วันถัดมา นายดินเริ่มดีขึ้น เขาเดินลงมาเปิดร้านเองั้แ่เช้าจนฉันได้ยินเสียงข้าวของตกโครมครามดังมาจากในร้านจึงอดไม่ได้ที่จะเดินไปดู
"ทำอะไรอยู่คะเนี่ย"
"จัดร้านหน่อยน่ะมีดอกไม้ที่เริ่มเหี่ยวต้องทิ้ง หยุดไปหลายวันเงินชักจะเริ่มขาดมือแล้วด้วยสิ"
"ทำไมไม่ลองหันมาทำพวกพวงหรีดขายดูบ้างล่ะเห็นร้านดอกไม้เขาก็มีขายกันทุกร้าน น่าจะขายดีนะ"
เขานิ่งไปชั่วขณะเหมือนกับกำลังคคิดอะไรบางอย่างก่อนจะตอบออกมา
"ผมไม่อยากทำพวงหรีดหรอกเวลาที่จัดดอกไม้ ผมอยากให้มันมีความรู้สึกของความรักและความยินดีมากกว่าไม่อยากรู้สึกถึงความทุกข์หรือการสูญเสียของใคร"
ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าการจัดดอกไม้จะต้องใส่ความรู้สึกอะไรทำนองนั้นด้วยแต่พอนึกถึงเมื่อวานตอนที่เห็นเขานั่งบรรจงจัดช่อดอกไม้สีหน้าของเขาก็ดูมีความสุขจริงๆ นั่นแหละ
"ผมนะทุกครั้งที่จัดช่อดอกไม้ ผมจะจินตนาการว่ากำลังจะส่งมันให้กับคนที่ตัวเองรักนั่นแหละคือเหตุผลว่าทำไมผมถึงใช้เวลาจัดนานทั้งที่ความจริงแค่สิบห้านาทีก็เสร็จแล้ว"
"ต้องเข้าถึงอารมณ์ขนาดนั้นเลยเหรอติสต์เหมือนกันนะนายเนี่ย"
"มันก็เหมือนงานศิลปะอย่างหนึ่งนั่นแหละคุณต้องใช้อารมณ์และความรู้สึกร่วมด้วย แล้วเวลาที่คุณนั่งถักโครเชต์ล่ะไม่ต้องใช้อารมณ์หรือไง"
ฉันพยายามคิดตามคำถามนั้นอยู่ครู่หนึ่ง สำหรับฉันแล้วงานถักไม่ได้จำเป็ต้องคิดถึงใครหรืออินกับความรู้สึกอะไรแค่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์และสมาธิก็พอ... หรือว่ามันจำเป็จริงๆ นะ? ถ้าเกิดว่าลองใส่ความรู้สึกสมมติลงไปอย่างเช่นตอนที่กำลังถักชุดเด็กอ่อนแล้วจินตนาการว่ากำลังถักให้ลูกของตัวเองจริงๆผลงานที่ออกมามันจะสวยงามและพิเศษกว่าเดิมหรือเปล่านะ?
"แล้วทำไมคุณถึงมาเปิดร้านขายดอกไม้ล่ะดูไม่ค่อยเข้ากับลุคเลย"
"ลุคผมมันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ?"
เขาหัวเราะร่วนออกมาก่อนทำหน้าจริงจัง
"เอาจริงๆตอนแรกผมไม่ได้คิดจะเปิดร้านขายดอกไม้หรอก สมัยเรียนน่ะผมเคยดูอนิเมะอยู่เื่หนึ่ง นางเอกเป็เ้าของร้านขายดอกไม้ส่วนพระเอกเป็พนักงานในร้านนั้น”
ฉันยิ้มแหย่ๆเพราะคิดว่าเื่ที่เขาจะเล่าหลังจากนี้ คงจะไร้สาระน่าดู
“พระเอกแอบชอบนางเอกก็เลยไปสมัครเป็พนักงานตอนแรกนางเอกบอกว่าตัวเองโสดแต่มีอยู่วันหนึ่งพระเอกเอากุญแจร้านไปคืนให้ที่ห้องแล้วบังเอิญเจอผู้ชายคนหนึ่งเดินออกจากห้องมาพอถามนางเอกก็อึกอัก พระเอกเลยโกรธมาก ตะคอกใส่ว่า ‘ไหนบอกว่าไม่มีแฟนไงแล้วผู้ชายคนนั้นคือใคร” จากนั้นไม่นานพระเอกก็บังเอิญเจอผู้ชายคนเดิมที่ร้านขายดอกไม้อีกและเขาก็บอกว่าตัวเองเป็สามีของนางเอกพระเอกเลยช็อกแล้วเลิกไปทำงานที่ร้านนั้นอีกเลย"
ถึงตรงนี้...ฉันก็ยังไม่เข้าใจหรอกนะว่าเขาพยายามจะสื่ออะไรได้แต่เออออตามน้ำไป
"อืม...ซับซ้อนซ่อนเงื่อนดีเหมือนกันนะ"
"หลายวันผ่านไป...พระเอกทนคิดถึงนางเอกไม่ไหวแถมยังคาใจเื่นั้นสุดๆเลยกลับไปที่ร้านอีกรอบแต่คราวนี้กลับได้รู้ความจริงว่าสามีของนางเอกป่วยเป็มะเร็งและเสียชีวิตไปนานแล้วคนที่เขาเห็นในตอนนั้นคือิญญาต่างหาก"
ฉันฟังต่ออย่างตั้งใจแต่ในใจคิดแค่ว่า
(หักมุมได้มึนสุดๆ)
เขาเริ่มเล่าต่ออย่างได้อรรถรส
"่แรกิญญาผีสามีก็ยังหึงหวงนางเอกอยู่แต่พอผ่านไปสักพักเหมือนเขาจะรู้ตัวว่านางเอกเริ่มมีใจให้พระเอกแล้วและตัวเองในฐานะคนตายก็ไม่สามารถอยู่ดูแลเธอได้อีกต่อไปจึงพยายามจะตัดใจ"
"พระเอกตัวจริงชัดๆ"ฉันชูนิ้วโป้งให้
"แล้วทีนี้ิญญาผีสามีก็มาขอร้องพระเอก ขอใช้ร่างพระเอกเพื่ออยู่กับนางเอกใน่เวลาสุดท้ายก่อนที่เขาจะจากไป"
"เดี๋ยวนะ...อิหยังวะเนี่ย" ฉันเริ่มขมวดคิ้ว
"พระเอกยอมทำตามคำขอแต่พอเข้าร่างพระเอกได้ผีสามีก็มีความคิดอยากยึดร่างพระเอกไว้จะได้อยู่กับนางเอกตลอดไป
“ชั่วช้าจริงๆ...เริ่มอินละนะเนี่ย"
"และนางเอกกับพระเอกก็มีอะไรกันโดยที่นางเอกไม่รู้ว่าผีสามีสิงร่างพระเอกอยู่พอเสร็จกิจผีสามีถึงรู้ซึ้งว่าหัวใจของนางเอกเปลี่ยนไปรักพระเอกเข้าเสียแล้วเขาเลยยอมถอดใจ เล่าความรักและอดีตทั้งหมดให้นางเอกฟังก่อนจะยอมปล่อยมือและบอกลานางเอกไป"
ฉันกะพริบตาปริบๆ
"โรแมนติกตรงไหนวะเนี่ย"
"ผมอาจจะเล่าให้ฟังแล้วไม่ค่อยอินแต่ในเื่มันโรแมนติกมากนะคุณ ผมนี่น้ำตาซึมเลยตอนดู"
"อย่าบอกนะว่าที่คุณไว้ผมยาวรกรุงรังแบบนั้นเพราะเลียนแบบพระเอกในเื่น่ะ"
นายดินยิ้มแบบเขินๆเหมือนว่าฉันจะเดาเขาถูก
"แหมคุณมันก็มีบ้าง...พอเรียนจบปุ๊บผมก็ออกตามหาร้านดอกไม้และโรกะของตัวเองทันที"
(โรกะคือนางเอกในอนิเมะเื่นั้น)
"นายก็โตแล้วแท้ๆไม่น่าเอาชีวิตในอนิเมะมาเป็แบบในการใช้ชีวิตจริงเลย"
เขาดึงหน้าใส่ฉันเล็กน้อย ก่อนพูดต่อ
"แต่มันเกิดขึ้นจริงกับผมแล้วนะคุณไม่นานหลังจากนั้นผมก็ได้งานในร้านขายดอกไม้ตอนแรกผมก็เป็แค่คนขับมอไซด์ส่งพวงหรีดในงานศพ ่โควิดน่ะ..ร้านขายดีน่าดูแต่ทำไปทำมาสักพักก็ได้เลื่อนขั้นเป็ผู้จัดการร้าน"
ฉันเริ่มเอะใจจากคนส่งของกลายเป็ผู้จัดการในทันทีเลยอย่างนั้นเหรอ มันแปลกเกินไป
"เดี๋ยวนะ...อย่าบอกนะว่าคุณไปลึกซึ้งอะไรกับเ้าของร้านจนได้เลื่อนตำแหน่งเร็วแบบนี้"
"ฮ่าๆๆก็ทำนองนั้นแหละ หนิงแก่กว่าผมห้าปี เธอเหมือนโรกะในอนิเมะเื่นั้นไม่มีผิด ผมตกหลุมรักเธอั้แ่แรกเห็นตอนที่ผมเข้าไปสมัครงาน เธอซักประวัติอยู่แปบเดียวก็รับผมเข้าทำงานทันที"
เขาเล่าต่อไม่หยุด แต่ฉันก็อยากเผือกเลยนั่งฟังต่อ
"ตอนแรกเราเปิดร้านอยู่แถวลาดพร้าววังหินแต่สามีเก่าของเธอตามมาราวีไม่เลิกราจนต้องหนีมาอยู่ที่นี่แหละ"
“.....สามี....งั้นเหรอ?”
"ก็นะ...ตอนนั้นผมโง่เองที่ไม่ทันคิดว่าผู้หญิงอายุแค่สามสิบต้นๆจะเอาเงินที่ไหนมาเปิดร้านใหญ่โตได้ขนาดนั้น"
"แล้วทำไมสามีเก่าเขาถึงยังตามตื๊อไม่เลิกในเมื่อเลิกรากันไปแล้วไม่ใช่เหรอ"
"เปล่าเลย...พวกเขาไม่เคยหย่าขาดจากกันแถมยังมีลูกด้วยกันแล้วด้วยซ้ำที่ตามมาราวีเพราะเขาจับได้ว่าหนิงแอบคบชู้กับผมต่างหากล่ะ"
เื่มันหักมุมกว่าอนิเมะที่เขาเล่าให้ฉันฟังเสียอีกฉันนิชะงักไปหลายครั้งตอนที่นั่งฟัง
"แล้วทำไมตอนนั้นถึงไม่ยอมเลิกกับเธอไปซะล่ะ"
"จะว่ายังไงดีล่ะ...มันรักไปแล้วล่ะมั้ง ผมมันก็เป็คนแบบนี้แหละ กับคนอื่นผมตัดใจง่ายนะแต่กับคนที่รักจริงๆ ผมเลิกยากชะมัด ยอมทนเจ็บทำใจอยู่หลายปีกว่าจะตัดขาดได้เด็ดขาดก็แทบแย่"
"ที่เลิกกันเพราะเื่นี้นี่เองแล้วทำไมจู่ๆ ร้านนี้ถึงกลายมาเป็ของคุณได้ล่ะ"
"ตอนที่สามีเก่าเธอตามมาอาละวาดหนักๆผมก็เลยชวนเธอหนีมาด้วยกัน บังเอิญมาเจอห้องเช่าใต้คอนโดนี้ว่างพอดีคิดว่าหนีพ้นแน่ๆ เลยเอาเงินเก็บก้อนสุดท้ายมาลงทุนเปิดร้าน กะว่าจะมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกันหวังลึกๆ ว่าเธอจะยอมหย่าขาดจากสามีแล้วเลือกผมจริงๆ สักที"
"แล้วสรุปตอนจบเป็ยังไง"
"สุดท้ายเธอก็ตัดสามีไม่ได้...และเก็บเสื้อผ้าหนีหายกลับไปอย่างที่คุณเห็นนั่นแหละ"
"เฮ้อ...แล้วตอนนั้นทำไมคุณถึงต้องมาพาลโกรธฉันด้วยล่ะ"
"อาจเพราะผมมันงี่เง่าพาลไปทั่วล่ะมั้ง่นั้นเวลาผมอยากเคลียร์กับหนิงทีไรเธอก็ชอบบอกให้เบาเสียงเพราะกลัวข้างห้องได้ยินหนิงบอกว่าคุณชอบเอาเื่ของเราไปนินทาให้เจ๊กุลกับวันดาฟัง"
"จะบ้าเหรอ!ฉันไม่เคยเอาเื่พวกคุณไปเที่ยวเล่าให้ใครฟังเสียหายสักหน่อย"
"ก็ตอนนั้นผมโมโหเลยไปถามเจ๊กุลเจ๊กุลก็บอกว่าคุณเป็คนพูดนี่นา"
"ฉันแค่บ่นให้ฟังเฉยๆว่าพวกคุณทะเลาะกันเสียงดังจนฉันนอนไม่ได้แค่นั้น เดี๋ยวนะ ที่คุณเอาเื่ฉันไปเม้าท์ให้คนอื่นฟังเพราะจะเอาคืนใช่ไหมเนี่ย"
"ก็ไม่ถึงกับตั้งใจแต่ก็พอมีส่วนผมมันคนไม่มีใครนินะ พ่อแม่พี่น้องก็ไม่มีให้ต้องห่วง ใช้ชีวิตอยู่ตัวคนเดียว เวลาเหงามันก็ต้องหาคนคุยบ้าง"
พ่อแม่ก็ไม่มีงั้นเหรอ...คำพูดนั้นะเืใจฉันเข้าอย่างจัง ตวคนเดียว ไม่มีที่พึง ไม่มีใครให้นึกถึงไม่มีใครให้กลับไปหา เื่ราววันเก่าๆมันย้อนเข้ามา “คิดถึงแม่จัง....”
*¨**¨*•.¸❤︎¸.•*¨**¨*