"วูบบบ.."
"ย๊ากกก..."
"เฟี้ยววว.."
ร่างเลือนลางเบี่ยงซ้ายแล้วพุ่งเข้าพร้อมหมัดอันทรงพลังเจือปนด้วยปราณอัคคีเข้าหาทรวงออกของกังเทียนในทันที คล้ายมุ่งหวังให้การโจมตีนี้บดขยี้ทำลายฝ่ายตรงข้ามให้ดับดิ้นหรือพิการไปในทันทีนับจากนี้
กังหลงควบคุมประสาทััไว้มิวอกแวกหรือตื่นเต้นแม้แต่น้อย หลังจากที่จุดชีพจรจุดจักระได้เปิดออกจนโปร่งโล่งไปทุกจุด ประสาทััของกังหลงจึงคมชัดจนยากที่ใครจะทัดเทียม ความรวดเร็วที่ผู้อื่นมองเห็นแต่ในสายตาของกังหลงกลับดูเชื่องช้าดุจภาพสโลโมชั่นอย่างใดอย่างนั้น แม้เยี่ยนซานจะพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วเพียงใดกังหลงก็ยังมองว่าช้าอยู่ดี มองเห็นการกระทำและกระบวนท่าของเยี่ยนซานชัดเจนจนสามารถหาช่องโหว่สอดแทรกหลบออกไปอย่างง่ายดาย กังหลงจึงทำเพียงก้าวออกไปเบื้องซ้ายเบี่ยงกายเล็กน้อยก็สามารถหลบหลีกหมัดของเยี่ยนซายไปได้อย่างหวุดหวิด ทำให้เยี่ยนซานเหมือนพุ่งเข้าโจมตีใส่ร่างเงาจนทำลุออกไปจนร่างเกือบคะมำล้มลง
"วูบบบ.."
"บึ้มม..!!"
พลังหมัดได้โจมตีไปโดนพื้นแทนจนมีเสียงะเิกึกก้องฝุ่นฟุ้งตลบไป หลังฝุ่นจางหายมองเห็นร่างกังหลงอยู่ถัดไปจากหลุมที่ลึกประมาณหนึ่งฉื่อกินวงกว้างเกือบครึ่งจั้ง
"งะ.."
"เ้าหนุ่มนั่นหลบพ้นไปนิดเดียวเองเกือบจะโดนหมัดอันทรงพลังนั่นบดขยี้ไปแล้ว ข้านึกว่าการต่อสู้จะจบลงไปเพราะการโจมตีครั้งนี้ซะอีก นับว่าเ้าหนุ่มตระกูลกังโชคดีจริง ๆ ส่วนหมดของเ้านายน้อยเยี่ยนซานผู้นั้นคงทุ่มเทพลังทั้งหมดดูช่างรุนแรงยิ่ง"
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ดูเ้าหนุ่มนั่นเสียหลักเกือบหน้าทิ่มไป ถึงกับโจมตีผู้มีพลังฝีมือที่อ่อนด้วยกว่าผิดพลาดไปได้"
เห็นผลที่ออกมาหม่าซานและพวกที่เฝ้ามองต่างก็อดแปลกใจมิได้ เยี่ยนซานก็ถึงกับใไปเช่นกันที่ตนโจมตีเข้ากับร่างเงาซึ่งก็คือภาพติดตา ผู้ที่สามารถกระทำเช่นนี้ได้ต้องมีความสามารถเหนือล้ำกว่าอีกฝ่ายอย่างมิต้องสงสัย เมื่อััที่ได้รับว่าพลังฝีมือกังหลงอยู่แค่ปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นเก้า่ชั้นสูงสุด เป็ไปมิได้ที่กังหลงจะมีพลังฝีมือที่สามารถสร้างภาพติดตาได้เยี่ยนซานมิอาจยอมรับ
"เป็ไปมิได้.."
พูดจบเยี่ยนซานก็สำแดงพลังออกมาอีกครั้ง จากการโจมตีที่ผิดพลาดและเสียงหัวเราะของผู้คนที่ดังมาให้ได้ยิน ครั้งนี้เยี่ยนซานไม่มีพลังออมยั้งหลงเหลือไว้อีกเลย หมัดทั้งสองข้างเกิดเปลวเพลิงขึ้นเข้มข้นจนแทบจะแผดเผาไปถึงรอบข้าง จนผู้คนเริ่มถอยห่างเพื่อหลีกจากกลิ่นอายความร้อน ไม่รีรออันใดเยี่ยนซานพุ่งเข้าหากังหลงที่ยังดูสงบนิ่งเหมือนมิมีอะไรเกิดขึ้นด้วยความโกรธแค้นยิ่งกว่าเดิม ร่างที่พุ่งออกไปคราวนี้รวดเร็วขึ้นอีกขึ้นจนแทบจะกลายเป็ควันอันเบาบาง กระโจนขึ้นกลางอากาศแล้วง้างหมัดโจมตีไปที่ศีรษะหวังจะบดขยี้ให้แหลกเละคามือด้วยความโกรธาที่เกิดขึ้น
"นั่นมันหมัดอัคคีคู่วิชาประจำตระกูลเยี่ยน นายน้อยเยี่ยนซานผู้นี้อายุเพียงสิบหกสิบเจ็ดปีถึงกับเรียนรู้ได้ถึงขั้นที่สามารถแผ่อายความร้อนออกรอบข้างและมีเปลวเพลิงให้เห็นนับว่าอยู่ในระดับสามน่าชมเชยยิ่ง."
ร่างของเยี่ยนซานวูบไหวกลางอากาศอย่างรวดเร็วพุ่งเข้าโจมตียังศีรษะของกังหลงอย่างรวดเร็ว จากการโจมตีอย่างสุดกำลังและจากอายความรุนและความรุนแรงของเคล็ดวิชาหมัดอัคคีคู่ของตระกูลเยี่ยนที่กังหลงััได้ นับว่ามีพลังที่มิอาจประมาทได้หากแม้นพลาดโดนพลังโจมตีเข้าให้สักครั้งคงมิอาจทนทานได้เป็แน่
แม้จะเห็นท่วงท่าการเคลื่อนไหวที่ชัดเจนดุจนัยย์ตาที่ไร้ฝุ่นฝ้าบดบัง กังหลงก็ไม่คิดประมาท โคจรพลังให้ไหลเวียนรอบกายอย่างเตรียมพร้อมเมื่อร่างและหมัดของเยี่ยนซานมาถึงก็สะกิดปลายเท้าถอยหลังหนึ่งก้าวแล้วโยกตัวไปทางขวาวกอ้อมไปด้านหลังเยี่ยนซานอย่างเป็ธรรมชาติเหมือนเดินเล่นในสวนก็มิปาน ทำให้การโจมตีของเยี่ยนซาพลาดผิดไปเพียงแค่นิดเดียวเท่านั้น
แต่ถึงกระนั้นการเคลื่อนไหวของกลังหลงในสายตาของเยี่ยนซานและผู้ที่เฝ้าชมต่างมองเห็นเหมือนกังหลงจะเงอะงะหลบรอดไปได้อย่างหวุดหวิดสร้างความโกรธาให้เยี่ยนซานมากกว่าเดิม แต่กลับสร้างความหวาดเสียวให้เยี่ยงฟางและผู้ชมรอบนอกอย่างใหญ่หลวง จนถึงกับมีเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความใ
"ว้าย..อีกนิดเดียวเองเกือบจะโดนแล้ว ถ้าโดนเข้าศีรษะต้องเละแน่ ๆ"
"โอ..ท่านพี่โปรดระวังด้วย.."
เยี่ยนซานครานี้เหมือนโจมตีเข้ากับภาพติดตาอีกครั้งจนหายใจหอบฮั่ก ๆ ทั้งสาเหตุจากการทุ่มเทพลังไปทั้งหมดและความโกรธที่มิอาจระงับได้เพราะคิดว่ากังหลงมีดีแค่หลบหลีกและมิกล้าปะทะกับตนโดยตรงจึงตวาดก้องขึ้นมา
"เ้าลูกเต่า เ้าขยะตระกูลกังเ้าทำได้เพียงแค่หลบหลีกเท่านั้นรึ เ้ากล้ารับกระบวนท่าของข้าอย่างตรง ๆ หรือไม่ หากเ้ามิกล้าต่อสู้ก็จงคุกเขาลงกราบขอขมาที่บังเอิญทำร้ายพี่ชายข้าจนสาหัสแล้วเื่นี้จะจบลง"
แม้จะได้ยินเยี่ยนซานพูดเช่นนั้นแต่กังหลงทราบว่าเื่ราววันนี้คงจะมิทางจบลงด้วยดีเป็แน่ เพราะเขาทราบนิสัยของผู้คนตระกูลเยี่ยนเป็อย่างดีและผู้คนทั่วไปก็ทราบเช่นกันว่าตระกูลเยี่ยนเป็ตระกูลที่เ้าคิดเ้าแค้นขนาดไหน หลังจากที่กังหลงสังเกตุว่าแม้จนจะยังไม่มีเคล็ดวิชาใด ๆ
แต่ด้วยระดับความสามารถของตนขณะนี้การที่จะเอาชนะเยี่ยนซานเป็เื่ที่ไม่ยากเย็น และดูแล้วถ้าตนมิทำอะไรเื่ราวตอนนี้ก็คงจะมิอาจจบลงได้ และเื่ราวระหว่างตนกับตระกูลเยี่ยนในภายหน้าคงมิอาจหลีกหนีปัญหาได้เช่นกัน เห็นทีคงต้องรีบจบเื่ตรงนี้ให้เร็วและค่อยปลีกตัวออกไปฝึกฝนให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้น ความแข็งแกร่งเท่านั้นที่จะสามารถจบปัญหาทุกอย่างที่เข้ามาได้
หลังจากนี้ตนมีเวลาอีกสามวันในการเตรียมตัวเพื่อหลบออกจากตระกูลไม่ให้ตระกูลกังต้องมาเดือดร้อนเพราะตน หากเตรียมตัวเรียบร้อยและรีบออกจากตระกูลไป สามวันให้หลังเมื่อตระกูลเยี่ยนยกพวกไปตามหาตนที่ตระกูลแล้วไม่พบเจอตน ก็จะไม่มีข้ออ้างในการตอบโต้กับตระกูลของตนได้ ส่วนทางตระกูลเยี่ยนจะพุ่งเป้าหมายไปที่ตนเพียงลำพังอย่างไรนั้นกังหลงมิอยากไปคิดถึงตอนนั้น รอให้ตนได้ออกไปเรียนรู้เสริมสร้างความแข็งแข็งขึ้นมาก่อน ด้วยสิ่งที่อาจารย์ของตนมอบไว้ให้นั้นหากสามารถเรียนรู้ได้ต่อไปตนก็คงจะสามารถกลับมาจบปัญหากับตระกูลเยี่ยนได้ด้วยลำพัง คิดเช่นนั้นจึงกล่าวและก้าวออกไป
"เ้าเข้ามาเถอะ คราวนี้ข้าจะไม่หลบหลีกข้าจะตอบโตเ้าอย่างเต็มที่ เ้าอย่าลืมข้อตกลงก็แล้วกัน "
"เฮอะ..!!..เ้าทำให้ข้าขายหน้าทั้งทำให้ข้าโกรธแค้นจนถึงที่สุดหากวันนี้ข้าไม่สามารถบดขยี้เ้าได้คอยเรียกข้าว่าลูดเต่าก็แล้วกัน..เ้าเตรียมตัวตายได้.."
พูดจบเยี่ยนซานก็ปลดปล่อยทั้งหมดออกมาอีกครั้ง จนผู้คนรอบข้างรับรู้ถึงความตึงเครียดที่ลานประลองนี้เป็อย่างดี เปลวเพลิงบันหมัดทั้งสองของเยี่ยนซานลุกโชติ่ กังหลงกางขาออกเล็กน้อยโคจรพลังเต็มเปี่ยมเตรียมตั้งรับและตอบโต้อย่างรัดกุม แล้วร่างของเยี่ยนซานก็ตวาดขึ้นดังก้องพร้อมพุ่งทะยานเข้าหาร่างของกังหลงที่ยืนปักหลักมั่นอย่างรวดเร็ว
"ย๊ากกกก.."
"หมัดอัคคีคู่พิฆาต..!!"
ร่างอันร้อนแรงเต็มเปี่ยมด้วยพลังระดับปราณขุนพลระดับสองขั้นสาม่ชั้นสูงสุดพุ่งด้วยความเร็วสูงสุดจนผู้ชมบางคนถึงกับมองไม่ทัน เปลวเพลิงจากหมัดพุ่งเข้าหาร่างที่ยืนปักหลักอยู่เบื้องหน้าดุจดาวหางเพลิงพุ่งชนโลกหล้า..!!