นักล่าล้างพันธุ์อมตะ (ฉบับเซ็นเซอร์)

    เลือดหยดที่ 45 หัวใจนักสู้

    ……………………..


    “ แฮ่ก  แฮ่ก  แฮ่ก….” หรั่งวิ่งตรงไปข้างหน้า  ลมหายใจหอบถี่  สองขาอ่อนล้า  ส่วนร่างกายก็ปวดร้าว  เพราะวันนี้  เขาโดนดาเมจหนักๆมาหลายดอก แต่หนุ่มหล่อไม่อาจหยุดฝีเท้า ด้วยมีความตายไล่ตามมาติดๆ 


    “ เราต้องรีบหนี  จะมาตายที่นี่ไม่ได้ ” 

            


          แต่แล้ว ความมุ่งมั่นของหนุ่มหล่อก็มาถึงทางตัน เพราะดันไปสะดุดกับไม้ท่อนเขื่อง ส่งผลให้ร่างสูงใหญ่ล้มกลิ้งหลายตลบ 


    “ อั้ก…..” หรั่งจุกเสียด  คาดว่าในจังหวะที่ล้ม  ช่วงท้องน่าจะกระแทกกับอะไรบางอย่าง  และพอมองไปทั่วๆ เขาก็พบว่าบริเวณนั้นเป็นตรอกแคบที่กว้างประมาณเจ็ดเมตร  รอบข้างแวดล้อมไปด้วยถังขยะและเศษซากปฏิกูล แถมบรรยากาศยังดูมืดสลัว  แสงเพียงหนึ่งเดียวมาจากเสาไฟที่ยืนห่างกันเป็นระยะ  ซึ่งพวกมันก็ส่องสว่างอยู่รำไร 



              หรั่งยันกายลุกขึ้นยืน  แต่ก็ขยับได้ลำบาก  เพราะร่างกายของเขาบอบช้ำมิใช่น้อย 


    “ อู้ย…เจ็บปวดชะมัด  แต่ยังไง  เราก็ต้องหนีให้ได้ ”สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของหรั่งบอกอย่างนั้น  แต่แล้ว  ความหวังก็พังทลาย เมื่อเหลือบไปเห็นสองเท้าเรียวงามที่ขาวโพลน 


    “ นะ….นี่มัน…..”ปากคอของหรั่งเริ่มสั่นเทา เพราะรู้ดีว่าใครคือเจ้าของเท้าคู่นี้ แต่เพื่อให้แน่ใจ  เขาก็ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมา  ในใจภาวนาให้ตนคิดผิด 


    “ ไม่น่า.....  ขอให้ไม่ใช่ ” 



          และในทันทีที่สายตาของหรั่งเลื่อนมายังใบหน้าของบุคคลปริศนา  มันก็พลันเบิกโพลงอย่างฉับพลัน ด้วยเจ้าของดวงพักตร์นั้นก็คือ……แวมไพร์สาวคู่อาฆาต 


    “ ไงจ๊ะ  ที่รัก  คิดถึงข้ามั้ย ”แวมไพร์สาวหน้าสวยแสยะยิ้ม เผยให้เห็นเขี้ยวคมกริบที่มุมปาก 


    “ เหวอ……” หรั่งร้องเสียงหลง  และเตรียมถอยกรูด  แต่ก็ถูกปีศาจสาวยื่นมือมาบีบคอ ก่อนออกแรงยกขึ้นมา ทำให้ร่างสูงใหญ่ของหนุ่มหล่อลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ 


    “ ฮ่า ฮ่า  ฮ่า  เห็นมั้ยล่ะ  ในที่สุด  ข้าก็จับเจ้าได้ ” แวมไพร์สาวหัวเราะใส่หน้าของหรั่ง  เพราะรู้สึกสะใจ  ที่เป็นฝ่ายคว้าชัยในเกมนี้   


    “ อึก……”สีหน้าของหรั่งดูบูดเบี้ยวและอึดอัด  ปากก็ขมุบขมิบ  คล้ายจะพูดอะไรบางอย่าง ปีศาจสาวจึงคลายอุ้งมือที่บีบลำคอ เพื่อเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้เอ่ยวาจา 


    “ ยังจะพูดอีกหรือ  เจ้ามนุษย์จอมดื้อ ” 



            พอได้จังหวะ  หรั่งก็มองมาที่ปีศาจสาว  แววตาไร้อาการหวาดกลัว  ก่อนจะกล่าวท้าทาย 


    “ ชั้นยอมรับว่าแกเก่งมากที่ตามทัน  แต่ถ้ากล้าพอ  ก็ลองปล่อยมือ  แล้วมาดวลกันตัวต่อตัวสิ ”. 


    “ หือ…เจ้าว่าไงนะ ” สีหน้าของปีศาจสาวแลฉงน  เธอไม่คิดเลยว่าบุรุษตรงหน้าจะกล้าพูดคำนี้ออกมาได้  และในวินาทีถัดมา  อมนุษย์ก็ฉีกยิ้ม
     

    “ ในเมื่อคิดว่าตัวเองแน่นัก  ข้าก็จะปล่อยให้เจ้าแผลงฤทธิ์เป็นครั้งสุดท้าย ” 



            พอปีศาจสาวปล่อยมือ  หรั่งก็ร่วงลงมานอนกองบนพื้น  ทั่วกายดูยับเยิน ราวกับผ้าขี้ริ้วที่ถูกฉีกทึ้ง มีเพียงดวงตาเท่านั้นที่ยังเปล่งประกายแวววาว อันบ่งบอกถึงหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ 



             ปีศาจสาวถอยออกไปสามก้าว เเล้วรอให้หรั่งลุกขึ้น เพราะเธอเองก็อยากรู้เหมือนกันว่ามนุษย์ผู้นี้จะมีลูกไม้ใดให้ใช้อีก  หนุ่มหล่อจึงค่อยๆยันกายหยัดยืนอย่างยากลำบาก พร้อมขยับไปทางซ้ายเล็กน้อย  จากนั้นก็เข้ามาจู่โจมตรงๆ 


    “ ย้าก……รับหมัดของชั้นไปซะ  เจ้าปีศาจ ” 


    “ เปรี้ยง….”



           ใบหน้าขาวซีดของปีศาจสาวถึงกับสะบัด แน่นอนว่าหรั่งไม่ยอมหยุดแค่หนึ่งดอก แต่กลับรัวกำปั้นใส่ไม่หยุด  ทำให้ร่างบางของอมนุษย์สั่นสะท้านไปตามแรง 



            แม้หรั่งจะเค้นพลังออกมาทั้งหมด แต่ปีศาจสาวกลับมองว่า…..การจู่โจมดังกล่าว ดูสิ้นคิดยิ่งนัก  เพราะขนาดลูกปืนและมีดคม  ยังไม่อาจปลิดชีวิตของเธอ นับประสาอะไรกับหมัดลุ่นๆของมนุษย์ธรรมดา     


    “ นี่เจ้าล้อข้าเล่นอยู่หรือเปล่า  จริงจังกว่านี้หน่อยสิ ” ปีศาจสาวเอ่ยถามทันทีที่หรั่งหยุดพักเหนื่อย 


    “ แฮ่ก  แฮ่ก  แฮ่ก….ชั้นจริงจังสุดๆแล้ว  เตรียมรับไป  หมัดเหล็กของชั้น ”หรั่งพักเหนื่อยได้ครู่หนึ่ง ก่อนจะง้างหมัดขวาไปข้างหลัง เพื่อเตรียมกระโจนเข้าไปต่อยทั้งตัว  แต่ไม่ทันได้ทำสิ่งใด  ปีศาจสาวก็ทนไม่ไหว เลยเหวี่ยงแขนใส่หนุ่มหล่อ  ส่งผลให้ร่างสูงใหญ่กระเด็นไกล 


    “ เปรี้ยง…..” 


    “ อุ้ก…….”หรั่งแทบกระอักโลหิต  เพราะแผ่นหลังได้กระแทกกำแพงเข้าไปเต็มรัก  จากนั้นก็ทรุดลงไปนอนกองกับพื้น 


    “ หึ  หึ  หึ  ไม่มีข้อโต้แย้งแล้ว  ใช่มั้ย ” ปีศาจสาวย่างกรายเข้ามาใกล้ ก่อนจะเอ่ยถามเรียบๆ  หรั่งจึงเงยหน้าขึ้นมา  พร้อมตอบกลับสั้นๆว่า 

    “ ยังไม่หมดหรอก  นังปีศาจ ” 



             รอยยิ้มเหี้ยมๆของหรั่งผุดขึ้นมาตรงมุมปาก และไม่รู้ทำไม  ปีศาจสาวก็พลันเย็นวูบที่ไขสันหลัง  เพราะประสบการณ์ที่อยู่มานานนับร้อยปี บอกให้รู้ว่านี่คือลางร้ายที่อาจทำให้เธอสิ้นชีวิต 


    “ ตายซะ ” หรั่งคำรามลั่น  ก่อนจะกระชากปืนลูกโม่ 2 มม.ขึ้นมา  จากนั้นก็ซัลโวถี่รัวถึงสามนัดติด 


    “ ปัง ปัง  ปัง…..” 



            ปีศาจสาวกระเด็นไปตามแรงอัด กระสุนเกาะกลุ่มแถวหน้าอก  ทำให้เลือดแดงฉานทะลักออกมา  แต่หรั่งรู้ดีว่าเพียงแค่นี้ไม่อาจหยุดยั้งอมนุษย์  เขาจึงทะยานไปหยิบบางสิ่งขึ้นมา มันก็คือ….ขวานเหล็กขนาดใหญ่ 


    “ เสร็จชั้นล่ะ  นังปีศาจ ” หรั่งยกขวานเหล็กขึ้นสูงเหนือหัว จากนั้นก็หวดลงมาสุดแรง 


    “ ฉึก……..” เลือดสีแดงเข้มพุ่งกระฉูดขึ้นมา  ราวกับน้ำพุ  เพราะส่วนที่ถูกขวานใหญ่เฉาะ  ก็คือ….ลำคอบางของปีศาจสาว 



            ร่างสะโอดสะองของปีศาจสาวทรุดลงไปนั่งคุกเข่า สีหน้าเหลือกลานด้วยความเจ็บปวด เพราะลำคอถูกคมขวานตัดไปถึงครึ่งค่อน แน่นอนว่าหรั่งยังไม่พอใจ  เพราะรู้ดีว่าแค่นี้  ไม่อาจเด็ดชีพของอมนุษย์ตนนี้ 


    “ มันยังไม่จบหรอก  เตรียมรับไป  การจู่โจมครั้งสุดท้ายของชั้น ”หรั่งกระชากคมขวานที่ค้างคาในลำคอ  ก่อนจะยกขึ้นสูงเหนือหัว  เพื่อเตรียมฟันศีรษะให้ขาดในคราวเดียว และในช่วงเวลาดับจิต ปีศาจสาวก็รีบรุดเข้ามาจับข้อมือของหนุ่มหล่อ  จากนั้นก็ออกแรงบิด 


    “ กร๊อบ……” 


    “ อ้าก……..” หรั่งร้องโหยหวน  ก่อนจะปล่อยให้ขวานเหล็กร่วงหล่นลงสู่พื้น เพราะข้อมือหักจนไม่อาจประคองมันไว้ แต่แล้วก็แปรเปลี่ยนเป็นกระอักโลหิต  ด้วยถูกมือขวาของปีศาจสาวกะซวกลำตัวจนจมหายไปครึ่งข้อ


    “ หึ  หึ  หึ  เจ้าสุดยอดมาก แม้เป็นเพียงมนุษย์  แต่ก็เกือบสังหารข้าได้  ไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนแบบนี้อยู่บนโลก ” ปีศาจสาวแสยะยิ้ม  พร้อมชะโงกหน้ามากระซิบที่ข้างหู แต่ก็ดูทุลักทุเลมิใช่น้อย ด้วยลำคอของเธอยังขาดร่องแร่งอยู่ 


    “ บ้าชะมัด  เจ็บใจนัก  อีกนิดเดียวเท่านั้นเอง ”หรั่งกัดฟันกร็อดๆ  ก่อนจะเซถอยหลังไปพิงกำแพง  มือขวายกขึ้นมากุมบาดแผลฉกรรจ์ที่ช่วงท้อง 



             ปีศาจสาวดูไม่รีบร้อน เธอค่อยๆจับลำคอของตนมาตั้งให้ตรง  แล้วตรึงค้างเอาไว้  ไม่นาน  เนื้อบริเวณนั้นก็เริ่มสมาน  ทำให้หรั่งรู้สึกจิตตกอย่างรุนแรง เพราะรู้ชัดว่าความพยายามที่ผ่านมา  ไร้ผลโดยสิ้นเชิง 


    “ เหอ เหอ  เหอ ถึงคราวของเราแล้วสินะ ” 



             ขณะที่หรั่งปลงตก ปีศาจสาวก็มองมาที่หนุ่มหล่อ  ก่อนจะเอ่ยถามเบาๆ  เพื่อคลายความสงสัย 


    “ ตอนนี้  ข้าเชื่อว่าเจ้างัดทุกลูกไม้ออกมาใช้จนหมดแล้ว  และคงเตรียมตัวรับความพ่ายแพ้ แต่ก็ยังแปลกใจอยู่ดี ทำไมเจ้าถึงมีจิตใจที่เข้มแข็งขนาดนี้ แม้จะต่อสู้กับศัตรูที่ไม่อาจต่อกร  ก็ยังคุมสติได้มั่นคง  และวางแผนได้อย่างรัดกุมจนเกือบพลิกเกมกลับมาชนะ ” 


    “ ฮะ  ฮะ  ฮะ  ปีศาจนี่พูดมากชะมัด  แต่ชั้นเจ็บหนักจนร่ายยาวไม่ไหวแล้ว ช่วยอ่านใจเอาเองก็แล้วกัน  พวกแกทำได้อยู่แล้วนี่ ”หรั่งตอบเนือยๆ  กายสั่นเทาและซวนเซ  อันดูเหมือนกับว่าเขาพร้อมจะล้มลงไปนอนได้ทุกเมื่อ 



            ปีศาจสาวทำตามที่หรั่งบอก และพอสอดส่องความคิดในใจของหนุ่มหล่อ  สีหน้าของอมนุษย์ก็ตกตะลึงอย่างรุนแรง 


    “ นะ…นี่เจ้า ” 


    “ ใช่แล้ว  และนะ…นั่นคือเหตุผลที่ชั้นต้องมีชีวิตต่อ ” หรั่งกล่าวอย่างยากลำบาก  พร้อมทรุดกายลงไปนั่งยองๆ แผ่นหลังเอนไปพิงกำแพง 



             ดวงตาของปีศาจสาวฉายแววฉงน  อันดูก้ำกึ่งระหว่างทึ่งและหวาดวิตก  จากนั้นเธอก็พึมพำเบาๆ  คล้ายจะพูดกับตัวเอง 


    “ นี่น่ะหรือ  ที่เขาเรียกว่า…หัวใจของนักสู้ ” 



             พอสดับถึงแก่นแท้ของอีกฝ่าย ปีศาจสาวก็ยอมรับนับถือจนหมดหัวใจ จึงกล่าวกับมนุษย์ผู้พ่ายแพ้ 


    “ เพื่อเห็นแก่ศักดิ์ศรีของเจ้า  ข้าจะให้เลือก  ระหว่างยอมอยู่ต่อในฐานะทาสรับใช้ของข้า  กับสิ้นชีวิตซะตรงนี้ ” 


    “ แล้วถ้าต้องกลายเป็นปีศาจแบบแก  ชั้นจะยังมีความรู้สึกที่เรียกว่า…ความรัก อยู่มั้ย ” หรั่งถามกลับทันควัน รอยยิ้มยังคงปรากฏบนใบหน้าที่ขาวซีด 


    “ ย่อมไม่มีอย่างแน่นอน  เพราะความรักนั้นทำให้เราอ่อนแอ ซึ่งไม่เกิดขึ้นกับเผ่าพันธุ์ที่เข้มแข็งอย่างพวกข้า ” 



             หรั่งยิ้มกว้างกว่าเดิม  มโนทวารหวนระลึกไปถึงใบหน้าของเก๋  หญิงสาวที่เขารักสุดหัวใจ ก่อนจะปล่อยวางทุกสิ่ง  แล้วตอบกลับอย่างเด็ดเดี่ยว 


    “ ในเมื่อพวกแกรักไม่เป็น ชั้นก็ขอตายในฐานะมนุษย์  รีบสังหารซะตรงนี้เลย  จะได้จบเรื่องกันไป ”



    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2


    คล้ายกับเรื่องนักล่าล้างพันธุ์อมตะ (ฉบับเซ็นเซอร์) ที่คุณอ่าน