ท่ามกลางแสงแดดแรงกล้าและทะเลทรายอันร้อนระอุ ไม่มีที่ซ่อนไม่มีที่กำบัง มีเพียงเขี้ยวหมาป่าสีแดงฉานที่อวดความร้อนแรงกับแสงตะวันอยู่ในเมือเพียงเล่มเดียว
อี้เหรินเฟิ่งตอนนี้กำลังรวบรวมสมาธิ รอรับการทดสอบอยู่เงียบๆ ตามลำพัง เขาพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับบททดสอบแล้ว ไห้เขามีชีวิตรอดไห้ได้สามวัน หรือกำจัดสัตว์อสูรไห้หมด นี่คือเงื่อนไขในการทดสอบครั้งนี้
เขารอคอยอย่างใจเย็นในที่สุดปลายยอดเขาทะเลทรายไกลตา ค่อยๆ ปรากฎจุดสีดำขึ้นจำนวนมาก จุดสีดำใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เขาจ้องมองอย่างใจเย็น
จุดสีดำจากที่อยู่ไกลๆ ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาจนสามารถมองเห็นได้ในที่สุดพวกมันคือฝูงหมาป่าที่นับจำนวนไม่ได้ มากมายสุดลูกหูลูกตา จำนวนนับร้อยนับพันตัว พวกมันต่างวิ่งมาหาอี้เหรินเฟิ่งอย่างดุร้าย
เด็กน้อยกระชับเขี้ยวหมาป่าในมือแน่น เขาไม่กลัวก็แค่หมาตัวใหญ่มิใช่หรือ จากที่เห็นเพียงจุดเล็กๆ บัดนี้ฝูงหมาป่าเข้ามาในระยะ 100 เมตรแล้วในที่สุดก็เริ่มปะทะกัน
อี้เหรินเฟิ่งวิ่งเข้าใส่อย่างไม่เกรงกลัว ดาบในมือฟันออกไปในแนวทแยง ฉับๆๆๆ หมาป่าตายในดาบเดียว อี้เหรินเฟิ่งทะยานเข้าไปกลางดงหมาป่า ะโไปทางไหนก็จะเต็มไปด้วยซากศพเกลื่อนกลาดเขาเข้าไปต่อสู้อย่างบ้าระห่ำ
แต่สัตว์อสูรจำนวนเหมือนจะไม่ลดลงเลย หมาป่ายังคงวิ่งเข้าใส่อย่างมืดฟ้ามัวดิน ต่อสู้กันร่วมสามชั่วโมง อี้เหรินเฟิ่งเริ่มรู้สึกตัวแล้วถ้าเขายังบ้าระห่ำอยู่เช่นนี้ เขาจะต้องค่อยๆ อ่อนแรงจนตายภายในหนึ่งวันเป็แน่ เมื่อคิดได้อี้เหรินเฟิ่งจึงเริ่มออมกำลัง เขาจงใจไม่ปะทะตรงๆ อีกต่อไปแล้ว
อี้เหรินเฟิ่งเริ่มขยับตัวหลบหลีกเขาพยายามสังเกตและััสิ่งต่างๆ รอบตัวเพื่อหาทางหนีทีไล่ เริ่มจากใช้ตาััโดยรอบ พอเริ่มชินจึงเริ่มใช้ประสาทััเพื่อหลบหลีก และจู่โจมเพื่อที่จะประหยัดพลังงานไห้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
อี้เหรินเฟิ่งเริ่มที่จะพยายามขยับตัวไห้น้อยที่สุด ตัดการเคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็ทิ้งไป พยายามโจมตีเข้าสู่จุดตายไห้แม่นยำที่สุด โดยใช้การเคลื่อนไหวไห้น้อยที่สุด
เขาเริ่มทำแบบนี้อย่างช้าๆ จนเวลาล่วงเลยไปกว่าแปดชั่วโมงเข้าจึงสามารถความคุมความเคลื่อนไหวของเขาได้อย่างสมบูรณ์ เขาใช้กำลังไปอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดในทุกการเคลื่อนไหว
จนตอนนี้เข้าใกล้คำว่าใช้จิตสำนึกเคลื่อนไหวแล้วสิบชั่วโมงผ่านไปเข้าสู่่กลางคืนในที่สุด เหล่าหมาป่าก็ได้ถูกกำจัดไปจนหมด
เขาไม่รู้ว่าได้ฆ่าหมาป่าไปกี่ตัวแล้ว อาจจะหลายพันตัว หรืออาจจะเป็หมื่นๆ ตัวก็เป็ได้ อี้เหรินเฟิ่งนั่งแปะลงกับพื้นด้วยความอ่อนแรง เขานั่งลงพักผ่อนแล้วคิดขึ้นมา
"นี่คงเป็แค่คลื่นสัตว์อสูรแค่รอบแรก ไม่รู้ว่าจะมีอีกสักกี่รอบ รอบต่อๆ ไปคงจะต้องเป็สัตว์อสูรที่แข็งแกร่งกว่านี้แน่ๆ"
อี้เหรินเฟิ่งนั่งพักผ่อนไปด้วย คิดทบทวนเื่ราวตลอดทั้งวันไปด้วย การเคลื่อนไหวต่างๆ การหลบหลีกการโจมตี ในตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจวิถีต่อสู้มากขึ้นถึงขั้นร่างกายสามารถตอบสนองเองได้แล้วตอนนี้
อี้เหรินเฟิ่งนั่งนึกได้ราวครึ่งชั่วโมงในที่สุดก็เริ่มมีสัตว์อสูรโผล่มาโจมตีแล้ว คราวนี้สัตว์อสูรที่ออกมาโจมตีเป็เสือโคร่งขนาดใหญ่ พวกมันรวดเร็ว แข็งแรง และเข้าจู่โจมอย่างไร้เสียง พวกมันคือนักล่าที่แท้จริง
อี้เหรินเฟิ่งตอนนี้ไม่ค่อยจะสู้ดีแล้ว เขาโดนเสือโคร่งราวแปดตัวเข้ากลุ้มรุมอยู่ อี้เหรินเฟิ้งโดนกรงเล็บของพวกมันตะปบไปหลายทีแล้ว ตามลำตัวเริ่มมีรอยกรงเล็บปรากฏไห้เห็น
ถ้าเกิดเขาสามารถใช้พลังได้ก็คงจะไม่าเ็เช่นนี้ แต่นี่นับว่าดีมาแล้วเนื่องจากร่างกายของเขาได้ฝึกฝนมาอย่างวิเศษ จึงทนทานแข็งแรงกว่าคนทั่วไปหลายสิบเท่า อี้เหรินเฟิ่งพยายามหลบหลีกอย่างสุดกำลัง ในยามค่ำคืนเช่นนี้ เข้าใช้เพียงแค่สายตากับหูไม่ได้แล้ว เขาต้องหาวิธีหลบหลักการโจมตีจากเสือพวกนี้ไห้ได้
มิเช่นนั้นอย่าว่าแต่สามวันเลย คืนนี้เขาอาจจะกลายเป็เนื้อสับภายใต้กรงเล็บของพวกเสือเหล่านี้ก็เป็ได้ จากนี้เขาจะพยายามััถึงเสือเหล่านี้โดยไม่ใช้สายตาไห้ได้
อี้เหรินเฟิ่งเริ่มรวบรวมสมาธิพยายามจับสังเกตจากจุดที่พวกเสือโจมตีเขา เขาเริ่มวิเคราะห์ว่านอกจากที่ััทั้งห้าของเขาที่สามารถรับรู้ได้นั้น จะมีสิ่งไหนที่เขาจะสามารถััได้บ้าง และในที่สุดหลังจากพยายามมาร่วมสองชั่วโมงเขาก็เริ่มััได้แล้ว
สิ่งที่นอกเหนือจากััทั้งห้าของเขาที่เขาสามารถรับรู้ได้จากการโจมตีนั้นก็คือ "จิตสังหาร" มันคือจิตสังหารของเสือพวกนี้ อี้เหรินเฟิ่งพยายามสงบใจค่อยๆ ััจิตสังหารพวกนี้ไปเรื่อยๆ
จากที่ใช้ตาดูหูฟังเป็ส่วนใหญ่บัดนี้ค่อยๆ เพิ่มจิตสังหารเข้าไปในประสาทัั เขาเริ่มรับรู้ได้ดีขึ้น ดีขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็ความเคยชิน
เขาเข่นฆ่าไปอีกราวสามชั่วโมงในที่สุด เขาก็สามารถเข่นฆ่าในความมืดกับพวกเสือเ่าั้โดยไม่เพลี่ยงพล้ำได้เเล้ว ราตรีเริ่มมืดมิดขึ้นเรื่อยๆ จนมองไม่เห็นแม้กระทั่งนิ้วมือทั้งห้าของเขา
เขาต่อสู้ต่อไปโดยที่ตาไม่สามารถมองเห็นไดๆ ได้เลย อี้เหรินเฟิ่งจึงเริ่มทบทวนกับตัวเอง เหตุไฉนเสือพวกนี้จึงโจมตีตนเองได้เหมือนกันโดยที่ตาพวกมันก็มองไม่เห็น เป็จิตสังหารใช่แล้ว
จิตสังหารเพราะตนแผ่จิตสังหารออกไปใส่พวกมันเหมือนกันพวกมันจึงจับััได้เช่นเดียวกัน ถ้าเช่นนั้นถ้าเกิดว่าเขานั้นไม่มีจิตสังหารเล่า เขาจะกลายเป็ผู้ล่าฝ่ายเดียวในค่ำคืนนี้ใช่หรือไม่
ความคิดเคลื่อนไหวราวสายฟ้า แต่การกระทำนั้นไม่ได้ง่ายดายเลย เมื่อเขามีความ้าที่จะฆ่า แล้วเขาจะไม่มีจิตสังหารได้เช่นไร นี่คือคำถามที่้าคำตอบอย่างเร่งด่วนในค่ำคืนนี้
อี้เหรินเฟิ่งจึงเริ่มทดลองก่อนโดยการหนี เขาไม่คิดสู้ไม่คิดที่จะฆ่า เขาััจิตสังหารรอบๆ แล้ววิ่งหนีหลบหลีกไปอย่างเงียบๆ เสือพวกนั้นเมื่อไม่อาจััถึงจิตสังหารของอี้เหรินเฟิ่งได้ ก็เหมือนกับคนตาบอดไร้จุดหมายในทันที
อี้เหรินเฟิ่งหนีออกมาจากวงล้อมสักพักก็เริ่มคิดทบทวนว่าเกิดจากอะไร เกิดจากที่เขาไม่มีความคิดไม่มีเจตนาในการฆ่า จิตสังหารจึงไม่เกิดใช่หรือไม่
แล้วจะทำเช่นไรถ้าเกิดเขา้าจะฆ่าโดยที่ไม่ทำไห้เกิดจิตสังหาร จิตสังหารชื่อของมันนั้นบ่งบอกอยู่แล้ว ว่าคือจิตใจ ในที่สุดอี้เหรินเฟิ่งก็จับจุดได้ เขาจะต้องควบคุมจิตใจของตนเอง และััจิตใจของผู้อื่นไห้จงได้
อี้เหรินเฟิ่งตรึกตรองอยู่สักพักจากนั้นเขาเริ่มขยับตัวเข้าหาฝูงเสืออีกครั้ง เขาเริ่มโจมตีเสือเ่าั้ทันที แต่ทันทีที่เริ่มโจมตีเสือเ่าั้ก็โต้กลับในทันได พวกมันััถึงอี้เหรินเฟิ่งได้ อี้เหรินเฟิ่งพยายามอย่างยิ่งในการควบคุมจิตใจของตนเอง
เขาเริ่มจดจ่ออยู่กับร่างกายของตนเอง เคลื่อนไหวไปตามสัญชาติญาณ ปล่อยใจไห้ว่างเปล่า ค่อยๆ ัักับธรรมชาติรอบตัว ปล่อยร่างกายจิตใจไปกับฟ้าดิน ในใจไม่เกิดริ้วรอยความรู้สึกไดๆ
ใจข้าใสดั่งแก้วสามารถมองทะลุผ่านไป ในที่สุดกลิ่นอายของเขาก็ค่อยๆ หายไปในความมืดมิด มีเพียงเสียงของเขี้ยวหมาป่าที่เสียบเข้าไปในขั้วหัวใจของเสือเ่าั้ดังออกมาเป็ครั้งครา
ตอนนี้อี้เหรินเฟิ่งเปรียบเสมือนลมเย็นจากนรก พัดผ่านไปที่ไดก็เหลือแต่เศษซากศพ ในที่สุดเมื่อผ่านไปอีกราวสี่ชั่วโมงในที่สุดก็เริ่มเช้าแล้ว เสือเ่าั้ได้ตกตายไปจนหมดเรียบร้อยแล้ว
อี้เหรินเฟิ่งนั่งรักษาแผลไห้ตัวเองพลางคิดทบทวนสิ่งต่างๆ ไปด้วย เขาได้เข้าใจสิ่งต่างๆ มากมาย ในหนึ่งคืน เข้าสามารถเก็บและปลดปล่อยจิตสังหารของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แล้ว
ในตอนนี้อี้เหรินเฟิ่งได้ผ่านการเข่นฆ่าสังหารมาเป็เวลานาน จิตสังหารของเขาในตอนนี้ไม่ใช่สิ่งที่เด็กอายุแปดเก้าปีจะมีได้อย่างแน่นอน