……………………..
“ แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก….” หรั่งวิ่งตรงไปข้างหน้า ลมหายใจหอบถี่ สองขาอ่อนล้า ส่วนร่างกายก็ปวดร้าว เพราะวันนี้ เขาโดนดาเมจหนักๆมาหลายดอก แต่หนุ่มหล่อไม่อาจหยุดฝีเท้า ด้วยมีความตายไล่ตามมาติดๆ
“ เราต้องรีบหนี จะมาตายที่นี่ไม่ได้ ”
แต่แล้ว ความมุ่งมั่นของหนุ่มหล่อก็มาถึงทางตัน เพราะดันไปสะดุดกับไม้ท่อนเขื่อง ส่งผลให้ร่างสูงใหญ่ล้มกลิ้งหลายตลบ
“ อั้ก…..” หรั่งจุกเสียด คาดว่าในจังหวะที่ล้ม ช่วงท้องน่าจะกระแทกกับอะไรบางอย่าง และพอมองไปทั่วๆ เขาก็พบว่าบริเวณนั้นเป็นตรอกแคบที่กว้างประมาณเจ็ดเมตร รอบข้างแวดล้อมไปด้วยถังขยะและเศษซากปฏิกูล แถมบรรยากาศยังดูมืดสลัว แสงเพียงหนึ่งเดียวมาจากเสาไฟที่ยืนห่างกันเป็นระยะ ซึ่งพวกมันก็ส่องสว่างอยู่รำไร
หรั่งยันกายลุกขึ้นยืน แต่ก็ขยับได้ลำบาก เพราะร่างกายของเขาบอบช้ำมิใช่น้อย
“ อู้ย…เจ็บปวดชะมัด แต่ยังไง เราก็ต้องหนีให้ได้ ”สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของหรั่งบอกอย่างนั้น แต่แล้ว ความหวังก็พังทลาย เมื่อเหลือบไปเห็นสองเท้าเรียวงามที่ขาวโพลน
“ นะ….นี่มัน…..”ปากคอของหรั่งเริ่มสั่นเทา เพราะรู้ดีว่าใครคือเจ้าของเท้าคู่นี้ แต่เพื่อให้แน่ใจ เขาก็ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมา ในใจภาวนาให้ตนคิดผิด
“ ไม่น่า..... ขอให้ไม่ใช่ ”
และในทันทีที่สายตาของหรั่งเลื่อนมายังใบหน้าของบุคคลปริศนา มันก็พลันเบิกโพลงอย่างฉับพลัน ด้วยเจ้าของดวงพักตร์นั้นก็คือ……แวมไพร์สาวคู่อาฆาต
“ ไงจ๊ะ ที่รัก คิดถึงข้ามั้ย ”แวมไพร์สาวหน้าสวยแสยะยิ้ม เผยให้เห็นเขี้ยวคมกริบที่มุมปาก
“ เหวอ……” หรั่งร้องเสียงหลง และเตรียมถอยกรูด แต่ก็ถูกปีศาจสาวยื่นมือมาบีบคอ ก่อนออกแรงยกขึ้นมา ทำให้ร่างสูงใหญ่ของหนุ่มหล่อลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เห็นมั้ยล่ะ ในที่สุด ข้าก็จับเจ้าได้ ” แวมไพร์สาวหัวเราะใส่หน้าของหรั่ง เพราะรู้สึกสะใจ ที่เป็นฝ่ายคว้าชัยในเกมนี้
“ อึก……”สีหน้าของหรั่งดูบูดเบี้ยวและอึดอัด ปากก็ขมุบขมิบ คล้ายจะพูดอะไรบางอย่าง ปีศาจสาวจึงคลายอุ้งมือที่บีบลำคอ เพื่อเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้เอ่ยวาจา
“ ยังจะพูดอีกหรือ เจ้ามนุษย์จอมดื้อ ”
พอได้จังหวะ หรั่งก็มองมาที่ปีศาจสาว แววตาไร้อาการหวาดกลัว ก่อนจะกล่าวท้าทาย
“ ชั้นยอมรับว่าแกเก่งมากที่ตามทัน แต่ถ้ากล้าพอ ก็ลองปล่อยมือ แล้วมาดวลกันตัวต่อตัวสิ ”.
“ หือ…เจ้าว่าไงนะ ” สีหน้าของปีศาจสาวแลฉงน เธอไม่คิดเลยว่าบุรุษตรงหน้าจะกล้าพูดคำนี้ออกมาได้ และในวินาทีถัดมา อมนุษย์ก็ฉีกยิ้ม
“ ในเมื่อคิดว่าตัวเองแน่นัก ข้าก็จะปล่อยให้เจ้าแผลงฤทธิ์เป็นครั้งสุดท้าย ”
พอปีศาจสาวปล่อยมือ หรั่งก็ร่วงลงมานอนกองบนพื้น ทั่วกายดูยับเยิน ราวกับผ้าขี้ริ้วที่ถูกฉีกทึ้ง มีเพียงดวงตาเท่านั้นที่ยังเปล่งประกายแวววาว อันบ่งบอกถึงหัวใจที่ไม่ยอมแพ้
ปีศาจสาวถอยออกไปสามก้าว เเล้วรอให้หรั่งลุกขึ้น เพราะเธอเองก็อยากรู้เหมือนกันว่ามนุษย์ผู้นี้จะมีลูกไม้ใดให้ใช้อีก หนุ่มหล่อจึงค่อยๆยันกายหยัดยืนอย่างยากลำบาก พร้อมขยับไปทางซ้ายเล็กน้อย จากนั้นก็เข้ามาจู่โจมตรงๆ
“ ย้าก……รับหมัดของชั้นไปซะ เจ้าปีศาจ ”
“ เปรี้ยง….”
ใบหน้าขาวซีดของปีศาจสาวถึงกับสะบัด แน่นอนว่าหรั่งไม่ยอมหยุดแค่หนึ่งดอก แต่กลับรัวกำปั้นใส่ไม่หยุด ทำให้ร่างบางของอมนุษย์สั่นสะท้านไปตามแรง
แม้หรั่งจะเค้นพลังออกมาทั้งหมด แต่ปีศาจสาวกลับมองว่า…..การจู่โจมดังกล่าว ดูสิ้นคิดยิ่งนัก เพราะขนาดลูกปืนและมีดคม ยังไม่อาจปลิดชีวิตของเธอ นับประสาอะไรกับหมัดลุ่นๆของมนุษย์ธรรมดา
“ นี่เจ้าล้อข้าเล่นอยู่หรือเปล่า จริงจังกว่านี้หน่อยสิ ” ปีศาจสาวเอ่ยถามทันทีที่หรั่งหยุดพักเหนื่อย
“ แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก….ชั้นจริงจังสุดๆแล้ว เตรียมรับไป หมัดเหล็กของชั้น ”หรั่งพักเหนื่อยได้ครู่หนึ่ง ก่อนจะง้างหมัดขวาไปข้างหลัง เพื่อเตรียมกระโจนเข้าไปต่อยทั้งตัว แต่ไม่ทันได้ทำสิ่งใด ปีศาจสาวก็ทนไม่ไหว เลยเหวี่ยงแขนใส่หนุ่มหล่อ ส่งผลให้ร่างสูงใหญ่กระเด็นไกล
“ เปรี้ยง…..”
“ อุ้ก…….”หรั่งแทบกระอักโลหิต เพราะแผ่นหลังได้กระแทกกำแพงเข้าไปเต็มรัก จากนั้นก็ทรุดลงไปนอนกองกับพื้น
“ หึ หึ หึ ไม่มีข้อโต้แย้งแล้ว ใช่มั้ย ” ปีศาจสาวย่างกรายเข้ามาใกล้ ก่อนจะเอ่ยถามเรียบๆ หรั่งจึงเงยหน้าขึ้นมา พร้อมตอบกลับสั้นๆว่า
“ ยังไม่หมดหรอก นังปีศาจ ”
รอยยิ้มเหี้ยมๆของหรั่งผุดขึ้นมาตรงมุมปาก และไม่รู้ทำไม ปีศาจสาวก็พลันเย็นวูบที่ไขสันหลัง เพราะประสบการณ์ที่อยู่มานานนับร้อยปี บอกให้รู้ว่านี่คือลางร้ายที่อาจทำให้เธอสิ้นชีวิต
“ ตายซะ ” หรั่งคำรามลั่น ก่อนจะกระชากปืนลูกโม่ 2 มม.ขึ้นมา จากนั้นก็ซัลโวถี่รัวถึงสามนัดติด
“ ปัง ปัง ปัง…..”
ปีศาจสาวกระเด็นไปตามแรงอัด กระสุนเกาะกลุ่มแถวหน้าอก ทำให้เลือดแดงฉานทะลักออกมา แต่หรั่งรู้ดีว่าเพียงแค่นี้ไม่อาจหยุดยั้งอมนุษย์ เขาจึงทะยานไปหยิบบางสิ่งขึ้นมา มันก็คือ….ขวานเหล็กขนาดใหญ่
“ เสร็จชั้นล่ะ นังปีศาจ ” หรั่งยกขวานเหล็กขึ้นสูงเหนือหัว จากนั้นก็หวดลงมาสุดแรง
“ ฉึก……..” เลือดสีแดงเข้มพุ่งกระฉูดขึ้นมา ราวกับน้ำพุ เพราะส่วนที่ถูกขวานใหญ่เฉาะ ก็คือ….ลำคอบางของปีศาจสาว
ร่างสะโอดสะองของปีศาจสาวทรุดลงไปนั่งคุกเข่า สีหน้าเหลือกลานด้วยความเจ็บปวด เพราะลำคอถูกคมขวานตัดไปถึงครึ่งค่อน แน่นอนว่าหรั่งยังไม่พอใจ เพราะรู้ดีว่าแค่นี้ ไม่อาจเด็ดชีพของอมนุษย์ตนนี้
“ มันยังไม่จบหรอก เตรียมรับไป การจู่โจมครั้งสุดท้ายของชั้น ”หรั่งกระชากคมขวานที่ค้างคาในลำคอ ก่อนจะยกขึ้นสูงเหนือหัว เพื่อเตรียมฟันศีรษะให้ขาดในคราวเดียว และในช่วงเวลาดับจิต ปีศาจสาวก็รีบรุดเข้ามาจับข้อมือของหนุ่มหล่อ จากนั้นก็ออกแรงบิด
“ กร๊อบ……”
“ อ้าก……..” หรั่งร้องโหยหวน ก่อนจะปล่อยให้ขวานเหล็กร่วงหล่นลงสู่พื้น เพราะข้อมือหักจนไม่อาจประคองมันไว้ แต่แล้วก็แปรเปลี่ยนเป็นกระอักโลหิต ด้วยถูกมือขวาของปีศาจสาวกะซวกลำตัวจนจมหายไปครึ่งข้อ
“ หึ หึ หึ เจ้าสุดยอดมาก แม้เป็นเพียงมนุษย์ แต่ก็เกือบสังหารข้าได้ ไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนแบบนี้อยู่บนโลก ” ปีศาจสาวแสยะยิ้ม พร้อมชะโงกหน้ามากระซิบที่ข้างหู แต่ก็ดูทุลักทุเลมิใช่น้อย ด้วยลำคอของเธอยังขาดร่องแร่งอยู่
“ บ้าชะมัด เจ็บใจนัก อีกนิดเดียวเท่านั้นเอง ”หรั่งกัดฟันกร็อดๆ ก่อนจะเซถอยหลังไปพิงกำแพง มือขวายกขึ้นมากุมบาดแผลฉกรรจ์ที่ช่วงท้อง
ปีศาจสาวดูไม่รีบร้อน เธอค่อยๆจับลำคอของตนมาตั้งให้ตรง แล้วตรึงค้างเอาไว้ ไม่นาน เนื้อบริเวณนั้นก็เริ่มสมาน ทำให้หรั่งรู้สึกจิตตกอย่างรุนแรง เพราะรู้ชัดว่าความพยายามที่ผ่านมา ไร้ผลโดยสิ้นเชิง
“ เหอ เหอ เหอ ถึงคราวของเราแล้วสินะ ”
ขณะที่หรั่งปลงตก ปีศาจสาวก็มองมาที่หนุ่มหล่อ ก่อนจะเอ่ยถามเบาๆ เพื่อคลายความสงสัย
“ ตอนนี้ ข้าเชื่อว่าเจ้างัดทุกลูกไม้ออกมาใช้จนหมดแล้ว และคงเตรียมตัวรับความพ่ายแพ้ แต่ก็ยังแปลกใจอยู่ดี ทำไมเจ้าถึงมีจิตใจที่เข้มแข็งขนาดนี้ แม้จะต่อสู้กับศัตรูที่ไม่อาจต่อกร ก็ยังคุมสติได้มั่นคง และวางแผนได้อย่างรัดกุมจนเกือบพลิกเกมกลับมาชนะ ”
“ ฮะ ฮะ ฮะ ปีศาจนี่พูดมากชะมัด แต่ชั้นเจ็บหนักจนร่ายยาวไม่ไหวแล้ว ช่วยอ่านใจเอาเองก็แล้วกัน พวกแกทำได้อยู่แล้วนี่ ”หรั่งตอบเนือยๆ กายสั่นเทาและซวนเซ อันดูเหมือนกับว่าเขาพร้อมจะล้มลงไปนอนได้ทุกเมื่อ
ปีศาจสาวทำตามที่หรั่งบอก และพอสอดส่องความคิดในใจของหนุ่มหล่อ สีหน้าของอมนุษย์ก็ตกตะลึงอย่างรุนแรง
“ นะ…นี่เจ้า ”
“ ใช่แล้ว และนะ…นั่นคือเหตุผลที่ชั้นต้องมีชีวิตต่อ ” หรั่งกล่าวอย่างยากลำบาก พร้อมทรุดกายลงไปนั่งยองๆ แผ่นหลังเอนไปพิงกำแพง
ดวงตาของปีศาจสาวฉายแววฉงน อันดูก้ำกึ่งระหว่างทึ่งและหวาดวิตก จากนั้นเธอก็พึมพำเบาๆ คล้ายจะพูดกับตัวเอง
“ นี่น่ะหรือ ที่เขาเรียกว่า…หัวใจของนักสู้ ”
พอสดับถึงแก่นแท้ของอีกฝ่าย ปีศาจสาวก็ยอมรับนับถือจนหมดหัวใจ จึงกล่าวกับมนุษย์ผู้พ่ายแพ้
“ เพื่อเห็นแก่ศักดิ์ศรีของเจ้า ข้าจะให้เลือก ระหว่างยอมอยู่ต่อในฐานะทาสรับใช้ของข้า กับสิ้นชีวิตซะตรงนี้ ”
“ แล้วถ้าต้องกลายเป็นปีศาจแบบแก ชั้นจะยังมีความรู้สึกที่เรียกว่า…ความรัก อยู่มั้ย ” หรั่งถามกลับทันควัน รอยยิ้มยังคงปรากฏบนใบหน้าที่ขาวซีด
“ ย่อมไม่มีอย่างแน่นอน เพราะความรักนั้นทำให้เราอ่อนแอ ซึ่งไม่เกิดขึ้นกับเผ่าพันธุ์ที่เข้มแข็งอย่างพวกข้า ”
หรั่งยิ้มกว้างกว่าเดิม มโนทวารหวนระลึกไปถึงใบหน้าของเก๋ หญิงสาวที่เขารักสุดหัวใจ ก่อนจะปล่อยวางทุกสิ่ง แล้วตอบกลับอย่างเด็ดเดี่ยว
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
