวาสท่านอุทิศให้มาน่ะสิ”
“อ้อมิน่าสีหน้าถึงดูอิ่มบุญ ออร่าจับเชียว” คำพูดของเมลดา ทำให้ต้องตายิ้มออกมาก่อนที่สายตาจะมองไปยังพระที่เมลดาคล้องคออยู่
“เ้าไปเอาพระนั่นมาจากไหน”
“พระนี่เหรอ จากพราหมณ์ที่มาบวชนี่แหละพี่ตาไม่ต้องกลัวนะ”
“ข้าไม่ได้กลัวข้าแค่จะบอกเ้าว่า…”
“เออนี่…พี่ตาว่า เมื่อคืนกับตอนนี้ พี่ตาว่ามันมีอะไรแปลกๆ ไหม”ยังไม่ทันที่ต้องตาจะได้บอกอะไร เมลดาก็ชิงพูดขึ้นเสียก่อน
“แปลกที่ว่าคือผีในวัดน้อยลงใช่ไหม”
“อื้อ”
“ก็เมื่อคืนท่านยมทูตบุกน่ะสิสงสัยเพราะผีเร่ร่อนตนนั้นก่อเื่แน่ๆ ท่านยมถึงแห่กันมาจับบรรดาผีๆ ไปลงนรกจนเกือบหมดวัด”
“แล้วพี่ตาทำไมยังอยู่อ่ะ”เมลดาถามไปตรงๆ
“ก็ใช้วิชานินจาแบบผีๆหลบเอา”
“นั่นง่ะไหนบอกไม่กลัวท่านยม”
“ก็ไม่ได้กลัวแค่ไม่อยากเผชิญหน้า แบบเลี่ยงได้ก็เสี่ยง รอหมดห่วงก่อนแล้วจะตามท่านไปเอง” ต้องตาเอ่ยบอกเหตุผลอันที่จริงเธอพบกับยมทูตมาแล้ว แต่ท่านกลับเลือกที่จะมองไม่เห็นเธอซึ่งก็ไม่รู้ว่าทำไม หรือเพราะชื่อเธอยังไม่ปรากฏในสมุดของท่านก็เป็ได้
“เ้าจะกลับบ้านวันนี้ใช่ไหม”
“ใช่จ้ะ”
“เอ่อ…ข้า” ต้องตาอยากขอตามไปด้วย เพราะอยากให้เมลดาช่วยเหลืออะไรบางอย่างแต่ก็ยังคงลังเล ว่าจะพูดออกไปดีหรือไม่
“พี่ตามีอะไรให้เมช่วยใช่ไหม”เพราะรู้สึกสนิทสนมด้วย นั่นทำให้เมลดาเปลี่ยนสรรพนามเรียกตัวเองยามพูดคุยกับต้องตาไปด้วย
“ใช่…ข้าอยากให้เ้าช่วยจริงๆ แต่…”
“บอกมาเถอะว่าพี่ตาอยากให้เมช่วยอะไรเพราะอย่างน้อยๆ พี่ตาก็เคยช่วยชีวิตเม”
“ข้าอยากให้เ้าพาข้าไปด้วยแต่เ้าไม่ต้องกลัวว่าข้าจะอยู่รบกวนเ้านานข้าแค่อยากไปหาคนรักของข้าอีกสักครั้ง” ต้องตาเอ่ยขอเพราะตลอดเวลาที่เธอต้องเป็ผีอยู่ที่นี่ ไม่มีใครมองเห็นผีอย่างเธอสักคนกระทั่งมาพบกับเมลดา
“ได้สิ”
“จริงๆ นะ” สีหน้าของต้องตานั้นเต็มไปด้วยความดีใจ
“จริงเมจะโกหกพี่ตาทำไม”
“ขอบใจเ้ามากนะเ้านี่สวยทั้งหน้า สวยทั้งใจ ข้าคิดไม่ผิดจริงๆ ที่มาให้เ้าช่วย”
“แหมๆชมซะขนาดนี้อยากกินอะไรคะ เดี๋ยวเมทำบุญไปให้” ต้องตายิ้มกริ่มเธอรู้ว่าเวลาของเธอใกล้จะหมดแล้ว ไม่นานก็ต้องไป แต่ก่อนจะถึงเวลานั้นเธออยากหมดห่วงจริงๆ
เพราะก่อนเสียชีวิตเธอไม่มีโอกาสล่ำลาคนรักเลย เมื่ออยู่กันคนละภพก็ยิ่งสื่อสารกันได้ยากขึ้นขอไปดูให้เห็นกับตาว่าเขาอยู่สุขสบายดี ถ้าทุกอย่างโอเคแล้ว หลังจากนั้นเธอก็พร้อมจะไปอย่างหมดห่วงจริงๆ
แต่ก่อนรถของเมลดาจะขับพ้นประตูวัดต้องตาก็นั่งลุ้นจนตัวโก่ง จากหน้าที่ซีดอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งซีดเข้าไปอีก เพราะเธอพยายามก้าวพ้นประตูวัดแห่งนี้หลายต่อหลายครั้งแต่กลับทำไม่ได้ แต่ครั้งนี้มันกลับต่างออกไป
“ข้าผ่านประตูวัดมาได้แล้วข้าผ่านมาได้แล้ว” ทันทีที่รถผ่านประตูวัดมาได้ ต้องตาถึงกับะโอย่างดีอกดีใจส่วนเมลดานั้นได้แต่นั่งส่ายหน้ายิ้มๆ ให้
+++++++++++++++++++++++++++++++++
สวัสดีค่ะนักอ่านที่น่ารักทุกๆ ท่าน
วรนิษฐา ได้เปิดช่องยูทูปเพื่อนำนิยายเสียงไปลงให้ฟังกันแล้วนะคะ
ชื่อช่องว่า Love novel by วรนิษฐา
พิกัดช่อง : https://www.youtube.com/@Vorranitta_Misssexy
ตอนนี้มีอยู่3 เื่ คือ
บอสขา…อย่าพึ่งมารักนามปากกา วรนิษฐา
ซ่านปรารถนานามปากกา Misssexy
รัญจวนรักนามปากกา Misssexy
ฟังจบในคลิปเดียวไม่มีแยกย่อยแต่อย่างใด
เลยอยากเชิญชวนนักอ่านเข้าไปฟังไปให้กำลังใจกันค่ะ
กด Like กด Share กด Subscribe เพื่อเป็กำลังใจสำหรับสร้างคลิปต่อๆไปด้วยน๊า
ขอบคุณทุกๆ กำลังใจที่ส่งมาให้ค่ะ
วรนิษฐา & Miss sexy