ิญญาชายชราเป็เพียงิญญาเร่ร่อนที่ต้องทนทุกข์กับลมฝนมาหลายปี
เขาไม่ได้กินของเซ่นไหว้มานานจนไม่อาจต้านทานกลิ่นหอมของอาหารเซ่นตรงหน้าได้มือเหี่ยวแห้งเอื้อมไปหมายคว้าขนมกุ้ยฮวาเืไก่ในตะกร้า
แต่ในจังหวะนั้นเอง ผมยกมีดหัวัขึ้นแล้วฟันลงไปทันที
แสงสะท้อนเย็นวาบจากคมมีดพุ่งตรงไปยังใบหน้าของิญญาชายชรา
เขาถึงกับสะดุ้งโหยงด้วยความใแต่โชคยังดีที่เขาหลบทันและหลีกเลี่ยงจุดสำคัญไปได้ ถึงอย่างนั้นมีดของผมก็ฟันเข้าที่แขนของเขาเต็มๆ
“อ๊าก!”
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้น แขนของเขาที่ถูกฟันขาดกระเด็นออกไปกลับกลายเป็เปลวเพลิงสีเขียวแล้วเลือนหายไปในอากาศ
ิญญาชายชราล้มลงกับพื้น ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ส่วนิญญาเร่ร่อนอื่นๆ ที่อยู่รอบๆต่างก็พากันวิ่งหนีด้วยความใจนไม่เหลือแม้แต่เงา
ผมไม่คิดจะให้เขามีโอกาสตั้งตัวหรือพักหายใจ
ผมจับมีดหัวัแน่น พุ่งเข้าไปแล้วกดมีดลงที่ลำคอของเขาในทันที!
ิญญาชายชราตัวสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวพลางพูดอ้อนวอนซ้ำๆ “อย่าๆ อย่าฆ่าฉันเลย พ่อหนุ่ม อย่าฆ่าฉันเลย!พวกเราไม่ได้กำลังจะร่วมมือกันอยู่เหรอ มีอะไรพูดกันดีๆได้!”
“ร่วมมือ?แกเชื่อคำพูดตัวเองไหม” ผมถามกลับทันที
หากไม่ใช่เพราะผมอยากรู้เื่ของ ‘ผู้หญิงน่ากลัว’ ที่เขาพูดถึง ผมคงลงมือจัดการเขาไปแล้วั้แ่แรก
ฆ่าคนผมคงไม่กล้า แต่เพื่อเอาชีวิตรอด ฆ่าิญญาเร่ร่อนสักตน ผมไม่คิดมากหรอก
ิญญาชายชราเงียบไปชั่วขณะเหมือนจนคำพูด แต่ก็ยังพยายามจะแก้ตัว ผมไม่อยากฟังและไม่คิดจะให้โอกาสเขาอธิบาย
“พูดมาให้หมด!
“เมื่อคืน แกเห็น ‘ผู้หญิงน่ากลัว’ คนนั้นมีลักษณะยังไง สูงแค่ไหน แล้วในมือเธอถืออะไรอยู่ไหม” ผมยิงคำถามสามข้อรวดเดียว
ในสภาวะเป็ตาย ิญญาชายชราไม่กล้าแม้แต่จะรีรอ เขารีบตอบกลับมาด้วยเสียงสั่นเครือ“เธอ...เธอสวยมากที่ใต้หางตาข้างซ้ายมีไฝน้ำตาเล็กๆ...รูปร่างสูงโปร่งได้สัดส่วน...อ้อ ใช่แล้ว!เธอถือ...ถือร่มกระดาษสีดำอยู่ในมือ!”
เมื่อได้ยินแบบนั้นใจผมก็เหมือนหล่นวูบ ผมอดไม่ได้ที่จะสูดหายใจเข้าลึกไปด้วยความใ...
คำบรรยายที่ิญญาชายชราบอกลักษณะนั้นแทบจะเหมือนกับเสี่ยวอวี่แฟนเก่าของผมทุกประการ
ใต้หางตาข้างซ้ายของเสี่ยวอวี่มีไฝน้ำตาเล็กๆซึ่งทำให้ใบหน้าของเธอมีเอกลักษณ์และดูมีเสน่ห์มากขึ้น
นอกจากนี้ เธอยังมีรูปร่างสูงโปร่ง และทุกครั้งที่เธอออกมาเจอผมเธอจะถือร่มกระดาษสีดำติดตัวเสมอ เธอบอกว่าเผื่อฝนตก
ถ้าเป็แบบนี้ผู้หญิงน่ากลัวที่ขับไล่ิญญาในศาลาเมื่อคืนคงไม่ใช่ใครอื่น นอกจากเสี่ยวอวี่แฟนเก่าของผม
แต่...ทำไมเธอถึงช่วยผม แล้วทำไมถึงไม่ยอมให้ผมเจอหน้าเธอ
นอกจากนี้ ิญญาชายชรายังพูดว่า ‘เธอเองก็คงเอาตัวไม่รอด’ หมายความว่ายังไงกัน
ผมถามต่อทันที “แล้วที่แกบอกว่าเธอเอาตัวไม่รอดหมายความว่ายังไง”
ิญญาชายชราถูกผมข่มขู่จนต้องอ้าปากจะตอบ
แต่ทันใดนั้น เขากลับหยุดนิ่ง สายตาจ้องมาที่ด้านหลังของผมพร้อมกับแสดงสีหน้าหวาดกลัวสุดขีด
“อ๊าก!อ๊าก...” เขาร้องออกมาด้วยเสียงสั่นสะท้าน
พร้อมกันนั้นผมก็รู้สึกได้ว่าที่แผ่นหลังของตัวเองเย็นวาบ
มีลมหายใจที่ส่งกลิ่นเหม็นคาวโชยมา พร้อมกับความรู้สึกเหมือนมีน้ำเย็นๆหยดลงมาที่ต้นคอ
“ติ๋ง...ติ๋ง...”
ความเย็นะเืและกลิ่นเหม็นคาวนั้นทำให้ผมตัวแข็งทื่อ
ตอนนี้ผมรับรู้ได้ชัดเจนว่ามี ‘บางอย่าง’ กำลังยืนอยู่ข้างหลังผม
ไม่ทันที่ผมจะได้ตอบสนอง มือเย็นเฉียบซีดขาวก็วางลงบนไหล่ของผม
พร้อมกับเสียงกระซิบเย็นะเืดังขึ้นที่ข้างหู“เจียงหนิง...ฉันตามหานายมาสองวันแล้ว...”
ทันทีที่ได้ยินผมรู้สึกเหมือนเืในตัวหยุดไหล และร่างกายก็เย็นเฉียบไปทั้งตัว
เสียงนั้นเป็เสียงของจางเฉียง...
จางเฉียงปรากฏตัวอย่างไร้ร่องรอยเขาขึ้นมาจากทะเลสาบโดยไม่มีใครทันสังเกตก่อนจะมายืนอยู่ข้างหลังผม ร่างกายผมสะท้านไปสองครั้ง และไม่กล้าขยับแม้แต่น้อย
เพราะด้วยหางตาผมเห็นว่ามือที่วางอยู่บนไหล่ของผมนั้นมีเล็บยาวแหลมคมขาวโพลนยื่นมาเฉียดลำคอ
ไม่ต้องพูดถึงว่าเขาจะกัดหรือไม่ แค่ผมขยับตัวไม่ระวัง เล็บแหลมคมเ่าั้ก็พร้อมจะเสียบทะลุคอได้ทันที
“จาง...จางเฉียง...”
ผมเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เหงื่อเย็นผุดเต็มใบหน้าและตอนนี้ผมก็ไม่ได้สนใจิญญาชายชราที่อยู่ใต้ร่างอีกแล้ว
จางเฉียงที่ยืนอยู่ข้างหลังผมสูดลมหายใจลึกสองครั้งอย่างแรง
ทุกครั้งที่เขาสูดหายใจ ผมรู้สึกเหมือนดวงิญญาของตัวเองถูกดึงออกจากร่าง ทั้งร่างกายเย็นะเืราวกับความอบอุ่นในตัวถูกดูดออกไปจนหมดไม่เพียงเท่านั้น จางเฉียงยังพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นปนความอาฆาต
“เจียงหนิง...ทำไมกลิ่นตัวนายถึงได้หอมขนาดนี้...แล้วนายนั่งทับชายชราคนนั้นซ้ำยังเอามีดจ่อเขาไว้อีกทำไม รีบวางมีดลงซะเถอะ ไม่งั้นถ้าทางมหา’ลัยรู้เข้า นายคงโดนไล่ออกแน่ๆ”เสียงของเขานุ่มนวลและเบา แต่ก็เต็มไปด้วยความเย็นเยือกอันน่าขนลุก
ผมไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของจางเฉียงได้เลย
เพื่อให้เขาสงบลง ผมจึงเอ่ยขึ้น “ตกลง ฉันจะลุกเดี๋ยวนี้ แต่นาย...นายช่วยเอามือออกไปก่อนเถอะฉันจะเก็บมีดแล้ว”
ผมพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ หัวใจแทบจะหลุดออกจากอก จางเฉียงกลับกดเสียงต่ำลากเสียงยาวว่า “เก็บมีด...”
เสียงเขาทำให้ผมขนลุกเกรียว
ผมไม่มีทางเลือกอื่น ได้แต่ค่อยๆ ลุกขึ้นอย่างระมัดระวังและเก็บมีดกลับเข้าไปในฝัก
ิญญาชายชราที่ถูกผมนั่งทับไว้เมื่อเห็นว่าผมลุกขึ้นและเก็บมีดแล้วก็รีบกลิ้งตัวหนีด้วยท่าทางเงอะงะก่อนจะพุ่งเข้าไปในพุ่มไม้ข้างๆ และหายไปในพริบตา
เสียงของจางเฉียงดังขึ้นจากด้านหลัง“ไอ้แก่นั่นหนีเร็วเหมือนกันนี่”
เสียงเขาฟังดูเฉยชาไร้อารมณ์ ทว่ายิ่งเสียงฟังดูสงบ ผมยิ่งรู้สึกหวาดหวั่นแต่อย่างไรก็ตาม ผมต้องคุมสติให้ได้เพราะคืนนี้ผมมาที่นี่เพื่อจบเื่กับจางเฉียง
ผมค่อยๆ หมุนตัว หันหลังไปหาอย่างช้าๆ
เขายังคงสวมเสื้อผ้าชุดเดิมเหมือนเมื่อสองสามวันก่อน แต่มือและเท้าของเขาขาวซีดผิดปกติบวมอืด และเต็มไปด้วยคราบน้ำ
เมื่อสายตาผมหยุดที่ใบหน้าของเขา ผมสะท้านเย็นวาบไปทั้งตัว ใบหน้าของจางเฉียงบวมจนผิดรูปคล้ายกับศพลอยน้ำที่บวมพองน้ำยังคงหยดจากร่างของเขาลงพื้นเป็ระยะ...
สภาพนี้แตกต่างจากตอนเขายังมีชีวิตโดยสิ้นเชิง แปรสภาพเป็ร่างลอยน้ำที่พองอืดเหมือนศพในน้ำ
“เจียงหนิงสองวันที่ผ่านมานายไปอยู่ไหนมา ฉันตามหานายมาตลอด!” เสียงของจางเฉียงดังขึ้นอีกครั้ง ดวงตาของเขาไร้ประกายใดๆ ทั้งตัวของเขาดูแข็งทื่อไม่มีชีวิตชีวา สภาพนี้แตกต่างจากวันที่เขาเพิ่งเสียชีวิตโดยสิ้นเชิงตอนนั้นเขายังดูเหมือนมีจิติญญา แต่ตอนนี้กลับดูเหมือนเศษซากที่ว่างเปล่า
“นาย...นายตามหาฉันทำไม” ผมเผลอถามออกไป
จางเฉียงตอบกลับมาโดยไม่ต้องคิดว่า “อาจารย์บอกให้ฉันมาหานาย”
เมื่อคืนนี้ผมได้ยินเขาพึมพำกับตัวเองว่า ถ้าหาผมไม่เจอเขาจะกลับไปอธิบายกับอาจารย์อย่างไร แต่เขาตายไปแล้ว จะต้องอธิบายอะไรกับใครล่ะ แล้ว ‘อาจารย์’ ที่เขาพูดถึงคือใครกัน หรือเขายังคงจมอยู่ในโลกของความยึดติด
เมื่อเห็นว่ายังสามารถพูดคุยกับเขาได้ ผมจึงถามต่อว่า “อาจารย์คนไหนที่บอกให้มาหาฉัน”
จางเฉียงดูเหมือนสับสนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบออกมาช้าๆ ว่า “ก็อาจารย์นั่นแหละ ตอนนี้นายไปกับฉันเถอะ”
พูดจบ จางเฉียงก็ไม่รอคำตอบจากผม เขาคว้าข้อมือของผมไว้ทันที
ััของมือเขาเย็นเฉียบและชุ่มน้ำ ทำให้ผมรู้สึกไม่สบายอย่างมาก แถมแรงของเขายังมหาศาลจนผมดิ้นไม่หลุดเขาดึงมือผมแน่น โดยไม่สนใจว่าผมจะยินยอมหรือไม่ จากนั้นเขาก็หมุนตัวแล้วลากผมมุ่งตรงไปยังทะเลสาบทันที...